วิธีแก้ปัญหา Program and Windows


*วิธีการใช้งาน Teamviewer แบบฟรี ไม่มีหมดอายุ

โพสต์24 ส.ค. 2560 00:01โดยpong itcom

สำหรับการใช้งานโปรแกรมรีโมทหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่าง Teamviewer  ที่ฮิตใช้งานกันอย่างแพร่หลาย แต่มีหลายครั้งที่เกิดปัญหา คือ บางคนติดตั้งโปรแกรมไปแล้ว ทำให้ตัว License ทดสอบการทำงานนั้นรันเวลาเพื่อนับถอยหลัง พอจะไปใช้อีกที ก็หมดอายุเชื่อมต่อไม่ได้ซะแล้ว วันนี้เลยเอาวิธีการใช้งาน Teamviewer  มาบอกต่อกัน เพราะเป็นโปรแกรมที่มีความจำเป็นในการบริการลูกค้าของเรามาก

1. เลือกเมนูเพื่อรันตัวโปรแกรมเฉยๆ


ตามภาพ ไม่ต้อง install ติดตั้งโปรแกรมจากนั้นกด Accept-run

2. จากนั้นก็ใช้งานได้เลยครับ ID และ pass จะขึ้นและ

แต่หากท่านใดพลาดติดตั้งโปรแกรมไปก่อนแล้ว ลบแล้วลงใหม่ยังไงก็ไม่ได้ ติด License แก้ไม่ได้ วันนี้ผมมีวิธีแก้ แล้วหลังจากนั้นต่อไปก็ Run only ธรรมดาแล้วก็ใช้งานได้เลย มาดูวิธีแก้ไข สำหรับคุนที่ทำการติดตั้งไปแล้ว แล้วโปรแกรมหมดอายุ

มาดูขั้นตอนกันการลบ

1. Uninstall หรือรีมูฟ Teamviewer ด้วยวิธีปกติก่อน
2. จากนั้นเข้าไปที่ C:\Documents and Settings\ชื่อเรา\Application Data
แล้วจัดการลบโฟลเดอร์ Teamviewer ทิ้งไปเลย
3. คลิก Start > Run พิมพ์ regedit เพื่อเข้าไปแก้ไข Registry
4. ที่ Registry Editor > HKEY_CURRENT_USER > Software
ที่ Registry Editor > HKEY_LOCAL_MACHINE > Software
ลบโฟลเดอร์ Teamviewer ออกไปเลย (คลิกขวา Delete)
5. ทีนี้มาถึงขั้นตอนสำคัญ ส่วนที่ทำให้เราสลัด Teamviewer ไม่หลุด
ต้องใช้ซอฟท์แวร์ช่วยก็คือ Mac Makeup (แก้ไข MAC Address)

  ดาวน์โหลดตัวโปรแกรมล่าสุดได้ที่ http://www.teamviewer.com/th/download/windows.aspx

แหล่งอ้างอิง: เค.ดี.ไซเบอร์ กรุ๊ป

*ขึ้น Windows-System Error

โพสต์10 ส.ค. 2560 00:28โดยpong itcom

ขึ้น Windows-System Error
สาเหตุ เกิดจากip เครื่องมันตรงกัน เนื่องจากเราตั้งแบบออโต้ ip ไว้
วิธีแก้คือ ให้ทำการ fix ip เสียก็ใช้ได้แล้วครับ
การ fix ip
 คลิกขวา My network Places เลือก properties จะเห็น Local Area Network ก็คลิกขวาอีกครั้งครับ
ไปที่ Internet Protocal ดับเบิ้ลคลิกเข้าไป Ip address แก้เป็น 192.168.1xx.1xx    1xx = หมายเลขเครื่อง
 ตัวอย่างเครื่อง 1 ก็เป็น 101 นะครับ subnet mask 255.255.255.0 Gateway 192.168.1.1 ส่วน DNS นั้นก็คุณใช้ net ของบริษัทไหนครับ

-วิธีแก้ไขเมื่อ Folder Options หาย และการกู้คืน regedit

โพสต์30 พ.ค. 2560 21:22โดยpong itcom   [ อัปเดต 30 พ.ค. 2560 21:22 ]

*วิธีแก้ไขเมื่อ Folder Options หาย และการกู้คืน regedit

webmaster's picture
Sat, 10/03/2007 - 23:34 — webmaster

วิธีแก้ไขเมื่อ Folder Options หาย และการกู้คืน regedit

1. ปลดล๊อค RegEdit ให้กลับมาใช้ได้ โดยกด Start -> Run จากนั้น copy ข้อความข้างล่างนี้ แล้ว Paste ลงไป กด Enter
REG add HKCU\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Policies\System /v DisableRegistryTools /t REG_DWORD /d 0 /f
หรือ อีกวิธีคือ โหลดไฟล์นี้ไปแล้วคลิ๊กขวา เลือก Install
http://securityresponse.symantec.com/avcenter/UnHookExec.inf

2. Restart เครื่อง

3. Start >> Run >> Regedit เปิดตำแหน่งตามด้าน ล่าง
HKEY_CURRENT_USER>Software>Microsoft>Windows>CurrentVersion>Policies>Explorer
ในหน้าต่างด้านขวา ให้ลบ Folder ชื่อ NoFolderOptions = "dword:00000001" 
หรือ ถ้าส่วนที่อยู่ใน "..." ไม่เหมือนกัน ให้ดูแต่ชื่อข้างหน้า คือ NoFoloderOptions ลบทิ้งไป แล้ว Restart เครื่องอีกครั้ง

-วิธีแก้อาการข้อมูลใน Flash drive หาย(ไวรัสซ่อนไฟล์)

โพสต์30 พ.ค. 2560 21:20โดยpong itcom   [ อัปเดต 30 พ.ค. 2560 21:20 ]

วิธีแก้อาการข้อมูลใน Flash drive หาย(ไวรัสซ่อนไฟล์)
อาการที่พบ


    อาการที่พบดังรูป



หรือ



วิธีแก้ไข

1.ไปที่ start



2.ไปที่ run พิมพ์ cmd กด ok




3.กลับมาดูที่ไดร์ my computer ดูไดร์ usb ว่าอยู่ไดร์ไหน เช่น E G H I หรือ K



   3.1 พิมพ์ไดร์ usb ที่เราต้องการ format เครื่องผมเป็นไดร์ G



   3.2 พิมพ์ G: กด enter



3.3 พิมพ์ attrib *.* -s -h -a -r /s /d  กด enter รอสักพัก





คราวนี้กลับไปดู flashdrive ที่โดน ไวรัสสร้าง shortcut หรือ ไวรัสซ่อนไฟล์ 



ไฟล์ทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิมเป็นอันเสร็จครับ


-วิธีปิดอัพเดท Windows 10 (Windows Update)

โพสต์30 พ.ค. 2560 21:15โดยpong itcom   [ อัปเดต 30 พ.ค. 2560 21:15 ]

*

วิธีปิดอัพเดท Windows 10 (Windows Update)

วิดีโอ YouTube



แหล่งอ้างอิง คุณ Pok9

- การเปลี่ยนระบบไฟล์ซิสเต็มแบบ FAT32 เป็น NTFS ในวินโดวส์

โพสต์5 พ.ค. 2554 01:00โดยpong itcom   [ อัปเดต 5 พ.ค. 2554 01:04 ]

เทคนิคนี้จะเป็นการเปลี่ยนระบบไฟล์ซิสเต็มจากระบบไฟล์แบบ FAT32 ไปเป็น NTFS ซึ่งถ้าฮาร์ดดิสต์ที่เราใช้อยู่เป็นระบบ FAT32 และอยากจะถ่ายโอนข้อมูลที่มีความจุเกิน 4 GB จากแผ่นดีวีดีที่โดนเข้ารหัสมาเป็นไฟล์อิมเมจเช่น ISO, MDF เป็นต้น จะไม่สามารถทำได้ เพราะระบบไฟล์แบบ FAT32 จะไม่รู้จัก


FAT, FAT32, NTFS แตกต่างกันอย่างไร

FAT: เป็นระบบไฟล์เก่าแก่ มีการทำงานที่ 16 บิต และมีข้อจำกัดที่สามารถมองเห็นฮาร์ดดิสต์ได้เพียง 2GB ต่อ 1 พาร์ทิชันเท่านั้น

FAT32: เป็นระบบไฟล์ที่ถูกพัฒนามาจากระบบ FAT โดยเริ่มมีการนำมาใช้งานตั้งแต่ Windows 95, 98, ME, 2000 โดยทำงานอยู่ที่ 32 บิต และมีความเร็วสูงกว่า FAT

NTFS: เป็นระบบไฟล์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในการประมวลผลข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ ทั้งนี้ NTFS จะมีความสามารถในการบีบอัดข้อมูลสูง ทำให้มีพื้นที่เก็บข้อมูลเพิ่มขึ้น และ NTFS ยังสามารถรองรับขนาดของไฟล์ได้ตั้งแต่ 4-64 GB ต่อ 1 ไฟล์ได้อีกด้วย

Note. ปกติเราสามารถสั่งฟอร์แมตผ่าน My Computer หรือ Disk Management ได้เลย แต่ในที่นี้จะทำก็ต่อเมื่อในไดร์ฟนั้นๆมีข้อมูลอยู่เยอะมากและไม่สามารถแบ็คอัพไปไว้ยังไดร์ฟหรือฮาร์ดดิสต์ลูกอื่นได้

ขั้นตอน

1.คลิกปุ่ม Start > Run แล้วพิมพ์ cmd > OK

2.พิมพ์คำว่า Convert K:/fs:ntfs แล้วกด Enter (K ในที่นี้คือไดร์ฟหรือพาร์ทิชันที่เราต้องการจะเปลี่ยน)

 


- แก้ปัญหาพื้นหลังไอคอนบนเดสต์ทอปไม่โปร่งใส

โพสต์5 พ.ค. 2554 00:38โดยpong itcom   [ อัปเดต 5 พ.ค. 2554 01:03 ]

    ขอกราบสวัสดีครับเพื่อนๆทุกๆท่าน วันนี้กลับมาพบกับผมนาย microsoft คนเดิมอีกแล้วนะครับ (microsoft ชื่อนามแฝงที่ใช้อยู่ตามเว็บต่างๆนะครับ ไม่ใช่ microsoft.com เผื่อเข้าใจผิด.. อิอิ) หลังจากที่อัพเดตแต่ข่าวสาร (News) และความรู้ทั่วไป (Knowledge) บ่อยมากกก วันนี้ก็เลยต้องอัพเดตความรู้ในโซน Article กลุ่มของ Software กันซะหน่อย นอนไม่หลับถ้าไม่ได้อัพเดต กลัวเพื่อนๆหนี (ขออ้อนนิดนะครับ อิอิ) เรามาเข้าเรื่องความรู้เล็กๆน้อยๆของวันนี้กันหน่อยดีกว่า ตอนนี้ยังมีผู้ใช้ Windows XP อยู่เยอะพอสมควรนะครับเท่าที่ผมลองเช็คดูสถิติจากเว็บ Stats บางที่ โดยสามารถเช็คได้ว่ามีผู้ใช้ท่านใดใช้ Windows อะไรในการเข้าชมเว็บบ้าง อันนี้ยังไม่นับผู้ที่ใช้งานตามบ้านที่ไม่ได้ต่ออินเตอร์เน็ตด้วยก็คงจะเยอะ พอสมควร แม้จะมี Windows Vista, Windows 7 ออกมาให้เลือกใช้งานก็ตาม และคิดว่าน่าจะมีหลายๆท่านที่เจอกับปัญหาพื้นหลังไอคอนเป็นสีฟ้า สีไม่โปร่งใสเหมือนกับตอนที่เพิ่งลง Windows เสร็จใหม่ๆ อาจจะเนื่องจากการลองผิดลองถูกในการใช้งานหรืออาจจะเกิดจากไวรัสบางตัวทำให้ เกิดปัญหานี้ขึ้นมา เอาเป็นว่าเรามาดูวิธีแก้ปัญหากันดีกว่า

 

ก่อนการแก้ไข 

 
หลังการแก้ไข

 สำหรับปัญหาของไอคอนมีให้เลือกแก้กันได้ 3 วิธีนะครับ

วิธีที่ 1

    1. คลิกขวาที่ My Computer -> เลือก Properties -> คลิกแท็บ Advanced -> ที่หัวข้อ Performance คลิกปุ่ม Settings

    2. หน้าต่าง Performance Options จะถูกเปิดขึ้น -> ที่แท็บ Visual Effects เลือกประเภทเป็น Custom: -> สังเกตที่หัวข้อ Use drop shadows for icon labels on the desktop ถ้าไม่มีเครื่องหมายถูกติ๊กอยู่ ให้ติ๊กถูกด้วย ดังรูป

 

เสร็จแล้วกดปุ่ม Apply -> OK -> แล้วสังเกตความเปลี่ยนแปลง

วิธีที่ 2

    1. คลิกขวาที่ว่างๆบนหน้าจอเดสต์ทอป -> เลือก Arrange Icons By

 

    2. ถ้ามีเครื่องหมายถูกติ๊กอยู่หน้าหัวข้อ Lock Web Items on Desktop ให้เอาออก แล้วสังเกตความเปลี่ยนแปลง

 วิธีที่ 3

    1. คลิกขวาที่ว่างๆบนหน้าจอเดสต์ทอป -> เลือก Properties

     2. หน้าต่าง Display Properties จะถูกเปิดขึ้นมา ให้คลิกที่แท็บ Desktop -> แล้วคลิกปุ่ม Customize Desktop…

 

     3. หน้าต่าง Desktop Items จะถูกเปิดขึ้นมา ให้คลิกที่แท็บ Web -> ที่หัวข้อ Web pages: ถ้ามีรายชื่อ Web items มากกว่าในรูปและมีเครื่องหมายถูกติ๊กอยู่ ให้เอาเครื่องหมายถูกออกให้หมด และที่หัวข้อ Lock desktop items ให้เอาเครื่องหมายถูกออกด้วย แล้วกด OK -> สังเกตความเปลี่ยนแปลง

 

ไม่มีอะไรยากเกินความสามารถของเราเอง
 
ขอขอบคุณ
แหล่งอ่างอิง: http://www.varietypc.net/main/archives/1391

- การติดตั้ง Windows XP สำหรับผู้เริ่มต้นอย่างละเอียดยิบ..

โพสต์20 เม.ย. 2554 21:00โดยpong itcom   [ อัปเดต 3 พ.ค. 2554 22:50 ]

การติดตั้ง Windows XP สำหรับผู้เริ่มต้นอย่างละเอียดยิบ..

20 เมษายน 2011 - 13:10 Article & Tutorials, Windows XP

เนื้อหาหลักๆจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนดังนี้

 1.การติดตั้งวินโดวส์ (แบบทุกขั้นตอน)

 2.การตั้งค่าภาษาไทยให้ใช้งานได้

 3.การลงทะเบียน (Activate) กับทางไมโครซอฟต์ (กรณีที่เป็น Windows XP ของแท้)

 แต่บทความนี้ผมใช้วินโดวส์เวอร์ชัน Student Release ในการถ่ายทำ ข้อดีของมันก็สามารถอัพเดตได้ และอย่างอื่นอีกเพียบ (ขอไม่บอกละกันครับ ต้องรอชมกันเอาเองครับ อิอิ)

 

การติดตั้งวินโดวส์

 1.เปิดเครื่องแล้วเข้าไปเซ็ตค่าบูตจากไดร์ฟซีดีรอมที่ไบออส ซึ่งเมนบอร์ดบางรุ่นจะมีปุ่มกดไม่เหมือนกัน เช่น

 + เมนบอร์ด Asus, ECS, Gigabyte, MSI ให้กด Del หรือ Delete เพื่อเข้าหน้าไบออส

 + เมนบอร์ด Asrock ให้กด F2 เพื่อเข้าหน้าไบออส

 + เมื่อเข้าไปแล้ว ไบออสอาจจะไม่เหมือนกัน แต่ให้หาหัวข้อบูต ซึ่งหัวข้อแรกให้เลือกเป็น CD-Rom และตัวที่สองให้เลือกเป็น Harddisk ดังรูป

 
2.เมื่อเซ็ตค่าเสร็จแล้วให้กด ESC 1 ครั้ง เพื่อออกมาที่หน้าหลัก แล้วเลื่อนลูกศรไปที่ Exit > Exit & Save Changes เพื่อออกจากไบออส
 

 3.เสร็จแล้วจะพบกลับหน้าจอนี้ Press any key to boot from CD ให้กดปุ่ม Enter หรือปุ่มอะไรก็ได้ เพื่อสั่งให้บูตจากไดร์ฟซีดี

  4.ตัววินโดวส์จะเริ่มการโหลดไฟล์ที่จำเป็นต่างๆ ให้ปล่อยไว้เลย ไม่ต้องทำอะไรครับ

 
5.ถ้ากดปุ่ม Enter จะเป็นการสั่งให้การติดตั้งวินโดวส์ดำเนินการต่อไป แต่ถ้ากด R จะเป็นการซ่อมแซมไฟล์ของวินโดวส์ที่มีปัญหาผ่านหน้าต่างดอส ในที่นี้จะเป็นการติดตั้งใหม่ให้กด Enter
 

 
6.ให้กดปุ่ม F8 เพื่อยอมรับเงื่อนไขข้อตกลงในการใช้งาน Windows XP ที่ทางไมโครซอฟต์กำหนดไว้
 

 
7.ถึงหน้านี้ให้กด ESC=Don’t Repair เพื่อไม่ต้องการซ่อมแซมไฟล์ เพราะต้องการล้างหรือติดตั้งวินโดวส์ใหม่

 8.ใช้ปุ่มที่คีย์บอร์ดเลือกไดร์ฟ C: และกดปุ่ม D เพื่อลบพาร์ทิชัน 

 
9.หลังจากกดปุ่ม D จะมีหน้าต่างยืนยันการลบพาร์ทิชัน ให้กด Enter
 

10.วินโดวส์จะถามซ้ำอีกครั้งว่าท่านต้องการลบพาร์ทิชันนี้? ให้กด L เพื่อยืนยันการลบ
 

 
11.จากรูปจะแสดงพาร์ทิชันเปล่าที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ กด Enter เพื่อติดตั้งวินโดวส์ต่อไป
 

 12.สำหรับการเลือกรูปแบบการฟอร์แมตไดร์ฟ จะมีรายละเอียดดังนี้

+ Format the partition using the NTFS file system (Quick) = จะเป็นการฟอร์แมตไดร์ฟและแปลงรูปแบบไฟล์ระบบเป็น NTFS (ฟอร์แมตอย่างเร็ว)

 + Format the partition using the FAT file system (Quick) = จะเป็นการฟอร์แมตไดร์ฟและแปลงรูปแบบไฟล์ระบบเป็น FAT32 (ฟอร์แมตอย่างเร็ว)

 + Format the partition using the NTFS file system = จะเป็นการฟอร์แมตไดร์ฟและแปลงรูปแบบไฟล์ระบบเป็น NTFS (ฟอร์แมตแบบธรรมดา)

 + Format the partition using the FAT file system = จะเป็นการฟอร์แมตไดร์ฟและแปลงรูปแบบไฟล์ระบบเป็น FAT32 (ฟอร์แมตแบบธรรมดา)

 แนะนำให้เลือกตัวเลือกที่ 1 นั่นก็คือการฟอร์แมตไดร์ฟและแปลงรูปแบบไฟล์ระบบเป็น NTFS (ฟอร์แมตอย่างเร็ว) 

 
13.ระบบจะเริ่มทำการฟอร์แมตไดร์ฟ C เพื่อติดตั้งวินโดวส์ใหม่
 

14.ต่อจากนั้น ระบบจะเริ่มก๊อปปี้ไฟล์สำหรับการติดตั้งทั้งหมดลงฮาร์ดดิสต์ ให้รอสักครู่ครับ

15.ให้รอสักครู่ ระบบกำลังดำเนินการเพื่อรีสตาร์ทเครื่องใหม่ หรือกด Enter ถ้าไม่อยากรอ

 

16.เมื่อบูตเครื่องขึ้นมาใหม่ ระบบวินโดวส์ก็จะทำการติดตั้งตัวเองต่อ จะใช้เวลาในการติดตั้งสักครู่

17.ระบบจะให้กำหนดภาษามาตรฐานที่จำเป็นต้องใช้ ให้คลิก Next > ต่อไปได้เลย (ในส่วนนี้เราสามารถกำหนดค่าใหม่ได้ในภาย   หลัง ซึ่งจะอยู่ในขั้นตอนสุดท้าย) 

18.ใส่ชื่อของเรา (ชื่อสำหรับล็อกอิน) และชื่อบริษัทหรือใส่ตามความต้องการ
 

 19.ใส่ Product Key ของ Windows XP ที่มีให้มาในกล่องกับแผ่นวินโดวส์หรือบนตัวแผ่นซีดี (จะมีมาให้ทั้งที่เป็นวินโดวส์ลิขสิทธิ์และวินโดวส์เถื่อน แต่ถ้าเป็นวินโดวส์แฟชั่นหรือวินโดวส์โมดิฟายจะไม่มีขั้นตอนนี้มาให้)

 20.ใส่ชื่อ Computer name: ชื่อของเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่ในส่วนของ Type an Administrator password. ตรงนี้ไม่ต้องใส่ก็ได้ เราสามารถกำหนดค่าได้ในภายหลัง

 

 21.กำหนดค่าเวลามาตรฐานที่จำเป็นต้องใช้ในหัวข้อ Time Zone ให้เป็นเวลาของประเทศไทย ดังรูป

22.สำหรับการกำหนดค่าของเน็ตเวิร์คในส่วนนี้ให้เลือกเป็นแบบทั่วไป (Typical settings)

สำหรับรูปแบบการติดตั้ง Windows XP จะมีหัวข้อให้เลือกดังนี้

 + Typical: ติดตั้งแบบทั่วไป ซึ่งจะมีส่วนประกอบที่จำเป็นสำหรับการใช้งานพื้นฐานทั่วไปได้ทันที

 + Custom: เราสามารถเลือกองค์ประกอบสำหรับการติดตั้งได้เอง โดยอาจเลือกเฉพาะบางส่วนที่จำเป็นต้องใช้เท่านั้นก็ได้

 

23.กำหนดค่า Workgroup ที่จำเป็นต้องใช้ในระบบเครือข่าย ในที่นี้ระบบจะกำหนดระบบให้เราโดยอัตโนมัติ ให้กด Next > ต่อไป  ได้เลย

24.ระบบจะทำการติดตั้งในส่วนที่เหลือต่อจนจบ ให้รอสักครู่

 

25.ระบบการติดตั้งจะทำการรีสตาร์ทตัวเองเพื่อบูตเข้าระบบใหม่ แล้วจะเจอกับหน้าจอต้อนรับของ Windows XP

26.หน้าจอสำหรับ Windows Updates เมื่อมี Service Pack หรือส่วนต่างๆที่ถูกพัฒนาและอัพเดตใหม่ ตัววินโดวส์จะคอยอัพเดตให้อัตโนมัติ ในส่วนนี้เราปิดการทำงานเบื้องต้นไปได้เลย โดยเลือกที่ Not right now

 27.หน้าจอสำหรับการลงทะเบียนกับทางไมโครซอฟต์ เลือก No, not at this time เพื่อไม่ลงทะเบียนในตอนนี้

28.กำหนดชื่อผู้ใช้ เพื่อมีสิทธิ์ในการเข้าใช้งานวินโดวส์ได้ (แต่ในส่วนนี้เราสามารถเพิ่มได้ในภายหลังด้วย)

29.คลิก Finish เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนของการติดตั้งวินโดวส์
 

30.แสดงหน้าจอสำหรับเริ่มต้นการเข้าใช้งาน Windows XP ครับ

 
การตั้งค่าภาษาไทยให้ใช้งานได้

 1.จากขั้นตอนของการติดตั้งวินโดวส์ที่กล่าวมาทั้งหมด จะยังไม่ได้ติดตั้งภาษาไทยลงไปด้วย ดังนั้นเราต้องเข้าไปตั้งค่าให้วินโดวส์สามารถใช้งานภาษาไทยได้ก่อนครับ โดยคลิกที่ Start > Control Panel

2.ดับเบิลคลิกที่ไอคอน Regional and Language Options เพื่อตั้งค่าให้สามารถใช้งานภาษาไทยได้

3.ที่แท็ป Languages และหัวข้อ Supplemental language support ให้ใส่เครื่องหมายถูกที่หัวข้อแรก เพื่อติดตั้งภาษาไทยเข้ามา ส่วนหัวข้อ East Asian languages จะใส่หรือไม่ก็ได้ ถ้าหากใส่จะสามารถเพิ่มภาษาอื่นๆนอกเหนือจากภาษาไทยเช่น ญี่ปุ่น, จีน, เกาหลี เป็นต้น เสร็จแล้วกด Apply

 Note. ในขั้นตอนนี้จำเป็นจะต้องใส่แผ่นซีดี Windows XP เข้าไปด้วย เพราะเมื่อกดปุ่ม Apply แล้ว ตัวโปรแกรมจะถามหาแผ่นด้วย เพื่อก็อปปี้ไฟล์สำหรับติดตั้งภาษาต่างๆเพิ่มเข้าไป

 

4.แสดงหน้าต่างของการก็อปปี้ไฟล์ต่างๆจากแผ่น Windows XP ลงไปยังระบบ

5.กลับมาที่หน้าจอหลักของ Regional and Language Options กันต่อ คลิกแท็ป Languages และปุ่ม Details…

6.ที่หัวข้อ Installed services คลิกปุ่ม Add… เพื่อเพิ่มการใช้งานภาษาไทยเข้าไป สำหรับการเรียกใช้งานปุ่มสลับภาษา

 7.ที่หัวข้อ Add Input language ให้กำหนดค่าตามรูป แล้วกด OK 

8.จะได้ตามรูป แล้วกด Apply > OK

9.กลับมาที่หน้าจอหลักของ Regional and Language Options อีกครั้ง ที่แท็ป Advanced ให้กำหนดค่าตามรูป เสร็จแล้วกด Apply

 

 10.กลับมาที่หน้าต่าง Regional and Language Options อีกครั้ง (รูปในข้อ 5)

 11.ที่หน้าจอ Text Services and Input Languages คลิกที่ปุ่ม Key Settings…

 

12.กดปุ่ม Change Key Sequence… แล้วตั้งค่าให้กับปุ่มสลับภาษา (Grave Accent) เริ่มทำงาน แล้วกด OK > OK เพื่อปิดหน้าต่างทั้งหมด

เพียงเท่านี้วินโดวส์ก็จะใช้งานภาษาไทยและปุ่มสลับภาษาได้แล้วครับ

 การลงทะเบียน (Activate) กับทางไมโครซอฟต์ (กรณีที่เป็น Windows XP ของแท้)

สำหรับท่านที่ใช้ Windows XP ที่เป็นลิขสิทธิ์ เมื่อติดตั้งวินโดวส์และปุ่มสลับภาษาเรียบร้อยแล้ว ยังมีอีกหนึ่งขั้นตอนที่จะต้องทำด้วย นั่นก็คือ การลงทะเบียนการใช้งานวินโดวส์กับทางไมโครซอฟต์ก่อน ถึงจะใช้งานวินโดวส์ได้ หรือถ้าหากไม่ทำการลงทะเบียน อายุการใช้งานก็จะถูกจำกัดอยู่แค่ 30 วันเท่านั้นเอง ซึ่งการลงทะเบียนก็ไม่ยากครับ ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ได้เลย

 

1.คลิกปุ่ม Start > Activate Windows

 

 2.วินโดวส์จะถามว่าท่านต้องการลงทะเบียนแบบไหน จะลงทะเบียนผ่านทางอินเตอร์เน็ต หรือผ่านทางโทรศัพท์ก็ได้ ในที่นี้ผมใช้การลงทะเบียนผ่านทางโทรศัพท์ ให้เลือกตัวเลือกดังรูป

 3.เลือกประเทศที่ท่านอยู่อาศัย, กดหมายเลขโทรศัพท์ที่ระบุไว้

 4.ระบบตอบรับอัตโนมัติจะแจ้งรายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับขั้นตอนการลงทะเบียนและให้ท่านกดใส่หมายเลขผลิตภัณฑ์จำนวน 9 ชุดกับทางไมโครซอฟต์

 

 5.ระบบตอบรับอัตโนมัติจากไมโครซอฟต์ก็จะให้หมายเลขที่ใช้ในการลงทะเบียนมาอีก 7 ชุดด้วย (ในขั้นตอนนี้ แนะนำว่าให้หากระดาษกับปากกามาจดหมายเลขของผลิตภัณฑ์ไว้ก่อนครับ กันพลาด จะได้ไม่ต้องโทรไปลงทะเบียนใหม่) เสร็จแล้วให้กด Next

6.แสดงหน้าจอขอบคุณสำหรับการลงทะเบียนกับไมโครซอฟต์ กด Finish เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนการลงทะเบียนต่างๆครับ

ขอขอบคุณ

แหล่งที่มา http://www.varietypc.net

- เข้าวินโดวส์ไม่ได้ ระบบฟ้อง Hal.dll is Missing or Corrupt Error

โพสต์13 ต.ค. 2552 00:54โดยpong itcom   [ อัปเดต 5 พ.ค. 2554 00:56 ]

ส่งท้ายกันหน่อยครับ สำหรับ Windows XP ที่กำลังจะโดนยกเลิกการอัพเดตอัตโนมัติจากเซิฟเวอร์ของไมโครซอฟต์ในวันที่ 21/04/2554 อีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ แต่ก็คิดว่ายังมีผู้ใช้งานอีกเยอะที่ยังไม่อยากเปลี่ยนการใช้งานไปใช้ Windows 7 กันนะครับ แต่ก็ยังไม่ทิ้งเพื่อนๆที่ใช้ Windows XP ไปซะทีเดียว อาจจะมีอีกหลายเรื่องที่จะยังเอามาลงกันอยู่

 

มาเข้าเรื่องในส่วนของเนื้อหากัน สำหรับท่านที่ใช้ Windows XP อยู่ดีๆแล้ววันดีคืนดีเปิดเครื่องขึ้นมาปุ๊บก็เจอกับหน้าจอที่ฟ้องว่า Hal.dll is Missing หลายๆท่านอาจจะนึกได้อย่างเดียวว่า เอาแล้ว! งานเข้าแล้ว! ได้เวลาเสียเงินลงวินโดวส์กันใหม่อีกแล้วกรู.. อิอิ ขออภัยที่อาจจะหยายคายไปสักหน่อย เชื่อว่าหลายท่านต้องมีอารมณ์นี้แน่นอน

 

ปัญหาดังกล่าวอาจเกิดจากการติดตั้งโปรแกรมที่ผิดพลาดจนทำให้กระทบกระเทือนไปถึงไฟล์ระบบอย่าง Hal.dll มีการเปลี่ยนแปลงค่าหรือไฟล์หายไปจากโฟลเดอร์ %SystemRoot%/System32 อาจจะเนื่องจากไวรัสเข้ามาทำลาย และเมื่อเราทำการชัตดาวน์ระบบ แล้วเปิดเครื่องขึ้นมาใหม่ กระบวนการบูตวินโดวส์ก็จะมีปัญหาดังรูป

 

Note. ถึงแม้ว่า Windows เวอร์ชันนี้จะไม่สามารถอัพเดตออนไลน์ได้ในเร็วๆนี้ แต่ถ้าหากท่านที่ใช้ Windows เวอร์ชันนี้ประสบปัญหาการใช้งาน ก็ยังสามารถโพสต์ถามได้ที่เว็บบอร์ด VPC ได้เหมือนเดิมนะครับ พวกเราไม่ทิ้งกันอยู่แล้ว

 

ข้อแนะนำ แผ่นติดตั้ง Windows ที่จะเอามาใช้สำหรับการซ่อมแซมไฟล์ควรเป็นแผ่นเวอร์ชัน Original เท่านั้น เพราะจะมีหัวข้อ Recovery Console มาให้ ถ้าเป็นแผ่นเวอร์ชันโมฯส่วนใหญ่จะตัดฟังก์ชันนี้ออกไป และขั้นตอนต่างๆผมขอเริ่มตั้งแต่การปรับแต่งค่าในไบออสเลยนะครับ เผื่อไว้สำหรับท่านที่เป็นมือใหม่จะสามารถทำกันได้ด้วย

 

วิธีการแก้ไข

 

1. เข้าไบออสสำหรับเลือกบูตแผ่นติดตั้ง Windows ให้บูตเป็นอันดับแรก โดยการเรียกใช้งานไบออสสำหรับเมนบอร์ดบางรุ่นจะเรียกเข้าใช้งานไม่เหมือนกัน ซึ่งในกระบวนการบูตระบบหลังจากกดสวิตซ์เปิดเครื่องให้กด

 

Del, Delete สำหรับเมนบอร์ด Asus, Gigabyte, ECS

 

F2 สำหรับเมนบอร์ด Asrock

 

แล้วตั้งค่าตามรูป

 

 เมื่อเลือกตั้งค่าเสร็จแล้ว ให้กดปุ่ม F10 เพื่อบันทึกค่าและออกจากหน้าจอไบออส

 

 2. กดปุ่มอะไรก็ได้

 

 
3. และจะเข้าสู่หน้าจอ

4. กดปุ่ม R เพื่อเข้าสู่โปรแกรม Recovery Console เพื่อซ่อมแซมไฟล์ hal.dll ที่เสียหาย

 

 
5. แล้วพิมพ์คำสั่งตามขั้นตอนดังรูป

 + 01 – ใส่ตัวเลข 1 เพื่อทำการซ่อมแซมระบบ Windows ซึ่งอยู่ที่ไดรว์ C:\WINDOWS

 + 02 – ใส่พาสเวิร์ดที่ถูกสร้างขึ้นด้วยสิทธิ์ของ Administrator ตรงนี้ ถ้าก่อนหน้านี้ไม่เคยใส่ ก็กด Enter ข้ามไปได้ทันที

 + 03 – พิมพ์คำสั่ง CD System32 เพื่อเข้าไปยังไดเรกทอรีหรือโฟลเดอร์ System32

 + 04 – พิมพ์คำสั่ง expand D:\i386\hal.dl_ สำหรับขยายไฟล์ hal.dl_ ที่อยู่ในโฟลเดอร์ i386 กลับลงไปที่ไดเรกทอรีหรือโฟลเดอร์ System32

 

D: ในที่นี้คือไดรว์ CD/DVD ที่เราใส่แผ่น Windows XP เข้าไป สำหรับบางท่าน อาจจะต้องเรียกผ่านไดรว์อื่นๆ

 + 05 – พิมพ์คำสั่ง Exit หรือ Reboot เพื่อออกจากหน้าต่าง Recovery Console แล้วเริ่มต้นการทำงานของระบบเพื่อเข้าสู่หน้าจอ Windows

 

 
6. ถึงตรงนี้ เราก็จะเข้าใช้งาน Windows XP ได้ตามปกติแล้ว

ขอให้ทุกๆท่านโชคดีและมีความสุขกับการใช้งาน การแก้ไขปัญหาคอมพิวเตอร์ด้วยตัวเองได้นะครับ

 

ขอขอบคุณ
แหล่งอ่างอิง:  http://www.varietypc.net/main/archives/3034

- ฟอร์แมต USB Drive แบบ NTFS บน Windows XP ไม่ได้หรอ?

โพสต์13 ต.ค. 2552 00:53โดยpong itcom   [ อัปเดต 4 พ.ค. 2554 00:32 ]

    สำหรับบทความนี้เป็นเกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆเอาใจเพื่อนๆที่ใช้ Windows XP หน่อยนะครับ ช่วงหลังๆนี่จะเอนเอียงไปทาง Windows 7 ซะเยอะเลย เดี๋ยวเพื่อนๆที่ใช้ Windows XP จะหายหมด อิอิ เอาเป็นว่าในการฟอร์แมต USB Drive บน Windows XP ปกติเราจะเลือกการฟอร์แมตด้วยรูปแบบไฟล์ระบบ FAT32 ได้เท่านั้น จะเหมาะสำหรับท่านที่ใช้ USB Drive ที่มีความจุไม่เกิน 4GB แต่ถ้าสูงกว่านี้เช่น 4GB, 8GB หรือมากกว่า ถ้าหากจะฟอร์แมต USB Drive ก็จะเลือกไฟล์ระบบได้แค่ FAT32 เหมือนเดิม จะไม่สามารถเลือกรูปแบบไฟล์ระบบ NTFS ได้ ก็จะมีผลเสียที่จะนำมาซึ่งการก็อบปี้ไฟล์ที่มีขนาดใหญ่เกิน 4GB ไม่ได้นั่นเอง

 

 
เรามาดูการปรับแต่งง่ายๆที่ได้ผลกันดีกว่า

 โดยการคลิกที่ไอคอน My Computer -> เลือก Manage ก็จะได้หน้าต่าง Computer Management ขึ้นมา

 ที่พาเนลด้านซ้ายเลือก Device Manager

 ที่พาเนลด้านขวา คลิกเครื่องหมาย “+” หน้าข้อ Disk drives -> คลิกขวาที่ตัวอุปกรณ์ USB Drive ที่เสียบไว้ แล้วเลือก Properties

 

 
ในหน้าต่างคุณสมบัติของ USB Drive เลือกหัวข้อ Policies -> แล้วเลือก Optimize for performance -> OK ก็เป็นอันเรียบร้อย

 

 

 

เมื่อกลับมาที่หน้าต่างสำหรับการฟอร์แมต USB Drive คราวนี้จะมีตัวเลือกไฟล์ระบบแบบ NTFS ขึ้นมาให้ใช้งานได้แล้วครับผม

 

 

 ขอขอบคุณมาก ๆ สำหลับข้อมูลดี ๆ อย่างนี้ มีประโยชน์มากครับ
แหล่งที่มา http://www.varietypc.net/main/archives/2722

1-10 of 11

Comments