ไท่เก๊ก 24 สารทในฤดูต่างๆ

โพสต์22 มิ.ย. 2553 00:56โดยนันท์ นิธิ   [ อัปเดต 11 ก.ค. 2553 19:06 ]
อย่าเพิ่งแปลกใจนะครับ จริงๆแล้วอันนี้ไม่ใช่การบ้านหรอก เพียงผมเห็นว่าถ้าหากเราอยากเป็นซินแส ที่ดีเรื่องปลีกย่อยเหล่านี้ก็ควรที่จะรู้และจดจำได้ จะได้ทราบถึงความหมายของแต่ละสารทอย่างแท้จริงครับ ต้องขอขอบคุณ ซือเฮี่ย ซุงตี่ ที่เขียนบทความดีๆนี้ให้พวกเราด้วยครับ (คัดลอกบทความจาก จดหมายข่าวของชมรมภูมิโหราศาสตร์ เขียนโดย ซือเฮี่ย ซุงตี่ เดือน มิ.ย-ก.ค.ปี 2553)
 
ฤดูใบไม้ผลิ

สารทที่ 1 ลิบชุง ลิบคือเริ่มต้น ชุง คือการเคลื่อนไหว แล้วอย่างไรคือการเคลื่อนไหว สืบเนื่องมาจากสารทตังจี่ คือฤดูหนาว แมลงและสัตว์ทั้งหลายไม่อาจจะทนกับความหนาวเย็นของอากาศได้ จึงต้องหลบภัยอยู่ในดิน เก็บตัวรอให้ฤดูหนาวผ่านพ้นไป แม้แต่ต้นไม้ยัง
สลัดใบเพื่อความอยู่รอดโดยรักษาเพียงลำต้นไว้ รอจนกว่าฤดูใบไม้ผลิ อากาศเริ่มอบอุ่นขึ้นแล้ว ไข่และแมลงทั้งหลายก็จะฝักตัว
อ่อนเกิดมาดูโลก และออกจากใต้ดิน หลังจากเก็บตัวมาตลอดฤดูหนาว ต้นไม้เมื่อได้อากาศที่อบอุ่นก็จะผลิใบออกหน่อ จึงเรียกสารท
นี้ว่า ลิบชุง

สารทที่ 2 อู๋จุ้ย อู๋ หรือโหว่จุ้ย แปลว่า น้ำฝน สารทนี้มีความหมายว่า เริ่มจะมีน้ำหรือฝนบ้างแล้ว แต่ยังไม่มาก เพราะยังมีความหนาว
เย็นของฤดูหนาวหลงเหลืออยู่ จึงเรียกสารทนี้ว่า อู๋จุ้ย

สารทที่ 3 เก็งเต็ก เก็ง คือ การปลุก เต็ก คือ จำศีล เก็งเต็ก คือการปลุกให้ตื่นจากการจำศีล สารทเก็งเต็กเป็นฤดูใบไม้ผลิ
อยู่ทางทิศตะวันออก จิ้งคือ ลุ้ย ความหมายคือ เสียงฟ้าร้อง เป็นสัญญาณแห่งการปลุกให้เหล่าแมลงและสัตว์ที่จำศีลอยู่ตื่นขึ้น
จึงเรียกสารทนี้ว่า เก็งเต็ก

สารทที่ 4 ชุงฮุง ชุง คือ ฤดูใบไม้ผลิ ฮุงคือ ครึ่งหนึ่ง ชุงฮุง คือฤดูใบไม้ผลิได้ผ่านมาถึงกลางฤดูแล้ว 45 วัน (1ฤดู มี 90 วัน)
จึงเรียกสารทนี้ว่า ชุงฮุง

สารทที่ 5 เช็งเม็ง เช็ง คือความสะอาดสดชื่น เม้งคือความสว่างสดใส เช็งเม็ง คือความสะอาดและสดใส เป็นฤดูที่มีอากาศอบอุ่น
ขึ้น ต้นไม้ใบหญ้าเริ่มเป็นสีเขียวที่เบิกบาน คนจีนจึงใช้สารทนี้ไหว้บรรพบุรษกัน เพราะมีอากาศที่พอดีไม่ร้อนไม่หนาว มีลมพัดมาจาก
ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เรียกว่า เก็งฮวง และเป็นการขอพรให้บรรพบุรุษช่วยคุ้มครองไร่นาให้พ้นจากภัยทั้งปวง เพราะว่าหลัง
จากสารทเช็งเม้ง ก็จะเป็นฤดูแห่งการเพาะปลูก จึงเรียกสารทนี้ว่า เช็งเม็ง

สารทที่ 6 ก๊กอู้ โหงวกก คือธัญพืชทั้งหลาย อู้หรืออ่านว่าโหว คือ น้ำก๊กอู้ คือชื่อของกลุ่มดาวเหนือ น้ำนั้นมาจากทางทิศเหนือ
สารทนี้จึงมีฝนมากกว่าสารทอู๋จุ้ย เมื่อน้ำมากธัญพืชทั้งหลายก็งอกงาม จึงเรียกสารทนี้ว่าก๊กอู้
 
ฤดูร้อน
 
สารทที่ 7 ลิบแห่ ลิบคือ เริ่ม แห่ คือฤดูร้อน ลิบแห่ คือ เริ่มฤดูร้อน ฤดูร้อนนั้นถือว่าเป็นสารทแห่งการพักผ่อน เพราะหลังจากการเพาะปลูกแล้วต้องรอให้ต้นข้าวเจริญเติบโตและรอจนถึงฤดูแห่งการเก็บเกี่ยวที่จะมาถึง ชาวนาก็จะเริ่มออกไปเก็บเกี่ยวตามฤดูกาล
 
สารทที่ 8 เสียวมั่ว เสี่ยว คือเล็กน้อย มั่ว คือ เต็ม เสี่ยวมั่ว ในความหมายคือยังไม่เต็มที่ เช่นการปลูกพืชนั้นได้เริ่มขึ้น ในบางส่วน ในการเพาะเมล็ด เช่น การหว่านข้าว ต้นกล้านั้นยังโตไม่เต็มที่หรือเป็นต้นฤดูร้อน ยังมีความร้อนไม่เต็มที่ จึงเรียกสารทนี้ว่าเสียวมั่ว
 
สารทที่ 9 หมั่งเจ้ง มั้ง คือแหลมคม เจ้ง คือเมล็ดพันธุ์ หรือการปลูก เป็นสารทที่ต้นกล้าเริ่มโตแล้ว โตจนใบของต้นกล้านั้นแข็งและแหลมคม ได้เวลาที่จะถอนต้นกล้าไปปลูกใหม่ หรือเรียกว่าการดำนาจึงเรียกสารทนี้ว่า หมั่งเจ้ง
 
สารทที่ 10 แห่จี่ แห่ คือ ฤดูร้อน จี่ คือถึงหรือที่สุด แห่จี่คือฤดูร้อนได้ถึงครึ่งหนึ่งแล้ว และถึงที่สุดของพลังเอี๊ยงแล้ว หลังจากนี้พลังอิมก็จะเริ่มเข้ามา ในฤดูนี้ กลางวันจะยาวกว่ากลางคืน เงาจะสั้น
เพราะตะวันจะเอียงไปทางทิศเหนือ บ่งบอกให้รู้ว่าถึงกลางฤดูร้อนแล้ว
 
สารทที่ 11 เสี้ยวซู่ เสี้ยว คือ เล็กน้อย ซู่ คือความอบอ้าว เสียวซู่ คือเริ่มอบอ้าว เนื่องจากเป็นปลายฤดูร้อน อากาศจะอบอ้าว แต่ยังไม่มากถึงที่สุด จึงเรียกสารทนี้ว่า เสี้ยวซู่
 
สารทที่ 12 ไต๋ซู่ ไต๋ คือใหญ่ หรือมาก ซู่ คือความอบอ้าว ไต๋ซู่ คือความอบอ้าวมาก เพราะเป็นปลายฤดูร้อน ความร้อนที่สะสมมาเป็นเวลานาน เริ่มคลายออกมาเป็นความอบอ้าว เนื่องจากปลายฤดูร้อนจะมีฝนตก จึงเกิดอบอ้าวมาก จึงเรรียกสารทนี้ว่า ไต๋ซู่
 
ฤดูใบไม้ร่วง
 
สารทที่ 13 ลิบชิว ลิบ คือ เริ่ม ชิว คือ ฤดูใบไม้ร่วง ลิบชิว คือเริ่มฤดูใบไม้ร่วง หรือความสำเร็จ เป็นฤดูแห่งการเริ่มเก็บเกี่ยวจากผลผลิตที่เต็มที่แล้ว รวงข้าวเริ่มแก่เต็มรวงพร้อมที่จะเก็บเกี่ยวได้แล้ว จึงเรียกสารทนี้ว่า ลิบชิว
 
สารทที่ 14 ฉู่ซู่  ฉู่ คือ สิ้นสุด ซู่ คือความอบอ้าว ฉู่ซู่ คือสิ้นสุดของฤดูร้อน ลมจะพัดมาจากทิศตะวันตก เป็นลมหนาวเริ่มเข้ามาสอดแทรกไล่ลมร้อนไปให้หมด จึงเรียกสารทนี้ว่า ฉู่ซู่
 
สารทที่ 15 แปะโหล่ว แป๊ะ คือ สีขาว (ฤดูชิว คือ ทิศตะวันตก ธาตุทอง สีขาว)โหล่ว คือ ทาง แปะโหล่ว คือ ทางสีขาว ความหมายคือ ดินในฤดูนี้มีความชื้น และความชื้นของดินจะเกิดน้ำค้างบนยอดหญ้าในตอนเช้า เมื่อต้องแสงอาทิตย์ยามเช้า จะเกิดแสงสะท้อนเป็นสีขาว ดูแล้วสวยงามมาก จึงเรียกสารทนี้ว่า แปะโหล่ว
 
สารทที่ 16 ชิวฮุง ชิว คือฤดูใบไม้ร่วง ฮุง คือครึ่งหนึ่ง ชิวฮุง คือ ฤดูใบไม้ร่วงได้เข้ามาถึงกลางฤดูแล้ว อากาศเริ่มเย็นลงจนน้ำค้างเริ่มจับเป็นเกล็ดบางๆ และหลังจากกลางฤดูผ่านพ้นไปอากาศก็จะเย็นลง เป็นสัญญาณบอกว่า ฤดูหนาวกำลังจะใกล้เข้ามาแล้ว หลังจากสารทชิวฮุง
 
สารที่ 17 หั่งโหล่ว หั่ง คือ หนาว โหล่ว คือ ทาง หั่งโหล่ว คือ หนทางแห่งความหนาวเย็น โหล่วจุ้ย คือน้ำค้าง ในฤดูนี้น้ำค้างจะเย็นจนเป็นเกล็ดมากขึ้น อากาศเริ่มหนาวขึ้นจนต้องใส่เสื้อกันหนาว แล้วในฤดูนี้ และข้างหน้าคือหนทางแห่งความหนาวเย็นจึงเรียกสารทนี้ว่า หั่งโหล่ว
 
สารทที่ 18 ซึงกั่ง ซึง คือ ความเย็นจัด หรือน้ำแข็ง กั่ง คือลงจากฟ้า ซึงกั่ง คือความเย็นที่มาจากฟ้า ในฤดูนี้ อากาศยิ่ง หนาวขึ้นจนฝนที่ตกลงมาบ้างในฤดูนี้เป็นน้ำแข็งปะปนลงมากับสายฝนเพราะความเย็นจัดจึงเรียกสารทนี้ว่า ซึงกั่ง
 
ฤดูหนาว
 
สารทที่ 19 ลิบตัง ลิบ คือ เริ่ม ตัง คือ ฤดูหนาว ลิบตัง คือเริ่มฤดูหนาว หรือชิวคือการเก็บเกี่ยว ตัง คือการสิ้นสุด จึงกล่าวได้ว่า เป็นฤดูของการเสร็จสิ้นการเก็บเกี่ยว และเก็บผลผลิต เข้ายุ้งฉางแมลงเริ่มผสมพันธุ์ เพื่อวางไข่ในปลายฤดู และเก็บตัวเป็นฤดูกาลแห่งการเริ่มของฤดูหนาวจึงเรียกว่า ลิบตัง
 
สารทที่ 20  เสี้ยวเซาะ เสี้ยว คือเล็กน้อย เซาะคือ หิมะ เสี้ยวเซาะ คือ เริ่มมีหิมะเป็นต้นฤดูหนาว ยังพอมีฝนบ้าง ความหนาวยังไม่มากนัก เป็นสารทที่ยังมีหิมะน้อยอยู่
 
สารทที่ 21 ไต่เซาะ ไต๋ คือใหญ่ หรือมาก เซาะ คือ หิมะ ไต่เซาะ คือ มีหิมะมาก ฤดูนี้ยิ่งหนาวขึ้น จนหิมะโปรยปราย ลงมาไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ จะมีเอกลักษณ์เป็น 6 แฉก ด้วยความหนาวเย็นของอากาศ จึงได้ขนานนามว่า เซาะฮวยลักกัก คือดอกไม้หกเหลี่ยม
 
สารทที่ 22 ตังจี่ ตัง คือ ฤดูหนาวเป็นพลังอิม จี่ คือ ถึงหรือที่สุด ตังจี่ คือฤดูหนาวได้เข้ามาถึงครึ่งหนึ่งแล้ว หรือพลังอิมได้มาถึงที่สุดแล้ว หลังจากนี้จะเริ่มพลังเอี๊ยงเข้ามา พระอาทิตย์จะอ้อมไปทางทิศใต้ กลางวันจะสั้น กลางคืนจะยาว เงาก็จะทอดยาวขึ้น
 
สารทที่ 23 เสียวหั้ง เสี้ยว คือ เล็กน้อย หั้ง คือ หนาว เสียวหั้ง คือยังไม่ถึงที่สุดของความหนาวลมจะพัดมาจากทิศเหนือ เรียกว่า หั่งฮวง คือลมหนาว จึงเรียกสารทนี้ว่า เสียวหั้ง
 
สารทที่ 24 ไต่หั้ง ไต๋ คือใหญ่ หรือมาก หั้ง คือหนาว ไต่หั้ง คือหนาวมาก หนาวถึงที่สุดแล้ว ถึงขนาดผิวหนังแห้งจนแตกได้ ถึงฤดูนี้แล้วเสื้อกันหนาวอย่างเดียวไม่สามารถให้ความอบอุ่นได้เพียงพอ ต้องอาศัยเหล้าช่วยให้ร่างกายอบอุ่นขึ้นจึงจะอยู่ได้ แม้แต่ต้นไม้ยังต้องสลัดใบ แมลง และสัตว์ทั้งหลายไม่อาจจะอยู่บนพื้นดินได้ ต้องอาศัยอยู่ในดิน เพื่อหลบความหนาว เก็บตัวจำศีลรอให้ฤดูหนาวนี้ผ่านไป และจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้งในฤดูใบไม้ผลิ จึงเรียกสารทนี้ว่า ไต่หั้ง
 
     โบราณาจารย์ได้นำปรัชญาวงจรชีวิตนี้มาใช้ในตำราโหราศาสตร์ ว่าด้วยเรื่องของการกำเนิดและปฏิกิริยาจากฤดูกาลของ 24 สารทมาเป็นกำลัง 5 ธาตุ 10 ราศีบน และ 12 ราศีล่าง และเป็นแนว
ทางในการศึกษาของคนรุ่นหลัง จนเกิดนักปราชญ์ขึ้นมากมาย ดังเช่นในอดีตกาลที่ผ่านมา ถึงแม้จะไม่มีเทคโนโลยี เหมือนสมัยปัจจุบันก็ตามแต่มนุษย์มีความสามารถ คิดค้นศาสตร์นี้ด้วยความเพียร
และหมั่นศึกษาหาเหตุผลจากธรรมชาตินั่นเอง

Comments