030 เปิดฉาก!! อาเซียนซัมมิท ครั้งที่ 19 ที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย

ขอขอบคุณภาพสวยๆจาก คุณ"น่ารักไม่บอก" & คุณ"JPLSOFT" เว็บ IF
 
 

วิดีโอ YouTube

 
การประชุมสุดยอดอาเซียน+6 ที่บาหลี อินโดนีเซีย หรือ อาเซียน ซัมมิท ครั้งที่ 19 เริ่มขึ้นแล้วอย่างเป็นทางการ เมื่อเวลา 09.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง วันที่ 17 พฤศจิกายน 2554 ณ ศูนย์การประชุมบาหลี นูซา ดัว โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ประชุมร่วมกับ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ก่อนที่จะเดินทางไปร่วมพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ

โดยนายสุสิโล บัมบัง ยุโดโยโน ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ในฐานะประธานอาเซียน กล่าวเปิดการประชุมสุดยอดอย่างเป็นทางการ โดยผู้นำทั้ง 10 ประเทศได้จับมือกันและถ่ายภาพ
 
 
จากนั้น เป็นการประชุมระหว่างผู้นำอาเซียนกับสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน ก่อนที่ผู้นำอาเซียนจะเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงอาเซียนว่าด้วยการจัดตั้งศูนย์ประสานงานอาเซียนในการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ระหว่างรัฐมนตรีอาเซียน รวมทั้งเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงปฏิญญาว่าด้วยเอกภาพของอาเซียนในความหลากหลายทางวัฒนธรรม สู่ความมั่นคงของประชาคมอาเซียน ระหว่างรัฐมนตรีที่กำกับดูแลงานด้านวัฒนธรรมและศิลปะ

นายกรัฐมนตรี จะใช้โอกาสในเวทีอาเซียน ชี้แจงมาตรการฟื้นฟูน้ำท่วมเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่น ท่ามกลางความวิตกของนักลงทุนต่างชาติ เพื่อให้เกิดความร่วมมือกันมากขึ้นในการแก้ไขปัญหาอุทกภัย และภัยพิบัติต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพราะหลายประเทศในอาเซียนต่างประสบอุทกภัยเช่นเดียวกับไทย และถือโอกาสขอบคุณประเทศเพื่อนบ้านที่ให้ความช่วยเหลือไทยที่ประสบอุทกภัยครั้งนี้ ทั้งเรื่องสิ่งของอุปโภคบริโภค และเงินบริจาค

อย่างไรก็ตาม การประชุมวันนี้นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการประชุมค่อนข้างแน่นตลอดทั้งวัน ตามที่ประเทศเจ้าภาพจัดตารางไว้ โดยไม่มีเวลาพักเบรก ขณะที่บรรยากาศที่มีเดียเซ็นเตอร์ มีสื่อมวลชนจากประเทศต่างๆ มาร่วมทำข่าวการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งนี้จำนวนมาก จนทำให้สถานที่ค่อนข้างกว้างขวางดูแคบลงอย่างมาก
 
 
 
 
 
16 พฤศจิกายน 2554 H.E. Mrs. Hillary Rodham Clinton รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

ประเทศไทยและสหรัฐอเมริกาเป็นพันธมิตรและหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่มีมิตรภาพแน่นแฟ้นและมีความร่วมมือกันมายาวนาน

ในฐานะประเทศประชาธิปไตยเต็มรูปแบบที่ได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชน รัฐบาลไทยหวังที่จะได้ร่วมงานกับรัฐบาลสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้นในการส่งเสริมความสัมพันธ์ทวิภาคี และ ประเด็นที่อยู่ในความสนใจร่วมกันในภูมิภาค

นายกรัฐมนตรี ได้ถือโอกาสนี้แสดงความขอบคุณอย่างเป็นทางการ และแสดงความซาบซึ้งใจต่อประธานาธิบดีโอบามา รัฐบาลสหรัฐ และประชาชนสหรัฐ สำหรับความช่วยเหลือเพื่อสนับสนุนการบรรเทาอุทกภัยครั้งนี้ ความช่วยเหลือต่างๆ ได้ แสดงถึงความมีน้ำใจของสหรัฐอเมริกาที่มีต่อรัฐบาลและประเทศไทย

ประเทศไทยยินดีต้อนรับสหรัฐอเมริกา กลับมาสู่การมีส่วนร่วมกับเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
 
 
รัฐบาลไทย ยินดีที่จะได้ร่วมงานกับสหรัฐฯอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้นในการส่งเสริมความสัมพันธ์ทวิภาคีและพหุภาคีที่อยู่ในความสนใจร่วมกันในภูมิภาค และสำหรับ ปัญหาภัยธรรมชาติที่ได้เพิ่มความถี่และทวีความรุนแรงขึ้นทั้งในภูมิภาคนี้และในที่อื่นๆ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเทศสหรัฐ ได้หารือถึงการให้ความร่วมมือและสนับสนุนซึ่งกันและกัน ในการบริหารจัดการภัยพิบัติ โดยใช้ท่าอากาศยานอู่ตะเภาสำหรับการช่วยเหลือทางมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติ เพื่อให้สามารถจัดส่งหน่วยบรรเทาภัยพิบัติลงพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว กรณีเกิดภัยพิบัติในภูมิภาค การจัดทำแนวทางปฏิบัติงานและการเพิ่มศักยภาพและเตรียมความพร้อมในด้านการบรรเทาภัยพิบัติ ซึ่งไทยยืนยันความพร้อมที่จะให้การสนับสนุนกับสหรัฐฯ ในความร่วมมือที่สำคัญยิ่ง
 
 

16 พฤศจิกายน 2554 นายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติและภริยา เยือนประเทศไทยในฐานะแขกของรัฐบาลไทย ตามคำเชิญของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

 

การเดินทางเยือนประเทศไทยของเลขาธิการสหประชาชาติครั้งนี้ เพื่อกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือในสาขาต่างๆ ระหว่างรัฐบาลไทยกับสหประชาชาติ ทั้งยังเป็นโอกาสเพื่อให้เลขาธิการสหประชาชาติได้ทราบถึงสถานการณ์อุทกภัยในประเทศไทย และร่วมกันหารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาจากภัยธรรมชาติ อันเป็นผลมาจากปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Changes) ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นภัยคุกคามทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก
 
 
 
นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กล่าวว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการกระชับความสัมพันธ์กับสหประชาชาติใน 3 แกนหลัก คือ ความมั่นคง การพัฒนา และสิทธิมนุษยชน และไทยพร้อมเป็นศูนย์กลางของสำนักงานสหประชาชาติในภูมิภาค ทั้งนี้ประเทศไทยยังสนับสนุนและมุ่งหวังให้ความร่วมมือระหว่างอาเซียนและสหประชาชาติมีความใกล้ชิดกันมากขึ้น โดยคาดว่าจะมีการรับรองปฏิญญาร่วมด้านความเป็นหุ้นส่วนอย่างสมบูรณ์ระหว่างอาเซียนกับสหประชาชาติในการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหประชาชาติที่บาหลีในสัปดาห์นี้

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวย้ำถึงการสนับสนุนและส่งเสริมสันติภาพ และความมั่นคงระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการดำเนินกิจกรรมด้านปฏิบัติการรักษาและการสร้างสันติภาพ โดยประเทศไทยได้ส่งกองกำลังทหารและตำรวจเข้าร่วมในปฏิบัติการรักษาสันติภาพของสหประชาชาติที่มีอยู่ในภูมิภาคต่างๆ ของโลก
 
 

สง่างาม สวยน่ารักอย่างนี้...เอาไปเลยสองฟอดจากประชาชน

 
 
 
 
 
Comments