ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว

                                                  "แหล่งท่องเที่ยวจังหวัดประจวบคีรัขันธ์"

เพลินวาน หัวหิน

เพลินวาน          หัวหิน ได้ชื่อว่าเป็นสถานที่พักผ่อนและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน ผู้คนมากมายมีความทรงจำดีๆ ต่อเมืองชายทะเลที่สวยงามติดอันดับโลกแห่งนี้ การได้กลับมาเห็นภาพชีวิตเฉกเช่นในวันวานจึงเป็นสิ่งที่หลายคนถวิลหา วันนี้เมื่อกลุ่มคนที่หลงรักอดีตของหัวหินร่วมกันเนรมิตบ้านเรือน ร้านค้า ร้านกาแฟ ที่เคยอยู่ในภาพถ่ายให้กลับมามีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อให้เป็นจุดหมายใหม่ในการเดินทางสู่เมืองหัวหินในนามของ "เพลินวาน" จึงได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทุกหมู่คณะที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายในโลกปัจจุบัน เพื่อหันกลับมามองอดีตที่ผ่านมาในวันวาน

  เพลินวาน มีลักษณะคล้ายพิพิธภัณฑ์หมู่บ้านย้อนยุคที่มีชีวิตอยู่ โดยมีทั้งร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านเสื้อผ้า ร้านขายขนม ร้านเหล้าในสมัยก่อน รูปแบบของหมู่บ้านนี้จะเป็นร้านค้าที่ทำจากไม้ ผู้คนก็แต่งตัวแนวย้อนยุค ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในช่วงปีพุทธศักราช 2499 อีกครั้ง ซึ่งเพลินวานเป็นสถานที่ที่เน้นการขายอารมณ์และความรู้สึกมากกว่าตัวผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นข้าวของที่ใช้ในการตกแต่ง เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของพนักงานซึ่งจะเป็นของที่ใช้จริงในสมัยนั้น แต่ที่โดดเด่นไม่เหมือนที่อื่นก็คือข้าวของที่นี่สามารถซื้อขายได้จริง ไม่ใช่แค่ตั้งโชว์เหมือนพิพิธภัณฑ์ทั่วๆไป เสมือนว่าช่วงเวลาหนึ่งเราได้ย้อนยุคกลับมายังโลกอดีตจริงๆ


เกาะทะลุ ไข่มุกแห่งทะเลอ่าวไทย !!

เกาะทะลุ


        เป็นแหล่งดำน้ำดูปะการังน้ำตื้นชั้นดีและที่สำคัญคือ ราคาค่าบริการดำน้ำดูปะการัง ถูกมากเมื่อเทียบกับแหล่งดำน้ำอื่นๆของประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันเกาะทะลุหรือที่บางท่านเรียกว่าเขาทะลุได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวอย่างมากมาย รวมทั้งในโลกออนไลน์ อย่างเช่นเว็บไซต์ พันทิพย์ หรือ
pantip.com ก็ได้มีการรีวิวสถานที่องเที่ยวกันมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังหาที่พักที่หัวหินซึ่งอยู่ไม่ไกลพักผ่อนได้อีกด้วย และหากท่านอยู่ริมทะเลในอ่าวบางสะพานและบางสะพานน้อย ไม่ว่าช่วงไหน คือตั้งแต่อ่าวแม่รำพึงจนถึงหาดบางเบิด จะมองเห็นเกาะทะลุ ซึ่งเป็นเกาะใหญ่อยู่ห่างจากชายฝั่งไปไม่ไกล บนเกาะมีถ้ำทะลุจากด้านหนึ่งของเกาะไปยังอีกด้านหนึ่ง ซึ่งเป็นจุดเด่นและที่มาของชื่อเกาะทะลุ บนเกาะทะลุมีชายหาดสวยงามสี่แห่ง มีแหล่งปะการังน้ำตื้นสวยงามให้ชมอยู่รอบเกาะ  แถมปลายังชุกชุมซะด้วย นักท่องเที่ยวจึงนิยมมาให้อาหารปลาและดำน้ำเล่นกับฝูงปลากันที่นี่ ใช้เวลาเดินทางมายังจุดดำน้ำเกาะทะลุ โดยเรือท่องเที่ยวประมาณ 30-40 นาที



เกาะสิงห์-เกาะสังข์

 ดำน้ำเกาะทะลุดำน้ำเกาะทะลุดำน้ำเกาะทะลุ

      ที่นี่เป็นจุดที่สองสำหรับการดำน้ำดูปะการังน้ำตื้นเป็นเกาะขนาดเล็ก อยู่ใกล้กับเกาะทะลุไปทางด้านทิศใต้ ตัวเกาะคล้ายกับโขดหินที่ลอยอยู่ในทะเล ไม่มีชายหาด รอบเกาะอุดมไปด้วยปะการังสวยๆชนิดต่างๆ คล้ายกับที่เกาะทะลุ แต่จะมีจุดเด่นกว่าตรงที่ เกาะสิงห์มีปะการังมากชนิดกว่า และสวยงามกว่า จึงพลาดไม่ได้สำหรับคนที่ชอบปะการัง


น้ำตกไทรคู่ 

น้ำตกไทรคู่ภาพน้ำตกไทรคู่         มีน้ำไหลตลอดปี มีชั้นเชิงใหญ่ ๆ 3 ชั้น และชั้นอื่น ๆ อีกที่ลดหลั่นกันลงไปอีกหลายชั้น และที่น้ำตกไทรคู่ชั้นที่ 2,3 และ 4 มีขนาดไม่ใหญ่มากนักแต่สามารถนั่งพักผ่อนและเล่นน้ำได้ อีกชั้นหนึ่งมีสายน้ำไหลทิ้งตัวลงมาจากหน้าผาที่สูงเกือบ 30 เมตร ลงมากระทบแผ่นหินและแอ่งน้ำก่อนจะไหลลงมาเป็นน้ำตกชั้นที่ 4 และน้ำตกชั้นที่ 4 นี้เองซึ่งเป็นที่มาของชื่อน้ำตกไทรคู่ เพราะว่ามีต้นไทรขนาดใหญ่สองต้นขึ้นมาอยู่ด้านบนของหน้าผา ทำให้รอบ ๆ บริเวณนี้มีร่มเงาและมีบรรยากาศที่ดีเหมาะแก่การเล่นน้ำและพักผ่อน ส่วนน้ำตกชั้นที่6 ต้องขึ้นโดยการไต่ไปตามหน้าผาที่ค่อนข้างชันและชื้น แต่จะมีรากของต้นไม่ที่ห้อยลงมาเพื่อให้เพื่อให้ผู้ที่รักการท่องเที่ยวแนวผจญภัยหรือชอบกิจกรรมแนว Adventure สามารถปีนขึ้นไปได้แต่ก็ต้องใช้ความระมัดระวังพอสมควร ส่วนที่ด้านบนของหินผาน้ำตกชั้นที่ 5 นั้น มีลักษณะเป็นลานหินขนาดใหญ่มีสายน้ำไหลผ่านลงมาตามร่องหิน เป็นระยะทางประมาณ 50 เมตร ซึ่งลานหินและสายน้ำแห่งนี้คือน้ำตกชั้นที่ 6 ของน้ำตกไทรคู่ นอกจากนี้บริเวณลานหินแห่งนี้ยังเป็นจุดชมวิวและเป็นจุดพักผ่อนถ่ายรูปได้อีกด้วย การเดินทางไปน้ำตกไทรคู่จะต้องใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 3196 จากตัวอำเภอบางสะพานมุ่งหน้าไปตามเส้นทางจนกระทั่งถึงทางแยกวัดปกโถ เลี้ยวขวาเข้าไป เจอสะพานไม้เล็ก ๆ ข้ามห้วยไปประมาณ 5 กิโลเมตร ก็จะถึงน้ำตกไทรคู่

 

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหว้ากอ

หว้ากอ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหว้ากอ

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหว้ากอ ประจวบ ( Waghor Aquarium ) ตั้งขึ้นตามแผนหลักของโครงการอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สถานที่ท่องเที่ยว เพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้ และวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเลธรรมชาติวิทยาและสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เริ่มดำเนินดารก่อสร้าง มาตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2543 กำหนดแล้วเสร็จ ในวันที่ 27 มีนาคม 2545 ใช้งบประมาณ ในการก่อสร้างจำนวน 164 ล้านบาท หลังจากก่อสร้างเสร็จก็จัด นิทรรศการและการแสดง ภายในเวลา 1 ปี การบริหารจัดการจะเป็นการดำเนินการร่วมกับภาคเอกชน โดยเปิดบริการให้เข้าชมได้ในปี 2547 ซึ่งพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การศึกษา สิ่งมีชีวิตในน้ำทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม ในประเทศและต่างประเทศ โดยได้รับความร่วมมือ อย่างดีจากกรมประมงและสถาบัน วิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา




พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ
   สำหรับพระมหาธาตุเจดีย์แห่งนี้ตั้งอยู่บนเขาธงชัย บริเวณวัดทางสาย ต.เขาธงชัย อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองประจวบคีรีขันธ์ประมาณ 60 กิโลเมตร ซึ่ง ม.ร.ว.มิตรวรุณ เกษมศรี ศิลปินแห่งชาติ สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศลในวโรกาสครองราชย์ครบ 50 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยทุ่มเทสร้างผลงานชิ้นนี้อย่างสุดฝีมือ และถือเป็นผลงานชิ้นสุดท้ายก่อนที่จะสิ้นชีวิต โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ ด้านล่างก่อนที่จะถึงบริเวณทางขึ้นพระมหาเจดีย์นั้น จะเป็นลานกว้าง ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของ พระพุทธกิติสิริชัยซึ่งทางคณะสงฆ์วัดทางสายร่วมกับชาวบ้านสร้างถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสที่ทรงเจริญพระชนมายุครบ 5 รอบ โดยสมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายกประธานถวายนามว่า พระพุทธกิติสิริชัย” “พระพุทธกิติสิริชัยเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิแบบศิลปะคันธาระ มีริ้วจีวรและพระพักตร์ที่สวยงาม องค์พระก่ออิฐถือปูน ลงรักปิดทอง มีขนาดใหญ่ สูงเด่นเป็นสง่า หันพระพักตร์ออกสู่ทะเล สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จทรงบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และพระผงที่หลังองค์พระ เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2539 บริเวณโดยรอบพระพุทธกิติสิริชัย มีซุ้มรูปหล่อพระอริยสงฆ์อันเป็นที่นับถือของพุทธศาสนิกชน อาทิ สมเด็จพุฒาจารย์โต (โต พรหมรังสี) หลวงปู่ศุข หลวงพ่อส


น้ำตกห้วยยาง

น้ำตกห้วยยางอีกมุมน้ำตกห้วยยางขวาทางเดินน้ำตกห้วยยางน้ำตกห้วยยางซ้าย      อุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอบางสะพาน อำเภอทับสะแก และอำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในส่วนที่แคบที่สุดของประเทศ ซึ่งได้รวมจุดเด่นรอบๆ วนอุทยานน้ำตกห้วยยางผนวกเข้าด้วยกัน ซึ่งได้แก่ น้ำตกที่สวยงามหลายแห่ง ตลอดจนมีสัตว์ป่านานาชนิด เป็นอุทยานแห่งชาติที่พร้อมด้วยป่าเขา น้ำตก ชายหาด รวมมี เนื้อที่ประมาณ 100,625 ไร่ หรือ 161 ตารางกิโลเมตร ซึ่งน้ำตกห้วยยางเป็นทางผ่านก่อมาถึงบางเบิดรีสอร์ท สามารถแวะพักชาร์จพลังงานก่อนที่จะมาดำน้ำที่เกาะทะลุ หรือตกหมึกได้เป็นอย่างดี ขับรถไปแวะเที่ยวไป ไม่เหนื่อยครับ จากน้ำตกห้วยยางมายังบางเบิดรีสอร์ท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม.

     ตั้งอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง มีทั้งหมด 7 ชั้น น้ำตกชั้นล่างๆ เป็นน้ำตกขนาดเล็ก ธารน้ำไหลมาตามโขดหินสูงตั้งแต่ 2-5 เมตร บริเวณน้ำตกชั้นที่ 5 จะมองเห็นสายน้ำตกจากผาสูงประมาณ 15 เมตร งดงามมาก แต่ต้องปีนและไต่โขดหินขึ้นไป จึงเป็นอันตรายได้ในช่วงฤดูฝนที่น้ำหลาก บริเวณน้ำตกชั้นที่ 4 ยังมีทางแยกขึ้นสู่จุดชมดวงอาทิตย์ขึ้นที่งดงามมาก สามารถมองเห็นทัศนียภาพไปได้ไกลถึงชายทะเล


มหัศจรรย์ สันทรายบางเบิด ใหญที่สุดในเมืองไทย !!

       ถ้าจะถามว่าชายฝั่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เริ่มต้นจากอำเภอไหน แน่นอนหลายคนตอบได้ทันทีว่าที่ หัวหินแต่ถ้าเปลี่ยนมาถามว่า แล้วชายฝั่งของ จ. ประจวบคีรีขันธ์ ไปสิ้นสุด ณ ที่ใด ใครรู้บ้าง ยิ่งถามว่าจังหวัดชุมพร เริ่มต้นที่อำเภอไหน หลายคนคงต้องกางแผนที่ตอบคำถามกันเลยที่เดียว เพราะทั้งอำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และ อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายนัก แต่ว่ามีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าค้นหามากมาย

แต่เปรียบเสมือนว่าช้างเผือกย่อมอยู่ในป่าฉันใด ของดีๆก็มีแอบซ่อนอยู่ในเขตพื้นที่รอยต่อของสองจังหวัดนี้ฉันนั้น แนวสันทรายบางเบิดคือ ช้างเผือกที่กล่าวถึง สันทรายกองใหญ่มหึมา เม็ดทรายเล็กละเอียดดุจแป้ง กองพาดผ่านเส้นทางริมชายฝั่ง ระหว่าง บ้านบางเบิด ต.ทรายทอง อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ และพื้นที่รอยต่อในบ้านถ้ำธง ต.ปากคลอง อ.ปะทิว จ.ชุมพร เป็นเนินสันทรายที่ได้รับการยกย่องว่าใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งอยู่ใกล้กับบางเบิดรีสอร์ทเพียงไม่กี่กิโลเมตรเท่านั้น เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเสริมนอกจากการดำน้ำดูปะการังที่เกาะทะลุ และตกหมึก

 


ด่านสิงขร แคบสุดในแผ่นดินสยาม

ด่านสิงขรพลอยพม่า ด่านสิงขรกล้วยไม้ป่า ด่านสิงขร

เป็นเส้นทางคมนาคมข้ามผ่านแผ่นดินคาบสมุทร จากชายฝั่งทะเลด้านหนึ่ง ไปยังชายฝั่งทะเลอีกด้านหนึ่ง นั่นคือจากฝั่งไทย (ทะเลอ่าวไทย) ไปยังฝั่งพม่า (ทะเลอันดามัน) เรียกว่า "เส้นทางข้ามคาบสมุทร" ซึ่งเส้นทางด่านสิงขรเป็นที่นิยมของนักเดินทางค้าขายทางทะเล เพราะไม่ต้องเสียเวลาเดินทางอ้อมมาเลย์เซียไปยังอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งอาจมีอุปสรรคในการเดินทาง ที่มีผลจากสภาพอากาศหรือโจรสลัด

    ในปัจจุบัน

ด่านสิงขร ได้กลายเป็นจุดผ่อนปรนทางการค้า ระหว่างชายแดนไทยและพม่า และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีจุดจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองของชาวไทยและชาวพม่า สินค้าที่มีจำหน่ายได้แก่ เฟอร์นิเจอร์และข้าวของเครื่องใช้ที่ทำจากไม้แกะสลักซึ่งเป็นงานฝีมือแฮนด์เมด (Hand Made) เหมาะสำหรับเป็นของใช้และตกแต่งบ้าน กล้วยไม้ป่า ต้นไม้ป่าหายากต่างๆ รวมถึงเครื่องประดับที่ทำจากหินสีและพลอยพม่าคุณภาพดีหลากชนิด  

    

วัดเขาถ้ำม้าร้อง หรือ วัดถ้ำม้าร้อง

          ตั้งอยู่ในตำบลพงค์ประสาสน์ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ภายในถ้ำมีหลายคูหา มีหินงอกหินย้อยและมีผู้ดูแลติดตั้งไฟฟ้าเพื่อให้ส่องสว่างแก่นักท่องเที่ยว โดยภายในถ้ำจะมีพระพุทธรูปปางสมาธิเรียงรายตลอดแนว อยู่ชิดผนังถ้ำด้านทางด้านหนึ่งมีหินย้อยรูปร่างลักษณะคล้ายหัวม้า อยู่ภายในถ้ำ หากเดินเข้าไปในถ้ำแล้วให้เดินตรงไปแล้วเลี้ยวไปทางขวามือ ประมาณ 20-30 เมตรให้เลี้ยวซ้ายจะเห็นลักษณะหินย้อยที่มีรูปร่างคล้ายหัวม้าและมีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นบ่อน้ำที่นำไปใช้ในงานพระราชพิธีสำคัญ ๆ ต่าง ๆ เมื่อมีพิธีสำคัญ ๆ เมื่อไหร่ ทางวัดจะจัดพิธีตักน้ำทิพย์เพื่อนำไปถวายแด่ในหลวง เช่นงานพิธีครบรอบ 60 พรรษา และ 72 พรรษา และ ที่น่าแปลกใจคือ น้ำที่บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้จะไม่มีวันแห้งเลย  วัดถ้ำม้าร้องแห่งนี้มีประวัติเป็นที่พักสงฆ์มาแต่โบราณกาล ตั้งแต่สมัยที่พระพุทธศาสนาเริ่มเข้าสู่แหลมทอง พระสงฆ์ชาวศรีลังกาและอินเดีย ได้เดินทางเข้ามาเผยแผ่พุทธศาสนา ในประเทศไทยและประเทศพม่า พระสงฆ์ที่เผยแผ่พุทธศาสนา จึงใช้เป็นที่พักพิงในขณะเดินทาง ต่อมา ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ได้ออกปราบพวกโจรตามหัวเมืองต่างๆ ในระหว่างปี พ.ศ.2385-2387 เจ้าพระยาบดินทรเดชา ได้นำทัพมาพักที่หนองหัดไทย ปรากฏว่าม้าของท่านเจ้าพระยาบดินทรเดชาได้หายไป จึงได้สั่งให้ทหารออกตามหาแต่ก็ไม่พบ ได้ยินแต่เสียงม้าร้องภายในภูเขาลูกนี้ แม้นจะส่งทหารเข้าไปค้นหาอย่างไรก็ไม่พบ แต่ได้ยินเสียงม้าร้องเท่านั้น ภูเขาลูกนี้จึงได้ถูกขนานนามว่า เขาถ้ำม้าร้อง ปัจจุบัน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้สนับสนุนให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาว ต่างประเทศเดินทางเข้ามาสัมผัสความสวยงามของหินงอกหินย้อยและบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์
  เขาถ้ำม้าร้องมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากภายในมีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ เป็นน้ำทิพย์ที่มีน้ำใสสะอาด มีน้ำตลอดทั้งปีไม่ว่าจะแห้งแล้งเพียงไร ซึ่งเป็นน้ำที่สำคัญ คือ น้ำทิพย์ภายในบ่อแห่งนี้ ได้นำไปประกอบพระราชพิธีสำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นครบรอบ 60 พรรษา 72 พรรษา ครบรอบทรงครองราชย์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยนำไปเข้าพระราชพิธีพระพุทธมนต์ ซึ่งในแต่ละครั้ง วัดเขาถ้าม้าร้อง จะจัดพิธีตักน้ำทิพย์เพื่อนำไปถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว


วัดแก้วประเสริฐ

วัดแก้วประเสริฐ

   หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า วัดเจ้าแม่กวนอิม ตั้งอยู่ที่บ้านท่าแอต ตำบลปากคลอง อำเภอปะทิว ไม่ไกลจากบางเบิดรีสอร์ทมากนัก ตามถนนเลียบชายทะเลจากสนามบินชุมพรไปบางเบิด เป็นวัดที่สร้างขึ้นบนเนินเขาริมชายทะเลซึ่งมองเห็นทิวทัศน์ของภูเขายอดเว้าแหว่งยื่นไปในทะเลปะทิวได้สวยงามมากดั่งภาพเขียน หลวงพ่อจง เจ้าอาวาสได้สร้างสิ่งก่อสร้างแบบไทยและจีนที่สวยงามมากมายสำหรับให้ผู้คน ได้สักการะ สิ่งที่เป็นจุดเด่น ได้แก่ พระนาคปรก 9 เศียร สูง 9.99 เมตร และพระโพธิสัตว์กวนอิมแห่งทะเลใต้ สูง 9.99 เมตร นอกจากนี้ยังมีโบสถ์สีทอง รูปปั้นพระอรหันต์ไทยและจีน รูปปั้นกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ และสิ่งเคารพอีกมากมาย รวมทั้งมีพิพิธภัณฑ์ของโบราณ มีภาพเขียนสวยงาม ให้ชมด้วย     


หาดผาแดง สิ่งมหัศจรรย์ที่สรรสร้างโดยธรรมชาติ

          หาดผาแดง อยู่ในเขตพื้นที่บ้านฝั่งแดง หมู่ที่ 4 และหมู่ที่ 5 ตำบลทรายทอง  อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยอยู่ห่างจากบางเบิดรีสอร์ทเพียงไม่กี่กิโลเมตร  เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่สำคัญอีกแห่งของอำเภอบางสะพานน้อยที่หาดผาแดงมีลักษณะพิเศษคือ แนวหน้าผาสีแดง มีลวดลายที่สวยงาม หันหน้าไปทางทิศตะวันอก ตั้งตระหง่านท้าคลื่นลมทะเล และมีความยาวกว่า 5 กิโลเมตรและมีความสูงถึง 20 - 30 เมตร ซึ่งหาดผาแดงนี้ เกิดขึ้นจากการที่ชายฝั่งของที่นี่ มีลักษณะเป็นดินลูกรังแดง และเกิดการกัดเซาะของคลื่นและลมทะเลธรรมชาติเป็นระยะเวลานับแสนปี จนทำให้ได้ลวดลายสวยงามวิจิตรตระการตาดั่งเช่นในปัจจุบัน


วัดห้วยมงคล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ประดิษฐานหลวงพ่อทวดองค์ใหญ่ที่สุดในโลก


       
วัดห้วยมงคล อยู่ในเขตอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งปัจจุบันได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากมาย เพราะที่วัดห้วยมงคลเป็นที่ประดิษฐานรูปเหมือนหลวงพ่อทวดองค์ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งแต่เดิมใช้ชื่อว่า วัดห้วยคตตั้งอยู่ในชุมชนบ้านห้วยคต ตำบลทับใต้ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระราชทานนามใหม่จากเดิมห้วยคต เปลี่ยนเป็นห้วยมงคล ซึ่งปัจจุบันใช้เป็นทั้งชื่อหมู่บ้านห้วยมงคล วัดห้วยมงคล โรงเรียนห้วยมงคล และโครงการต่างๆ อีกมากมาย  เป็นเวลากว่า 40 ปีแล้วที่หมู่บ้านห้วยมงคล เป็นที่ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จมาเยี่ยมประชาชน ด้วยโครงการต่างๆที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับพสกนิกรให้มีฐานะดีขึ้น ประชาชนมีสุขกันทั่วหน้าและโครงการต่างๆ ก็ดำเนินไปได้ด้วยดี เพราะมีส่วนราชการให้การดูแล รวมทั้งทรงอุปถัมภ์วัดห้วยมงคลไว้ให้เป็นที่พึ่งทางใจสำหรับชาวบ้าน ต่อมาพระครูปภัสรวรพินิจ หรือพระอาจารย์ไพโรจน์ ปภัสสโร เจ้าอาวาสวัดห้วยมงคลองค์ปัจจุบัน ซึ่งเป็นพระนักพัฒนาซึ่งเป็นที่เคารพของคนในชุมชนบ้านห้วยมงคล และพลเอกวิเศษ คงอุทัยกุล รองสมุหราชองครักษ์ได้มีดำริที่จะสร้าง หลวงพ่อทวดองค์ใหญ่ที่สุดในโลกเพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ รวมทั้งเผยแพร่และสืบทอดพระพุทธศาสนาอีกทั้งให้เป็นที่เคารพสักการบูชาและเป็นที่พึ่งทางใจของเหล่าพุทธศาสนิกชน



ถ้ำบางเบิด

         ที่ตั้งของถ้ำบางเบิดอยู่ในเขาบางเบิดในฝั่งเขตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทางลงไปในถ้ำค่อนข้างแคบและยากลำบากแต่ภายในถ้ำจะมีขนาดใหญ่และมีความสวยงามมาก โดยภายในถ้ำประกอบไปด้วยหินงอกและหินย้อยที่มีลวดลายแปลกตา สวยงาม เมื่อใช้ไปฉายส่องไปที่บริเวณหินงอกหินย้อยหรือบริเวณผนังถ้ำ จะมีแสงระยิบระยับ สวยงามเปรียบเสมือนถูกล้อมรอบไปด้วยเพชรนับล้านๆเม็ด  ภายในถ้ำจะชื้นมาก มีน้ำหยดและไหลซึมตามหินย้อยและผนังถ้ำ บางจุดในถ้ำจะมีแอ่งน้ำ เพราะถ้ำบางเบิดอยู่ติดทะเล บางส่วนอยู่ลึกลงไปใต้ระดับน้ำทะเล แต่น้ำในถ้ำกลับเป็นน้ำจืดที่ใสสะอาด อุดมไปด้วยแร่ธาตุต่างๆ บ้างก็บอกว่าน้ำภายในถ้ำรสชาติอร่อยกว่าน้ำทั่วไป บ้างก็บอกว่าภายในถ้ำมีอุโมงเชี่อมโยงออกไปยังทะเลภายนอก และเป็นที่อยู่อาศัยของปลาจำศีลขนาดใหญ่ปัจจุบันถ้ำบางเบิดไม่มีหน่วยงานใดควบคุมดูแลอยู่ จึงไม่มีการพัฒนาหรือปรับปรุงเส้นทางให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางอย่างสะดวก จึงเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ใจรักการผจญภัยอย่างแท้จริง การที่จะเข้าไปเที่ยวเดินสำรวจชมหินงอกหินย้อยภายในถ้ำบางเบิดนั้น จะต้องทำการติดต่อหาไกด์ที่ชำนาญเส้นทางมาเพื่อเป็นคนนำทาง เพราะถ้ำในเขาบางเบิดนั้นมีอยู่หลายถ้ำ เท่าที่ทราบคือจะมีประมาณ 3 ถ้ำแต่ถ้ำที่พอจะเข้าไปชมได้โดยไม่ลำบากนักจะมีอยู่เพียงถ้ำเดียว ส่วนอีก 2 ถ้ำจะมีน้ำภายในถ้ำ ทำให้การเดินทางเข้าไปยากลำบาก


วังไกลกังวล สุขกาย สบายใจ ไร้กังวล ที่ วังไกลกังวล

          จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จัดเป็นจังหวัดที่ยาวติดอันดับต้นๆของประเทศไทย การที่จะเดินทางผ่านจังหวัดประจวบคีรีขันธ์นั้นใช้เวลาในการเดินทางนานมาก หลายๆท่านจึงมองว่าเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ หลับแล้วหลับอีกตื่นมากี่อีกทีก็ยังอยู่ในเขตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถ้าไม่อยากเบื่อจะต้องทำอย่างไร ..? เราก็ต้องเที่ยวตั้งแต่เพื่อพักรถและยืดเส้นยืดสายตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์สิครับ เพราะจังหวัดนี้ไม่ได้มีดีที่ความยาวเพียงอย่างเดียว (แถมยังเป็นจังหวัดที่แคบที่สุดอีกด้วย) เพราะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์นั้น มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย และแต่ละสถานที่นั้นก็น่าสนใจมากๆ ซึ่งผมจะแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งอยู่ในอำเภอหัวหินซึ่งเป็นอำเภออยู่เหนือสุดของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และแน่นอน สถานที่แห่งนั้นก็คือพระราชวังไกลกังวลนั่นเอง ถ้าพูดถึงอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบแล้วล่ะก็ สถานที่แรกที่ผมจะนึกถึงนั่นก็คือ วังไกลกังวล เป็นสถานที่ที่น่าเที่ยวและมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อีกแห่งหนึ่งของอำเภอหัวหินที่คุณไม่ควรพลาดในการมาเที่ยวหัวหิน 
          ซึ่งวังไกลกังวล เป็นวังส่วนพระองค์ที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2469 เพื่อพระราชทานแด่สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี โดยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จากพระคลังข้างที่ บริเวณติดทะเลริมหาดหัวหิน โดยมีหม่อมเจ้าอิทธิเทพสรรค์ กฤดากร เป็นสถาปนิกผู้ออกแบบและควบคุมการก่อสร้าง เพื่อใช้เป็นวังที่ประทับในฤดูร้อนของพระบามสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระอัครมเหสีเพียงพระองค์เดียวในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว วังไกลกังวลแห่งนี้ได้รับการออกแบบในสถาปัตยกรรมสไตล์สเปน หันหน้าออกทางทะเล แต่เดิมพระราชวังแห่งนี้มีชื่อเรียกว่า สวนไกลกังวล และพระตำหนักเปี่ยมสุข ก่อนมาใช้ชื่อพระราชวังไกลกังวลภายหลัง ในรัชกาลที่ 7 ทรงออกพระนามเรียกวังแห่งนี้ว่า สวนไกลกังวล และในตราสัญลักษณ์ของวังเมื่อ พ.ศ. 2472 ได้ออกนามว่า พระราชวังไกลกังวล อย่างไรก็ตาม เนื่องจากไม่ปรากฏหลักฐานว่ามีพระบรมราชโองการประกาศยกเป็นพระราชวัง ดังนั้น จึงยังคงเรียกว่า วังไกลกังวล วังไกลกังวลตั้งอยู่ห่างจากหัวหินไปทางทิศเหนือประมาณ 3 กิโลเมตร บนถนนเพชรเกษมกิโลเมตรที่ 229 ซึ่งภายในมีพระตำหนักต่างๆดังนี้ พระตำหนักเปี่ยมสุข เป็นที่ประทับแปรพระราชฐานของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระตำหนักน้อย เป็นที่ประทับแปรพระราชฐานของ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีพระตำหนักปลุกเกษม เป็นที่ประทับแปรพระราชฐานของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระตำหนักเอิบเปรม เอมปรีย์ เป็นที่ประทับแปรพระราชฐานของพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ซึ่งพระตำหนักต่างๆล้อมรอบไปด้วยสวนไม้ดอกและสวนไม้ประดับนานาพันธุ์ โดยมีพื้นที่ด้านหนึ่งเป็นส่วนพิพิธภัณฑ์จัดแสดงหอยนานาชนิด ทั้งหอยสวยงามและหอยหายาก
          ปัจจุบันเป็นที่ประทับแปรพระราชฐานฤดูร้อนของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ทรงออกนามเรียกวังแห่งนี้ในพระราชนิพนธ์เรื่องทองแดง ว่า วังไกลกังวล

 

ถ้ำเพชรทรายทอง หรือถ้ำอโนดาต

ถ้ำเพชรทรายทองถ้ำอโนดาต

         ถ้ำเพชรทรายทอง หรือถ้ำอโนดาต หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าถ้ำเพชร โดยที่มาของชื่อนั้นมาจากการที่ภายในมีหินงอกหินย้อยจำนวนมาก เมื่อใช้ไฟส่องจะเกิดประกายสวยงามระยิบระยับเสมือนกับถูกล้อมรอบด้วยเพชรนิลจินดา จึงทำให้ถูกขนานนามว่าถ้ำเพชร และตัวน้ำตกอยู่ในเขตตำบลทรายทอง จึงได้ชื่อว่า "ถ้ำเพชรทรายทอง"
        
ที่ตั้งของถ้ำเพชรทรายทองหรือถ้ำอโนดาตนั้นอยู่ห่างจากบางเบิดรีสอร์ทประมาณ 22 กิโลเมตร โดยอยู่ในเขตวนอุทยานป่าอนุรักษ์ ตำบลทรายทอง อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ การเดินทางไปยังถ้ำนั้นต้องเดินทางโดยใช้รถโฟร์วีลเท่านั้น เพราะทางเข้าถ้ำค่อนข้างสมบุกสมบันพอสมคาร โดยเดินทางจากสามแยกห้วยสัก ทางเข้าถ้ำอยู่ฝั่งซ้ายมือถนนเพชรเกษมขาขึ้น เข้าไปจากถนนเพชรเกษมประมาณ 1.6 กิโลเมตร จะพบเทือกเขาไผ่และภูเขาลูกเล็ก ซึ่งชาวบ้านเรียกว่าเขาน้อย แล้วจะไม่สามารถเดินทางไปต่อได้ ต้องจอดรถแล้วเดินผ่านสวนยางพาราและป่าละเมาะเข้าไป โดยระยะห่างที่จอดรถประมาณ 200 เมตร ก็จะถึงปากถ้ำ

Comments