ประวัติความเป็นมา

ปัจจุบันหากจะกล่าวถึงการนำ ICT มาใช้ในการบริหารจัดการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงานโดยเฉพาะในภาคธุรกิจมีมากขึ้นและคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้การนำ ICT มาใช้นอกจากจะช่วยให้การทำงานเป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็วแล้ว ยังช่วยในเรื่องของการดำเนินธุรกิจบนโลก cyber space ซึ่งถือว่าเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการทำธุรกิจหรือที่เรียกกันว่า e-Commerce

การนำ ICT มาใช้นอกจากจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการให้บริการประชาชนแล้ว ยังถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนการปฏิรูประบบราชการให้มีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ ซึ่งการนำระบบการประมูลแบบออนไลน์หรือ E-Auction มาใช้ก็ถือเป็นภารกิจหนึ่งภายใต้นโยบายของรัฐบาลที่ให้หน่วยงานภาครัฐทำการจัดซื้อจัดจ้างผ่านระบบอินเทอร์เนตเพื่อลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง นั่นเอง

            แนวคิดเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างฯ ผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี-โพรเคียวเม้นท์ ริเริ่มมาตั้งแต่สมัยที่รัฐบาลจัดตั้งคณะกรรมการปฏิรูประบบราชการ แต่ในระยะแรกติดขัดเรื่องของระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุและครุภัณฑ์ภาครัฐ จนกระทั่งรัฐบาลมีมติออกมาภายหลังการปฏิรูประบบราชการเมื่อเดือนตุลาคมให้ริเริ่มโครงการดังกล่าวไปก่อนเป็นลักษณะโครงการนำร่อง โดยให้ยกเว้นการใช้กฎระเบียบดังกล่าวในช่วงนำร่อง ขณะเดียวกันได้เปลี่ยนแปลงเจ้าภาพผู้รับผิดชอบด้านระเบียบพัสดุของราชการใหม่ จากเดิมที่เป็นสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ซึ่งมีหน่วยงานอย่างศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทคเป็นผู้ช่วยเหลือด้านการให้คำปรึกษาและกำลังคน

            ซึ่งในปัจจุบันกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและการประมูลของภาคราชการ กลายเป็นหนึ่งในหลายโครงการของภาครัฐ ที่ถูกจับตาจากประชาชนและผู้ตรวจสอบสังคมมากที่สุด เนื่องจากกระบวนการดังกล่าวเป็นจุดอ่อน ที่ทำให้เกิดการคอร์รัปชั่นของผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นอันมาก ตั้งแต่ระดับเล็กจนถึงตัวการใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการเรียกเงินใต้โต๊ะเพื่อนำเงินเข้ากระเป๋าตนเอง ของผู้มีอำนาจในหน่วยงานนั้นๆ หรือการกำหนดลักษณะงาน (Specification)ล่วงหน้า เพื่อกีดกันผู้ยื่นซองประกวดราคารายอื่น ไม่ให้ได้รับโครงการไปดำเนินการ เพราะต้องการให้บริษัทเครือญาติ ตลอดจนบริษัทที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับตนเอง เป็นผู้ที่ได้รับการประมูลโครงการนั้นๆ หรือ กระบวนการที่เรียกว่า "ฮั้วประมูล"

สาเหตุที่สิ่งต่างๆ เหล่านี้ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง น่าจะมาจากเหตุสำคัญ คือ การจัดซื้อจัดจ้าง และการประมูลในภาครัฐไม่มีการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ กล่าวคือ มีการเปิดให้ยื่นซองประกวดราคาเข้ามา แต่ไม่ได้มีการเปิดเผยถึงตัวเลขของแต่ละแห่ง ที่นำเสนอมาว่ามีลักษณะการแข่งขันด้านราคา หรือ คุณภาพอย่างไร และคัดเลือกเป็นธรรมหรือไม่ นอกจากนี้การจัดซื้อจัดจ้างมักมีการติดต่อกันโดยตรงระหว่างบุคคลผู้รับผิดชอบ โดยใช้เครื่องมือพิเศษ คือ จำนวนเงินและผลประโยชน์ที่แบ่งมาจากผลประโยชน์ของบริษัทผู้ประมูล ที่จะได้รับจากโครงการภาครัฐอันมีมูลค่ามหาศาล

จากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ .. 2545-2549 และนโยบายของรัฐบาล ที่มุ่งเน้นการพัฒนาระบบการบริหารจัดการ ทั้งภาครัฐและเอกชน โดยในส่วนของรัฐบาลจะเน้นเรื่อง การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อช่วยสนับสนุนกระบวนการทำงานของภาครัฐ ให้มีความรวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพมากมากขึ้น

ดังนั้น ในที่สุด เมื่อวันที่ ตุลาคม พ..2545 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติให้หน่วยงานของรัฐทุกแห่ง เริ่มดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ (E-Procurement)โดยเริ่มทดลองจากการประมูลออนไลน์ (E-Auction หรือ Online Auction) เป็นอันดับแรก และล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พ..2545 คณะรัฐมนตรีได้ส่งหนังสือด่วนที่สุดให้กับกระทรวง ทบวง กรม เริ่มดำเนินการจัดซื้อพัสดุและครุภัณฑ์ในรูปแบบการประมูลผ่านอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตอย่างน้อย รายการ ภายในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2545

G-Procurement หรือ e-Procurement ของภาครัฐเป็นระบบสารสนเทศที่สนับสนุน การให้บริการที่เกี่ยวข้องในกิจกรรมจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เช่น การตกลงราคา การสอบถามราคา การประกวดราคา และการจัดซื้อรวมแบบออนไลน์ รวมถึงการลงทะเบียนบริษัทผู้ค้า การทำ e-Catalog และการทำงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการจัดซื้อที่เป็น Web Based Application

ส่วน E-Auction หรือประมูลออนไลน์ก็เป็นระบบหนึ่งใน e-Procurement เช่นกัน แต่ e-Auction จะเป็นระบบที่มีขั้นตอน การทำงานที่ง่ายกว่า e-Catalog หลายเท่า สิ่งนี้เองที่ทำให้หน่วยงานภาครัฐเลือกใช้ e-Auction ทดลองเพื่อเป็นก้าวแรกของการก้าวไปสู่ e-Procurement ที่สมบูรณ์แบบต่อไป

หลังจากการทดลองใช้ระบบ E-Auction มาระยะหนึ่ง พบว่ายังมีจุดบกพร่องในการดำเนินการอยู่บ้างบางส่วน รัฐบาลจึงได้มีการแก้ไขกฎหมายเพื่อรองรับระบบ E-Auction และปิดช่องโหว่ของระบบให้มีความรัดกุมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และได้ประกาศในวันที่ มกราคม 2548 ให้ส่วนราชการและหน่วยงานอื่นของรัฐที่ปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ต้องเปลี่ยนมาใช้ e-GPในการจัดซื้อจัดจ้าง ส่วนหน่วยงานของรัฐประเภทอื่น และรัฐวิสาหกิจ หากจะใช้วิธีนี้ก็สามารถดำเนินการได้โดยแก้ไขกฎ ระเบียบ หรือข้อบังคับของหน่วยงานให้สอดคล้องกับประกาศของกระทรวงการคลัง แต่ไม่ใช้บังคับกับงานจ้างที่ปรึกษา งานจ้างออกแบบและคุมงาน และการซื้อการจ้างด้วยวิธีพิเศษหรือกรณีพิเศษ


Comments