ขอเชิญร่่วมแสดงความคิดเห็น 

ต่อ ร่างแผนยุทธศาสตร์การส่งเสริมกิจกรรมทางกายแห่งชาติ ฉบับที่ 1 พ.ศ.2560-2569

สำหรับการประชุมประชาพิจารณ์ วันที่ 3-5 กรกฎาคม พ.ศ.2560 ณ โรงแรมเอเชีย ราชเทวี

ขอเชิญร่่วมแสดงความคิดเห็น โดยส่่งประเด็นข้อเสนอมาล่วงหน้าได้ที่ prattanapsknsknk@gmail.com

https://sites.google.com/site/exercisemoph/rang-phaen-yuththsastr-kar-sng-serim-kickrrm-thang-kay-haeng-chati

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ 

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

Division of Physical Activity and Health, 
Department of Health, Ministry of Public Health
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
กองยังมี website ให้ชม ใน link อื่นอีกนะจ๊ะ เชิญชมกันได้เลย

ติดต่อ thitikorn.t@anamai.mail.go.th, champ_thitikorn@hotmail.com
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ประกาศล่าสุด

แสดงบทความ 1 - 5 จาก 8 รายการ ดูเพิ่มเติม »
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

กิจกรรมทางกาย...สู่การเป็นสังคมไทยที่กระฉับกระเฉง

 1

คนไทยมักสับสนระหว่างคำว่า ออกกำลังกาย-Exercise” กับ กิจกรรมทางกาย-Physical Activity” เสมอ โดยองค์การอนามัยโลกได้ให้คำจำกัดความที่ชัดเจนว่า กิจกรรมทางกาย คือการเคลื่อนไหวร่างกายใดๆ ที่ต้องใช้กล้ามเนื้อและพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นในการทำงาน การเดินทาง หรือกิจกรรมนันทนาการ ดังนั้นกิจกรรมทางกายไม่ได้จำกัดเฉพาะการออกกำลังกาย หรือการเล่นกีฬาเท่านั้น นอกจากนี้ในส่วนการเคลื่อนไหวร่างกายที่มีน้อย เช่น การนั่งเล่นโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ นั่งประชุม ยังมีคำเรียกการเคลื่อนไหวนี้โดยเฉพาะว่า พฤติกรรมเนือยนิ่ง-Sedentary behavior”2, 3


การมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตถึง 11,129 รายในประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2552 โดยแบ่งเป็น 4,357 รายในประชากรชาย (ร้อยละ 1.6 ของการเสียชีวิตทั้งหมด) และ 6,772 รายในประชากรหญิง (ร้อยละ 3.6 ของการเสียชีวิตทั้งหมด) เมื่อพิจารณาในหน่วยของภาระโรค การมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอเป็นปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพอันดับ 8 ของประชากรหญิง (ก่อภาระโรค 788,500 DALYs หรือร้อยละ 1.8 ของภาระโรคทั้งหมด) และอันดับ 9 ของชายไทย (581,200 DALYs, ร้อยละ 1.0 ของภาระโรคทั้งหมด)4

ไม่เพียงภาระทางสุขภาพเท่านั้น การมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอยังส่งผลถึงภาระทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมด้วย ทั้งความสูญเสียโดยตรงจากค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยกลุ่มโรคที่มาจากการมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ ความสูญเสียทางอ้อมจากการลางาน สมรรถภาพในการทำงานที่ลดลง ภาระในการดูแลผู้ป่วยโดยญาติหรือผู้ดูแล รวมถึงโอกาสที่สูญเสียไปจากการไม่ส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายต่อประชาชน ไม่ว่าจะเป็นความเท่าเทียมทางคมนาคม จากการใช้ยานพาหนะที่ใช้เชื้อเพลิง แทนการส่งเสริมการใช้จักรยาน การเดิน หรือการใช้ขนส่งสาธารณะ อันจะนำไปสู่ภาระค่าใช้จ่ายในการครองชีพที่มากขึ้น การใช้เชื้อเพลิงอย่างสิ้นเปลือง และปัญหาสิ่งแวดล้อมจากมลพิษไอเสีย รวมถึงสุขภาพจิตที่เสียไปกับการจราจรบนท้องถนนอีกด้วย3, 5

องค์การอนามัยโลกได้แนะนำระดับการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอสำหรับเด็ก (อายุ 6-17 ปี) อย่างน้อย 60 นาทีต่อวัน สำหรับกิจกรรมทางกายระดับปานกลาง/หนัก และมีการออกแรงเพื่อสร้างเสริมกล้ามเนื้อ กระดูก และข้อต่อด้วย สำหรับประชากรวัยผู้ใหญ่ (อายุ 18-64 ปี) อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ สำหรับกิจกรรมทางกายระดับปานกลาง และ/หรือ อย่างน้อย 75 นาทีต่อสัปดาห์ สำหรับกิจกรรมทางกายระดับหนัก โดยให้มีกิจกรรมทางกายอย่างต่อเนื่องในแต่ละครั้ง มากกว่า 10 นาทีขึ้นไป และมีการออกแรงเพื่อสร้างเสริมกล้ามเนื้อ กระดูก และข้อต่อ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้งด้วย สำหรับประชากรวัยสูงอายุ (อายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป) มีข้อแนะนำเช่นเดียวกับประชากรวัยผู้ใหญ่ แต่ให้เพิ่มเติมการฝึกการทรงตัว เพื่อป้องกันการล้ม อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้งด้วย2\

โดยการเคลื่อนไหวระดับปานกลาง เป็นการเคลื่อนไหวจนรู้สึกเหนื่อย และสามารถ พูดคุยได้จบประโยค หรือ มีอัตราการเต้นของหัวใจอยู่ที่ ระดับ ร้อยละ 65-69 ของ อัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด (220-อายุ)

การเคลื่อนไหวระดับหนักเป็นการเคลื่อนไหวจนรู้สึกเหนื่อยจนถึงหอบ และ พูดไม่จบประโยค หรือ มีอัตราการเต้นของหัวใจอยู่ที่ ระดับ ร้อยละ 70-85 ของ อัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด (220-อายุ)


จากการสำรวจระดับการมีกิจกรรมทางกายที่พอเพียงในประเทศไทยที่ผ่านมา  พบว่าคนไทยมีระดับกิจกรรมทางกายที่เพียงพอ ลดลงจากปี พ.ศ. 2550 ที่ร้อยละ 85 และปี พ.ศ. 2551 ร้อยละ 82 เป็นร้อยละ 62-68 ในปี พ.ศ. 2552-25573, 6 ร้อยละ 72 ในปี พ.ศ. 2558 และล่าสุดร้อยละ 42 ในปี พ.ศ. 2559


การที่ระดับกิจกรรมทางกายลดลงในช่วงปีที่ผ่านมา อาจเนื่องมาจากความเข้าใจในเรื่องกิจกรรมทางกาย กับออกกำลังกายที่ยังคลาดเคลื่อน  ทำให้การส่งเสริมกิจกรรมทางกายที่ผ่านมามุ่งเน้นไปที่การออกกำลังกาย เป็นหลัก ซึ่งในสภาวะที่เป็นจริงประชาชนไทยมีวิถีชีวิตที่มีเวลาและโอกาสในการออกกำลังกายน้อยลง ดังนั้นการมีกิจกรรมทางกายสะสมในแต่ละช่วงเวลาของวัน โดยเฉพาะในเวลาทำงาน หรือการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการลุกยืน และเดินไปดื่มน้ำ หรือเข้าห้องน้ำ การยืนในช่วงเวลาเบรค หลังจากนั่งเก้าอี้ทำงานทุก 1 ชั่วโมง, การเดินขึ้นลงบันไดแทนการใช้ลิฟต์ การเดินหรือปั่นจักรยานมาทำงานหรือในการเดินทาง การใช้ระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน การลงรถโดยสารประจำทางก่อนถึงจุดหมาย การจอดรถให้ไกลจากอาคารมากขึ้น เหล่านี้ล้วนช่วยส่งเสริมให้ประชาชนคนไทยได้มีกิจกรรมทางกายเพิ่มมากขึ้นในวิถีชีวิต และเป็นการลดพฤติกรรมเนือยนิ่งด้วย7


เพื่อให้ประชาชนไทยได้มีระดับกิจกรรมทางกายที่พอเพียงเพิ่มมากขึ้น ภาคีเครือข่ายด้านการส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกาย ได้มีการประชุมระดมสมองจัดทำแผนยุทธศาสตร์กิจกรรมทางกายชาติ เมื่อปลายเดือนกรกฎาคม ปี พ.ศ. 2558 ที่ผ่านมา โดยได้ตั้งเป้าหมายในการเพิ่มระดับการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอ จากร้อยละ 68 เป็นร้อยละ 75 ในอีก 5 ปีข้างหน้า โดยมียุทธศาสตร์ย่อยในมิติต่างๆ เช่น ระบบการศึกษา, การคมนาคมขนส่ง, การผังเมือง, ระบบสาธารณสุข, ระบบภาคธุรกิจและสถานประกอบการ, การกีฬามวลชน, การสื่อสารรณรงค์, ระบบฐานข้อมูลและการวิจัย เป็นต้น 

ผลของการประชุมทำให้ได้ข้อสรุป (ร่าง) วิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้าหมาย และประเด็นยุทธศาสตร์ เป็นดังนี้ (Model 5x5x5)


          วิสัยทัศน์:         คนไทยมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอในวิถีชีวิต ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม

          พันธกิจ:          1) ส่งเสริม สนับสนุนให้คนไทยมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอ

                             2) สร้างสิ่งแวดล้อมให้ที่เอื้อให้คนไทยมีกิจกรรมทางกายเพียงพอ

                             3) ภาคีทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการส่งเสริมให้คนไทยมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอ

          เป้าหมาย:        คนไทยร้อยละ 75 มีระดับกิจกรรมทางกายที่เพียงพอ คนไทยมีพฤติกรรมเนือยนิ่งลดลงร้อยละ 10

ยุทธศาสตร์:      1) ส่งเสริมกิจกรรมทางกายประชาชนทุกกลุ่มวัย (แม่และเด็ก, วัยเรียนวัยรุ่น, วัยทำงาน, ผู้สูงอายุ, กลุ่มเฉพาะ)/ อาชีพ (Life course approach)

                             2) ส่งเสริมสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกาย (Sector/Setting approach)

-          ส่งเสริมกิจกรรมทางกายในระบบการศึกษา

-          ส่งเสริมกิจกรรมทางกายในระบบธุรกิจ/สถานประกอบการ

-          ส่งเสริมกิจกรรมทางกายในสวนสาธารณะ นันทนาการ สถานออกกำลังกาย และกีฬามวลชน

-          ส่งเสริมกิจกรรมทางกายในระบบสาธารณสุข

-          ส่งเสริมด้านคมนาคมขนส่ง ผังเมือง และชุมชน

                             3) ระบบสนับสนุนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย (Supporting System)

โดยจะเสนอร่างแผนยุทธศาสตร์นี้ต่อคณะรัฐมนตรี ในต้นปี พ.ศ. 2559 และร่วมกับขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายของคนไทยร่วมกันต่อไป




นอกจากนี้ในด้านการขับเคลื่อนการส่งเสริมกิจกรรมทางกายระดับโลก ภาคีเครือข่ายในประเทศไทยยังได้เป็นผู้ริเริ่มจุดประกายเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องร่วมกับองค์การอนามัยโลก และเครือข่ายกิจกรรมทางกายโลก เช่น International Society for Physical Activity and Health และผู้เชี่ยวชาญระดับโลกอื่นๆ

 อาทิเช่น การจัดการประชุมวิชาการกิจกรรมทางกายโลก ครั้งที่ 6 (The 6th ISPAH) โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นเจ้าภาพร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ในวันที่ 16-19 พฤศจิกายน 2559 โดยหัวหน้าคณะผู้แทนประเทศไทย นำโดย ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เชิญองค์การอนามัยโลกร่วมเป็นผู้สนับสนุนด้วย ระหว่างการประชุมสมัชชาองค์การอนามัยโลก ครั้งที่ 68 ณ กรุงเจนีวา สมาพันธรัฐสวิตเซอร์แลนด์ ในเดือนพฤษภาคม 2558 ที่ผ่านมา โดยได้รับการตอบรับสนับสนุนจากเลขาธิการองค์การอนามัยโลก ดร.มากาเร็ต ชาน โดยคาดหวังให้การประชุมนี้ ทำให้เกิดเครื่องมือทางวิชาการและนโยบายในการขับเคลื่อนการส่งเสริมกิจกรรมทางกายทั้งในระดับประเทศ ภูมิภาค และโลก ต่อไป


นอกจากนี้ยังมีการลงนามบันทึกความร่วมมือระหว่างองค์การอนามัยโลก และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยการสนับสนุนของกระทรวงสาธารณสุข ระหว่างการประชุมองค์การอนามัยโลกภูมิภาคเอเชียใต้และตะวันออก ครั้งที่ 68 ณ กรุงดิลี่ ประเทศติมอร์เลสเต ในเดือนกันยายน 2558 ที่ผ่านมา โดยเน้นการส่งเสริมสุขภาพด้านการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย การควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และนโยบายการเงินเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ โดยในส่วนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย จะพัฒนาเครื่องมือวิชาการและนโยบายในการขับเคลื่อนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย เพื่อนำไปประกอบการประชุมคู่ขนานในการประชุมสมัชชาองค์การอนามัยโลก ครั้งที่ 69 ในเดือนพฤษภาคม 2559 การประชุมวิชาการกิจกรรมทางกายโลก ครั้งที่ 6 (The 6th ISPAH) เดือนพฤศจิกายน 2559 และเสนอสู่วาระการพิจารณาประกอบการประชุมสมัชชาองค์การอนามัยโลก ครั้งที่ 70 ในเดือนพฤษภาคม 2560 ต่อไป




เอกสารอ้างอิง

1.       รักการเดิน. คู่มือการเดินศาสตร์ (สาดดด). มูลนิธิหมอชนบท; 2558.

2.       World Health Organization. Global Recommendations on Physical Activity for Health. Geneva: World Health Organization; 2009.

3.     สายชล คล้อยเอี่ยม, ฐิติกร โตโพธิ์ไทย, ทักษพล ธรรมรังสี. รายงานสถานการณ์โรค NCDs วิกฤตสุขภาพ วิกฤตสังคม: การมีกิจกรรมทางกายและการออกกำลังกาย. สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ; 2557.

4.     แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาดัชนีประเมินภาระโรคและสุขภาพประชากรไทย. รายงานภาระโรคและการบาดเจ็บของประชากรไทย พ.ศ.2552. สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ; 2555.

5.     World Health Organization. Global health risks: mortality and burden of disease attributable to selected major risks. Geneva: World Health Organization; 2009.

6.     ฐิติกร โตโพธิ์ไทย, ชมพูนุท โตโพธิ์ไทย, สุลัดดา พงษ์อุทธา, วิชชุกร สุริยะวงศ์ไพศาล, อรณา จันทรศิริ, ทักษพล ธรรมรังสี. 4 กลุ่มกิจกรรมทางกายที่คนไทยใช้ในแต่ละวัน. วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข 2558; 9(2): 168-80.

7.     World Health Organization. Interventions on Diet and Physical Activity: What Works? Summary Report. Geneva: World Health Organization; 2009.

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

***บทความ/Links กิจกรรมทางกายอื่น ที่น่าสนใจ (คลิกเลย)***






100 ปี การสาธารณสุขไทย กรมอนามัย

***สถานการณ์การมีกิจกรรมทางกาย/ ออกกำลังกาย ของคนไทย****

การคำนวนแคลอรี่

กฏบัตรออตตาวา

ปัจจัยเสื่ยงที่ทำให้เกิดโรค 10 อันดับแรก

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

***ข่าวด่วน 10 กันยายน 2558****

พฤติกรรมเนือยนิ่ง นั่งทำงาน นอนเล่นมือถือ ไม่เคลื่อนไหว เสี่ยงตายก่อนวัย ป่วยโรค NCDs

กรมอนามัยตั้งเป้าเพิ่มระดับกิจกรรมทางกาย อีกร้อยละ 10 เป็นร้อยละ 75 ในอีก 5 ปีข้างหน้า 

นายแพทย์พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่าคนในสังคม ตอนนี้ มีการเคลื่อนไหวร่างกายกันน้อย เรียกว่า พฤติกรรมเนือยนิ่ง อาทิ นั่งทำงาน นั่งประชุม นั่งหรือนอนเล่นโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น และไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกาย เป็นอย่างนี้นานๆ ไป จะเสี่ยงการเจ็บป่วยและเป็นโรคในกลุ่ม NCD (Non-communicable diseases คือโรคกลุ่มที่ไม่ติดต่อ เป็นโรคที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค ไม่ติดต่อแม้มีการสัมผัส คลุกคลี หรือมีการสัมผัสกับสารคัดหลั่งต่างๆ) มากขึ้น ได้แก่ โรคหัวใจ และหลอดเลือด โรคเบาหวาน โรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งลำไส้


กิจกรรมทางกายหรือการเคลื่อนไหว ในระหว่างวัน ที่ไม่พอเพียง ยังเป็นสาเหตุที่ทำให้ไม่แข็งแรง โรคภัยไข้เจ็บรุมเร้า และเสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้ผลสำรวจของกรมอามัย พบว่า คนไทยมีระดับกิจกรรมทางกาย ลดลงมากในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา จากปี 2550 ร้อยละ 85 มาถึงปี 2557 เหลือ ร้อยละ 68 จึงแนะนำให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม อิริยาบถ ขณะทำงานหรือเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการลุกยืน และเดินไปดื่มน้ำ หรือเข้าห้องน้ำ ลุกขึ้นยืนในช่วงเวลาพักเบรก หรือถ้าต้องนั่งเก้าอี้ทำงานติดต่อกัน 1 ชั่วโมง การเดินขึ้น-ลงบันไดแทนการใช้ลิฟท์ ทางที่ดีควรหันมาเดินหรือปั่นจักรยานไปทำงาน หรือปรับเดินทางไปใช้รถเมล์ รถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน ใช้รถยนต์ส่วนตัวน้อยลง เหล่านี้ จะช่วยส่งเสริมให้คนไทยได้มีกิจกรรมทางกายมากขึ้นในวิถีชีวิต เป็นการลดพฤติกรรมเนือยนิ่งด้วย


นพ.พรเทพ กล่าวว่า กรมฯ และภาคีเครือข่ายได้ประชุมระดมสมองจัดทำแผนยุทธศาสตร์กิจกรรมทางกายชาติ โดยได้ตั้งเป้าหมายในการเพิ่มระดับการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอ จากร้อยละ 68 เป็นร้อยละ 75 ในอีก 5 ปีข้างหน้า โดยมียุทธศาสตร์ย่อยในมิติต่าง ๆ เช่น ระบบการศึกษา การคมนาคมขนส่ง การผังเมือง ระบบสาธารณสุข ระบบภาคธุรกิจและสถานประกอบการ การกีฬามวลชน การสื่อสารรณรงค์ ระบบฐานข้อมูลและการวิจัย เป็นต้น โดยจะเสนอร่างแผนยุทธศาสตร์นี้ต่อคณะรัฐมนตรี ในต้นปี 2559 และขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายของคนไทยร่วมกับภาคีเครือข่ายต่อไป


ด้าน นพ.ชัยพร พรหมสิงห์ ผู้อำนวยการกองออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ กล่าวเพิ่มเติมว่า องค์การอนามัยโลกได้แนะนำระดับการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอสำหรับเด็ก อายุ 6-17 ปี อย่างน้อย 60 นาทีต่อวัน สำหรับกิจกรรมทางกายระดับปานกลาง/หนัก สำหรับผู้ใหญ่ อายุ 18-64 ปี อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ สำหรับกิจกรรมทางกายระดับปานกลาง หรืออย่างน้อย 75 นาทีต่อสัปดาห์ สำหรับกิจกรรมทางกายระดับหนัก โดยให้มีกิจกรรมในแต่ละครั้งอย่างน้อย 10 นาทีขึ้นไป ส่วนวัยสูงอายุตั้งแต่65 ปีขึ้นไปนั้น มีข้อแนะนำเช่นเดียวกับวัยผู้ใหญ่ แต่ให้เพิ่มเติมการฝึกการทรงตัวเพื่อป้องกันการล้ม อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้งด้วย โดยประชาชนสามารถดูระดับของกิจกรรมทางกายอย่างง่ายคือระดับปานกลาง ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทำแล้วเริ่มหายใจลำบาก แต่ยังพูดเป็นคำได้ เช่น การเดินเร็ว ส่วนกิจกรรมระดับหนัก เป็นกิจกรรมที่ทำแล้ว หายใจหอบจนพูดไม่เป็นคำ เช่น การวิ่ง การว่ายน้ำ เป็นต้น


http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx…

http://manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9580000101767

http://news.ch7.com/…/%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%A2%E0%B8%84%…

http://mcot-web.mcot.net/fm1005/content.php…

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------