พระธรรมเทศนา * นาบุญ 2 * โดย หลวงปู่สังวาลย์ เขมโก
ของอะไรเปล่าๆ นี่ขอให้พวกเราได้กระจ่าง แล้วเราก็มาขัดเอาสิโยม
แก้ววิเศษ ขัดเอาไว้สิเราจะได้สบายกายสบายใจ อันเรื่องโลภ โกรธ หลง นี่ อย่าไปเพาะ อย่าไปปลูกมันเลย อย่าไปพรวนดินรดน้ำมันเลย
มันเป็นหญ้าเดือยหญ้าแหลมหญ้าหวาย มันเบียดเบียนข้าวเรา มันอยู่ในนาเรา เราก็ควร ภิกษุโลภ อยู่ในโกรธ อยู่ในหลงก็ไม่ดี เพราะน้อมนำเอาพระอริยสัจจะเอามาไว้ในใจจะดีกว่า หนิจะได้ขจรขจาย
เหนือใต้ 4 ทิศและทั้ง 8 ทิศและ 10 ทิศ เป็นกำแพงแก้วห้อมล้อม อ้อมข้างรอบตัว อนัตตานี่ จะได้มาเป็นกำแพงแก้วป้องกันชีวิตจิตใจของเราหน่ะสิ แล้วเราจะมาทำกำแพงแก้วของตัวเองพัง ทำไมล่ะ อืม
เราก็สร้างกำแพงแก้วขึ้นสิ สร้างได้กำแพงแก้ว สร้างได้แก้ว ๓ ประการ นี่เป็นธรรมประเสริฐ ใครล่ะจะสร้างได้ พวกเรานี่แหละจะสร้างได้ ไม่เสียเงินเสียทองอะไร ไม่ต้องไปซื้อข้าวซื้อน้ำ ไม่ต้องไปทำไร่ทำนาอะไร
เราทำแต่เนื้อนาบุญเท่านั้นแหละ เหมือนว่ามี มีเศรษฐีคนหนึ่งว่าพระองค์ ใจได้ฟังธรรมะได้ฟังธรรมพระท่านบรรยาย เอิบอิ่ม พระสมณะโคคมนี่ มาครั้งนี้นี่ ท่าจะมาติดใจน้ำแกงข้าวแกงของเราเข้าล่ะสิ จึงได้มาบ่อย อืม การมาบ่อย ๆ ให้ใส่บ่อยๆ ไปสวรรค์บ่อยๆ ใครใส่เราบ่อยๆ  ไปสวรรค์บ่อยๆ โออย่างงั้นหรือพระเจ้าข้า ...อย่างงั้น งั้นขอให้ท่านมาทางนี้บ่อย ๆ นะพุทธเจ้าข้า งั้นเพราะอย่างงี้อยู่ที่ใจผู้ที่เข้าใจแก้แก้ปัญหาของคนทั้งหลาย แล้วผู้ไปแล้วให้เลื่อมใสในธรรม จึงเรียกว่าศาสดาเอกในโลก เป็นธรรมที่เยือกเย็นอยู่ในกายในใจ
เหมือนแม่ครัวที่ปรุงพริกในครัว ถ้าปรุงไม่เป็นมันไม่เอร็ดอร่อย พริกอย่างนี้แหละ พริกขี้หนูมันก็เผ็ด พริกใหญ่ก็เผ็ด  แล้วเราจะแก้เผ็ดอย่างไร ถ้าไม่เผ็ดมันก็ไม่ดี อืม เราจะต้องเป็นแม่ครัวชั้นเยี่ยม เป็นพ่อครัวชั้นเยี่ยม เป็นผู้ปรุง เป็นผู้ปรุงต้มแกงใส่ภาชนะอย่างดี  เราจะทำยังไง ๑ พริก เราจะทำอย่างไร มีสติลดละ เราก็เด็ด...สังกะสีก่อน ควรปิ้งไฟสังกะสีก่อน
ถ้าให้ดีจะได้มีรสและมีกลิ่นหอมขึ้นใส่พริกใส่กระเทียมใส่หัวหอม กระเทียมเผา หอมเผา พริกเผา ส้มมะขาม สับให้ดี ให้ละเอียด เราตำพริกให้มันละเอียดดีซะก่อน แล้วก็ปรุง ปรุงแล้วใส่เกลือ เกลือ ใส่ไปสักหน่อย
ใส่น้ำปลาเหยาะใส่ซักหน่อย ให้มันกลมกลืน พริกมันก็ไม่โด่ไปได้ ที่มันก็อร่อยกับผัก ผักใกล้น้ำพริกมันก็พอใจของคนฉัน จึงเรียกว่าคนเป็นผู้ปรุงหนิ เมื่อปรุงดีแล้วสารอาหารก็ได้มาก แล้วกำลังก็เกิดมาก
แล้วยังให้สำเร็จมรรคผลได้ ฉันใดแม่ครัวไม่เคยต้มแกงแล้วมันจะไปใส่อะไรถูก ไม่เคยใส่
เป็นลูกเศรษฐี แม่หนูไม่เคยแกง แม่หนูไม่เคยหุงข้าว เคยแต่กินข้าวในจานที่มันสุกแล้ว แล้วจะไปหุงข้าวกินได้กินดีรึ ไม่ได้ รับรองว่าไม่ได้กินกันแน่ ๆ อันนี้แหละจะต้องอาศัยพ่อแม่บังเกิดเกล้า จะต้องอาศัยครูบาอาจารย์
ลูกศิษย์ ลูกศิษย์ที่ดีจะไม่ต้องทิ้งครูบาอาจารย์ ครูบาอาจารย์มีดีก็จะต้องถ่ายทอดให้กับลูกศิษย์อย่างแน่ อย่างแน่แท้ทีเดียว ไม่เสียดาย ไม่เสียดายหลักวิชจะต้องทุ่มเทให้กับลูกศิษย์อย่างแน่นอน
ถ้าครูบาอาจารย์ไม่ดีมันมีอะไรก็ให้อย่างงั้น พระพุทธเจ้าแล้วแยกไปจากเธอ เราจะเอาอะไรให้ลูกศิษย์ แยกไป 500 ลูกศิษย์บรรลุธรรมได้มั่งหรือเปล่า 500 บรรลุธรรมไม่ได้เลย ถูกธรณีสูบ แล้วศาสดาพระสมณะโคดมเจ้า
ท่านเป็นเจ้าโลกเจ้าโลกจริง ๆ ยักษ์ มาร พรหม เป็นลูกศิษย์ของท่านหมด แต่เทวทัตถึงเป็นลูกศิษย์ แต่นอกครูบาอาจารย์ก็ต้องถูกธรณีสูบ แล้วที่แยกเอาไป 500 สำเร็จจากอาจารย์เทวทัตบ้างมั้ยไม่สำเร็จเลย
พระองค์เป็นผู้เป็นศาสดาเอกในโลก  รู้จักว่าที่แยกไปอยู่กับเทวทัตนั่นให้พระสารีบุตร พระโมคคัลาน์ไปเทศนาโปรด บรรลุธรรมหมด แล้วเหาะมาทางอากาศประดุจดังเหมือนนกสระบัวที่เรียงแถวกันมา แล้วสาวกของพระพุทธเจ้า
แหมเมื่อไปลืมฟังคำสอน เมื่อกลับมานี่มีอานิสงส์งามมาก งดงามมาในทิศอากาศเรียงเหาะกันมาเป็นแถวเป็นแนวไป พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเรา ว่าพวกเธอคิดอะไรกัน คิดอย่างงี้พระจ้าข้า
เมื่อไปลืมฟังคำสอนกลับมานี่งดงามดีเหลือเกินพระเจ้าข้า ลูกเรางดงามแต่ครั้งนี้เมื่อไร แต่ก่อนก็งดงามมาแล้ว อย่างงี้พวกเรา ๆ อย่างงี้มรดกตกทอดของพวกเรา ควรเตือนพวกเรา จะเอาชนะอะไรกันพวกเรา เอาชนะในตัวนี้ดีกว่าพระองค์สอน ท่านให้ลูกศรคนละลูก ๆ ให้ไว้ยิงนกที่ไหน ก็ยิงนกในหัวใจสิ ฮะ ยิงที่หัวใจสิ ยิงเข้าหูมั่ง เข้าตามั่ง เข้าจมูกมั่ง เข้าลิ้นมั่ง เข้ากายมั่ง เข้าใจมั่ง ลูกเดียวก็พอแล้วไม่ต้องหลายลูกศรมาก ยิงให้หมดพวกเรานี่ยิงไม่แม่นยิงออกไปข้างนอก มันจะไปถูกอะไร
เมื่อมันไม่ถูกนก ยิงไม่ถูกสัตว์ เมื่อไม่ถูกสัตว์ ลูกศรก็หัก นี่พวกเราเป็นคนไม่แม่นธนูซะแล้ว เพราะไม่ยิงตามพระองค์หนิ เราควรจะต้องยิงตามพระองค์ ถึงยังเรียกว่าเป็นผู้ว่าง่ายสอนง่าย ลูกเรา หนิพระองค์ท่านก็เจริญเป็นอย่างงี้
ทั้งคนชาวโลกก็ไม่รู้ สังกะสีหรือถังน้ำผู้สร้างเหลาคานเอาลูก เท่า ๆ กันมาเป็นคู่หาบแล้วเราก็หาบไม้คานไม่มัดมือ แล้วทำหาบลูกไม้ ต้องหาบกึ่งกลางนี่ แล้วถ้าหากว่าลูกเล็กมั่งลูกใหญ่มั่ง เอาไว้ข้างหน้า คานมันก็จะสูง
ถ้าเอาไว้ข้างหลังมันก็จะติดข้างหลัง แล้วไอ้ที่ลูกเล็กมันก็จะต้องยื่นออกไปไกล แล้วหาบของเรานี่มันจะสวยงามหรือ เหมือนนมของเราสองข้างถ้ามันเล็กมั่งใหญ่มั่ง มันจะสวยหรือ ถ้ามันเล็ก มันใหญ่ นมเรามันก็ต้องเท่า ๆ กันมันถึงจะสวยงาม
ทีนี้ลูกผู้หญิงเป็นมงคลที่ดี แล้วอันนี้แหละพวกเรา อย่าไปสร้างเลย สร้างแบบฉบับอย่างแม่มัทรีก็แล้วกันอย่างพระเวสสันดรก็แล้วกัน พวกเรามันจะได้ไป ได้ไปแห่งพระนิพพานได้ง่าย จะได้ไปแห่งพระนิพพานง่าย ๆ
จะได้มีสุขกายสุขใจ เหมือนว่าพระเวสสันดรกับนางมัทรีใครจะเป็นผู้ว่า ผู้สอน ก็จะไปรักษาศีลรักษาธรรมเข้าซิ ผัวก็เหมือนภิกขุ เมียก็เหมือนภิกขนี เป็นเพื่อนเกิดแก่เจ็บตายกันทั้งนั้น แล้วก็ไปตั้งตัวตั้งตน ใครก็ไม่มีว่ากล่าว
มีแต่เทวดาแหละจะรักษาอารักขา สร้างขึ้นดีเป็นสัตบุรุษจริง ๆ พวกเรายังไม่ได้ให้ลูก ยังไม่ได้ให้อะไรเลย ลูกก็ไม่มีให้ อะไรก็ไม่มีให้ วาจาดี ๆ ยังให้กันไม่ค่อยได้ ที่เป็นอย่างงี้ แล้วอย่างงี้จะเป็นบันฑิตกันได้ยังไง
ขอให้ตรึกตรองดูให้ดีขอให้ตรึกตรองดูให้ดี พ่อเรามีทุกข์อย่างไร เราจะได้ช่วยท่าน แม่เรามีทุกข์อย่างไร เราจะได้ช่วยท่าน นั่นแหละเป็นลูกที่ดี ลูกกตัญญูตกเวที พ่อแม่กตัญญูกตเวทีกะลูก
ลูกก็กตัญญูกตเวทีกะลูกต่อพ่อแม่ทั้งสองนี้ กลมเกลียวกัน นี่แหละต่างคนต่างให้ ให้ความดีกัน อย่างงี้เราจะเป็นเหยื่อของกิเลสได้อย่างไร  เราก็เอากิเลสนั่นสิทำศีล เราควรเอาศีล สมาธิไปทำศีลของกิเลส มันไม่เข้าท่าเลย
อาตมาว่ามันไม่เข้าท่าเลย
ผ้าเก่า ๆ เราก็ยังไม่อยากนุ่งเราก็อยากนุ่งแต่ผ้าใหม่ ๆ ไอ้ของเก่า ๆ โลภ โกรธ หลงนี่มันของเก่า ๆ โลภ โกรธ หลงนี่มันของเก่า ๆ ผ้าทิพย์สิของใหม่ ๆ ควรเอาผ้าของพระองค์มานุ่ง จะได้วิเศษ
จะได้เหาะเหินเดินอากาศไปตามสมควรในพุทธศาสนาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้เกิดในห้องพระไตรปิฎกนานๆ เราก็จะถึงแล้วซึ่งการมีความสุข ปิดประตูนั่งอยู่ตรงนี้ก็ดี ไปนั่งที่โน่นก็ดี ไปนั่งที่ โน่นก็ดี อยู่ที่โน่นก็ดี ดีทั้งหมด
เหมือนพระธุดงค์ใครก็ปูเสื่อปูสาดไว้ให้ นอนที่ผุ ๆ ก็นอนได้ มันผุๆ พอหลับไปแล้วมันเงียบมากแล้วเรายังไม่ได้ธุดงค์เลยเราจะไปรู้เรื่องของท่านได้ยังไงเล่า ตื่นขึ้นมาโอ้โขกเขกจริง ทำไมถึงหลับได้ อ๋อที่มันเงียบนี่สิ
 
ที่มันเงียบเพราะความหลับนี่เองที่สบาย พอหลับนี่ไม่มีโขกเขกไม่มีหรอกญาติโยม แล้วก็สบาย ทีนี้เราจะนอนเมาะนอนฟูกก็ตาม ถ้าไอ้ความไม่สบายใจล่ะก็ ไม่ชอบใจนี่แหละจะเอาความสบายใจขึ้นมาไม่ได้
น้อยใจแห้งเหี่ยวใจ ใจคับแคบใจเศร้าโศกใจไม่สบายกายใจไม่สบายใจ ถึงนอนฟูกนอนเมาะมันก็ไม่สบายใจ ถึงจะนอนตึกเก้าชั้นมันก็ไม่สบายใจ เพราะใจมันไม่สบาย มันก็ไม่มีความสุขหรอก พวกท่านทั้งหลาย
ขอเอาอย่างพะพุทธเจ้าเถอะ เราก็มีความสุขจริงหนอ สุขจริงหนอ พวกเรามีเงินเป็นหมื่น ๆ ทุกวันทุกวัน ใครเขามาปล้นเรามั่ง ไอ้ตื่นหลอนๆ เสื่อไม่ขาดก็ไม่ดี เก็บเงินวันละหมื่นบ้าง เท่าไร
วันละพัน สองพัน สามพัน เก้าพัน เดี๋ยวนี้ สองหมื่น สี่หมื่น ห้าหมื่น เก็บอยู่ได้ เหงื่อก็ไม่แตก คนก็ไม่มีมายืม นี่ไม่เห็นรึ ไม่เห็นพร
พุทธพระธรรมรึฮะ ศีลพระพุทธ พระธรรมก็คอยจะขาด นั่นคนไม่มีธรรม
เป็นอย่างงั้นเพราะอะไรด่ามันมากหน่ะสิ ด่ามันมาก ด่ามันมาก มันก็ชังเอาหน่ะสิ ศัตรูมันก็มีสิฮะ มันก็ฟันแล้วพวกเราก็จะเอาอย่างงั้นรื้อฮะ พวกเราทิ้งซะ วางซะ ศัตรูมันจะได้เข้ามาไม่ได้
พระพุทธเจ้าเสือก็รักช้างก็รักราชสีห์ฮึเสือช้างยังรัก เทวทัตไม่รักพระพุทธเจ้า ธรณีก็สุบ ดินแยก ตึกเก้าชั้นสิบชั้นดินยังต้านทานไว้ได้ เทวทัตขาสองข้าง ดินต้านทานไม่ได้ดินแยกออกไป ก็ความโลภ โกรธ หลงมันหนัก
ก็เราจะไปเอาของหนักมาบูชาไว้ทำไม เราก็อดทนเข้าสิ ขันติความอดทนเป็นตบะอย่างดี อันนี้ก็ได้ฟังธรรมคำสั่งสอนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นเครื่องประดับจิตใจเครื่องแห่งห้องพระไตรปิฎก
ขอให้เกิดอายตนะจักษุธาตุ โสตะธาตุ ฆานะธาตุ ชิวหาธาตุ กายธาตุ มโนธาตุ ทั้งหกประการนี้ อทินนาห้า สมาบัติแล้วขอให้มีพวกนักปฏิบัติตามคำสั่งสอนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
อภิญญาหกจงเกิดมีกับพวกเรา ๆ ทั้งหลาย มรรคสี่ ผลสี่ นิพพานหนึ่ง ได้เป็นเหตุเป็นปัจจัยเรื่องขอคุณพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้าที่ปกเกล้าปกกระหม่อม คุ้มครองเรื่องจิตใจบาปทั้งหลาย ซึ่งมีในกายในใจก็ขอให้ดับลง
ซึ่งได้มีอำนาจคุณพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสงฆ์เจ้าให้ได้มรรคสี่ ผลสี่ พระนิพพานหนึ่ง ขอจงเจริญ ๆ ด้วยกันทุกคน
คนจะปฏิบัติให้ลุล่วงเป็นความแห่งเป็นพระอริย เจ้า เพราะศีลนี่แหละเป็นเหตุ สมาธิยังจิตให้สงบ สงบนิวรณ์ห้าดับลง ปฐมมรรคก็จะเกิดได้ตามสมควรกับผู้ปฏิบัติ พระธรรมคำสั่งสอนยังอยู่เต็มโลก
ยังขาดบุคคลที่จะน้อมนำเข้ามาสู่ในกายใจเท่านั้น เพราะน่าปีติความเอิบอิ่มยินดีใจของเราที่ได้จะเข้าถึงพระศาสนา เพราะพระธรรมคำสั่งสอนที่เขาเคยต้อนรับขึ้นในประเทศไทยนี่ แต่คนไทยเราทั้งหลาย
ที่จะยินดีในธรรมะคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าน้อยนักน้อยมาก บางคนก็ว่าเดี๋ยวนี้คนที่จะบรรลุธรรมะไม่มีแล้ว หนิมันไม่มีจำเพาะคนพูดชนิดนั้น เมื่อมีคนใคร่อยู่ในธรรมะคนนั้นก็จะต้องบรลุธรรมได้
โดยความประสงค์ที่แท้ ของแท้ตามเป็นจริงได้
ธรรมะเป็นเครื่องน้อมนำเอามาสู่ในดวงใจของตัวเอง ธรรมของพระอริยะก็ย่อมจะเกิดกับผู้นั้นได้ สมกับที่พระท่านเทศนาตะกี้นี้ โดยดีแล้วก็จะไม่ค่อยยากนัก ถ้าคนมีศรัทธาความเชื่อความเลื่อมใสแล้ว
จะไม่ผิดพลาดไปเลยซักคนเดียว ที่ผลได้ผิดพลาดในธรรมะคำสั่งสอนของพระองค์ที่ไม่เกิดขึ้นในดวงจิตดวงใจได้ เพราะผู้นั้นเป็นปฏิกังขา ความสงสัยอยู่ แล้วจึงไม่เอาจริงเอาจังขึ้นได้ ก็พวกเรา ๆ ทั้งหลาย
ความอนิจจังนี่เป็นของไม่ดีไม่งาม เป็นของที่คร่ำคร่า เป็นของที่เลวทราม เป็นของไม่ดีไม่งาม บุคคลไม่ต้องปรารถนาเลยแต่มันก็ได้ ผู้ไม่ปรานถนาเลยว่าอนิจจังนี่ไม่มีใครอยากได้ เพราะมันทำให้เลวทรามมาก
ใคร ๆ ก็ต้องการสิ่งที่ความดีความชอบ ความที่ไม่เสื่อมความที่ทรงตัวไว้ได้ ก็อยากได้กันอย่างนั้นทั้งนั้น เว้นแต่มนุษย์ทั้งหลายที่ไม่น้อมนำเข้าไปสู่ของแดนพระอริยะ แล้วที่ไหนเลยจะจะได้ที่เอกัง ปณีตัง รูปประณีตจิตประณีต
ที่เป็นธรรมอัพยากตาธรรม อัพยากฤตธรรม อันนี้ก็ที่เราได้มาน้อมนำธรรมอยู่กันทุกวี่ทุกวันนี่ ถึงจะทำให้เข้าถึงความที่สุดแห่งใจ ให้เข้าถึงอัพยากตาธรรมในคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สมคำว่าสีเลนะสุคตินยันติ
มนุษย์นี้ถึงแล้วสุคติหวังได้
ธรรมนี้เป็นของเที่ยง ธรรมนี้เป็นความเที่ยงซึ่งไปสู่องค์พระนิพพานสมบัติของมนุษย์นี้เป็นผู้มีปัญญาเฉียบแหลม อันจะเข้าไปสู่พระอริยมรรคเจ้าได้ เพราะคุณสมบัตินี้เป็นธรรมที่บุคคลที่จะทำได้ยาก
เพราะอะไรเป็นคนที่มีกิเลสหนานั่นเอง จึงไม่ได้เข้าไปสู่พระอริยมรรค พระอริยผลได้คนที่มีกิเลสที่บางเบาแล้ว จึงรู้ความเป็นจริงได้ จึงมรรคผลก็เกิดได้ง่าย อยู่ในภวังคจิตได้ แล้วก็ได้รู้แจ้งธรรมในธรรมะของพระพุทธเจ้าได้
ศีลวิมุตติ ธรรมวิมุตติ ปัญญาวิมุตติหลุดพ้นจากอารมย์นั้นแหละกิเลสตาย คลายกิเลสออกซะแล้ว นั่นแหละท่านไม่รับไม่รับสัมผัสเลย ซึ่งมันแยกออกจากรูปนาม ไม่มีความดีเลย
ดุจประดังว่าเราเห็นว่าความดีของพระอริยเจ้าหลุดพ้นไปอย่างนั้นแล้ว แล้วถ้าหากว่าเราปฏิบัติปฏิบัติไป ปฏิบัติไปถ้าของเราไม่มีราคะอย่างนี้บ้าง เราก็พึงรู้ว่ารู้ว่าเราตกเข้าสู่แดนของพระอริยะแล้ว ผู้นั้นก็จะร่าเริงบันเทิงใจ
อย่างไม่ต้องมีใครบอกเล่าเลย เพราะธรรมะแห่งพระไตรปิฎกบุคคลได้น้อมนำเอาไปสู่เข้าแดนพระอริยะซึ่งวิมุติความหลุดพ้นจากกามราคะสังโยชน์ดับสิ้นเชิง อันนี้ถ้าใครดับสิ้นเชิงแล้วเราก็หมดความยินดี บอกว่าพระองค์ก็ยังรับรองว่า
ลูกเราหมดความยินดีจริง ๆ พระองค์ก็ยังรับรองอยู่
ถ้าเราปฏิบัติอย่างงี้เราก็ต้อง ต้องยังไม่สงสัยเลย ถ้าเราจะตั้งอยู่ในวิมุตติแล้วความอดทนในขณะนี้ของเรา ที่เราได้นั่งฟังอยู่ ปรารภอยู่ของพวกเราก็ไม่มีกำเริบเลยในระหว่างนี้
เราก็ถือเอาวิมุตติกันอย่างงี้แหละไปสู่เป็นอารมณ์ของในใจ แล้วเมื่อจะเกิด ขณะจิตสองขณะจิตเราก็มีความเข้าใจผิดเมื่อดับไปแล้วเราก็รู้ว่านี่ขันธ์ห้ามันเกิดขึ้นเป็นสัญชาติของมัน เป็นธรรมชาติของมัน
แล้วหนักเข้าๆวิมุตตินี่ก็ไปแก่กล้าขึ้น วิมุตติแก่กล้าขึ้นก็หลุดพ้นอาสวะแก่กล้าขึ้น ก็รู้ว่าเป็นถึงพระนิพพานแล้ว
สังขารนั่นมันดับวิสังขารเป็นพระอริยเจ้าท่านชื่นชมอยู่ เมื่อเรายังไม่ชื่นชมเราก็ทำความรู้อยู่เพราะผู้ไป ไป ไปแล้วนั่น รู้เราก็พึงปฏิบัติตามเท่านั้นเอง เมื่อปฏิบัติตามแล้วก็เมื่อเราถึงเขตแดนของท่าน เราก็เข้าถึงความร่าเริงเบิกบานใจ
เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน เพราะธรรมะเข้ามาสู่ในดวงใจของพวกเราแล้ว เราก็ทำให้ร่าเริงบันเทิงใจก็แล้วกัน
คนแสวงหาธรรม ธรรมก็ย่อมแสวงขึ้นมาหาคน คนไม่แสวงหาธรรม ธรรมก็ไม่แสวงหาคน เพราะแล้วเราทั้งหลายสมัยโน้นก็ท่านไปตรัสรู้ธรรมกันที่ในดงในป่า ตามพวกคนต้านควาย ตามคนเลี้ยงวัวเลี้ยงควาย
พระภิกษุก็ที่บวชใหม่ก็ลาพระองค์ไปปฏิบัติตามดงป่า เข้าซึ่งความที่สงัดก็จะได้มรรคผลกันตามคนเลี้ยงควาย ตามป่านั่นเอง ก็ไปบิณฑบาตตามพวกคนเลี้ยงควายก็ได้ธรรมะดีเจริญดีแล้ว ก็มาสู่สำนักของพระองค์
ก็กราบไหว้สักการบูชาพระองค์ พระองค์ก็ทรงสรรเสริญว่า ลูกเราเป็นผู้ฉลาด ลูกเราเป็นผู้วางใจอันเหมาะสม อันบุคคลใดที่น้อมนำเข้ามาซึ่งแห่งพระอริยเจ้าถึงขั้นที่สุดแล้ว พระองค์ก็สาธุ สาธุ เป็นผู้เจริญ
อันนี้ก็จึงเรียกว่าอันนี้ก็เราก็จึงเล่าถวายซึ่งพวกท่านทั้งหลายก็จะย่อมนำมาซึ่งกราบไหว้ของพวกเราที่เราจะได้สั่งสมบารมีของพระพุทธเจ้า เมื่อผู้ใดปฏิปติบูชาพระพุทธเจ้าแล้วธรรมย่อมเข้าหาผู้ปฏิบัติบูชาพระองค์นั่นแหละ *⊰♥⊱ *