24.ข่าว 13-18 ม.ค. 55


The Borivali National park is in middle of mumbai suburbs and hence it is easy to travel and spend some good peaceful time with nature
 
วันที่ 13/1/2555
วันนี้ชาวบ้านนาราโสปารา ได้มานิมนต์พระคุณเจ้าไปบิณฑบาต ที่หมูบ้าน ตอนเช้า
คณะสงฆ์จึงได้ไปรับบาตรจากชาวบ้านในหมู่บ้านนั้น ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี
พร้อมทั้งมีญาติโยมร่วมใส่บาตรกันมากพอสมควร จากนั้นจึงเดินทางกลับ
ในช่วงบ่าย คณะได้เดินทางไปชมถ้ำ Kanheri Caves, Borivali, Mumbai
ซึ่งเป็นถ้ำของศาสนาพุทธ มีความสวยงามมาก และมีพระพุทธรูปยืนขนาดใหญ่
แบบบามิยัน อยู่ที่ถ้ำนี้ด้วย
http://en.wikipedia.org/wiki/Kanheri_Caves
 
 
Ancient Buddha stup at Nalasopara

Ancient Buddha Stup in Nalasopara (Ancient Shurparak) built by Samrat Ashoka in 3rd Century BC.

http://www.thebuddhistforum.com/buddhist-art/monuments/stupas/190-buddhist-stupa-at-nalasopara.html

Location : Nala Sopara , distt. Thane
              : Karad , distt.    Satara                    
Situation : Burud Rajache Kot mound in Nirmal
               : Agaswa Hill near village Jakhinwadi
Under Protection : Archeological Survey of India
Period : 3rd century B.C
          : 2nd century B.C

Introduction
Nala Sopara
In ancient times, it was the largest township on India's west coast,
trading with Mesopotamia, Egypt, Cochin, Arabia and Eastern Africa.


วันที่ 14/1/2555

จุดเริ่มต้น ของการเดิน
http://en.wikipedia.org/wiki/Nala_Sopara

วันนี้คณะธรรมยาตราเริ่มเดินทางเป็นวันแรก โดยตอนเช้าหลังจากทำวัตรเช้าแล้ว
หลวงพ่อสนองได้เทศน์อบรมเป็นถึงแนวทางการเดินในครั้งนี้แล้ว ท่านจึงนำสวดมนต์
และเวียนเทียนรอบเจดีย์นาลาโสปารา สามรอบ แล้วถ่ายรูปหมู่ร่วมกันหลังจากนั้นจึงออก
เดิน วันนี้คณะเดินได้รวม 5 กิโลเมตร เพราะว่าครั้งนี้มีคนสูงอายุมาด้วยจำนวนมาก
หลวงพ่อท่านเลยบอกว่า วันนี้ให้พักที่ฉันภัตตาหารนี้เลย เพราะว่าท่านสงสารผู้สูงอายุ เดินกันไม่ไหวแล้ว
สรุปวันนี้คณะจึงเดินได้เพียงแค่ 5 กิโลเมตร วันนี้เราพักกันที่สนามเล่นคลิกเก็ต เมืองนาลาโสปารา
ในบริเวณนี้ เป็นหมู่บ้านของชาวพุทธ มีช่าวพุทธอาศัยกันอยู่ไม่ต่ำกว่า 25,000 คนในช่วงค่ำจึงมีชาวบ้าน
นำขอมาถวายเป็นจำนวนมาก และมาร่วมทำวัตรสวดมนต์กันเป็นจำนวนมากอีกด้วย สาธุ สาธุ สาธุ
 
Nala Sopara) is one of the suburbs of Mumbai city. It is a town within the Mumbai Conurbation.
The town lies in Thane district of Maharashtra state in India. 

Ancient Buddha stup at Nalasopara, originally uploaded by Konkan Premi.
Buddha Stupa
Ancient Buddha Stup in Nalasopara (Ancient Shurparak) built by Samrat Ashoka in 3rd Century BC.
Nalasopara is believed to have been Gautama Buddhas birthplace in a previous life
 
 
วันที่ 15/1/2555
หลังจากทำวัตรเช้าเสร็จแล้ว คณะธรรมยาตราจึงเริ่มต้นเดินทางกันต่อ โดยวันนี้กำหนดการเดินในตอนเช้าคือระยะทาง
10 กิโลเมตร แต่ระหว่างเดินนั้น มีชาวบ้านมาให้การต้อนรับคณะเราอย่างมากมาย และนำอาหารมาใส่บาตรกัน
เป็นจำนวนมาก คณะจึงเดินไปได้แค่ 5 กิโลเมตร ก็ถึงเวลาฉันภัตตาหาร ในช่วงเช้าคณะจึงต้องหยุดฉันกันที่ระยะ
ทาง 5 กิโลเมตรนี้ และในช่วงบ่ายจึงเริ่มเดินทางกันต่ออีกเป็นระยะทาง 15 กิโลเมตร กว่าคณะจะเดินทางถึงที่พักก็
ประมาณ 5 ถึง 6 โมงเย็น สรุปวันนี้คณะเราเดินได้ระยะทางรวม 20 กิโลเมตร โดยพักที่สนามเด็กเล่น ระหว่างทางไปเมืองดีวารี้
โดยหลวงพ่อสนองท่านเดินได้ระยะทางไกล ๆ แบบนี้โดยไม่เหนื่อย อาการอาพาธของ
ท่านน่าจะดีขึ้นมากแล้ว คณะธรรมยาตราขอให้หลวงพ่อหายอาพาธโดยไวด้วย สาธุ สาธุ สาธุ
 
เมื่อ 16 มกราคม 2555, 6:12, aungsuma kanchanakul <yourinmojinew@hotmail.com> เขียนว่า:
ขอข้อมูลจุเริ่มต้น และ จุดหมายปลายทางในแต่ละวันค่ะ หลวงพ่อท่านเป็นอย่างไรบ้างคะ และเหตุการณ์ประจำวัน
ในขณะนี้ ข่าวได้ออกไปเพียงว่าเริ่มเดินในวันที่ 14 มกราคม เท่านั้น ไม่มีข่าวส่งมาเพิ่ม ขอรูปการเดินก็ได้ค่ะ   สาธุ
 
วันที่ 16-1-2555
วันนี้คณะออกเดินทางกันตั้งแต่เช้าตู่
โดยในช่วงเช้าคณะต้องเดินกันเป็นระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร เพื่อไปยังจุดพักฉันภัตตาหาร
โดยมีชาวพุทธในหมูบ้านที่เราเดินผ่านมายืนต้อนรับพร้อมโปรยดอกไม้ตลอดเส้นทาง
จนถึงจุดพักฉันภัตตาหารก็ประมาณ 10 โมงเช้า วันนี้หลวงพ่อเดินได้เร็วเป็นปกติแล้ว สาธุ หลังจากฉันเสร็จแล้ว
หลวงพ่อก็นำให้พร ญาติโยมชาวอินเดียที่นำอาหารมาถวายเป็นจำนวนมาก แล้วออกเดินทางต่อทันที
เดินมาได้ประมาณสองเมตร ก็ถึงมีโยมมานิมนต์ให้เข้าไปพักในสวนข้างทางก่อน
แล้วเข้าก็ยกขบวนกันเข้ามากราบหลวงพ่อกัน แล้วจึงแยกย้ายกันไป พระคุณเจ้าและโยม ๆ ก็ได้อาศัยเวลานี้ทำการงีบกันยกใหญ่ ประมาณบ่ายสองโมง หลวงพ่อจึงนำทัพธรรมยาตราเดินทางกันต่อ
โดนเดินออกมาได้สักครู่ ก็มาถึงแยกไปเมืองดีวารี้ ก็มีชาวพุทธที่อาศัยอยู่แถวนั้น มายืนตอนรับหลายร้อยคน บางคนต้อนรับคณะเราแล้วก็มาร่วมเดินธรรมยาตรากับเราด้วย
เดินกันไปจนถึงที่พักของวันนี้เลยทีเดียว ระหว่างทางก็มีโยมมานินต์ให้เข้าไปยังวัดที่อยู่ในหมู่บ้านของเรา
โดยเล่าให้พักว่าสถานที่แห่งนี้ ดร.อัมเบ็กก้า เคยมาในตอนที่เขายังมีชีวิตอยู่ เมื่อเดินไปถึงญาติโยมก็นำน้ำปานะมาถวาย
พระคุณเจ้าฉันแล้วก็ให้พร แล้วเดินต่อ โดยในช่วงเย็นนี้ดูทัพธรรมยาตราของเราขบวนใหญ่นี้เยอะเพราะว่า
มีโยม ๆ คนอินเดียมาร่วมเดินกับเรากันเป็นจำนวนมาก วันนี้คณะของเราเดินกันได้ระยะทางทั้งหมด 22 กิโลเมตรก็ถึงที่พัก ช่วงค่ำก็ทำวัตรสวดมนต์กันต่อโดยชาวบ้านที่เดินมาส่งเรานั้นก็ร่วมกันทำวัดกับเราด้วย
บางคณะถึงกับจ้างรถเหมาคันมาจากหมู่บ้านเพื่อมากราบหลวงพ่อ และทำวัตรกับเราเลยทีเดียว
วันนี้ก็จบการรายงานเท่านี้ สาธุ
> วันนี้เราพักกันที่ Adgaon junior university congawn, Left side. Kalyan
> Junction, Thane Distric

>
> วันที่ 17-1-2555
>
> วันนี้คณะก็ตื่นกันตั้งแต่เช้าตู่เพื่อมาทำวัตรสวดมนต์กัน
> มีชาวพุทธอินเดียมาร่วมทำวัตรกับเราเหมือนหลาย ๆ วันที่ผ่านมา
> หลังจากนั้นก็เก็บข้าวของ แล้วมาตั้งแถวเพื่อเดินธรรมยาตรากันต่อไป
> โดยเช้านี้คณะต้องเดินกันเป็นระยะทาง 10 กิโล
> เพื่อไปยังจุดพักฉันต์อาหาร
> โดยระหว่างทางก็มีชาวพุทธให้การต้อนรับโปรยดอกไม้ กันเป็นระยะ ๆ
> ช่าวพุทธแถวนี้มีไม่มาก
> เหมือนวันก่อน ๆ ที่ผ่านมา หลังจากฉันต์อาหารกันเสร็จแล้ว
> หลวงพ่อสนองก็นำคณะออกเดินทางกันต่อ โดยเดินไปได้ระยะ
> 4 กิโลเมตรก็หยุดพักเอาแรงกันก่อน แล้วค่อยเดินต่อกันอีกเป็นระยะทางกว่า
> 10 กิโลเมตร ในช่วงค่ำก็ยังคงมีชาวพุทธ
> ในบริเวณใกล้เคียง เข้ามากราบ และชื่นชมบารมีของหลวงพ่อ มากพอสมควร
> สรุปว่าวันนี้คณะเดินกันไป
> คนละ 24 กิโลเมตร อาการอาพาทของหลวงพ่อสนองในตอนนี้
> คงจะจางหายไปกับการเดินภาวนาของท่านแล้ว คณะธรรมยาตรา
> ขออนุโมทนาบุญกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อด้วย
> ขอให้หลวงพ่อเป็นร่มโพธิ์ของพวกเราต่อไปตราบนานเท่านาน สาธุ
วันนี้เราพักกันที่ Aghav Academy Police training, Daram nagar,
 mandolin, Taluka Kalyan, Thane District
 

วันที่ 18-1-2555
เวลาตีสี่ของวันนี้เสียงระฆังทำวัตร ก็ดังขึ้นเพื่อบอกกับคณะธรรมยาตราว่าได้เวลาทำวัตร เจริญภาวนากันแล้ว หลังทำวัตรเช้าเสร็จ
ก็ต่างแยกย้ายกันไปทำกิจส่่วนตัว แล้วเวลา 6 โมงกว่า ๆ ก็มาร่วมตัวกันอีกครั้งเพื่อร่วมกันสวดมนต์ ฟังธรรมจากหลวงพ่อ เสร็จแล้ว
ก็เริ่มเดินทางกันต่อไป โดยวันนี้เราต้องเดินกันในช่วงเช้าเป็นระยะทาง 10 กิโลเมตร เพื่อไปยังจุดพักฉันต์อาหาร ซึ่งอยู่บริเวณ
หมู่บ้านมูลระบาต หลังจากฉันต์อาหารเรียบร้อยแล้ว คณะธรรมยาตราก็เริ่มเดินกันต่ออีกระยะหนึ่ง หลวงพ่อก็หยุดพักอยู่บริเวณ
ป่าข้างทาง แล้วเวลาประมาณ 3 โมงเย็นคณะก็เริ่มเดินกันอีกครั้ง โดยระยะทางระหว่างจุดพักฉันต์ไปถึงที่พักนั้น เป็นระยะทาง
ถึง 16 กิโลเมตรเลยทีเดียว หลวงพ่อก็นำคณะเดินกันเรื่อย ๆ จนถึงเวลาประมาณเกือบสองทุ่ม หลวงพ่อและคณะก็มาถึงที่พัก
โดยวันนี้เรามาพักกันอยู่ที่ ลานกว้าง ในหมู่บ้านอัมเบลล่า วันนี้คณะจะต้องเข้าพักผ่อนกันเร็วเป็นพิเศษ เพราะว่าพรุ่งนี้เราจะต้อง
ปีนเขานาเนกาต เพื่อขึ้นไปพักที่บนเขา สำหรับวันนี้ก็ขอจบการรายงานเพียงเท่านี้ สาธุ
 
 
วันที่ 19-1-2555

ช่วงเวลาตีหนึ่งของวันนี้ก็มีเหตุการณ์ไม่ค่อยดีเกิดขึ้นกับคณะธรรมยาตรา คือมีคนเมาเข้ามาโว้ยวาย ต่อว่าคณะเรา แต่หลังจาก
พระคุณเจ้า ลุกขึ้นมาเอาไฟฉายส่อง ไปที่เขาสักพัก ก็หนีคณะเราไป ก็ขอให้เขาหนีเราไปแล้วอย่ากลับมาอีกเลย หลังจากนั้น
เสียงสัญญาณปลุก ก็ดังขึ้นเพื่อให้จัดการเก็บข้าวของตัวเองให้เรียบร้อยแล้วนำไปขึ้นรถขนของ เพราะว่าวันนี้คณะธรรมยาตรา
ที่เดินกับรถขนของ จะต้องแยกทางกันไปคนละทาง โดยวันนี้คณะต้องเดินประมาณ 20 กิโล แต่ว่ารถจะต้องวิ่งไปถึง 80 กิโลเมตร
โดยช่วงเช้าของวันนี้เราต้องเดินกัน 13 กิโลเมตร เพื่อไปยังทางเข้าไปยังเขานาเนกาต เราเริ่มออกเดินทางกันตั้งแต่ 7 โมงเช้า
เดินไปกับเรื่อย ๆ เวลา 10 โมงครึ่งหลวงพ่อและคณะธรรมยาตรา ก็เดินทางมาถึงจุดพักฉันต์อาหาร หลังฉันต์เสร็จแล้วหลวงพ่อ
ให้่คณะได้พักผ่อนกัน 1 ชั่วโมงแล้วจึงเดินกันต่อ เพราะว่าถ้าช้าไปกว่านี้เวลาขึ้นเขาอาจจะมืดและอันตราย จากจุดฉันต์อาหาร
เราต้องเดินกันอีกเป็นระยะทาง 2 กิโลเมตร จึงจะถึงทางขึ้น แต่ก่อนจะเจอก็ยากเอาการเพราะว่าผู้นำทางชาวอินเดียของเรา
ดันพาคณะหลงทาง แต่ว่าหลงกันไปไม่ไกล ก็เจอทางขึ้น บรรยากาศโดยรอบสวยงามมาก มีต้นไม้ตลอดเส้นทางเดิน
ระยะเวลาในการปีนเขา ถ้าเป็นคนท้องที่ก็จะใช้เวลาปีนกันแค่ 2 ชั่วโมง แต่คณะธรรมยาตราของเราไม่คุ้นที่ และการเดิน
ขึ้นเขาก็ยากลำบาก ทำให้คณะของเราใช้เวลากันไป 4 - 5 ชั่วโมงเลยทีเดียว เวลาประมาณเกือบสองทุ่ม หลวงพ่อท่านก็พิชิดยอด
เรานาเนกาต ได้เป็นที่สำเร็จ วันนี้หลวงพ่อท่านเลือกพักในถ้ำเจาะโบราณ อายุหลายร้อยปี มีตัวอักษรพรามมิน แกะสลักไว้รอบ
ผนังทั้ง 4 ด้าน วันนี้คณะดูอ่อนแรงกันเป็นพิเศษ เพราะว่าทั้งตืนเก็บของกันตั้งแต่เช้า และต้องเดินกันเป็นระยะทางไกล
แต่เช้าแล้วยังต้องปีนเขากันอีก 4 -5 ชั่วโมง จึงทำให้หมดแรงกันไปตาม ๆ กัน สำหรับวันนี้เราจึงพักกันที่ยอดเขา
นาเนกาตกัน ก่อนที่พรุ่งนี้จะเดินทางกันต่อไป สำหรับอาการอาพาทของหลวงพ่อ ตอนนี้ยังทรงๆ อยู่ ก็ขอให้พระเดชพระคุณท่าน
หายจากอาพาท โดยไวด้วยเถิด สาธุ


วันที่ 20-1-2555
วันนี้หลวงพ่อท่านต้องการให้คณะได้พักผ่อนกันอีก 1 วันหลังจากเมื่อวานนี้ ได้ปีนเขากันขึ้นมาเหนื่อยมาก วันนี้คณะเลยยังคง
พักกันอยู่ที่ ถ้ำนาเนกาต กันอีก 1 วัน ในช่วงเช้าก็ทำวัตรสวดมนต์มัน แล้วก็เดินชมถ่ำชมวิว สวย ๆ บริเวณ โดยรอบภูเขา
พอตกช่วงบ่ายก็เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญขึ้นเมื่อพระคุณเจ้าองค์หนึ่ง ตามหาหลวงพ่อสวาท ทั้งวันแต่ว่าไม่พอท่าน จึงไปกราบเรียน
หลวงพ่อสนอง พระเดชพระคุณท่านเลยบอกให้ออกตามหาโดยด่วน เพราะว่าอาจจะยังหลงทางอยู่ในป่าที่คณะเราเดินทางมาเมื่อวานนี้
ทางพระคุณเจ้าหลายรูปจึงรับอาสา ที่จะเดินลงไปข้างล่างขอเขา เพื่อไปตามหาหลวงพ่อสวาท และนอกจากนั้นเรายังได้ติดต่อให้ชาวบ้าน
ที่ชำนาญเส้นทางไปกับเราอีกหลายสิบคน เพื่อไปตามหาให้ทั่วทั้งป่า การค้นหาผ่านไปกว่าสองชั่วโมง ก็ปรากฏว่าไม่พบหลวงพ่อสวาทแต่อย่างใด
ทางคณะจึงจัดเตรียมเอกสาร รูปถ่ายเพื่อ ไปแจ้งความคนหายที่สถานีตำรวจ ซึ่งจะต้องออกเดินทางไปอีกเกือบ 50 กิโลเมตร ระหว่างทางที่รถเดินทางไปแจ้งความ
นั้นก็ได้สวนกับรถที่แม่ครัวที่ออกไปจ่ายตลาด ก็ได้แจ้งว่ามีพระเดินหลงป่าไปเมื่อวานนี้ ทันใดนั้นคนในรถแม่ครัวก็แจ้งว่า พระท่านนั้นนั่งอยู่ใน
รถคันนี้แล้ว ไปเจอตัวที่ตลาดนั้นเอง เรื่องการหลงทางของพระคุณเจ้ารูปนี้ คงจะได้มีเป็นรายการพิเศษในโอกาศต่อไป สรุปว่าการค้นหาคนหายในวันนี้
ก็จึงยุติลงเท่านี้ เรื่องที่ท่านเดินหลงป่าไปนั้น ก็เป็นเพราะว่าท่านไม่เดินตามครูบาอาจารย์ นั้นเอง เดินนำหน้าไปแล้ว ก็เลยหลงทาง
เหตุการณ์วันนี้ก็จบลงเพียงเท่านี้ สาธุ


วันที่ 21-1-2555
วันนี้เสียงระฆัง ดังขึ้นตั้งแต่ตีสาม เพราะว่าวันนี้คณะเราต้องเดินทางกันร่วม 30 กิโลเมตร เพื่อไปยังเมืองจูน่า พอถึงเวลา หกโมงเช้า คณะทั้งหมดก็มาร่วมตัวกันที่
หลวงพ่อ แล้วทำวัตรสวดมนต์ เสร็จก็ออกเดินทางกันทันที โดยอากาศในช่วงเช้านี้หนาวเป็นพิเศษ รวมทั้งรถก็พัดแรง ทำเอาคณะเราหนาวสั่นไปตาม ๆ กันเลยทีเดียว
วันนี้ทางที่เราใช้เดินเป็นทางราดยางแบบไม่ค่อยดี ทำให้คณะเดินกันได้ลำบากมาก พอถึงเวลาประมาณ 11 โมงเช้าคณะก็เดินกันถึงจุดพักฉันต์อาหารที่ ระยะทาง 14 กิโลเมตร
หลังพิจรณาอาหารเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คณะก็ออกเดินทางกันต่อ วันนี้ระหว่างทางก็มีชาวบ้านออกมาต้อนรับเราเป็นอย่างดี พร้อมทั่งเอาน้ำส้ม น้่ำมะนาว มาถวายให้
เมื่อเดินมาได้ประมาณ 27 กิโล ก็มีชาวพุทธออกมาต้องรับคณะเราเป็นจำนวนมาก มีการจุดพลุต้อนรับอีกด้วย แล้วก็เดินมาส่งคณะของเราจนถึงที่พักของวันนี้
การเดินในวันนี้ หลวงพ่อสนองท่าน เดินได้เป็นปกติ ไม่ช้าไม่เร็ว เข้าใจว่าอาการอาพาทของท่านคงจะดีขึ้นมาแล้ว เพราะวันนี้เดินกันระยะทางไกลถึง 30 กิโลเมตร
ท่านก็ไม่แสดงอาการเหนื่อให้เห็นแต่อย่างใดเลย คณะธรรมยาตรา ก็ขอโมทธากับบุญกุศล ที่ท่านได้ทำด้วยเถิด สาธุ
 
 
วันที่ 22-1-2555
วันนี้เวลา 8 โมงเช้า พระเดชพระคุณหลวงพ่อสนอง นำคณะพระภิกษุ ออกบิณทบาต บริเวณหมู่บ้านชาวพุทธเมืองจูน่า
หลังจากนั้นก็ได้เวลาพิจารณาอาหารของพระคุณเจ้า เสร็จภัตตกิจแล้ว เสียงสัญญาณรวมพลก็ดังขึ้น วันนี้เรามีโปรแกรมไป
ชมถ้ำพุทธของเมืองจูน่า ชื่อว่าถ้ำเรนาดี้ (
http://en.wikipedia.org/wiki/Lenyadri ) เป็นหมู่ถ้ำขนาดใหญ่ ในบริเวณเมืองนี้มี
ถ้ำอยู่มากกว่า 300 ร้อยถ้ำ (
http://en.wikipedia.org/wiki/Junnar ) หมู่ถ้ำเรนาดี้ นั้นทำการขุดเจาะโดยชาวพุทธที่มีความศัทธา
แต่ในระยะเวลาต่อมา ศาสนาพุทธได้จากหายไปจากอินเดีย ทำให้ไม่มีพระสงฆ์ดูแลหมู่ถ้ำแห่งนี้ด้วย เป็นเหตุให้ ชาวฮินดูเข้ามาทำลาย
พระพุทธรูป และถ้ำ เสียหายเป็นจำนวนมาก และเวลาต่อมาได้มีการขุดเจาะเอาพระพุทธรูปในถ้ำวิหารออก แล้วนำเทพเจ้าของฮินดูมาใส่แทน
ดูแล้วเป็นที่น่าสังเวช เป็นอย่างยิ่ง โดยวันนี้เราได้เข้าไปทำวัตรกันในถ้ำวิหาร โดยมีญาติโยมชาวอินเดียร่วมเดินทางและไปทำวัตรสวดมนต์
นั่งสมาธิกับเราอีกด้วย หลังจากชมถ้ำ และทำวัตรสวดมนต์เสร็จแล้ว คณะก็เดินทางกลับมายังที่พักของเรา โดยระยะห่างระหว่างหมู่ถ้ำกับที่พัก
นั้นห่างกันประมาณ 4 กิโลเมตร สรุปวันนี้คณะของเราก็ได้เดินกันไปคนละ 8 กิโล ก็ขอจบการรายงานเพียงเท่านี้ สาธุ


วันที่ 23-1-2555
เช้าวันนี้หลังจากทำวัตรเช้าเสร็จแล้ว ก็แยกย้ายกันไปทำกิจส่วนตัว แล้วมาเข้าแถวมรวมตัวกันอีกครั้งเมื่อเวลา 6 โมงเช้า เสร็จแล้ว
สวดมนต์ แผ่เมตา หลวงพ่อให้ธรรมะ แล้วจึงเริ่มออกเดินทาง เมื่อเวลา 7 โมงเช้า ระหว่างนั้นก็มีโยมที่เป็นเจ้าของสถานที่พัก
มากราบลาหลวงพ่อ ขณะที่คณะเราเดินอยู่ก็จะผ่านหมู่บ้านชาวพุทธแถว ๆ ที่พักนั้นออกมากอดโยมของคณะเรา บ้างก็ร้องไห้
เพราะว่าไม่อยากให้คณะธรรมยาตราของเราจากพวกเขาไป เพราะไม่เคยมีพระสงฆ์และชาวพุทธมากันมากขนาดนี้มาก่อน
เขาเลยดีใจมาก ๆ และไม่อยากให้เราจากไปนั้นเอง วันนี้ตอนเริ่มเดินคณะเราก็ต้องเดินผ่านชุมชนชาวมุสลิม ต่อด้วย
ชุมชนชาวเชน ต่อด้วยชุมชนชาวฮินดู สรุปว่าเดินผ่านประกาศศาสนากันเกือบทุกศาสนาเลยทีเดียว ออกเดินไปได้ประมาณ
7 กิโลเมตรคณะก็ต้องเจอกับขบวนรถขนอ้อยเต็มสองข้างทาง เพราะว่าข้างหน้าเรานั้นมีโรงงานหีบอ้อย รถขนออกจึงมีจำนวนมาก
ขนาดนี้ เราเดินกันมาได้ 12 กิโลเมตร ก็ถึงจุดพักฉันภัตราหาร ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ๆ แต่ก็พอที่จะบรรจุคณะธรรมยาตราของเราได้
บริเวณโดยรอบโรงเรียน มีวัดพุทธและ วัดฮันดูอยู่ข้างในอีกด้วย โดยคณะของเราได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากคุณครู และเด็กนักเรียน
และนักบวชของที่นี้ ก็ขออนุโมทนาด้วย สาธุ จากนั้นหลวงพ่อท่านก็ให้พักผ่อนกันตามสบาย จนถึงเวลาบ่ายสามโมง คณะธรรมยาตราจึง
ออกเดินทางกันต่อ ซึ่งในช่วงบ่ายของวันนี้เราต้องเดินกันไปอีกถึง 20 กิโลเมตรเลยทีเดียว ระหว่างทางเดินนั้นก็มีแม่น้ำขนาดใหญ่
หลวงพ่อจึงลงไปล้างหน้าล้างตา สักพักท่านจึงเดินทางต่อ ด้วยระยะทางของวันนี้มีความยาวถึง 32 กิโลเมตร คณะธรรมยาตราจึง
เดินถึงจุดหมายก็เป็นเวลา เกือบสามทุ่มเลยทีเลย วันนี้ทั้งคณะจึงหมดแรงกันไปตาม ๆ กัน ก็ขอจบการรายงานเพียงเท่านี้ สาธุ
 
 
วันที่ 24-1-2555
เมื่อวานนี้เราพักค้างคืนกันที่ ร้านอาหารชื่อ ฟลาวเท็น โฮเทล เป็นร้านอาหารไม่ใช่โรงแรมตามชื่อนะ เพราะว่าร้านอาการแบบข้างทาง
ที่อินเดียเขาจะเรียนว่า โฮเทล แบบนี้ละ แต่ว่าร้านที่เราพักกันอยู่นั้นเป็นร้านขนาดใหญ่ และมีลานกว้าง สำหรับคณะเราพักได้สบาย
โดยเช้าวันนี้ หลังจากทำวัตรเช้าเสร็จแล้ว หลวงพ่อก็นำคณะสวดมนต์ แผ่เมตา แล้วก็ออกเดินทางกัน เมื่อเวลา 7.45 น. โดยเช้าวันนี้
เราต้องออกเดินทางกันช่วงเช้าระยะทาง 13 กิโลเมตร จึงจะถึงจุดพักฉันอาหาร โดยที่พักนั้นเป็นสถานที่สำหรับจัดงานแต่งงาน
ซึ่งวันนี้เขาก็จะมีการจัดงานในช่วงเย็นด้วยเช่นกัน เราจึงได้รับอนุญาตให้ใช้ สนามด้านนอกอาคารจัดงานเท่านั้น แต่เท่านี้ก็
เพียงพอต่อคณะของเราแล้ว หลังจากฉันกันเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลวงพ่อก็นิมนต์พระมาสวดมาติกา ให้แก่โยมแม่ของ
พระอาจารย์สุรินทร์ เพราะว่าในเวลาเดียวกันนี้ที่เมืองไทย กำลังจัดงานเผาศพ โยมแม่อยู่พอดีเลยนิมนต์พระมาสวดมาติกา บังสุกุล
เสร็จแล้วหลวงพ่อสนอง ก็แสดงธรรม โดยส่งสัญญาณเสียงมาออกอากาศที่เมืองไทยด้วย ก็เรียกว่าเป็นการสวดมาติกา ข้ามประเทศ
กันเลย ก็ขอให้ดวงวิญญาณของโยมแม่ ไปสู่สุขคติ ด้วย หลังจากนั้นหลวงพ่อก็ให้คณะพักผ่อนกันตามสบาย เพราะว่าช่วงบ่ายเราจะเดิน
กันอีกเพียง 9 กิโลเมตร ก็จะถึงที่พักค้างคืนของวันนี้ ชึ่งมีชื่อว่า Peshwa Hotel, Dolasini Ground, Sangamner,
Amad Nagar,  Pune District, MH หลังจากพักผ่อนกันเป็นเวลาพอสมควร คณะธรรมยาตราก็ออกเดินทางกันต่อ ระหว่างทาง
ก็มีชาวบ้านเข้ามาทักทายกันอยู่เป็นระยะ ๆ โดยวันนี้เวลาประมาณ 5 โมงเย็น คณะทั้งหมดก็เดินถึงที่พักเป็นที่เรียบร้อย
ก็ขอจบการรายงานเพียงเท่านี้ สาธุ
 
วันที่ 25-1-2555
วันนี้หลังจากทำวัตรเช้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คณะธรรมยาตราก็แยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัว แล้วกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง
เพื่อออกเดินธรรมยาตรา โดยวันนี้เราเริ่มเดินกันเมื่อเวลา 8 โมงเช้า ระยะทางในวันนี้เราต้องเดินกันทั้งหมด 24 กิโลเมตร
โดยช่วงเช้าเราจะเดินกัน 12 กิโลเมตร เพื่อไปยังจุดพักฉันภัตราหาร แล้วช่วงบ่ายเราก็เดินกันอีก 12 กิโลเมตร วันนี้คณะ
ธรรมยาตราก็เดินกันแบบสบายๆ ทั้งช่วงเช้าและช่วงบ่าย เพราะว่าด้วยระยะทางที่ไม่ไกลนั้นเอง โดยในช่วงประมาณ
5 โมงเย็น คณะทั้งหมดก็ถึงที่พัก โดยวันนี้เราพักกันที่ Dayan Dhyamantra High School,
Sangamner, Amad Nagar District ซึ่งเป็นโรงเรียน ของโรมันคาทอริค ซึ่งเปิดสอนมานานถึง 60 ปีแล้ว ปัจจุบัน
มีนักเรียนมากถึง 1250 คนเลยทีเดียว วันนี้ก็ขอไปพักเอาแรงก่อน เพราะว่าวันพรุ่งนี้เราต้องออกจากโรงเรียนกันแต่เช้า
เพราะว่า พรุ่งนี้เป็นวันชาติของอินเดีย โรงเรียนจึงต้องใช้งานสถานที่ทั้งหมด ก็ขอจบการรายงานเพียงเท่านี้ สาธุ
 
วันที่ 26-1-2555
วันนี้เป็นวันชาติของอินเดีย ทั่วประเทศได้จัดพิธีฉลองกันยิ่งใหญ่ตั้งแต่เช้า ทุกโรงเรียนจะมีกิจกรรม ฉลองวันชาติ
และโรงเรียนที่เราพักกันอยู่นี้ ก็มีการจัดพิธีดังกว่าวด้วยเช่นกัน ที่เขาจัดกันยิ่งใหญ่ เพราะว่าเป็นการฉลองวันที่
ประเทศอินเดีย ได้รับอิสรภาพ จากประเทศอังกฤษ ในวันนี้นั้นเอง เวลา 6 โมงเช้าเด็กนักเรียนก็เริ่มทยอยมาโรงเรียนกันแล้ว
ทุกคนแต่งเครื่องแบบของโรงเรียน ดูเรียบดีทีเดียว คณะธรรมยาตราของเราก่อนออกก็มีชาวพุทธนำของมาถวาย หลวงพ่อหลังจาก
หลวงพ่อให้พรเสร็จแล้วก็ สวดมนต์แผ่เมตตา เด็กนักเรียนก็คงจะไม่เคยเห็นเลยมามุงดูกันยกใหญ่ หลวงพ่อเลยให้จับมาถ่ายรูปหมู่
กันดูแล้วก็เป็นภาพในความทรงจำของหลาย ๆ คนทีเดียว เสร็จแล้วคณะของเราก็ออกเดินทาง โดยวันนี้เราจะเดินกันทั้งหมด
24 กิโลเมตร โดยช่วงเช้าเราต้องเดินกัน 13 กิโลเมตร แล้วที่เหลืออีก 11 กิโลเมตร ก็เป็นระยะทางสำหรับเดินในช่วงบ่าย
ในตอนเช้าคณะของเราเดินกันไปได้สักพัก ก็มีชาวบ้านออกมาดังแถวต้อนรับคณะของเรา พร้อมทั้งถวายน้ำปานะให้พระคุณเจ้าด้วย
เสร็จแล้วหลวงพ่อก็ให้พร แล้วออกเดินทางกันต่อไป กว่าคณะของเราจะไปถึงจุดฉันภัตราหารก็ปาเข้าไป 11.30 น. แล้วเพราะว่า
ในช่วงที่ชาวบ้านออกมาต้อนรับเรานั้นใช้เวลากันพอสมควรกว่าเราจะออกเดินกันได้ หลังจากฉันเสร็จแล้ว หลวงพ่อก็ให้คณะพักผ่อนกัน
ตามสบาย แล้วจึงออกเดินกันต่อในช่วงเวลาประมาณ 3 โมงเย็น เดินมาได้อีกสักพัก คุณโยมก็นิมนต์ฉันน้ำอ้อย ที่ร้านข้างทาง
พระคุณเจ้าก็ได้ฉันกันทุกรูป พร้อมทั้งคุณโยมด้วย พอเสร็จแล้วก็ให้เจ้าของร้านมาเก็บเงิน ปราฏว่าเจ้าของร้านเขาขอเก็บเงินเรา
แค่ 150 รูปี เท่านั้นส่วนที่เหลือเขาขอร่วมทำบุญกับคณะเราด้วย ก็ขออนุโมทนาสาธุกับเจ้าของร้านด้วย หลังฉันน้ำอ้อยกันเสร็จแล้ว
คณะก็ออกเดินทางกันต่อ เดินกันมาเรื่อย ๆ จนถึงที่พักก็ประมาณ 6 โมงเย็น โดยวันนี้เราพักกันที่โรงเรียน
Jai Hanuman Vidyalay,  Ranjangoan, Amand Nagar District,
 
 
วันที่ 27-1-2555

วันนี้คณะธรรมยาตรา ก็ตื่นกันตั้งแต่เช้าเหมือนทุกวัน เพื่อมาร่วมกันทำวัตรเช้า และรับพักธรรมจากหลวงพ่อสนอง ผู้เป็นแม่ทัพธรรม
ของเรา หลังจากเราทำวัตร สวดมนต์ นั่งสมาธิ ฟังธรรมกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็แยกย้ายกันไปทำกิจส่วนตัว ของตนเอง ระหว่างนั้น
ก็มีโยมมากราบปรึกษาเรื่องอาการเจ็บป่วยของตนเองให้หลวงพ่อฟัง หลวงพ่อก็เมตา บอกวิธีการรักษาให้ พร้องทั้งแสดงตัวอย่างให้ดู
อีกด้วย จากนั้นนักเรียนก็เริ่มมาโรงเรียนกันแต่เช้าเช่นกัน เมื่อเขาเห็นพวกเราก็ต่างสงสัยว่าเราเป็นใคร มาทำอะไร จึงตรงเข้ามาธรรมพระคุณเจ้า
และโยมของเรา เมื่อได้รับทราบข้อมูลแล้วก็เกิดปิติ แล้วก็เข้าไปกราบหลวงพ่อสนอง และสนทนาธรรมกับหลวงพ่อ อยู่สักพัก  เสียงสัญญาณ
ร่วมตัวก็ดังขึ้น จากนั้นก็ร่วมกันสวดมนต์อีกครั้ง แล้วจึงเริ่มออกเดินทางกันต่อ เดินมาได้พักเดียว หลวงพ่อท่านก็นำไปดูคนอินเดีย
ทำบ่อน้ำ แต่ว่ายังเช้าอยู่คนเจาะยังไม่มาทำงาน จึงได้แต่ดูสิ่งที่พวกเขาทำเอาไว้เท่านั้น จากนั้นคณะของเราก็เดินกันต่อเรื่อยๆ
โดยวันนี้เราต้องเดินกันทั้งหมด 22 กิโลเมตร โดยช่วงเช้าเราต้องเดินกัน 11 กิโลเมตร แล้วที่เหลืออีก 11 กิโลเมตร
ก็เป็นระยะทางสำหรับเดินในช่วงบ่าย โดยวันนี้เราได้มาพักฉันต์กันที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ซึ่งช่วงที่เรามาเป็นเวลา
ที่นักเรียนกำลังเข้าแถวเครพธงชาติ สวดมนต์ แล้วเขาก็นิมต์พระคุณเจ้าของเราไปแนะนำว่าเราเป็นใคร มาจากไหน
แล้วมาทำอะไรกัน หลังฉันต์เสร็จแล้ว หลวงพ่อก็ให้คณะได้พักกันจึงถึงบ่ายโมง ก็เริ่มออกเดินทางกันต่อ ระหว่างทางเราก็มาเจอ
ที่เผาศพ แบบเชิงตะกอน เหมือนทางเหนือของบ้านเรา ระหว่างเดินหลวงพ่อท่านก็หยุดให้คณะพักกันเป็นระยะ ๆ
จนมาถึงช่วงชุดทายของการเดินเราต้องเดินผ่านทางถนน ที่มีแต่ฝุ่นแต่ว่าเป็นเส้นทางลัด เราจึงเลือกเดินกันทางนี้ ขณะเดิน
เราก็เจอกับฝุ่นอินเดียของจริงมากันแบบหมอกเลยทีเดียว หลังจากออกจากเส้นทางมหาฝุ่นแล้วเราก็ได้เจอกับคณะชาวพุทธ
เมืองโกปากาว ที่มายืนคอยต้อนรับเราอยู่ แล้วก็เดินมาส่งที่พักของคณะเรา จากนั้นก็นำน้ำดื่มมาถวายให้กับคณะของเราได้
ดื่มกันอีกด้วย ก็ขอโมธนาบุญกับชาวพุทธเมืองนี้ด้วย โดยวันนี้เราพักกันที่ลานกว้างเมืองโกปากาว สาธุ
...ธุ