ขลุ่ยเพียงออ


ประวัติ ความเป็นมาของขลุ่ย

 ขลุ่ย เป็นเครื่องดนตรีที่ไม่มีลิ้น  ทำจากไม้รวกปล้องยาวๆ  ด้านหน้าเจาะรูเรียงกัน สำหรับปิดเปิดเพื่อเปลี่ยนเสียง    ตรงที่เป่าไม่มีลิ้นแต่มีดาก ซึ่งทำด้วยไม้อุดเหลาเป็นท่อนกลมๆยาวประมาร นิ้ว สอดลงไป อุดที่ปากของขลุ่ย  แล้วบากด้านหนึ่งของดากเป็นช่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ   เราเรียกว่าปากนกแก้ว   เพื่อให้ลมส่วนหนึ่ง ผ่านเข้าออกทำให้เกิดเสียงขลุ่ยลมอีกส่วนจะวิ่งเข้าไปปลายขลุ่ยประกอบกับ นิ้วที่ปิดเปิดบังคับเสียงเกิดเป็นเสียงสูงต่ำตามต้องการใตปากนกแก้วลงมา เจาะ รู   เรียกว่ารูนิ้วค้ำ เวลาเป่าต้องใช้หัวแม่ มือค้ำปิดเปิดที่รูนี้   บาง เลาด้านขวาเจาะเป็นรูเยื่อ   ปลาย เลาขลุ่ยมีรู รู เจาะตรงกันข้ามแต่เหลื่อมกันเล็กน้อย  ใช้สำหรับร้อยเชือกแขวนเก็บหรือคล้องมือจึงเรียกว่ารูร้อยเชือกรวมขลุ่ยเลาหนึ่ง  มี  ๑๔  รูด้วยกัน

          รูปร่างของขลุ่ยเมือพิจารณาแล้วจะเป็นเครื่องดนตรี ที่เก่าแก่ที่สุดชนิดหนึ่ง จากหลักฐานที่พบขลุ่ยในหีบศพภรรยาเจ้าเมืองไทยที่ริมฝั่งแม่น้ำ ฮวงเหอ ซึ่งมีหลักฐานจารึกศักราชไว้ไม่ต่ำกว่า,๐๐๐ ปี   ปัจจุบัน ขลุ่ยมีราคาสูง เนื่องจาก ไม้รวกชนิดที่ทำขลุ่ยมีน้อยลงและใช้เวลาทำมากจึงใช้วัตถุอื่นมาเจาะรูซึ่ง รวดเร็วกว่า  เช่น ท่อพลาสติก ไม้เนื้อแข็ง แต่ คุณภาพเสียงไม่ดีเท่าขลุ่ยไม้ขลุ่ยที่มีเสียงไพเราะมากส่วนใหญ่จะเป็นขลุ่ย ผิวไม้แห้งสนิท  ขลุ่ยใช้เป่าในเครื่องสายไทย วงมโหรี และในวงปี่พาทย์ไม้นวม วงปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์


ส่วนประกอบของขลุ่ย

 


        - เลาขลุ่ย คือ ตัวขลุ่ย มีขนาดแตกต่างกันไปตามชนิดของขลุ่ย มักนิยมประดิษฐ์ลวดลายต่าง ๆ ลงบนตัวขลุ่ย เช่น ลายดอกพิกุล ลายหิน และลายลูกระนาด เป็นต้น  ถ้าเป็นขลุ่ยไม้ไผ่ นิยมจะทำลวดลายลงบนเลาขลุ่ย แต่ถ้าเป็นไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้ชิงชัน ไม้พยุง ไม้งิ้วดำ ฯลฯ จะไม่นิยมทำลายลงบนเลาขลุ่ย แต่อาจจะมีการลงรัก ประกอบมุก ประกอบงา แทน
        
- ดาก คือ ไม้อุดปากขลุ่ย นิยมใช้ในไม้สักทอง เหลากลมให้คับแน่นกับร่องภายในของปากขลุ่ย ฝานให้เป็นช่องว่าง ลาดเอียงตลอดชิ้นดาก ให้เป่าลมผ่านไปได้
        
- รูเป่า เป็นรูสำหรับเป่าลมเข้าไป
        
- รูปากนกแก้ว เป็นรูที่เจาะร่องรับลม จากปลายดากภายในขลุ่ย อยู่ด้านเดียวกับรูเป่า อยู่สุดปลายดากพอดี เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า รูปากนกแก้วนี้ทำให้เกิดเสียง เทียบได้กับลิ้นของขลุ่ย
        
- รูเยื่อ เป็นรูสำหรับปิดวัสดุที่ทำให้เสียงสั่นพริ้ว มักใช้เยื่อไม้ไผ่ หรือเยื่อหัวหอมปิด อยู่ด้านขวามือ * ในปัจจุบัน หาขลุ่ยที่มีรูเยื่อไม่ค่อยได้แล้ว
        
- รูค้ำ หรือรูนิ้วค้ำ เป็นรูสำหรับให้นิ้วหัวแม่มือปิด เพื่อบังคับเสียง และประคองเลาขลุ่ยขณะเป่า อยู่ด้านล่างเลาขลุ่ย ต่อจากรูปากนกแก้วไปทางปลายเลาขลุ่ย
        
- รูบังคับเสียง เป็นรูที่เจาะเรียงอยู่ด้านบนของเลาขลุ่ย มีอยู่ ๗ รู ด้วยกัน
        
- รูร้อยเชือก มี ๔ รู หรือ ๒ รูก็ได้ อยู่ทางส่วนปลายของเลาขลุ่ย โดยการเจาะทะลุบน-ล่าง และ ซ้าย-ขวา ให้เยื้องกันในแต่ละคู่  ช่างบางคนได้กล่าวไว้ว่า ความจริงจุดประสงค์หลักไม่ได้ไว้ร้อยเชือก ที่จริง ทำเพื่อให้เสียงของขลุ่ยได้ที่นั่นเอง


การฝึก เป่าขลุ่ยเพียงออเบื้องต้น

         ขลุ่ยเพียงออ เป็นเครื่องดนตรีไทยประเภทเครื่องเป่าที่ไม่มีลิ้น ทำด้วยไม้ไผ่แต่ในปัจจุบันมีการนำวัสดุอื่น ๆ มาทำเช่น ไม้เนื้อแข็ง ท่อพลาสติก เป็นต้น

 

วิธีการ ฝึกหัดเป่าขลุ่ยเบื้องต้น

        ผู้เรียนต้องรักในกนตรี ขยันหมั่นเพียรฝึกฝนจนชำนาญ มีความอุตสาหะ มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ บากบั่นพยายามในการเรียนรู้ มีการวิเคราะห์เครื่องดนตรี รู้ขั้นตอนในการฝึกฝนตนเองอย่างเป็นประจำ การฝึกหัดเป่าขลุ่ยมีวิธีการคือ ต้องรู้จักขลุ่ยเพียงออ เลือกขลุ่ยที่ดี เรียนรู้กลวิธีการเป่าขลุ่ย ท่านั่ง การจับขลุ่ยที่ถูกลักษณะ เป่าให้เป็นเสียง เป่าเป็นเพลงขลุ่ย เป่าขลุ่ยเข้ากับวงดนตรีไทยต่าง ๆ โดยมีวิธีการฝึกดังนี้

          ๑. จับขลุ่ยทั้งสองมือ ใช้หัวแม่มือบนปิดรูค้ำก่อน มือบนใช้นิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนางปิดรูด้านบน และ มือล่างใช้นิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนางและนิ้วก้อยปิดรูด้านล่าง และให้หัวแม่มือล่างประคองขลุ่ยไว้ด้านล่างของเลาขลุ่ย

          ๒. ให้สัมผัสปลายนิ้วมือปิดรู้นิ้วให้สนิท เพื่อให้เสียงเป่าไม่ผิดเพี้ยน

          ๓. เมื่อปิดนิ้วมือสนิทดีแล้วทุกนิ้วมือก็เริ่มเป่าออกเสียง

     ๔. เมื่อรู้ระดับเสียงต่ำจนถึงเสียงสูงสุดแล้ว หัดปิดเปิดไล่นิ้วจากต่ำไปสูง ไล่จากเสียงสูงลงต่ำ ไล่เสียงไปกลับจนคล่องจึงฝึกสลับนิ้ว

          ๕. ฝึกเป่าสลับนิ้ว สลับข้ามเสียงกัน เช่น โด มี ซอล ที ฯลฯ

          ๖. ฝึกต่อเพลง จากเพลงที่มีความคุ้นเคยก่อน แล้วเริ่มเพิ่มเพลงให้มีความยากขึ้นเรื่อย ๆ

 


ตารางการปิดเปิดนิ้ว


นิ้ว

 

โป้งบน

O

O

O

O

O

O

O

O

O

O

O

O

ชี้บน

O

O

O

O

O

O

O

O

O

O

O

O

กลางบน

O

O

O

O

O

O

O

O

O

O

O

O

นางบน

O

O

O

O

O

O

O

O

O

O

O

O

ชี้ล่าง

O

O

O

O

O

O

O

O

O

O

O

O

กลางล่าง

O

O

O

O

O

O

O

O

O

O

O

O

นางล่าง

O

O

O

O

O

O

O

O

O

O

O

O

ก้อย

O

O

O

O

O

O

O

O

O

O

O

O

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เสียง

โด

เร

มี

ฟา

ซอล

ลา

ที

สูงโด

สูงเร

สูงมี

สูงฟา

สุงซอล

       

   หมายเหตุ   


O

 หมายถึง การปิดรู

 

     O         หมายถึง การเปิดรู

   เสียงสูง หมายถึง  การปิดนิ้วเดิมแต่เป่าลมแรงขึ้น



การฝึกปฏิบัติขลุ่ยเพียงออ

               เพื่อให้เข้าใจและสามารถฝึกปฏิบัติขลุ่ยเพียงออได้ถูกต้อง    ขอให้ศึกษารายละเอียดในหัวข้อต่อไปนี้

ลักษณะโน้ตของขลุ่ยเพียงออ

     โดยปกติทั่วไปโน้ตของขลุ่ยเป็นโน้ตบรรทัดเดียว  ใช้ได้ทั้งตัวเลขและตัวอักษรแต่ในที่นี้จะใช้เฉพาะโน้ตตัวอักษร โดยเขียนเป็นตัวย่อดังนี้                เสียงสูงใช้เครื่องหมาย (  )  ด้านบนตัวโน้ต  เช่น  ดํ  รํ

ตำแหน่งเสียงและการใช้นิ้วมือปิด – เปิด  เสียงขลุ่ยเพียงออ 

ปกติขลุ่ยเพียงออจะทำเสียงได้ ๑๒  เสียง เป็นเสียงธรรมดาหรือเสียง"ต้อ"  ๗  เสียง คือ     จากเสียง โด - ที และทำเสียงแหบได้อีก เสียง คือจากเสียง  โดสูง(ดํ)  ถึงเสียง ซอลสูง(ซํ)

ขอให้ศึกษาการทำให้เป็นเสียงต่างๆ  จากภาพประกอบ


   ภาพแสดงตำแหน่งเสียงและการใช้นิ้วมือปิด-เปิดเสียงขลุ่ยเพียงออ

 

ท่านั่งเป่าขลุ่ยเพียงออ

การเล่นเครื่องดนตรีไทยทุกชนิด   นักดนตรีต้องสำรวมกิริยามารยาทปฏิบัติให้เรียบร้อย ให้ความเคารพต่อครูบาอาจารย์ เครื่องดนตรี ผู้ฟัง ตลอดจนนักดนตรีด้วยกันเอง การนั่งเป่าขลุ่ยต้องนั่งตัวตรงเพื่อให้ลมเดินสะดวก  ไม่นั่งก้มหน้า  ถ้านั่งกับพื้นควรนั่งพับเพียบ 

         

                             

      ภาพแสดงท่านั่งเป่าขลุ่ยเพียงออ

ท่าจับขลุ่ยเพียงออ

การจับขลุ่ยแบบไทยโดยประเพณีนิยมมาแต่โบราณจะจับเอามือขวาอยู่ข้างบนมือซ้าย(แต่ถ้าจับแบบสากลนิยมจับเอามือซ้ายไว้ด้านบนมือขวาไว้ด้านล่าง) ซึ่งสันนิษฐานว่าคนส่วนใหญ่ถนัดมือขวามากกว่ามือซ้าย

 วิธีจับขลุ่ยเพียงออ

มือบนจับเลาขลุ่ย ๓ รูด้วยนิ้วชี้ นิ้วกลางและนิ้วนาง อยู่ในลักษณะที่พร้อมจะปิด-เปิดรูบังคับเสียง(ซึ่งอยู่ด้านบนของเลาขลุ่ย) เรียงลงมาตามลำดับตั้งแต่รูที่อยู่บนสุดถึงรูที่สาม นิ้วหัวแม่มือปิดรูค้ำด้านหลังไว้   พร้อมทั้งใช้นิ้วก้อยประคองด้านล่างของเลาขลุ่ยไว้

มือล่างจับเลาขลุ่ยส่วนล่าง ๔ รู ด้วยนิ้วชี้  นิ้วนาง นิ้วกลางและนิ้วก้อย เรียงลงมาตามลำดับนิ้วหัวแม่มือยันขลุ่ยด้านหลัง   จับเลาขลุ่ยให้แขนส่วนปลายทั้งขวาและซ้ายได้ฉากกับเลาขลุ่ยพอประมาณโดยกางข้อศอกพองาม

ลักษณะการวางนิ้ว

ลักษณะการวางนิ้วของมือซ้ายและมือขวา   ให้วางลักษณะขวางกับเลาขลุ่ยโดยนิ้วอยู่เหนือรูบังคับเสียงประมาณ ๑ เซนติเมตรและใช้นิ้วบริเวณผิวหนังส่วนที่นูนใต้ปลายนิ้ว เป็นส่วนที่ใช้ปิด-เปิดรูบังคับเสียง 

     การวางนิ้วเพื่อปิดรูบังคับเสียงต้องพยายามปิดรูให้สนิท มิฉะนั้นจะทำให้สียงขลุ่ยที่เป่าออกมา ดังผิดเพี้ยนโดยเฉพาะเสียงโด (ด)เป็นเสียงที่เป่ายากที่สุด

วิธีเป่าขลุ่ยเพียงออ

          ให้เผยอริมฝีปากด้านบนและล่างจรดลงบนรูปากเป่า จัดเลาขลุ่ยให้ตั้งได้มุมประมาณ  ๔๕  องศา กับลำตัวโดยทอดแขนไว้ข้างลำตัวพองาม(ไม่กางศอกมากจนเกินไป)เป่าลมให้เหมาะสมไม่เบาและแรงจนเกินไป

ขั้นตอนการฝึกเป่าขลุ่ยเพียงออ

      ให้ฝึกเป่าไล่เสียง ขึ้น-ลง เพื่อฝึกใช้นิ้ว ในเสียงต่างๆให้ชำนาญ ตามโน้ตต่อไปนี้อย่างช้าๆ     

 

– – –

– – –

– – –

– – –

– – –

– – –

– – –

– – – ดํ

– – – ดํ

– – –

– – –

– – –

– – –

– – –

– – –

– – –

 


  วิธีการเก็บบำรุงรักษาขลุ่ย




Ċ
bandontri chumporn,
12 ก.ค. 2553 20:22
Comments