สถานีวิทยุสังฆทานธรรมตกอยู่ในสถานการณ์คับขันอันตราย
ขอเชิญสาธุชนทุกท่านร่วมพลังเพื่อปกป้องสถานีวิทยุสังฆทานธรรมให้ดำรงอยู่ต่อไป
ภายหลังจากที่หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ ได้ธุดงค์มาพบวัดสังฆทาน จังหวัดนนทบุรี ในปี 2511  ซึ่งขณะนั้นยังเป็นวัดร้างและมีเพียงองค์หลวงพ่อโตและศาลาสังกะสีเก่าๆ เท่านั้น แต่หลวงพ่อสนองท่านพิจารณาแล้ว เห็นว่า ที่นี่อยู่ท่ามกลางสวน มีสัปปายะที่ร่มรื่น และไม่ไกลจากกรุงเทพมหานคร ประชาชนสามารถเดินทางมาได้สะดวก และเหมาะสมเป็นสถานที่ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้แผ่กว้างไกลได้  ในปี 2517 หลวงพ่อท่านจึงตัดสินใจบูรณะปฏิสังขรณ์วัดสังฆทานและองค์หลวงพ่อโตตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
 เนื่องจากหลวงพ่อสนองเป็นพระธุดงค์ ดังนั้น ความตั้งใจเดิมของท่าน คือการมุ่งปฏิบัติธรรมเพื่อหวังการหลุดพ้น ท่านไม่เคยคิดจะสั่งสอนใคร แต่หลวงปู่สังวาลย์ เขมโก แห่งวัดทุ่งสามัคคีธรรม จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นพระอาจารย์ของหลวงพ่อสนอง กตปุญโญ ได้พยากรณ์ไว้ว่า ต่อไปในภายภาคหน้า หลวงพ่อสนองจะทำหน้าที่เผยแผ่พระพุทธศาสนาให้กว้างไกลออกไป และจะเป็นครูบาอาจารย์ มีลูกศิษย์ลูกหามากมายทั่วประเทศ ซึ่งมาถึงวันนี้ คำพยากรณ์ของหลวงปู่สังวาลย์ เขมโก ก็ได้แสดงให้เห็นเป็นประจักษ์แล้วว่า ตลอดชีวิตของหลวงพ่อสนองนั้น ท่านได้มุ่งมั่นและตรากตรำทำงานหนักมาทั้งชีวิต เพื่อทำหน้าที่เผยแผ่พระพุทธศาสนา และการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของหลวงพ่อสนองนั้น ก็แผ่กว้างไกลออกไป โดยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงภายในประเทศเท่านั้น แต่ยังแผ่ขยายไปยังประเทศต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นประเทศมาเลเซีย อินเดีย เนปาล ศรีลังกา อังกฤษ และสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี 
 การทำรายการวิทยุธรรมะ เป็นพยานหลักฐานสำคัญชิ้นหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า หลวงพ่อสนองท่านได้มุ่งมั่นเพื่อสั่งสอนธรรมะให้แก่พุทธศาสนิกชน ญาติโยม และลูกศิษย์ลูกหาของท่าน โดยในปี 2526 หลวงพ่อสนองได้เริ่มจัดรายการวิทยุในระบบ AM เนื่องจากท่านเห็นว่า การออกอากาศวิทยุในระบบ AM ในขณะนั้น จะทำให้ประชาชนที่อยู่ทุกภูมิภาคของประเทศสามารถรับฟังรายการวิทยุธรรมะของท่านได้ แต่หากเป็นระบบ FM ประชาชนที่จะสามารถรับฟังรายการวิทยุของท่านได้ ก็จะจำกัดอยู่เพียงในกรุงเทพมหานครและเขตปริมณฑลเท่านั้น ทั้งนี้ การจัดรายการวิทยุในขณะนั้น หลวงพ่อสนองได้เช่าช่วงเวลาออกอากาศในระบบ AM ภายใต้คลื่น 1494 KHz ระหว่างเวลา 03.00-05.00 น. จากสถานีวิทยุของ อสมท. สถานีวิทยุยานเกราะ และกรมประชาสัมพันธ์บ้าง ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าว เป็นช่วงเวลาที่ไม่ค่อยได้รับความนิยม เพราะผู้ฟังรายการมีจำนวนน้อย แต่อย่างไรก็ตาม ทั้งๆ ที่หลวงพ่อสนอง ได้จัดรายการวิทยุในช่วงเวลาดังกล่าวก็ตาม กลับปรากฏว่า มีผู้ติดตามรับฟังรายการวิทยุของท่านเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ เนื่องจากธรรมะที่หลวงพ่อนำมาเผยแผ่นั้นเป็นธรรมะที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน แต่ถึงแม้ว่า การออกอากาศวิทยุของหลวงพ่อสนองจะประสบความสำเร็จเกินความคาดหมายก็ตาม แต่การเช่าช่วงเวลาออกอากาศวิทยุดังกล่าวนั้น ก็มีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก  และยังถูกจำกัดช่วงเวลาออกอากาศอีกด้วย  ดังนั้น  ด้วยข้อจำกัดและอุปสรรคดังกล่าว ท่านจึงมีดำริที่จะจัดตั้งสถานีวิทยุเป็นของตนเอง และเป็นที่มาของการจัดตั้งสถานีวิทยุสังฆทานธรรม โดยเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2547 สถานีวิทยุสังฆทานธรรมได้เริ่มออกอากาศครั้งแรกในระบบ FM ภายใต้คลื่น 89.25 MHz  และใช้ชื่อ “คลื่นขาวของชาวพุทธ” หรือ “White Wave” โดยรายการคลื่นขาวของชาวพุทธได้ออกอากาศกระจายเสียงแสดงธรรมของหลวงพ่อสนอง และครูบาอาจารย์ในสายพระกรรมฐานทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่และที่ได้ละสังขารไปแล้ว ทั้งยังใช้สื่อวิทยุในการประชาสัมพันธ์ข่าวสาร งานบุญต่างๆ และเมื่อผู้ติดตามรับฟังรายการของสถานีวิทยุสังฆทานธรรมมีจำนวนมากขึ้น ดังนั้น ในวันที่ 1 มิถุนายน 2548 วิทยุสังฆทานธรรมจึงได้เพิ่มเวลาออกอากาศเป็นตลอด 24 ชม. ซึ่งได้ดำเนินการมาจนถึงปัจจุบันนี้  พร้อมทั้งได้ขยายสถานีวิทยุเครือข่ายไปยังภูมิภาคต่างๆ ด้วย ขณะนี้ สถานีวิทยุสังฆทานธรรมและสถานีวิทยุเครือข่าย มีทั้งสิ้น 36 สถานี
         หลวงพ่อสนองท่านได้ให้ความสำคัญกับสถานีวิทยุสังฆทานธรรมมาก แม้กระทั่งในวาระสุดท้ายของท่าน ท่านยังคงปรารภถึงความสำคัญของวิทยุสังฆทานธรรม ดังนั้น จึงมิอาจปฏิเสธได้เลยว่า ถึงแม้หลวงพ่อสนอง กตปุญฺโญ จะได้ละสังขารไปแล้ว เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2555 ที่ผ่านมาก็ตาม แต่ท่านก็ได้มอบสถานีวิทยุสังฆทานธรรมและสถานีวิทยุเครือข่ายทั้ง 36 สถานี อันเป็นสมบัติธรรมและมรดกธรรมไว้ให้แก่เหล่าบรรดาลูกศิษย์ลูกหาไว้แล้ว เพื่อเป็นตัวแทนขององค์ท่านต่อไป
วิกฤตการณ์ของสถานีวิทยุสังฆทานธรรมและสถานีวิทยุเครือข่าย จากประกาศ กสทช. พ.ศ. 2555
         แต่มาวันนี้ สถานีวิทยุสังฆทานธรรมและสถานีวิทยุเครือข่าย ทั้ง 36 แห่ง ที่หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ ท่านได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจมาตลอดทั้งชีวิตของท่าน ต้องประสบกับวิกฤติการณ์อย่างใหญ่หลวงจากการบังคับใช้กฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตประกอบกิจการบริการชุมชนชั่วคราว (วิทยุกระจายเสียงชุมชน) (ประกาศ กทช. พ.ศ. 2552) และประกาศของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง พ.ศ. 2555 (ประกาศ กสทช. พ.ศ. 2555)
         ภายใต้ประกาศ กทช. พ.ศ. 2552 ได้กำหนดให้ผู้ประสงค์จะประกอบกิจการวิทยุชุมชนต้องขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการวิทยุชุมชนชั่วคราว ทั้งนี้ ประกาศฉบับดังกล่าวกำหนดคำนิยามของคำว่า “ชุมชน” ไว้ว่า
         “ชุมชน หมายความว่า กลุ่มประชาชนที่มีพื้นที่อาศัยในแหล่งเดียวกัน ไม่ว่าจะในเมืองหรือในชนบท และให้หมายความรวมถึงกลุ่มประชาชนที่มีความสนใจร่วมกันและอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกันหรือสื่อสารถึงกันได้
โดยมีผลประโยชน์ด้านสังคมและวัฒนธรรมเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกัน ทำกิจกรรมอันชอบด้วยกฎหมายและศีลธรรมร่วมกัน มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง มีการจัดการและการแสดงเจตนาแทนกลุ่มได้”
ภายหลังที่หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ ได้ศึกษาประกาศ กทช. พ.ศ. 2552 แล้ว ท่านเห็นว่า..สถานีวิทยุสังฆทานธรรมและสถานีวิทยุเครือข่ายไม่เข้าหลักเกณฑ์การเป็นวิทยุชุมชน เพราะสถานีวิทยุสังฆทานธรรมมุ่งเน้นการออกอากาศให้ครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ นอกจากนี้ มาตรฐานเทคนิคของสถานีวิทยุของวัดสังฆทานยังไม่เข้าเงื่อนไขมาตรฐานเทคนิคตามที่ประกาศ กทช. พ.ศ. 2552 กำหนด ดังนั้น สถานีวิทยุสังฆทานธรรมและสถานีวิทยุเครือข่ายทั้ง 36 แห่ง จึงไม่สามารถขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการบริการวิทยุชุมชนตามประกาศ กทช. พ.ศ. 2552 ได้
         ต่อมา..เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2555 ได้มีประกาศออกมาอีกหนึ่งฉบับ กล่าวคือ ประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง พ.ศ. 2555 (ประกาศ กสทช. พ.ศ. 2555) ซึ่งประกาศฉบับนี้ได้ออกมายกเลิกประกาศ กทช. พ.ศ. 2552 ทั้งนี้ ภายใต้ประกาศ กสทช. พ.ศ. 2555 ได้กำหนดการทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง มี 3 ประเภท ดังนี้ คือ กิจการบริการสาธารณะ กิจการบริการชุมชน และกิจการทางธุรกิจ และเมื่อพิจารณาประกาศ กสทช. พ.ศ. 2555 ในเบื้องต้นแล้ว จะเห็นได้ว่าวัดสังฆทานน่าจะสามารถขอรับใบอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง ประเภทกิจการบริการสาธารณะได้...  แต่กลับปรากฏข้อเท็จจริงต่อไปว่า...ประกาศ กสทช. พ.ศ. 2555 ได้กำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิขอรับใบอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง  จำกัดอยู่เพียงบุคคคลแค่ 3 กลุ่มเท่านั้น ดังนี้
         1. ผู้ที่ได้รับสิทธิทดลองออกอากาศในลักษณะชั่วคราว กล่าวคือ..ต้องเป็นผู้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการวิทยุชุมชนชั่วคราวตามประกาศ กทช. พ.ศ. 2552 ซึ่งได้ถูกยกเลิกไปแล้วโดยประกาศฉบับนี้
         2. ผู้ได้รับใบอนุญาตตามประกาศ กทช. พ.ศ. 2552 ซึ่งได้แก่ ผู้ประกอบกิจการรายเดิม (สถานีวิทยุหลัก จำนวน 314 สถานี) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสถานีวิทยุของภาครัฐ
         3. ผู้ที่ได้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามประกาศ กทช. พ.ศ. 2552 ไว้แล้ว
         เมื่อพิจารณาจากคุณสมบัติของผู้มีสิทธิขอรับใบอนุญาตตามประกาศ กสทช. พ.ศ. 2555 แล้ว สถานีวิทยุวัดสังฆทานธรรมและสถานีวิทยุเครือข่าย จำนวน 36 แห่ง จึงไม่มีคุณสมบัติและไม่เป็นผู้มีสิทธิที่จะขอรับใบอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง ประเภทบริการสาธารณะได้ นอกจากนี้  ประกาศ กสทช. พ.ศ. 2555 ยังกำหนดให้การประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นกิจการบริการสาธารณะ กิจการบริการชุมชน และกิจการทางธุรกิจ ต้องใช้มาตรฐานเทคนิคเดียวกัน คือ กำลังส่งต้องไม่เกิน 500 วัตต์ ความสูงของเสาส่งไม่เกิน 60 เมตร และพื้นที่การกระจายเสียง ต้องมีรัศมีไม่เกิน 20 กิโลเมตร
         ดังนั้น จึงเห็นได้ว่า ประกาศ กสทช. พ.ศ. 2555 เป็นประกาศที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่เป็นธรรม เลือกปฏิบัติ โดยเฉพาะเป็นประกาศที่ออกมาตัดสิทธิของวัดสังฆทาน อันเป็นผลทำให้วัดสังฆทานต้องกลายเป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติที่จะได้รับสิทธิขอใบอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง ประเภทกิจการบริการสาธารณะตามที่กำหนดไว้ในประกาศ กสทช. พ.ศ. 2555 ได้ ทั้งๆ ที่สถานีวิทยุสังฆทานธรรมและสถานีวิทยุเครือข่ายนั้นเกิดขึ้นมาก่อนประกาศ กทช. พ.ศ. 2552  ทั้งยังเกิดขึ้นมาก่อนการจัดตั้งองค์กร กสทช. และประกาศ กสทช. พ.ศ. 2555 อีกด้วย ดังนั้น วัดสังฆทานจึงมีความจำเป็นที่จะต้องใช้สิทธิทางศาลเพื่อปกป้องและคุ้มครองสิทธิของวัดสังฆทานในการประกอบกิจการสถานีวิทยุสังฆทานธรรมและสถานีวิทยุเครือข่ายต่อไป ซึ่งขณะนี้ คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครอง
         ด้วยเหตุที่วัดสังฆทานเป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติและไม่มีสิทธิที่จะขอรับใบอนุญาตทดลองออกอากาศวิทยุกระจายเสียงตามประกาศ กสทช. พ.ศ. 2555 ได้ จึงเป็นผลทำให้วัดสังฆทานกลายเป็นผู้กระทำความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอีก 3 ฉบับ โดยปริยาย กล่าวคือ (1) พระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 (2) พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และ(3) พระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 ในฐานความผิด ดังนี้
         1. การใช้คลื่นความถี่เพื่อกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ หรือกิจการโทรคมนาคม โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 78 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และมาตรา 66 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 ซึ่งต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับวันละไม่เกินห้าหมื่นบาท ตลอดระยะเวลาที่ยังฝ่าฝืน
         2. การทำ มี ใช้ นำเข้า นำออกซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 6 และมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 ซึ่งต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือจำคุกไม่เกินห้าปี หรือทั้งจำทั้งปรับ
         3.การตั้งสถานีวิทยุคมนาคม โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 11 และมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ.2498 ซึ่งต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือจำคุกไม่เกินห้าปี หรือทั้งจำทั้งปรับ
 จากประกาศ กทช. พ.ศ. 2552 และประกาศ กสทช. พ.ศ. 2555 รวมทั้งกฎหมายทั้งสามฉบับดังกล่าวข้างต้น จึงเป็นเหตุให้หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ หลวงพ่อของพวกเราชาววัดสังฆทาน ต้องถูกดำเนินคดีอาญา
ในฐานความผิด มี ใช้ซึ่งเครื่องวิทยุโทรคมนาคม และตั้งสถานีวิทยุโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต ตามมาตรา 6 มาตรา 11 และมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 ดังเอกสารที่แนบมาพร้อมนี้
ลูกศิษย์ชาววัดสังฆทานจะร่วมกันปกป้องและรักษามรดกธรรมของหลวงพ่อไว้ได้อย่างไร..
         มาถึงวันนี้ การดำเนินคดีกับหลวงพ่อสนอง กตปุญโญ ไม่ว่าจะเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญา คงไม่มีผลอะไรต่อองค์ท่านอีกต่อไปแล้ว เพราะคดีอาญาได้ระงับและยุติลงแล้ว เนื่องจากหลวงพ่อท่านมรณภาพ แต่สิ่งสำคัญยิ่งไปกว่านั้น ก็คือหลวงพ่อท่านเป็นนักบวชในพระธรรมวินัยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า      หลวงพ่อได้ออกจากบ้านเรือนมานานแล้ว เพื่อมุ่งแสวงหาทางพ้นทุกข์เป็นสำคัญ..และเพื่อช่วยชี้นำทางแห่งการพ้นทุกข์ให้แก่มวลมนุษย์ และเพื่อสงเคราะห์แก่สัตว์โลก เพราะ...หลวงพ่อสนอง ท่านมีทรัพย์สมบัติ ที่มีค่ายิ่งกว่านั้น...นั่นคือ...สมบัติธรรม..
         สถานีวิทยุ จึงเปรียบเสมือนตัวแทนขององค์หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ หากไม่มีสถานีวิทยุ ก็เปรียบเสมือน เราสูญเสียหลวงพ่อไปแล้วเช่นกัน... และวันใด ที่เสียงวิทยุดับลง วันนั้น เสียงแสดงธรรม ของหลวงพ่อสนองย่อมดับลงไปด้วย  วันนี้..หลวงพ่อของพวกเราถูกรังแก..เรา..ผู้เป็นศิษย์ก็พร้อมใจจะลุกขึ้น..เพื่อปกป้อง และทวงคืนสมบัติธรรม มรดกที่หลวงพ่อทิ้งไว้ให้...
                  “ขอเชิญชวน บรรดา เหล่าชาวศิษย์         จงโปรดคิด ตรองเถิด ด้วยเหตุผล
                  พ่อเราสร้าง วิทยุมา เพื่อปวงชน               เพื่อหวังผล เผยแผ่ แพร่พระธรรม
                  ประชาชน คนเมือง จะไกลใกล้                 เสียงธรรมะ ก้องไป ทุกแห่งหน
                  เตือนสติ ตั้งมั่น ในสกนธ์                          นั่นคือมนตร์ สถานี สังฆทานธรรม
                  มาวันนี้ เหมือนมี ใครกลั่นแกล้ง               ทั้งเสแสร้ง ทำสงสาร อย่างขำขัน
                  ทางหนึ่งบอก ให้มา เจรจากัน                  ทางหนึ่งนั้น ดาบลง คงอาญา
                  มาวันนี้ เห็นที ต้องปกป้อง                       นั่นคือของ สมบัติพ่อ เราใช่ไหม
                  มาวันนี้ ลูกขอหล่อ รวมดวงใจ                 ขอทวงคืน วิทยุไป ให้พ่อเรา”
ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนและลูกศิษย์ลูกหาขององค์หลวงปู่สังวาลย์ เขมโก และองค์หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ โปรดร่วมแสดงพลังเพื่อปกป้องสถานีวิทยุสังฆทานธรรมและสถานีวิทยุเครือข่าย โดยการแสดงความคิดเห็นในเรื่อง
         (1) ประโยชน์ของสถานีวิทยุสังฆทานธรรมและสถานีวิทยุเครือข่าย
         (2) ผลกระทบที่จะได้รับ หากสถานีวิทยุสังฆทานธรรมและสถานีวิทยุเครือข่ายจะต้องถูกปิดลง
         (3) ข้อเสนอแนะและมาตรการต่างๆ เพื่อปกป้องสถานีวิทยุสังฆทานธรรมและสถานีวิทยุเครือข่าย โดยสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านทาง facebook วิทยุสังฆทานธรรม
         หรือส่งความคิดเห็นมาที่วัดสังฆทาน ต.บางไผ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี โทร. 02-496-1240-42 แฟกซ์ 02-496-1243, 02-496-1266
         นอกจากนี้ ขอให้สาธุชนทุกท่านร่วมแสดงพลังเพื่อสนับสนุนสถานีวิทยุสังฆทานธรรมและสถานีวิทยุเครือข่ายให้ดำรงอยู่ต่อไป ด้วยการติดสติ๊กเกอร์ “วิทยุสังฆทานธรรม คลื่นขาวของชาวพุทธ” ไว้ที่กระจกรถยนต์โดยทั่วกัน โดยติดต่อขอรับสติ๊กเกอร์ได้ที่วัดสังฆทาน ..............................ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านค่ะ ***
อยู่ในระหว่าง ป้อนข้อมูล 
 
 
 
ถ่ายทอดสด : สถานีวิทยุสังฆทานธรรม
คลื่นขาวของชาวพุทธ FM 89.25 MHz
⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱
 
⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱
Dhitinard Cintamani
โปรดเกาะติดสถานการณ์ วิทยุ สังฆทานธรรม
โปรด ช่วยแสดงพลังความคิดเห็นผ่าน FACEBOOK
วิทยุ สังฆทานธรรม
หรือทาง FaceBook : วิทยุสังฆทานธรรม
http://www.facebook.com/วิทยุสังฆทานธรรม/586905781322691?fref=ts
สถานีวิทยุสังฆทานธรรม ไม่ใช่เป็นของวัดสังฆทาน
แต่เป็นสมบัติของมูลนิธิพุทธเอนกประสงค์วัดสังฆทาน
ซึ่งสาธุชนทุกคนบริจาคปัจจัยร่วมสร้าง
เพื่อให้เป็นสมบัติของพระพุทธศาสนา และนำความร่มเย็น
สู่พี่น้องชาวไทยทุกคนด้วยความมีเมตตาต่อกัน
ถ้ามันดับลง แล้วลูกหลานเรา.......
http://www.facebook.com/วิทยุสังฆทานธรรม/586905781322691?fref=ts
www.facebook.com
Like ·Comment· Share · Yesterday at 1:01pm
บุญส่ง รัตนพงค์ and อารมณ์ดี ริณดา like this.
25/3/2556..
 
 
 
 
⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱
 
Lyly Torsuwan
ชีวิตดีขึ้นจิตใจเปลี่ยนไป
จากคนใจร้อน ขี้ใจน้อยหลังจาก ได้ฟังธรรมะจากหลวงพ่อสนอง
ผ่านทางวิทยุFM89.25
ทำให้สามารถควบคุมอารมณ์และจิตใจตนเองได้ดีขึ้น ครอบครัว
มีความสุขมากขึ้น
มีธรรมะสามารถสอนลูกหลานให้เป็นคนดีมีธรรมะได้ต่อๆๆไป
ได้สามารถบอกเพื่อนๆที่มีปัญหาให้เปิดวิทยุช่องนี้ฟังเพื่อหาทางแก้
ไขปัญหาของเพื่อนๆได้ด้วยตัวเขาเองเป็นสิ่งที่วิเศษมากๆค่ะ
ขอให้วิทยุคงอยู่กับประชาชนทุกคนไปนานๆนะคะ
Like·Comment· Yesterday at 12:12pm near Bangkok
อารมณ์ดี ริณดา, แม่ ปู and ศิริขวัญ โชติรัตน์ like this.
25/3/2556.
  
⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱ 
อารมณ์ดี
9 hours ago  26 /3/ 2556
ขอเชิญชวน..บรรดา เหล่าชาวศิษย์ ..
จงโปรดคิด..ตรองเถิด..ด้วยเหตุผล
พ่อเราสร้าง..วิทยุมา..เพื่อปวงชน..
เพื่อหวังผล..เผยแผ่ แพร่พระธรรม..
ประชาชน..คนเมือง จะไกลใกล้
เสียงธรรมะ ก้องไป ทุกแห่งหน..
เตือนสติ..ตั้งมั่น..ในสกนธ์..
นั่นคือมนต์..สถานี สังฆทานธรรม..
มาวันนี้...เหมือนมี..ใครกลั่นแกล้ง..
ทั้งแสเสร้ง..ทำสงสาร อย่างขำขัน..
ทางหนึ่งบอก..ให้มา ..เจรจากัน..
ทางหนึ่งนั้น...ดาบลง..คงอาญา..
มาวันนี้...เห็นที ต้องปกป้อง
นั่นคือของ...สมบัติพ่อ เราใช่ไหม..
มาวันนี้..ลูกขอหล่อ..หลอมดวงใจ..
ขอทวงคืน..วิทยุไป..ให้พ่อ..เรา....
⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱