การจัดจำแนกสิ่งมีชีวิต

การจัดจำแนกสิ่งมีชีวิต (classification of organisms)การจัดจำแนกสิ่งมีชีวิต
ออกเป็นหมวดหมู่ไม่ใช่เพียงเป็นการบอกชื่อชนิดของสิ่งมีชีวิตเท่านั้นแต่จะต้องสามารถ
บ่งบอกถึงลำดับของสิ่งมีชีวิตและตำแหน่งในการเกิดขึ้นของชนิดในขบวนการวิวัฒนา
การได้ด้วยการศึกษาชนิด ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตและความสัมพันธ์ในเชิง
วิวัฒนาการระหว่างสิ่งมีชีวิตต่างๆ เรียกว่าอนุกรมวิธาน taxonomy หรืออาจเรียกว่า systematics แต่นักชีววิทยาบางส่วนอาจจะแยกทั้งสองศาสตร์นี้ออกจากกัน โดยถือว่า taxonomyเป็นการศึกษาเพื่อให้คำอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตนั้นๆ (descrip
tion of species) ส่วน systematics เป็นการศึกษาเพื่อจัดกลุ่มของสิ่งมีชีวิตที่มีวิวัฒนา
การมาเหมือนกันให้อยู่ในกลุ่มเดียวกัน ซึ่งสามารถ ใช้ในการอธิบายความสัมพันธ์ของ
ชาติวงศ์วานและนำมาจัดเป็นประวัติชาติพันธุ์ (phylogeny) ของสิ่งมีชีวิตกลุ่มต่างๆ
ได้ การจัดทำphylogeny ของสิ่งมีชีวิตสามารถทำได้ในทุกระดับของสิ่งมีชีวิต เช่น
การทำ phylogeny เพื่อแสดงความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตที่อยู่ใน อาณาจักรพืชอาณาจักรสัตว์และความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในระดับอื่นๆเช่นในระดับสกุล(genus)การจำแนกสิ่งมีชีวิตมีหลายระบบ ดังนี้
                1. Artificial  system  จัดจำแนกสิ่งมีชีวิตโดยพิจารณาลักษณะภายนอกทั่ว ๆ  ไปเท่าที่สังเกตได้  พวกที่มีลักษณะคล้ายกันจัดไว้พวกเดียวกัน พวกที่มีลักษณะต่างกัน
ก็แยกออกไป  ระบบนี้นิยมใช้ในระยะ  ค.ศ. ที่ 17 - 18
                2. Natural  system  จำแนกโดยอาศัยลักษณะธรรมชาติ  ลักษณะภายนอก  ลักษณะภายใน  พฤติกรรมและนิเวศน์วิทยา  ระบบนี้ใช้ระหว่างกลาง  ค.ศ. ที่  18 – 19
                3. Phylogenetic  system   พิจารณาถึงความสัมพันธ์ทางวิวัฒนาการของ
สิ่งมีชีวิต  และการมีบรรพบุรุษร่วมกัน  และได้นำความรู้แผนใหม่ทางชีววิทยาและวิทยา
ศาสตร์สาขาอื่น ๆ เข้ามาประกอบด้วย  ระบบนี้ได้รับความนิยมนำมาใช้จานถึงปัจจุบัน
                4. Modern  system  ระบบนี้เป็นการผสมระหว่าง  Natural  system  กับ Phylogenetic  system  เข้าด้วยกันโดยรวมลักษณะภายนอก  ลักษณะภายใน  เอมบริ
โอ ลักษณะทางชีวเคมี  เช่นผนังเซลล์ประกอบด้วยสารอะไรบ้าง มีอาหารเก็บไว้ที่ไหน
มีรงควัตถุอะไร  จำนวนโครโมโซม  รวมทั้งสภาวะแวดล้อมของพืชและซากดึกดำบรรพ์
(fossil) มาเป็นเกณฑ์พิจารณา
 
 
ประโยชน์ของการจำแนกสิ่งมีชีวิต
 สิ่งมีชีวิตในโลกนี้มีมากนับหลายล้านชนิด  มีความหลากหลายทั้งลักษณะโครงสร้าง
ที่เหมือนกัน และแตกต่างกันวิธีการหาอาหาร  วิธีการสืบพันธุ์ สภาพแวดล้อมการเจริญ
เติบโต และวิวัฒนาการที่แตกต่างกัน  แต่เนื่องจากสิ่งมีชีวิตมีอยู่มากทั้งเหมือนและแตก
ต่างกันดังกล่าวแล้ว  จึงมีการจัดหมวดหมู่ของสิ่งมีชีวิตขึ้น  ซึ่งการจัดหมวดหมู่ของสิ่ง
มีชีวิตมีประโยชน์ คือ
          1. ทำให้สะดวกในการศึกษาสิ่งมีชีวิตชนิดต่าง ๆ
          2. ทำให้รู้ถึงลักษณะโครงสร้างของสิ่งมีชีวิตที่คล้ายคลึงหรือต่างกัน
          3. ทำให้รู้ถึงความสัมพันธ์และการอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิต
 
 
หลักเกณฑ์ในการจำแนกสิ่งมีชีวิต
  1. ลักษณะโครงสร้าง ทั้งภายนอกนอกภายในของสิ่งมีชีวิตชนิดต่าง ๆ  โครงสร้าง
ที่มีต้นกำเนิด เดียวกัน แต่ทำหน้าที่ต่างกัน  (Homologous  structure)  เช่น  แขนคน  ขาสุนัข  ปีกนก  ครีบปลาวาฬ  ครีบปลาต่าง ๆ  จะเห็นว่าครีบปลาวาฬคล้ายแขนคน
มากกว่าครีบปลา และโครงสร้าง ต่างกัน แต่ทำหน้าที่อย่างเดียวกันหรือคล้ายคลึงกัน (Analogous  structure)  เช่นปีกนกกับปีกผีเสื้อ เป็นต้น
 
ครงสร้างมีต้นกำเนิดเดียวกันทำงาน
แตกต่างกัน
โครงสร้างมีต้นกำเนิดต่างกันทำงาน
เหมือนกัน
   
     2. แบบแผนการเจริญเติบโตของสิ่งมีชีวิต  ตั้งแต่ระยะเริ่มแรกเอมบริโอมีการ
เจริญคล้ายกันเพียงใด  เช่น การเจริญของเอมบริโอของสัตว์มีกระดูกสันหลังจะต้อง
มีช่องเหงือก (gill slits)  ที่บริเวณคอหอย  แต่เมื่อเจริญเป็นตัวเต็มวัยแล้วจะปิดไปยก
เว้นปลา  จึงแตกต่างกันในระยะโตเต็มที่
แบบแผนการเจริญเติบโตของสิ่งมีชีวิต
     3. ความสัมพันธ์ทางวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตนั้น ๆ  สิ่งมีชีวิตที่มาจาก บรรพบุรุษ
เดียวกัน ย่อมมีความสัมพันธ์กันหรืออาจเปรียบเทียบจากซากดึกดำบรรพ์
ความสัมพันธ์ทางวิวัฒนาการ
     4. การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม  การสืบพันธุ์  การดำรงชีพ  และพฤติ
กรรมต่าง ๆ
     5. ส่วนประกอบทางชีวเคมีของเซลล์หรือสารที่เซลล์สร้างขึ้น และกระบวนการ
ทางสรีรวิทยาที่คล้ายคลึงหรือแตกต่างกัน
ความสัมพันธ์ทางเครือญาติและส่วนประกอบทางเคมีของ DNA ของลิงกับมนุษย์
การแบ่งสิ่งมีชีวิตออกเป็นอาณาจักร