วิทยุสังฆทานธรรม
ชี้แจงสถานการณ์สถานีวิทยุสังฆทานธรรม
ในปี ๒๕๑๗ พระเดชพระคุณหลวงพ่อสนอง กตปุญโญ ได้บูรณะปฏิสังขรณ์วัดสังฆทานและองค์หลวงพ่อโต ภายหลังมีพุทธศาสนิกชนได้เดินทางมาปฏิบัติธรรมที่วัดสังฆทานมากขึ้น ด้วยหลวงพ่อสนอง กตปุญโญ ได้ตั้งปณิธานอย่างแน่วแน่ที่เผยแผ่พระพุทธศาสนาให้แผ่กว้างออกไปให้ทั่วถึงทุกภูมิภาค เพื่อให้ประชาชนที่อยู่ต่างจังหวัดได้มีโอกาสรับฟังธรรมะกันมากขึ้น ท่านจึงได้เริ่มโครงการสถานีวิทยุยานเกราะระบบ AM ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงมากและเวลาการออกอากาศก็ถูกจำกัดให้เฉพาะตอนกลางคืน ซึ่งมีจำนวนผู้ฟังไม่มากนัก ต่อมาการออกอากาศทางสถานีวิทยุยานเกราะก็มีเหตุให้ต้องหยุดชะงักลง แต่ดำริของท่านที่จะสร้างสถานีวิทยุเพื่อเผยแผ่ธรรมะก็ยังคงอยู่ ท่านก็ยังคงมุ่งมั่นทำหน้าที่เผยแผ่ธรรมะในรูปแบบอื่นๆเช่น หนังสือธรรมะ เทปคาสเซ็ตธรรมะ และการถ่ายทำวิดีโอธรรมะ ซึ่งเป็นรู้จักโดยทั่วกันในนาม “รายการธรรมะสว่างใจ”
ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๔๗ หลวงพ่อได้มีการจัดตั้งสถานีวิทยุภายใต้ชื่อ “สถานีวิทยุสังฆทานธรรม” โดยสถานีวิทยุสังฆทานธรรมแห่งแรกได้ก่อตั้งขึ้นที่วัดสังฆทาน และออกอากาศเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๗ ทางคลื่น FM 89.25 MHz. โดยมีสโลแกนว่า “คลื่นขาวของชาวพุทธ” หรือ “White Wave” โดยมีการจัดทำรายการธรรมะในรูปแบบที่เข้าใจง่าย ไม่น่าเบื่อ เช่นนิทานธรรมะสำหรับเด็ก ซึ่งมีการสอดแทรกศีลธรรม หรือรายการนำเสนอสาระประโยชน์และความรู้ในด้านต่างๆ เช่น ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ ความรู้ภาษาต่างประเทศ ทั้งยังให้การสนับสนุนหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เช่น งานประชาสัมพันธ์ผ่านรายการวิทยุเพื่อขอความช่วยเหลือให้ผู้เดือดร้อน
จากภัยพิบัติทางภาคใต้ ต่อมาเมื่อมีผู้ฟังมากขึ้นหลวงพ่อสนองดำริที่สร้างสถานีสาขาหรือสถานีเครือข่ายขยายไปสู่ 
 
ส่วนภูมิภาค จนกระทั่งครอบคลุมพื้นที่ทั่วทั้งประเทศ ปัจจุบันสถานีวิทยุสังฆทานธรรมรวมสถานีวิทยุเครือข่ายมีทั้งหมด ๓๔ สถานี
วันนี้ สถานีวิทุยสังฆทานธรรมและสถานีเครือข่าย ทั้ง ๓๔ แห่ง ที่หลวงพ่อสนองได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจมาตลอดทั้งชีวิต ต้องประสบกับสถานการณ์อย่างใหญ่หลวง จากการบังคับใช้กฎหมาย ทำให้สถานีวิทยุของวัดสังฆทานและสถานีเครือข่าย ทั้ง ๓๔ แห่งไม่สามารถขอรับใบอนุญาตทดลองออกอากาศวิทยุ ประเภทกิจการบริการสาธารณะได้
หลวงพ่อท่านเคยกล่าวไว้ว่า “ไม่เกินร้อยปี เราตายกันหมดแล้ว เอาอะไรไปไม่ได้ทั้งนั้น มีแค่บุญกุศลความดีที่จะนำติดตัวไปได้เพียงเท่านั้น” ซึ่งสัจธรรมนี้ ได้ปรากฏขึ้นแก่องค์หลวงพ่อสนองแล้ว และเราเหล่าศิษยานุศิษย์ หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ ท่านได้จากไป คงเหลือไว้แต่เพียงความดีและธรรมสมบัติ อันเป็นมรดกที่มีค่ายิ่ง ที่ท่านทิ้งไว้ให้เราลูกศิษย์ลูกหาดูแล
สถานีวิทยุเปรียบเสมือนเป็นตัวแทนขององค์หลวงพ่อสนอง หากไม่มีสถานีวิทยุ ก็เปรียบเสมือนเราจะต้องสูญเสียหลวงพ่อไปอีกครา เพราะเมื่อเสียงวิทยุสังฆทานธรรมดับลง เสียงแสดงธรรมของพ่อแม่ครูบาอาจารย์ย่อมดับลงไปด้วย
ณ บัดนี้ คงถึงเวลาแล้ว ที่เราเหล่าศิษยานุศิษย์ขององค์หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ จะต้องร่วมมือร่วมใจ ร่วมเป็นร่วมตายกัน อย่างสุดความสามารถ เพื่อช่วยกันปกป้องสมบัติธรรม อันเป็นมรดกที่หลวงพ่อท่านใช้ชีวิตทั้งชีวิตของท่านสร้างสมมา
และเป็นมรดกธรรมสืบทอดต่อไป