บทสวดมนต์


- คาถาขุนแผน คาถาหัวใจขุนแผน คาถาปลุกขุนแผน คาถาพระขุนแผน

โพสต์29 ก.ย. 2554 18:51โดยpong itcom   [ อัปเดต 29 ก.ย. 2554 18:56 ]

   

 คาถาขุนแผน คาถาหัวใจขุนแผน คาถาปลุกขุนแผน คาถาพระขุนแผน
 
คาถาขุนแผน
 
เอหิมะมะ นะโมพุทธายะ นะมะพะทะ
(ใช้ท่องกับของใช้ส่วนตัวอะไรก็ได้แล้วจะทำให้มีเสน่ห์เป็นที่หลงไหล)

คาถาบูชาขุนแผน
สุนะโมโร โมโรสุนะ นะมะพะธะ จะพะกะสะ นะมามิหัง 

คาถาขุนแผน (หลวงพ่อกวย)
อมสิทธิ ท้าวฟื้นเจริญศรี หน้ากูงามคือพระแมน ณะมะพะทะ
แขนกูงามคือพระนาราย ฉายกูงามคือพระอาทิตย์ ฤทธิกูงามคือพระจัน 
สาวในเมืองสวันเห็นหน้ากูอยู่มิได้ กูมาระลึกถึงฝูงหงษ์มาลืมข้ามคูหา
กูมาระลึกถึงมหาเสนา ก็มาลืมแท่นที่นอน กูมาระลึกถึงลูกไก่อ่อน ก็วิ่งตามกูมา
กูมาระลึกถึงสาวใช้ก็มาลืมแม่ กูมาระลึกถึงสาวแก่ก็มาหลงไหล
กูมาระลึกถึงเจ้าทัยเทวีก็มาลืมสวดมนต์ กูมาระลึกถึงฝูงคนก็มารักกูอยู่ทั่วหน้าทั่วชั้นฟ้าและพื้นดิน
เหมือนช้างรักงา ปลารักน้ำ เข้าอยู่ในดง ผมก็ลืมเกล้า ข้าวอยู่ในคอก็ลืมกลืน 
ให้สะอื้นคิดถึงตัวกู อยู่ทุกเวลาและราตรี อิติลีกันหาชูชะโกโมกรุณาพุทปราณี ทายินดี 
ยะเอ็นดู เอหิกะระนิโย อิติพิโส พะคะวาณะลีติ อิติมานิยม

รวมคาถาขุนแผน คาถาหัวใจขุนแผน ต่างๆมากมาย
คาถาหัวใจขุนแผนรักแท้ 
*โอมนะโมพุทธายะ พุทธัง สะระติ ธัมมัง สะระติ สังฆัง สะระติจิตตังสะมาเรมะมะเอทิ เอหิชัยยะ เอหิสัพเพชะนา พะหูชะนา เอหิ 
(ให้บริกรรมคาถานี้กับลูกอมแล้วอมขณะที่คุยกับคนที่เรารัก จะทำให้เขาคนนั้นเกิดความรักจริงจังขึ้นมา) 

คาถาหัวใจขุนแผนมัดใจ 
*พุทธัง รัตตะนัง ธัมมัง รัตตะนัง สังฆัง รัตตะนัง นะผูก โมมัด พุทรัด ธารึง ยะกรึงคะเร โอมสวาหะ 
(ใช้สวดภาวนาก่อนนอน ทำให้คนรักคิดถึง) 

คาถาหัวใจขุนแผนใจอ่อน 
*ปัญจะมังสิระสังชาตัง นะอตใจ นะกาโร โหติ สัมภะโวตรีนิกัตวานะ นะ การัง ปัญจะสัมภะวัง 
(ใช้ท่องก่อนที่จะพบเจรจากับคนที่เป็นเจ้าหนี้หรือใครก็ตาม จะทำให้ได้รับการผ่อนปรน ใจอ่อนได้ทุกที) 

คาถาหัวใจขุนแผนผูกใจคน 
* โอมนะโมพุทธะ นะ มะ อะ อุ เอหิชัยยะ เอหิสัพเพชะนา พะหูชะนา เอหิ 
(ใช้สวดเมื่อต้องการให้คนทั่วไปรักใคร่ยินดี ใช้เสกกับแป้งหรือน้ำหอมก็ได้) 

คาถาหัวใจขุนแผนมหาเสน่ห์ 
*จันโทอะภกันตะโรปิติ ปิโย เทวะมนุสสานังอิตภิโยปุริ โสมะ อะ อุ อุ มะ อะ อิสวาสุ อิกะวิติ 
(ให้ภาวนาคาถานี้ ๓ จบก่อนออกไปพบคน จะทำให้คนที่ต้องไปพบเกิดความรักใคร่) 

คาถาหัวใจขุนแผนป้องกันตัว 
*ปัญจะมัง สิระสังชาตัง นะกาโร โหติ สัมภะโวพินธุ ทัณฑะ เภทะ อังกุ สิริ นะโมพุทธายะ 
(ใช้ท่องภาวนาเป่าใส่มือ แล้วตบมือดังๆ จะทำให้ปลอดภัยจากอันตรายไม่ว่าคนหรือสัตว์) 

คาถาขุนแผนป้องกันผี 
*นะโมพุทธายะ มะพะ ทะนะ ภะ กะ สะ จะสัพเพทวาปีสาเจวะ อาฬะวะกาทะโยปิยะขัคคัง ตาละปัตตัง ทิสวา สัพเพยักขาปะลายันติ สักกัสสะ วะชิราวุธังเวสสุวัณณัสสะ คะธาวุธังอะฬะวะกัสสะ ทุสาวุธังยะมะนัสสะ นะยะนาวุธังอิเมทิสวา สัพเพยักขา ปะลายันติ 

คาถาขุนแผนหนังเหนียว 
*สุกิตติมา สุภาจาโร สุสีละวา สุปากะโต อัสสะสิมา วะเจธะโร เกสะ โรวา อะสัมภิโต 
(ใช้สวดภาวนาคาถานี้กับน้ำมันทาถูร่างกายจะทำให้อาการฟกช้ำหายเร็ว หรือก่อนออกศึกใดๆ จะทำให้หนังเหนียวไม่บาดเจ็บง่าย) 

คาถาขุนแผนข่มศัตรู 
*ตะโต โพธิสัตโต ราชะสิงโหวะมหิทธิโกอะระหัง ตะมัตทังปะกาเสนโตราชะสิงโห สัตถาอาหะ นะโมพุทธายะ นะมามิสุคะตังชินัง 
(ใช้บริกรรมคาถาเมื่อจะต้องไปเจอศัตรู จะทำให้ศัตรูเกรงกลัว - ท่อง ๓ จบแล้วกระทืบเท้าดังๆ ก่อนออกจากบ้านเหมือนกับพิธีตัดไม้ข่มนาม) 

คาถาขุนแผนเสกขี้ผึ้ง 
*มทุจิตตัง สุวามุปขังทิตสวานิมามัง ปิยังมะมะเมตตา ชิวหายะมะ ทุรังทะตวาจาจัง สุตทังสุตตะวา 
สัพเพชะนาพะ หุชะนาอิตถีชะนาสัมมะนุนะ พรามมะนา นุนะปะสังสันติ 
(ใช้ภาวนากับขี้ผึ้งหรือลิปสติก จะทำให้คนรักเชื่อฟัง) 

คาถาขุนแผนหมัดหนัก 
*โสภะคะวา อะทิสะมานิ อุเทยยัง คัจฉันตัพพังสังลารัง ปะระมัง สุขัง นะลัพภะติมหาสูญโญ จะสัมภะโต สังสาเร อานังคัจฉันติ 
(ใช้ภาวนาเมื่อต้องการให้หมัดหนัก ไม่ใช่นักมวยก็ใช้ได้) 

คาถาหัวใจขุนแผนสาริกาลิ้นทอง 
*พุทธา อะเนนา มะลิยา สุสังคะเยมิ พุทธา อิริมะลิยา สุสังคะเยมิ พุทธา อิรปะโย เคมะคุณนะ ปักเขสะเมมะมิ อุนาโลมา ปันนะ วิชายะเต 
(ใช้สวดภาวนาหากต้องการให้คนรักใคร่ พูดจาเป็นเสน่ห์ ตอนท่องถึงคำว่า มิ ก็ให้แตะที่ลิ้นด้วยทุกครั้ง)

แหล่งอ้างอิง: http://www.goosiam.com/horoscope/spell/html/0000589.html

 

- เสริมโชคเสริมลาภด้วยพระคาถาบูชาพระสิวลี

โพสต์29 ก.ย. 2554 18:22โดยpong itcom   [ อัปเดต 29 ก.ย. 2554 18:44 ]


เสริมโชคเสริมลาภด้วยพระคาถาบูชาพระสิวลี

    คำภาวนาแบบสั้นๆ
             นะชาลีติ ในขณะค้าขาย หรือขอโชคขอลาภ การค้าจะดียิ่งขึ้น จะมีโชคมีลาภมากขึ้น
            คาถาบูชาพระสีวลี แบบเต็มๆ
            สีวะลี  จะ  มะหาเถโร  เทวะตานะปูชิโต  โสระโห
                  ปัจจะยาทิมหิ  อะหัง  วันทามิ  ตัง  สะทา
            สีวะลี  จะ  มะหาเถโร  ยักขาเทวาภิปูชิโต  โสระโห
                  ปัจจะยาทิมหิ  อะหัง  วันทามิ  ตัง  สะทา
            สีวะลี  เถระคุณัง  เอตัง  โสตถิ  ภะวันตุ  เมฯ 

แห่ลงอ่างอิง
http://apichoke.com/index.php?topic=17050.3900

- คาถาแผ่เมตตาพรหมวิหารสี่

โพสต์27 ก.ย. 2554 18:14โดยpong itcom

คาถาแผ่เมตตาพรหมวิหารสี่ 
บทเมตตา
สัพเพ สัตตา 
สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งสิ้น 
อะเวรา โหนตุ 
จงเป็นผู้ไม่มีเวรแก่กันและกันเถิด 
อัพยาปัชฌา โหนตุ 
จงเป็นผู้ไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน 
อะนีฆา โหนตุ 
จงเป็นผู้ไม่มีทุกข์กาย ทุกข์ใจเถิด 
สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ 
จงเป็นผู้มีสุข พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเถิด 
บทกรุณา
สัพเพ สัตตา 
สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งสิ้น 
สัพพะทุกขา ปะมุจจันตุ 
จงพ้นจากทุกข์เถิด 
บทมุทิตา
สัพเพ สัตตา 
สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งสิ้น 
มา ลัทธะสัมปัตติโต วิมุจจันตุ 
จงอย่าไปปราศจากสมบัติอันตนได้แล้วเถิด 
บทอุเบกขา
สัพเพ สัตตา 
สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ทั้งสิ้น 
กัมมัสสะกา 
เป็นผู้มีกรรมเป็นของของตน 
กัมมะทายาทา 
เป็นผู้รับผลของกรรม 
กัมมะโยนิ 
เป็นผู้มีกรรมเป็นกำเนิด 
กัมมะพันธุ 
เป็นผู้มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ 
กัมมะปะฏิสะระณา 
เป็นผู้มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย 
ยัง กัมมัง กะริสสันติ 
กระทำกรรมอันใดไว้ 
กัลยาณัง วา ปาปะกัง วา 
ดีหรือชั่ว 
ตัสสะ ทายาทา ภะวิสสันติ 
จักเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น
 

ที่มา: http://www.mahamodo.com/modo/dhama_bud/kata_main.aspx

- คาถาแผ่ส่วนกุศล

โพสต์27 ก.ย. 2554 18:12โดยpong itcom

คาถาแผ่ส่วนกุศล 
อิทัง เม มาตาปิตูนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ มาตาปิตะโร 
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่มารดา บิดาของข้าพเจ้า ขอให้มารดา บิดาของข้าพเจ้ามีความสุข 
อิทัง เม ญาตีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ ญาตะโย 
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า ขอให้ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้ามีความสุข 
อิทัง เม คุรูปัชฌายาจริยานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ คุรูปัชฌายาจริยา 
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ของข้าพเจ้า ขอให้ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ของข้าพเจ้ามีความสุข 
อิทัง สัพพะเทวะตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพเทวา 
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เทวดาทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เทวดาทั้งหลายทั้งปวงมีความสุข 
อิทัง สัพพะเปตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เปตา 
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เปรตทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เปรตทั้งหลายทั้งปวงมีความสุข 
อิทัง สัพพะเวรีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพเวรี 
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวงมีความสุข 
อิทัง สัพพะสัตตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ สัตตา 
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง ขอให้สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงมีความสุขทั่วหน้ากันเทอญ
 

ที่มา:
http://www.mahamodo.com/modo/dhama_bud/kata_main.aspx

- คาถา มหาลาภ

โพสต์16 ก.ค. 2554 03:30โดยpong itcom   [ อัปเดต 16 ก.ค. 2554 03:38 ]


คาถา มหาลาภ ถูกหวย

นะมามีมา มะหาลาภา อิติพุทธัสสะ สุวัณณังวา ระชะตังวา มะณีวา ธะนังวา พีชังวา อัตถังวา ปัตถังวา เอหิ เอหิ อาคัจเฉยยะ อิติมีมา นะมามิหัง


คาถา-อาคม

อินทะยะสัง เทวะยะสัง พรหมะยะสัง มหาพรหมะยะสัง อิสียะสัง 
มะหาอิสียะสัง มุนียะสัง มะหามุนียะสัง ปุริสะยะสัง มะหาปุริสะยะสัง 
จักกะวัตติยะสัง มะหาจักกะวัตติยะสัง พุทธะยะสัง ปัจเจกะพุทธะยะสัง 
อะระหันตะยะสัง สัพพะสิทธิวิชชาจะระณะยะสัง สัพพะโลกาธิปะติญาณะยะสัง 
สัพพะโลกะจะริยะญาณะยะสัง 
เอเตนะ ยะเสนะ เอเตนะ สัจจะวะจะเนนะ มะมะสุวัตถิ โหตุ มัยหัง สวาหายะ 
นะโม พุทธัสสะ นะโม ธัมมัสสะ นะโม สังฆัสสะ เสยยะถีทัง หุรูหุรู สวาหายะฯ

- ประวัติวันเข้าพรรษา

โพสต์13 ก.ค. 2554 23:18โดยpong itcom   [ อัปเดต 27 ก.ย. 2554 18:12 ]

   

 วันเข้าพรรษา เป็นวันสำคัญในพุทธศาสนาวันหนึ่ง ที่พระสงฆ์อธิษฐานว่าจะพักประจำอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง ตลอดระยะเวลาฤดูฝนที่มีกำหนดเป็นระยะเวลา 3 เดือน ตามที่พระธรรมวินัยบัญญัติไว้ โดยไม่ไปค้างแรมที่อื่น หรือที่เรียกติดปากกันโดยทั่วไปว่า จำพรรษา ("พรรษา" แปลว่า ฤดูฝน, "จำ" แปลว่า อยู่) พิธีเข้าพรรษานี้ถือเป็นศาสนพิธีสำหรับพระภิกษุโดยตรง ละเว้นไม่ได้ ไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ตาม เริ่มนับตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี และสิ้นสุดลงในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 หรือวันออกพรรษา

ประวัติวันเข้าพรรษา
    ในสมัยพุทธกาลนั้น พระพุทธเจ้าไม่ได้ทรงบัญญัติพระวินัยให้พระสงฆ์สาวกอยู่ประจำพรรษา เหล่าภิกษุสงฆ์จึงต่างพากันออกเดินทางเผยแผ่พระพุทธศาสนาในที่ต่างๆ โดยไม่ย่อท้อทั้งในฤดูหนาว ฤดูร้อน และฤดูฝน ต่อมาชาวบ้านได้พากันติเตียนว่า พวกสมณะไม่ยอมหยุดพักสัญจรแม้ในฤดูฝน ในขณะที่นักบวชในศาสนาอื่น พากันหยุดเดินทางในช่วงฤดูฝน การที่พระภิกษุสงฆ์จาริกไปในที่ต่างๆ แม้ในฤดูฝน อาจเหยียบย่ำข้าวกล้าของชาวบ้านได้รับความเสียหาย หรืออาจไปเหยียบย่ำโดนสัตว์เล็กสัตว์น้อยที่ออกหากินจนถึงแก่ความตาย เมื่อพระพุทธเจ้าทราบเรื่อง จึงได้วางระเบียบให้ภิกษุประจำอยู่ที่วัดเป็นเวลา 3 เดือน พระสงฆ์ที่เข้าจำพรรษาแล้วจะไปค้างแรมที่อื่นไม่ได้ แต่ถ้าหากเดินทางออกไปแล้วและไม่สามารถกลับมาในเวลาที่กำหนด คือ ก่อนรุ่งสว่าง ก็จะถือว่าพระภิกษุรูปนั้น"ขาดพรรษา"

    แต่หากมีกรณีจำเป็นบางอย่าง พระภิกษุผู้จำพรรษาสามารถไปค้างที่อื่นได้ โดยไม่ถือว่าเป็นการขาดพรรษา แต่ก็จะต้องกลับมาภายในระยะเวลาไม่เกิน 7 วัน ก็คือ

    1.การไปรักษาพยาบาลภิกษุ หรือบิดามารดาที่เจ็บป่วย 
    2.การไประงับภิกษุสามเณรที่อยากจะสึกมิให้สึกได้ 
    3.การไปเพื่อกิจธุระของคณะสงฆ์ เช่น การไปหาอุปกรณ์มาซ่อมกุฏิที่ชำรุด 
    4.หากทายกนิมนต์ไปทำบุญ ก็ไปฉลองศรัทธาในการบำเพ็ญกุศลของเขาได้

ประเภทของการเข้าพรรษา
การเข้าพรรษาแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ

    ปุริมพรรษา (เขียนอีกอย่างว่า บุริมพรรษา) คือ การเข้าพรรษาแรก เริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 (สำหรับปีอธิกมาส คือ มีเดือน 8 สองหน จะเริ่มในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 หลัง) จนถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 หลังจากออกพรรษาแล้ว พระที่อยู่จำพรรษาครบ 3 เดือน ก็มีสิทธิที่จะรับกฐินซึ่งมีช่วงเวลาเพียงหนึ่งเดือน นับตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ถึงขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 
ปัจฉิมพรรษา คือ การเข้าพรรษาหลัง ใช้ในกรณีที่พระภิกษุต้องเดินทางไกลหรือมีเหตุสุดวิสัย ทำให้กลับมาเข้าพรรษาแรกในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ไม่ทัน ต้องรอไปเข้าพรรษาหลัง คือวันแรม 1 ค่ำ เดือน 9 แล้วจะไปออกพรรษาในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ซึ่งเป็นวันหมดเขตทอดกฐินพอดี ดังนั้นพระภิกษุที่เข้าปัจฉิมพรรษาจึงไม่มีโอกาสได้รับกฐิน แต่ก็ได้พรรษาเช่นเดียวกับพระที่เข้าปุริมพรรษาเหมือนกัน

เครื่องอัฏฐบริขารของภิกษุระหว่างการจำพรรษา
    โดยปรกติเครื่องใช้สอยของพระภิกษุตามพุทธานุญาตที่ให้มีประจำตัวนั้น มีเพียง อัฏฐบริขาร ซึ่งได้แก่ สบง จีวร สังฆาฏิ เข็ม บาตร รัดประคด หม้อกรองน้ำ และมีดโกน แต่ช่วงหน้าฝนของการจำพรรษาในสมัยก่อนนั้น กว่าพระสงฆ์จะหาที่พักแรมได้ บางครั้งก็ถูกฝนเปียกปอน ชาวบ้านผู้ใจบุญจึงถวาย "ผ้าจำนำพรรษา" หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า ผ้าอาบน้ำฝน เพื่อให้พระสงฆ์ได้ผลัดเปลี่ยน และยังถวายของจำเป็นแก่กิจประจำวันเป็นพิเศษในช่วงเข้าพรรษา จนเป็นประเพณีทำบุญสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

การปฏิบัติตนในวันเข้าพรรษา
    แม้การเข้าพรรษาจะเป็นเรื่องของภิกษุ แต่พุทธศาสนิกชนก็ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้ทำบุญ รักษาศีล และชำระจิตใจให้ผ่องใส ในวันนี้หรือก่อนวันนี้หนึ่งวัน พุทธศาสนิกชนมักจะจัดเครื่องสักการะเช่น ดอกไม้ ธูปเทียน เครื่องใช้ เช่น สบู่ ยาสีฟัน เป็นต้น มาถวายพระภิกษุ สามเณรที่ตนเคารพนับถือ หรือมีการช่วยพระทำความสะอาดเสนาสนะ ซ่อมแซมกุฏิวิหารและอื่นๆ พอถึงวันเข้าพรรษาก็จะไปร่วมทำบุญตักบาตร ฟังเทศน์ ฟังธรรมและรักษาอุโบสถศีลกันที่วัด บางคนอาจตั้งใจงดเว้นอบายมุขต่างๆ เป็นกรณีพิเศษ เช่น งดเสพสุรา งดฆ่าสัตว์ เป็นต้น

    มีประเพณีที่สำคัญและสืบทอดกันเรื่อยมา ก็คือ ประเพณีหล่อเทียนพรรษา สำหรับให้พระภิกษุและพุทธศาสนิกชนทั่วไปได้จุดบูชาพระประธานในโบสถ์ซึ่งเทียนพรรษาสามารถอยู่ได้ตลอด 3 เดือน และเป็นกุศลทานอย่างหนึ่งในการให้ทานด้วยแสงสว่าง อีกทั้งมีการ "ประกวดเทียนพรรษา" ของแต่ละจังหวัดโดยจัดเป็นขบวนแห่ทั้งทางบกและทางน้ำ

.กิจกรรมต่างๆ ที่ควรปฏิบัติในวันเข้าพรรษา
    1.ร่วมกิจกรรมทำเทียนจำนำพรรษา 
    2.ร่วมกิจกรรมถวายผ้าอาบน้ำฝน และจตุปัจจัย แก่ภิกษุสามเณร 
    3.ร่วมทำบุญ ตักบาตร ฟังพระธรรมเทศนา รักษาอุโบสถศีล 
    4.อธิษฐาน งดเว้นอบายมุขต่างๆ 
    5.อยู่กับครอบครัว


ที่มา
http://th.wikipedia.org/wiki/วันเข้าพรรษา

- พระธรรมคุณ-พระพุทธคุณ-พระสังฆคุณ

โพสต์18 พ.ค. 2554 00:54โดยpong itcom   [ อัปเดต 18 พ.ค. 2554 01:17 ]

 
*พระพุทธคุณ.mp3 คลิก
 

 
*พระธรรมคุณ.mp3 คลิก

*พระสังฆคุณ.mp3 คลิก
 
 
 

- ข้อคิด ดีๆ

โพสต์18 พ.ค. 2554 00:17โดยpong itcom   [ อัปเดต 12 ม.ค. 2560 01:00 ]

 หนังสือ Time Magazine 


บอกว่า ที่อเมริกา มีงาน วิจัย พบว่า คน ที่มี ความสุข มาก ที่สุด ในโลก คือ ผู้ดำเนินตามทางของพระพุทธองค์ ทดสอบ ด้วยการ สแกน สมอง พระ ที่ทำ สมาธิ  และ ได้ ผลลัพธ์ ออกมาว่า เป็นจริง


 -  หลัก ความเชื่อ ของ เหตุ ที่ทำ ให้เกิด ความสุข นั้น ก็คือ อยู่กับ ปัจจุบัน ขณะ ปล่อยวาง ได้ ในสิ่งที่ เกิดขึ้น แล้ว ควบคุม ความอยาก ที่ ไม่มี สิ้นสุด


 - ไม่ใช้ ความ รุนแรง ไม่ ทะเลาะ และ ใช้หลัก เวรย่อม ระงับ ด้วยการไม่ จองเวร ให้อภัย ตัวเอง และ ผู้อื่น มี จิตใจ เมตตา กรุณา และ เสียสละ เพื่อ ผู้อื่น


 -  อริยสัจ 4 

สิ่งที่ พระพุทธเจ้า ทรง ค้นพบและ บอกไว้ด้วย ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค แท้จริงแล้ว ก็คือ ทางเดิน ไปหา คำว่า " ความสุข " เพราะ ถ้าเมื่อไร เรากำจัด " ความทุกข์ " ได้แล้ว ความสุข ก็จะ เกิดขึ้น


-  อุปสรรค ของ ความสุข ก็คือแรง ปรารถนา และ ตัณหา คนเรา จะมี ความสุข ไม่ ขึ้นอยู่ กับว่า" มีเท่าไร "แต่ ขึ้นอยู่ ที่ว่า เรา " พอเมื่อไร " 

ความสุข ไม่ได้ ขึ้นกับ จำนวนสิ่งของ ที่เรามี หรือเราได้...


 - ดังนั้น วิธี จะมี ความสุข อันดับแรก ต้องหยุด ให้เป็น และ พอใจ ให้ได้ 

 - ถ้าเรา ไม่หยุด ความอยาก ของเรา แล้ว ละก็...เรา ก็ จะต้อง วิ่งไล่ตาม หลายสิ่ง

ที่เรา " อยากได้ " แล้วนั่น มันเหนื่อย และ ความทุกข์ ก็จะ ตามมา...


 - ข้อ ต่อมา ที่ทำ ให้เรา เป็นสุข คือ การมอง ทุกอย่างในแง่ บวก ชีวิต แต่ละวัน 

แน่นอน.. เรา ต้องเจอ ทั้ง เรื่องดี และ ไม่ดี ถ้าเรา อยากจะ มีความสุข เราต้อง เริ่ม ด้วยการ มองแต่ สิ่งดี ๆ

มองให้ เป็นบวก เพื่อ ใจเรา จะได้ เป็นบวก คิดถึง สิ่งที่ เราทำ สำเร็จแล้ว ในวันนี้ สิ่งดี ๆ ที่เรา ได้ทำ


 -  ข้อต่อมา คือ การให้ หมาย รวมถึง การให้ ใน รูปแบบ สิ่งของ หรือเงิน เรียกว่า.. บริจาค และ การให้ ความ เมตตา กรุณา ต่อกัน

ให้อภัย ทั้งตัวเอง และ คนอื่น 

สิ่งเหล่านี้ ล้วน แล้วแต่ เป็น ปัจจัย ทำให้เรา มี ความสุข....


 - การ ปล่อยวาง ให้ได้ใน ทุกสิ่ง ที่ เกิดขึ้น แล้ว 

และ ที่กำลัง จะเกิดขึ้น ใน อนาคต ไม่ว่า เรื่องจะ ร้ายแรง

และ เศร้าโศก เพียงใด จำไว้ ว่า มัน จะโดน เวลา พัดพา มันไป จากเรา ไม่ช้า ก็เร็ว เรา จะผ่านพ้น ไปได้....และ ยอมรับ ในความ เป็นจริง ของ ชีวิต ไม่ว่า จะเป็น เรื่องที้เรา ไม่ชอบ เพียงใด ไม่ว่า ผิดหวัง 

สูญเสีย เจ็บป่วย ล้วน แล้วแต่  เป็น ส่วนหนึ่งของ ชีวิตเรา

ทุกคน ต้อง ได้ผ่านบท ทดสอบ นี้ทั้งสิ้น ไม่ว่า เราจะ เป็นใคร...


 - ทำตนเอง ให้สดใส ด้วยการ ยิ้มให้ ตนเอง 

 - ทำ คนอื่น ให้ สดใสได้ ด้วยการ ยิ้มให้เขา 

 - การยิ้ม ไม่ต้อง ลงทุน อะไร เลย แต่สร้าง ความ สดใส ได้มาก ทำให้เรา เป็นสุข อยู่เสมอ เพราะ ความสุข มัน อยู่ใกล้ แค่นี้เอง แค่ที่ ใจ ของเรา นี่เอง


 - ยิ้มแย้ม อย่าง แจ่มใส เห็นใคร ทักก่อน นี่คือ.. วิธี แสดงเสน่ห์ แบบง่าย ๆ แต่ ให้ผล มาก


 - การ ให้อภัย ไม่ต้อง ลงทุน อะไรเลย 

 - แต่การ แก้แค้น ลงทุนมาก


 - เขาด่า ว่าเรา ไม่ถึง นาที เขาอาจ ลืมไป แล้วด้วย แต่เรา ยังจดจำ ยังเจ็บใจ อยู่

... นี่เรา ฉลาด หรือโง่ กันแน่


 - บ่นแล้ว หมดปัญหา ก็น่าบ่น บ่นแล้ว มีปัญหา ไม่รู้ จะบ่น หาอะไร


 - เรา ยังเคย เข้าใจผิด ผู้อื่น ถ้า คนอื่น เข้าใจเรา ผิดบ้าง 

ก็ใช่ว่า จะเป็น เรื่องแปลก อะไร ทำไม ต้อง เศร้าหมอง ในเมื่อเรา ไม่ได้ เป็นอย่าง ที่ใคร เข้าใจ


 - อย่าโกรธ ฟุ่มเฟือย 

 - อย่าโกรธ จุกจิก 

 - อย่าโกรธ ไม่เป็น เวลา 

 - อย่าโกรธ มาก จะเสีย สุขภาพกาย และ สุขภาพจิต


 - แม้ จะฝึก ให้เป็น ผู้ไม่โกรธ ไม่ได้ 

 - แต่ฝึก ให้เป็น ผู้ไม่โกรธ บ่อยได้ 

 - ฝึก ให้เป็น ผู้รู้จัก ให้อภัย ได้


 - การ นินทา ว่าร้าย เป็นเรื่อง ของเขา 

 - การให้ อภัย เป็นเรื่อง ของเรา


 - การชอบ พูดถึง ความดี ของเขา คือ ความดี ของเรา   

 - การ ชอบพูด ถึงความ ไม่ดี ของเขา คือความ ไม่ดี ของเรา


 - โทษ คนอื่น แก้ไข อะไร ไม่ได้ 

 - โทษ ตนเอง แก้ไขได้


 - แก้ตัว ไม่ได้ ช่วยอะไร แต่ แก้ไข ช่วยให้ ดีขึ้น


 - การ นอนหลับ เป็นการ พักกาย 

 - การทำ สมาธิ เป็นการ พักใจ คน ส่วนใหญ่ พักแต่กาย ไม่ค่อย พักใจ


 - รู้จัก ทำใจ ให้รัก ผู้บังคับ บัญชา

 - รู้จัก ทำใจ ให้รัก ลูกน้อง 

 - รู้จัก ทำใจ ให้รัก เพื่อน ร่วมงาน

 - สวรรค์ ก็อยู่ ที่ทำงาน

 - เกลียด ผู้บังคับ บัญชา 

 - เกลียด ลูกน้อง 

 - เกลียด ผู้ร่วมงาน 

 - นรก ก็อยู่ ที่ทำงาน


 - การ ที่เรา ยังต้อง แสวงหา ความสุข แสดงว่า เรายังขาด ความสุข แต่ ถ้าเรา รู้จัก ทำใจ ให้ เป็นสุข ได้เอง ก็ ไม่ต้อง ไปดิ้นรน แสวงหา ที่ไหน


*อ่อนน้อม อ่อนโยน อ่อนหวาน นั้นดีแล้ว 

*อ่อนข้อ ให้เขาบ้าง ก็ยิ่งดี

*แต่... อ่อนแอนั้น ไม่ดี

*ในการ คบคน ศิลปะ ใด ๆ ก็สู้ ความ จริงใจ ไม่ได้ 

*จง ประหยัด คำติ แต่อย่า ตระหนี่ คำชม


 - อภัย ให้แก่กัน ในวันนี้ ดีกว่า อโหสิ ให้กัน ตอนตาย

 - ถ้าคิด ทำความดี ให้ทำได้ ทันที

 - ถ้าคิด ทำ ความชั่ว ให้เลิกคิด ทันที

 - ถ้า เลิกคิด ไม่ได้ ก็อย่าทำ วันนี้ ให้ ผลัดวัน ไปเรื่อย ๆ


 - ถึงจะรู้ ร้อยเรื่อง พันเรื่อง ก็ ไม่สู้ รู้เรื่อง ดับทุกข์

 - โลกสว่าง ด้วยแสงไฟ    ใจสว่าง ด้วยแสงธรรม

 - แสงธรรม ส่องใจ แสงไฟ ส่องทาง


 - ผู้ สนใจธรรม สู้ ผู้รู้ธรรม ไม่ได้

 - ผู้รู้ธรรม สู้ผู้ ปฎิบัติธรรม ไม่ได้

 - ผู้ ปฎิบัติธรรม สู้ผู้ที่ เข้าถึง ธรรม ไม่ได้


 - มีทรัพย์มาก ย่อม มีความ สะดวก มาก

 - มีธรรมะ มาก ย่อมมี ความสุข มาก


 *เมื่อก่อน ยังไม่มีเรา

เราเพิ่ง มีมา เมื่อ ไม่นาน มานี้เอง

และ อีก ไม่นาน ก็จะ ไม่มี เราอีก

จึงควร รีบทำดีทำสมาธิภาวนา ในขณะที่ ยังมี... เราอยู่


..เพราะนี่คือ.สัจจธรรม..

อ้างอิง: หนังสือ Time Magazine 


- บทแผ่เมตตาให้ตนเอง และสรรพสัตร์

โพสต์17 พ.ค. 2554 21:40โดยpong itcom   [ อัปเดต 11 ม.ค. 2560 19:44 ]

บทแผ่เมตตา
คำแผ่เมตตาให้แก่ตนเอง
อะหัง สุขิโต โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้า จงเป็นผู้มีความสุขเถิด
อะหัง นิททุกโข โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้า จงเป็นผู้ไม่มีความทุกข์
อะหัง อะเวโร โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้า จงเป็นผู้ไม่มีเวร
อะหัง อัพยาปัชโฌ โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้า จงเป็นผู้ไม่มีความพยาบาทเบียดเบียน
อะหัง อะนีโฆ โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้า จงเป็นผู้ไม่มีความทุกข์กายทุกข์ใจ
สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิฯ
ขอให้ข้าพเจ้า จงมีความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเทอญฯ

..............................................
คำแผ่เมตตาให้แก่สรรพสัตว์
สัพเพ สัตตา อะเวรา โหนตุ
สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น
จงเป็นสุขๆ เถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย
อัพญาปัชฌา โหนตุ
จงเป็นสุขๆ เถิด อย่าได้พยาบาทเบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย
อะนีฆา โหนตุ
จงเป็นสุขๆ เถิด อย่าได้มีความทุกข์กาย ทุกข์ใจเลย
สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุฯ
จงมีความสุขกาย สุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นนี้เทอญฯ


สำหรับแผ่ให้ ตนเอง และสรรพสัตว์ทั้งหลาย 

- พระพุทธเจ้า 10 ชาติ (การ์ตูน)

โพสต์17 พ.ค. 2554 21:17โดยpong itcom   [ อัปเดต 11 ม.ค. 2560 18:52 ]

- พุทธชาติการ์ตูน 1 พระเตมีย์ คลิก
- พุทธชาติการ์ตูน 2 พระมหาชนก คลิก
- พุทธชาติการ์ตูน 3 สุวรรณสาม คลิก
- พุทธชาติการ์ตูน 4 พระเนมิราช คลิก
- พุทธชาติการ์ตูน 5 พระมโหสถ คลิก
- พุทธชาติการ์ตูน 6 พระภูริทัต คลิก
- พุทธชาติการ์ตูน 7 พระจันทกุมาร คลิก
- พุทธชาติการ์ตูน 8 พระนารทพรหม คลิก
- พุทธชาติการ์ตูน 9 พระวิธูรบัญฑิต คลิก
- พุทธชาติการ์ตูน 10 พระเวสสันดร คลิก

 อ้างอิง: http://www.youtube.com

1-10 of 15