พระธรรมเทศนา * โกรธก็เรานะ * โดย หลวงปู่สังวาลย์ เขมโก
ขออย่าประมาทนะ โกรธก็เรานะ อย่างนี้ไม่ถูกนะ โกรธนี้มันอะไร ให้รู้อยู่กับความไม่โกรธดีกว่า ทีนี้ก็จะสบายขึ้น แล้วก็โกรธนี้มันทำให้แตก แตกหมู่กันได้ เกลียดกันได้ คนที่รัก ๆ นี่ก็จะทำให้หน่าย สามีภรรยาก็จะเกลียด ก็จะชังกันขึ้นเดี๋ยวนั้นแหละ พอไอ้โลภ โกรธ หลงมันดับไปแล้ว มันก็กระจู๋กระจี๊ดีขึ้นได้อีก
นี่แหละคนเรามันไม่รู้จักสติสัมปชัญญะ มันไม่มีมันก็ทำเราได้ทุกสิ่งทุกอย่างทุกประการ มันให้เราตีกันก็ได้ มันให้รักกันก็ได้ อย่างงี้ก็ตกอยู่กับอำนาจของความคนพาลนี่ อยู่ในความพาล
อาตมาก็ฝากโยมให้ญาติโยมฟัง ฟังในธรรมมะในคำสอนของสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็ขอก็มีไม่โลภไม่โกรธก็มี ความชังก็มีอย่างงี้ความรู้ของพระพุทธเจ้าขอให้เอาความรู้ของพระพุทธเจ้านี่ไปใช้ รู้เฉย รู้เฉย รู้เฉย พอหนักเข้า หนักเข้า เมื่อเราไม่ต่อไฟขึ้นมาแล้วไฟมันก็ต้องดับไอ้ไฟนี่มันเกิดแล้วเราก็หาไม้มาใส่ไฟมันก็ลุกมากขึ้น มันก็จะเกิดเดือดร้อนกันขึ้นได้ คนบ้านเดียวก็จะต้องแตกกัน เมื่อธรรมของพระอริยะเกิดขึ้นแล้วไม่มีอะไร โลภ โกรธ หลง มันจะไปมีอะไรขึ้นในหมู่คณะได้
ขออำนาจบารมีธรรมคำสั่งสอนของสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ได้บำเพ็ญกันมานี่หลายวันแล้ว ก็ขอให้อำนาจบารมีธรรมนี่แหละ  ถึงแม้จะสึกหาลาเพศก็ให้รักษาศีล 5 ไว้ให้ดี แล้วก็ให้เชื่อว่าติดต่อพระโสดาบันไว้ไว้ที่กายใจของเรา
เราก็จะได้เห็นทุกข์แล้วเราเอาพระโสดาบันที่เกิดขึ้นอยู่ในกายใจของเรามีหิริความละอายต่อบาป กลัวต่อบาป แล้วก็ โลภ โกรธ หลงนั้นก็เกิดขึ้นมาไม่ได้ หรอกเป็นผู้สุคโต จะยืนก็ดี นั่งอยู่ก็ดีลุกไปอยู่ตรงโน้นก็ดี นอนอยู่ก็ดี นั่งอยู่ก็ดี ยืนอยู่ก็ดี จึงเรียกว่าสุคโต เป็นผู้มีความสุข ความไม่โลภ ความไม่โกรธนี่นะ พยายามฝึกเสียนะฝึกกัน แล้วพระอริยธรรมก็จะได้เกิดขึ้นที่กายใจของพวกเรา ขอเหมือนกันกับที่พุทธเจ้าเข้านิพพานนั่นหน่ะโอ้โลมปฏิโลมญาณ เข้าปฐมฌานเข้าทุติยฌาน เข้าตติยฌาน เข้าจตุรฌาน ถอยมาอีก อยู่ปฐมฌาน มาพิจารณาสัตว์มาดูสัตว์ มาดูหมู่สัตว์มีลูกศิษย์ที่เป็นอริยธรรม พระอนุรุทธ เข้าฌาน ออกฌานตามอยู่เสมอว่า องค์ที่ไม่รู้ก็ถาม ตอนนี้พระองค์กำลังชมฌานอยู่ฌานนั้ ฌานนี้
เหมือนกันกับพวกเรา ๆ นี้ก็เหมือนกันเรามากระทำก็เพื่อตามแนวทางแห่งพระพุทธเจ้า และพระธรรมเจ้า และพระสงฆ์เจ้า และเราก็จะได้ชมฌานเมื่อใกล้แตกดับ  เราก็จะได้พ้นทุกข์อย่างพระพุทธเจ้านั่นแหละ



เราก็พยายามทำ ดีกว่าไม่ทำเลยวันนึงก็ขอให้ได้ทำอยู่เสมอ ๆ เดินเราก็ทำ นั่งเราก็ทำ ยืนเราก็ทำ ทำอยู่ในใจของเรา  เราก็รู้ขึ้นเอง ทำขึ้นเองไม่ใช่ว่าไปทำงานนี่ไม่ได้ไปทำธรรมะเลยอย่างงี้มันเฉยมาก เฉยมาก
ญาติโยมทุกคนให้จำเอาไปทำเถอะไม่ช้าธรรมะก็จะเกิดกับญาติโยม เพราะความไม่โลภ ไม่โกรธมันมีแล้วอยู่แล้ว ความโลภ โกรธ หลงก็มีอยู่เมื่อเราไม่มนสิการความโลภ โกรธ หลง มันก็เกิดกะเราได้ ทีนี้มันจะเกิดขึ้นก็เดี๋ยวเดียว
มีสติสัมปชัญญะความรู้ตัว ก็จะรู้ธรรมเห็นธรรม เห็นอารมณ์สิ่งไม่ดี เห็นอารมณ์สิ่งที่ชั่ว อารมณ์นี้เป็นธรรมที่ดีที่เจริญ มันก็จะอยู่กับความเจริญ แล้วธรรมะนี่ก็จะเกิดได้ตามที่เราปฏิบัติใจอยู่
นึกว่าสงสาร นึกว่าสงสารตัวเอง ที่มันโลภ มันโกรธ อย่าให้มันหมักหมมอยู่ในใจมันต้องเกิดละ ถ้ามันไม่เกิดเราก็ไม่รู้ เพราะอย่างงั้นเราต้องต้องรู้จักว่า ไม่เกิดไม่อยู่กับความดับ ต้องให้รู้ทั้ง 2 อย่าง มันเกิดขึ้นก็รู้ หายโกรธขึ้นก็รู้ 
ต้องรู้อย่างงี้ถึงจะเรียกว่าพระพุทธเจ้าอยู่ในคำสอนของพระพุทธเจ้าอย่างงี้ถึงจะเรียกว่าเป็นผู้สร้างตนให้เป็นพระอริยะ
เอาละขอบารมีธรรมที่อาตมาได้บำเพ็ญบุญมา 41 พรรษานี้แล้ว ก็ขอให้อำนาจบารมีธรรมที่เราได้ปฏิบัติธรรมอยู่ด้วยกัน ก็ขอให้ว่างจากความโลภ โกรธ หลง
ขอให้จริยธรรมเกิดขึ้นที่กายใจของพระอริยเจ้าสัมมาสัมพุทธก็จะเกิดมากับญาติโยมทุกคน ๆ ขอให้ได้ มรรค 4 ผล 4 พระนิพพาน 1 จงเจริญ ๆ
เลื่อมใสธรรมของพระพุทธเจ้าจริง ๆ แล้วเราจะได้มีที่พึ่ง ธรรมะที่อยู่ในใจของเราไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลง เป็นที่พึ่งของเราได้ ธรรมที่โลภ โกรธ หลง เป็นที่พึ่งแก่เราไม่ได้ ทำให้เราไปสู่ทุกข์อย่างแน่นอน ที่เราจะเอาพระได้ จะเอาพระไปได้ 
ก็สกิทาคา อนาคามีได้ ถ้าไม่ปฏิบัติไม่ได้หรอกที่จะได้ก็เพราะปฏิบัติ ที่เรามาสร้าง ศีล สมาธิ ปัญญาให้เกิดขึ้นที่กายใจนี่แหละ
ให้เราเป็นผู้ทรงศีล เป็นผู้มีตัวเอง นะโยมผู้ชาย ศีล เจริญกายใจให้มาก กลับไปบ้านไปบ้านอย่าดุเดือดกันมาก ข่มขู่ไว้ 
เอาอะไรข่มล่ะ สติสัมปชัญญะข่ม โยมผู้ชายไม่ค่อยมีหรอก ผู้หญิงเยอะพวกเราไม่ค่อยเท่าไรหรอกโยม มาทำให้มันหมดชายหมดหญิงนี่แหละแบบของพระอรหันต์ทั้งนั้น นี่ผู้ชายไม่มี ผู้หญิงไม่มีแล้วก็ต้องแน่นอนนะฝึกไปเหอะ
นี่เราเข้าทางพระอรหันต์ละ ถ้าเราไม่ได้เราไม่รู้หรอกนะถ้าเราได้เราถึงจะรู้ ooooo///  <=อยู่ในระหว่าง edit