การทักทายและการตอบรับคำทักทาย

เรื่องที่ 1 การทักทายในช่วงเวลาต่าง ๆ
 เรื่องที่ 2  การทักทายบุคคลเมื่อพบกันครั้งแรก
 เรื่องที่ 3  การทักทายบุคคลที่รู้จักกันมาก่อน 

เรื่องที่  1

 

การทักทายในช่วงเวลาต่าง ๆ   

 

การทักทายเป็นมารยาทอย่างหนึ่งในสังคม         โดยปกติเราจะใช้คำพูดไม่เหมือนกัน หรือแม้แต่ทักทายคนคนเดียวกัน แต่ต่างเวลากันก็ต้องเลือกใช้คำพูดให้ถูกกับเวลาด้วย  

 

ในการทักทายมีช่วงเวลา ดังนี้

Good  morning         สวัสดีตอนเช้า          (หลังเที่ยงคืน  ถึงเที่ยงวัน)           

Good  afternoon       สวัสดีตอนบ่าย         (หลังเที่ยงวัน  ถึงเวลา  18.00  .)

Good  evening          สวัสดีตอนเย็น/ค่ำ   (หลัง  18.00  .  ถึงเที่ยงคืน)     

Good  night               ราตรีสวัสดิ์                (เป็นคำใช้กล่าวลาในตอนกลางคืน

                                                            ไม่ใช่คำทักทายหรือ ตอบรับคำทักทาย)              

 

                                         

การตอบรับคำทักทาย 

Good  morning         Ü   Good morning                                                                                                     

Good afternoon        Ü  Good afternoon  

Good evening           Ü  Good evening       

Good  night              Ü  Good night              

ตัวอย่างประโยค

Mrs. Laura:               Good morning, Mr. Smith.  

Mr.Smith:                  Good morning, Mrs.Laura.  

                 

ตัวอย่างประโยค

Mrs.Anna:                 Good afternoon, Mr. Sam. 

Mr.Sam:                    Good afternoon, Mrs. Anna .   

 

ตัวอย่างประโยค

Mr. Jack :                  Good evening, Mrs. Linda.

Mrs. Linda :        Good evening, Mr. Jack.

 


เรื่องที่ 2

 

การทักทายบุคคลเมื่อพบกันครั้งแรก

 

ในการทักทายเมื่อพบกันครั้งแรกกับบุคคลที่เราไม่รู้จักคุ้นเคย หรือเพิ่งพบกัน จะใช้ประโยค คือ

1.            กล่าวทักทายตามช่วงเวลาที่ได้อธิบายมาแล้ว ในเรื่องที่ 1 คือ Good morning / Good afternoon / Good evening

2.           กล่าวทักทายโดยใช้คำว่า Hello หรือ How do you do?

 

ตัวอย่างประโยค

Mr.Sam:    Good morning,Mr.Jack.                   

Mr.Jack :   Good morning,Mr.Sam.

                                                 

ตัวอย่างประโยค

Mr.Smith: Good afternoon, Mr.Joey.

Mr.Joey :  Good afternoon, Mr. Smith.

 

ตัวอย่างประโยค

Mr.Tom:  Hello, Mr.Jim.

Mr.Jim :   Hello, Mr.Tom.

                  

ตัวอย่างประโยค

Bobby:           How do you do?

Aliz:               How do you do?

                                                              

 How do you do? มักใช้กับคนที่รู้จักกันครั้งแรกหรือไม่คุ้นเคยกัน

ประโยคนี้มีความหมายเหมือนคำว่า สวัสดีแต่ไม่ต้องการคำตอบ   ผู้กล่าวตอบจึงใช้ประโยค How do you do?  ตอบกลับได้เช่นเดียวกัน


เรื่องที่ 3

 

การทักทายบุคคลที่รู้จักกันมาก่อน

 

 การทักทายกับบุคคลที่เรารู้จักคุ้นเคย     ปกติเราจะใช้คำพูดไม่เหมือนกัน          โดยทั่วไปการทักทายมี 2 แบบ ดังนี้    

การทักทายแบบเป็นทางการ      (Formal Greeting)         

การทักทายแบบไม่เป็นทางการ (Informal  Greeting) 

 

การทักทายแบบเป็นทางการ (Formal Greeting)  ใช้กับบุคคลที่อาวุโสกว่าหรือในวงการธุรกิจ ราชการ   เช่น    

 

ตัวอย่างประโยค

Mr.Jack:        Good  morning , Mr.Tee.

Mr.Tee:          Good  morning , Mr.Jack. How  are  you today?

Mr.Jack:        Fine, thank  you.  And  how  are  you?

Mr.Tee:          Fine, thank  you.

 

ตัวอย่างประโยค

Susan:  Good  evening, Laura.  How  are  you?

Laura:  Good  evening, Susan.  Not  so well.  I  have a  fever.

Susan:  Take  care  of  yourself.  You ought  to  see the  doctor.

Laura:  Yes, I  will.

 

หรือหลังคำทักทาย  อาจเป็นคำถามเกี่ยวกับเรื่องดิน  ฟ้า  อากาศ  ในขณะนั้น  เช่น

It’s  a  lovely  day,  isn’t  it?                       (วันนี้อากาศดีนะ)

It’s  isn’t  very  nice  today, is  it?             (วันนี้อากาศไม่ดีเลยนะ)

It’s  nice  and  warm, isn’t  it?                   (วันนี้อากาศดีและอบอุ่นนะ)

It  isn’t  a  lovely  day, is  it?                      (วันนี้อากาศไม่ดีเลยนะ)

การตอบรับ  (Responding)

Yes,  it  is.                                                      (ค่ะ  วันนี้อากาศดี)

Yes,  it’s  lovely.                                          (ค่ะ  วันนี้อากาศดี)

Yes,  it’s  beautiful.                                     (ค่ะ  วันนี้อากาศดี)

No, it  isn’t.                                      (วันนี้อากาศไม่ดีเลย)

No, it’s  terrible.                                           (วันนี้อากาศไม่ดีเลย)


ตัวอย่างประโยค

Mr.Paul:     Good  morning.  Mrs.Mali

Mrs.Mali :  Good  morning.  Mr.Paul.

                        It a lovely day today, isn’t it?

Mr.Paul:     Yes, it is.


ข้อสังเกต 

1.           การถามประโยคที่ผู้ถามคาดว่าคำตอบของผู้ตอบจะเห็นด้วยมักจะใช้คำถามที่เป็นปฏิเสธ  เช่น  ถาม  It’s  lovely  day, isn’t  it?  ตอบ  Yes, it is.  และถ้าผู้ถามคาดว่าคำตอบจะไม่เห็นด้วยประโยคคำถามจะเป็น  It  isn’t  nice  and  sunny  today, is  it?  ตอบ  No, it  isn’t.

 

2. ประโยค  Present  Simple.

                                                         S             +               V1

ประธาน       +         กริยาช่องที่  1

 

 

 

 

ใช้กับเหตุการณ์ที่เป็นปัจจุบันหรือเหตุการณ์ที่เป็นจริง  เช่น

It’s a lovely day today, isn’t it?           (วันนี้อากาศดีนะ)

It’s isn’t very nice today, is it?            (วันนี้อากาศไม่ดีเลย)

Today is Monday.                                  (วันนี้เป็นวันจันทร์)

 

การทักทายแบบไม่เป็นทางการ   (Informal Greeting) จะใช้กับเพื่อนสนิท หรือคนที่เราคุ้นเคย    ซึ่งจะใช้   Hi   หรือ   Hello   นำก่อนชื่อเพื่อนหรือไม่ต้องมีชื่อเพื่อนก็ได้   แล้วตามด้วยประโยคต่อไปนี้

 

Hi,Sam. /   Hello, Joe.                                 (สวัสดี)

Hi,Sam.     How are things?                       (เป็นอย่างไรบ้าง)

Hello, Joe. How’re you doing?                 (เป็นอย่างไรบ้าง)

Hello, Liz. How’s life?                               (เป็นไงบ้าง)

Hi, How’s everything?                               (เป็นอย่างไรบ้าง)

Hi,What’s new?                                           (มีอะไรใหม่    ไหม)

What’s up?                                                    (ทำอะไรอยู่)

การตอบรับคำทักทาย  (Responding)   คำตอบทั่ว ๆ  ไปก็จะเป็น

So so.                                                             (ก็เรื่อย  , ก็งั้น  )

All right,thank you.                                     (สบายดี  ขอบคุณ)

Very well,thank you.                                   (สบายดีจริง    ขอบคุณ)

Not bad.                                                         (ไม่เดือดร้อน, ก็ไม่เลว)

Not much.                                                     (ไม่มีอะไรพิเศษ)

Nothing special.                                           (ไม่มีอะไรพิเศษ)

 

 

ตัวอย่างประโยค

Sam:   Hello, Liz. How’s life?   

Liz :    All right,thank you. What’s new?      

Sam:  Nothing  special.  

 

ตัวอย่างประโยค

Jai:       Hi!  How  are  things?

Porn:    Very well  indeed, How  about  you?

Jai:       Not  so  bad.

หลังคำทักทายจะเป็นคำถามเกี่ยวกับสุขภาพ  เช่น

            How  are  you?

            How  are  you  today?  

How  are  you  this  morning?

How  are  you  this afternoon? 

การตอบรับ  (Responding)

ถ้าสบายดีจะตอบว่า

I’m  fine, thank  you.  And  how  are  you?        

(สบายดี  แล้วคุณล่ะ)

Fine, thank  you.  And  you?                                 

(สบายดี  แล้วคุณล่ะ)

Very  well, thank  you.                               

(สบายดี  ขอบคุณ)

ถ้าไม่สบายจะตอบว่า

I’m  not  so  well  today.

(วันนี้ฉันไม่ค่อยสบาย)

I’m  sorry  to  hear  that.    

(เสียใจด้วยนะ)

Not so well. I have a fever.

(ฉันไม่สบาย  เป็นไข้)

Take  care  of  yourself.

(ดูแลสุขภาพคุณด้วยนะ)

Not very well.I have a flu. 

(ฉันไม่สบายเป็นไข้หวัดใหญ่)

That’s too bad.

(แย่จังเลย) 

 

 
Comments