ADMINTRATOR

ประวัติส่วนตัวADMINTRATOR

การเป็นผู้พูดที่ดี

ตั้งใจเรียนเพื่ออนาคตที่ดีของเรานะค้ะ^^

หลักการพูดที่ดี


การพูดที่จะประสบความสำเร็จจำเป็นต้องมีการฝึกฝนอย่างมีขั้นตอนดังนี้
๑. ปรับปรุงบุคลิกภาพของผู้พูด บุคลิกภาพของผู้พูดเป็นสิ่งสำคัญยิ่งเพราะทำให้ผู้ฟังเกิดความประทับใจและเชื่อถือศรัทธาผู้พูด การปรับปรุงบุคลิกภาพของผู้พูดมีดังนี้
     - 
สร้างความเชื่อมั่นในตนเอง เริ่มจากการแต่งกายอย่างเหมาะสม สุภาพและเรียบร้อยรวมทั้งการควบคุมสติอารมณ์ของตนเอง ไม่ประหม่า มั่นใจว่าตนเองพูดได้และพูดได้ดี
     - 
มีความรู้จริงในเรื่องที่พูด โดยค้นคว้าหาความรู้ในเรื่องที่จะพูด นำเสนอข้อมูลอย่างมีเหตุมีผล มีหลักฐานสนับสนุนข้อมูลที่นำเสนอ
     - 
มีทัศนคติที่ดีต่อการพูด โดยเห็นความสำคัญของการว่าเป็นโอกาสที่จะได้แสดงความรู้และความสามารถแก่ผู้ฟัง
     - 
มีทัศนคติ ความรู้สึก เจตนาที่ดี และจริงใจต่อผู้ฟัง
     - 
หมั่นฝึกซ้อมและประเมินผลการพูดของตนเองอย่างสม่ำเสมอ
๒. พยายามสร้างลักษณะร่วมระหว่างผู้พูดกับผู้ฟัง คือ การสร้างอารมณ์ร่วม ทัศนคติความสนใจ และประสบการณ์ร่วมระหว่างผู้พูดกับผู้ฟัง ซึ่งทำได้ดังนี้
     - 
วิเคราะห์ผู้ฟัง ผู้พูดที่ดีต้องยึดผู้ฟังเป็นจุดศูนย์กลาง โดยเลือกพูดในสิ่งที่ผู้ฟังสนใจ และเกิดความประทับใจผู้พูด
     - 
วิเคราะห์กาลเทศะและสถานการณ์ ผู้พูดที่ดีควรเลือกพูดให้เหมาะกับโอกาสและสถานที่ โดยกำหนดเนื้อหาและเวลาในการพูดให้เหมาะสมในการพูดแต่ละครั้ง

๓. มีคุณธรรมและจรรยามารยาท ได้แก่
     - 
มีคุณธรรมในการพูด คือ รับผิดชอบสิ่งที่พูด ซื่อสัตย์ ไม่พูดโจมตีผู้อื่น ไม่พูดเรื่องส่วนตัวของผู้อื่น ที่สำคัญคือ ไม่นินทาผู้อื่น
     - 
มีจรรยามารยาทในการพูด คือ แต่งกายให้สุภาพ มีมารยาทเหมาะสมตามสังคมและวัฒนธรรมไทย ไม่พูดประชดประชันหรือเหน็บแนมใคร ผู้พูดควรยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น และพูดให้ตรงต่อเวลา
๔. มีความมุ่งหมายในการพูด คือ การตั้งจุดมุ่งหมายในการพูดทุกครั้งว่าจะพูดเพื่ออะไร ได้แก่ พูดเพื่อให้ความรู้ พูดเพื่อชักจูงใจหรือโน้มน้าวใจ หรือพูดเพื่อความสนุกสนาน เป็นต้น การตั้งจุดมุ่งหมายในการพูด

  

การพูดในงานอาชีพ: การพูดในหน้าที่พิธีกร
   
การพูดในหน้าที่พิธีกรนับเป็นการพูดในงานอาชีพที่สำคัญประเภทหนึ่ง พิธีกรเป็นบุคคลซึ่งทำหน้าที่ประสานงาน และดำเนินการเพื่อให้ผู้มาร่วมงานทุกฝ่ายพอใจ โดยมีบทบาทเป็นผู้กล่าวนำ ดำเนินรายการ และเป็นตัวกลางระหว่างเจ้าของงานกับแขกผู้รับเชิญ บทบาทและหน้าที่ของพิธีกรมีดังนี้
             ๑. ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับขั้นตอนของงานและรายละเอียดของผู้พูดผู้แสดง
            ๒. พบปะกับผู้พูดผู้แสดงก่อนเริ่มรายการ เพื่อทำความเข้าใจและปรึกษาหารือเกี่ยวกับเนื้อหาที่จะนำเสนอ
           ๓. ดำเนินการเพื่อให้การพูดหรือการแสดงเป็นไปอย่างเรียบร้อย
           ๔. เริ่มพูดด้วยการทักทายผู้ฟังผู้ชม แล้วจึงกล่าวนำถึงเรื่องที่จะพูดหรือจะแสดงกล่าวถึงความเป็นมา ขอบเขต และความสำคัญของการพูดหรือการแสดงในครั้งนั้น
     
๕. แนะนำผู้พูดหรือผู้แสดง
         ๖. สร้างบรรยากาศที่ดีระหว่างผู้พูดผู้แสดงกับผู้ฟังผู้ชม
         ๗. กล่าวสรุปในตอนท้าย เปิดโอกาสให้ผู้ฟังผู้ชมได้ร่วมแสดงความคิดเห็นและซักถามโดยคำนึงถึงเวลาและบรรยากาศของงาน
         ๘.กล่าวขอบคุณผู้พูดผู้แสดงและผู้มีส่วนช่วยเหลืองานทั้งหมด หากเป็นงานที่ไม่เป็นพิธีการมากมักอาจกล่าวปิดงานด้วยก็ได้

ข้อควรคำนึงในการทำหน้าที่พิธีกร
๑. มีความมั่นใจในตนเอง
๒. มีปฏิภาณไหวพริบดี สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้
๓. มีลีลาการพูดที่น่าฟัง เสียงดังฟังชัด ออกเสียง ร ล และควบกล้ำได้ถูกต้องชัดเจน
๔. ใช้ภาษาระดับกึ่งแบบแผนหรือค่อนข้างเป็นแบบแผน โดยคำนึงถึงความสุภาพ
๕. การกล่าวทักทายผู้ฟังผู้ชมควรใช้ถ้อยคำที่สุภาพและเหมาะสม ยกย่องให้เกียรติผู้ชม
๖. ควรกล่าวนำอย่างสั้น ๆ และรวบรัด
๗. ใช้ถ้อยคำที่สร้างบรรยากาศเป็นกันเอง และทำให้ผู้ชมสนใจ

   

 การพูดบรรยายสรุป 
   การพูดบรรยายสรุปเป็นการบรรยายเรื่องอย่างสั้น ๆ เกี่ยวกับกิจการงานให้กลุ่มบุคคล  การพูดบรรยายสรุปมีหลักและข้อควรคำนึงดังนี้
๑. ผู้บรรยายต้องมีความรู้เกี่ยวกับผู้ฟัง คำถามและเตรียมคำตอบ รวมทั้งเตรียมคำถามไว้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้ฟัง

๒. หากต้องใช้อุปกรณ์ประกอบการบรรยายควรตรวจสอบอุปกรณ์และเตรียมไว้ให้พร้อม
๓. ให้เกียรติผู้ฟังและรักษามารยาท แต่งกายให้สุภาพเหมาะสมกับกาลเทศะ
๔. ใช้กิริยาวาจาที่สุภาพ
๖. หากเป็นการบรรยายเรื่องการดำเนินงาน ควรกล่าวถึงความเป็นมาอย่างสั้นๆ
๗. หากมีการอภิปรายถึงปัญหาของการปฏิบัติงาน ผู้บรรยายควรให้ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ

 การพูดโฆษณา
        
การพูดโฆษณาเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ ปัจจุบันเป็นโลกการเเข่งขันเพื่อช่วงชิงตลาดทางการค้า  หน่วยงานหรือธุรกิจแต่ละแห่งจึงพยายามหาวิธีขายสินค้าหรือบริการให้ได้มากที่สุดวิธีหนึ่งที่จะทำให้ลูกค้าสนใจสินค้าหรือบริการก็คือ การพูดโฆษณาเพื่อดึงดูดใจลูกค้า โดยเฉพาะพนักงานขายจะมีหน้าที่สำคัญยิ่ง เพราะเป็นบุคคลซึ่งกำหนดความสนใจของลูกค้า     พนักงานขายที่ดีจึงควรมีศิลปะในการพูดเพื่อให้ประสมความสำเร็จในการขาย
     
หลักเกณฑ์ในการพูดโฆษณา มีดังนี้
    - 
พูดให้ลูกค้าเห็นประโยชน์ที่จะได้รับ
    - 
ศึกษาหาข้อมูลของลูกค้า
    - 
ควรหาจังหวะเวลาในการพูดที่เหมาะสม 
    - 
พูดเสนอเนื้อหาอย่างกระชัพและชัดเจน
    - 
ต้องคำนึงอยู่เสมอว่าลูกค้าสำคัญที่สุด
    - 
ใช้ภาษาที่ไพเราะ และมีลักษณะที่โน้มน้าวใจลูกค้า

การพูดประชาสัมพันธ์

การพูดเพื่อประชาสัมพันธ์ เป็นการแจ้งความเคลื่อนไหวของหน่วยงานให้บุคคลทั่วไปเพื่อให้เกิดความเข้าใจอันดีระหว่างกัน การพูดเพื่อการประชาสัมพันธ์เป็นการสื่อสารที่เสียค่าใช้จ่ายน้อยมาก

หลักเกณฑ์ในการพูดเพื่อการประชาสัมพันธ์
  - 
พูดสิ่งที่ถูกต้องและเป็นความจริง
  - 
ควรพูดเรื่องสำคัญเพียงเรื่องเดียว
  - 
พูดด้วยภาษาที่เช้าใจง่าย กระชับและชัดเจน
  - 
พูดด้วยถ้อยคำที่ไพเราะ สุภาพนุ่มนวล และแสดงความสนิทสนมเป็นกันเอง  
  - 
ควรมีเอกสารประกอบการพูด

 การกล่าวปราศรัย
   การกล่าวปราศรัยเป็นการการกล่าวทักทายด้วยอัธยาศัยไมตรี ผู้พูดต้องพูดให้ข้อเท็จจริงที่เหมาะสมกับกาลเทศะ การกล่าวปราศรัยอาจแสดงออกในโอกาสต้อนรับผู้มาเยือน หรือต้อนรับสมาชิกใหม่  โดยมีจุดประสงค์ให้ผู้มาเยือนหรือสมาชิกใหม่รู้สึกอบอุ่น เป็นการผูกไมตรีต่อกัน ซึ่งอาจทำได้ดังนี้
๑. การกล่าวต้อนรับผู้มาเยือน มีข้อควรปฏิบัติดังนี้
  - 
เล่าประวัติความเป็นมาของสถาบันอย่างย่อ ๆ
  - 
แสดงความยินดีที่มีโอกาสต้อนรับ
  - 
มอบหนังสือ แผ่นพับ หรือของที่ระลึก
  - 
กล่าวอวยพรให้ประสบแต่ความสุขหรือพบความสำเร็จในชีวิต
  -
เชิญให้กล่าวตอบ
๒. การกล่าวต้อนรับสมาชิกใหม่ มีควรปฏิบัติดังนี้
  - 
กล่าวถึงความสำคัญและความหมายของสถาบัน
  - 
กล่าวถึงหน้าที่และสิทธิประโยชน์อันพึงได้รับหรือมอบเข็มและบัตรสมาชิกให้
  - 
แสดงความยินดีต้อนรับ
  - 
กล่าวอวยพรให้ประสบความสุข หรือความสำเร็จก้าวหน้าตามที่ปรารถนา
  - 
เชิญให้กล่าวตอบ

๓. การกล่าวเปิดงาน มีข้อควรปฏิบัติดังนี้
  - 
กล่าวแสดงความยินดีกับผู้จัดงาน
  - 
กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงาน
  - 
กล่าวเปดงานอย่างเป็นทางการ
  - 
กล่าวอวยพรให้ผู้จัดงานประสบความสุขและความสำเร็จ
๔. การกล่าวมอบรางวัลและของที่ระลึก มีข้อควรปฏิบัติดังนี้
  - 
กล่าวยกย่องชมเชยความสามารถหรือความอุตสาหะพากเพียรของผู้ได้รับรางวัล
  - 
อธิบายความหมายของรางวัลหรือของที่ระลึกกรณีที่มีลักษณะหรือสัญลักษณ์พิเศษ
  - 
มอบรางวัลหรือของที่ระลึกพร้อมกล่าวแสดงความยินดี
  - 
สัมผัสมือหรือปรับมือให้เกียรติ
๕. กล่าวรับมอบรางวัล มีข้อควรปฏิบัติดังนี้
  - 
กล่าวขอบคุณที่ได้รับเกียรติอย่างจริงใจ
  - 
ขอบคุณผู้ที่สนับสนุนหรือให้ความร่วมมือโดยตรง

 การกล่าวแสดงความยินดี
  
  การกล่าวแสดงความยินดี เป็นการกล่าวแสดงความปรารถนาดี และน้ำใจไมตรีเมื่อเพื่อนร่วมงาน บุคคลที่สนิทสนมคุ้นเคยประสบความสำเร็จในการประกอบอาชีพ  ได้รับโอกาสที่ดี  
๑. การกล่าวแสดงความยินดีกับผู้มารับตำแหน่งใหม่ มีข้อควรปฏิบัติดังนี้
  - ขอบคุณที่ได้รับความไว้วางใจ ให้กล่าวในนามของคณะ
  - 
ยกย่องชมเชยความดี ความสามารถ ความวิริยะอุตสาหะของผู้ที่ได้รับตำแหน่งใหม่
  - 
กล่าวถึงความหมายและเกียรติของตำแหน่งนั้น
  - 
ฝากความหวังเรื่องความเจริญก้าวหน้า และความสำเร็จของงานไว้กับผู้ดำรงตำแหน่งใหม่
  - 
แสดงความหวังว่าผู้เข้ารับตำแหน่งใหม่จะมีความสุข และความพอใจกับงานในตำแหน่งนี้
  - 
เชิญให้กล่าวตอบ
๒. การกล่าวตอบในโอกาสรับตำแหน่งใหม่ มีข้อควรปฏิบัติดังนี้
  - กล่าวขอบคุณที่ให้เกียรติหรือให้ความไว้วางใจ
  - 
กล่าวถึงความรู้สึกยินดีที่ได้มาร่วมงานกัน
  - 
ยกย่องสถาบันหรือสถานที่ที่ได้มาเยือน หรือที่มาทำงาน
  - 
กล่าวถึงนโยบาย หลักการ อุดมคติ และวิธีการปฏิบัติที่จะให้บรรลุวัตถุประสงค์

การกล่าวอวยพรในงานมงคลต่างๆ
  งานวันเกิด งานขึ้นบ้านใหม่ งานมงคลสมรส และงานเปิดกิจการ เป็นโอกาสที่จะกล่าวอวยพร และทำให้นึกถึงคุณงามความดีของเจ้าภาพ ข้อความที่กล่าวควรมีเนื้อหาที่กะทัดรัดและเหมาะสมกับโอกาส
๑. การกล่าวอวยพรวันเกิด มีข้อควรปฏิบัติดังนี้
  - ความสำคัญของวันเกิด
  - 
คุณงามความดีของเจ้าภาพ
  - 
ความสำเร็จในชีวิตที่ผ่านมา การเป็นที่พึ่งของบุตรหลาน  
  - 
อวยพรให้ชีวิตมีความสุข และอายุยืนนาน
๒. การกล่าวอวยพรวันปีใหม่ มีข้อควรปฏิบัติดังนี้
  - กล่าวคำปฏิสันถาร
  - 
กล่าวถึงการดำเนินชีวิตในปีที่ผ่านมาและการใช้ชีวิตในวันปีใหม่
  - 
อวยพรให้มีความสุข สมหวัง
๓. การกล่าวอวยพรขึ้นปีใหม่ มีข้อควรปฏิบัติดังนี้
  - กล่าวถึงความสำเร็จของครอบครัวที่มีบ้านเป็นหลักเป็นฐาน
  - 
กล่าวถึงคุณงามความดี ความซื่อสัตย์สุจริต ความขยันหมั่นเพียรในการก่อร่างสร้างตัวของเจ้าบ้าน
  - 
อวยพรให้ทุกคนในบ้านประสบความสุข
๔. การกล่าวอวยพรในโอกาสเปิดกิจการ มีข้อควรปฏิบัติดังนี้
  - กล่าวถึงโอกาสที่อวยพร
  - 
ยกย่องและแสดงความชื่นชมต่อองค์กร หรือหน่วยงานที่เปิดกิจการในฐานะที่มีบทบาทสำคัญต่อสังคม
  - 
อวยพรให้กิจการเจริญก้าวหน้า
๕. การกล่าวอวยพรคู่สมรส มีข้อควรปฏิบัติดังนี้
  - กล่าวถึงความหมายและความสำคัญของชีวิตสมรส
  - 
กล่าวถึงความสัมพันธ์กับคู่บ่าวสาวฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่าย เช่น เป็นญาติผู้ใหญ่ หรือเป็นผู้บังคับบัญชา
  - 
แสดงความยินดีที่ทั้งสองครองรักกัน
  - 
แนะนำหลักการครองชีวิตคู่และให้คติเตือนใจ

๖. การกล่าวตอบรับพร มีข้อควรปฏิบัติดังนี้
  - กล่าวขอบคุณในเกียรติที่ได้รับ
  - 
ยืนยันที่จะรักษาคุณความดี และปฏิบัติตามคำแนะนำ
  - 
กล่าวอวยพรตอบ

 การกล่าวไว้อาลัย
    
การกล่าวไว้อาลัยเป็นการกล่าวแสดงความระลึกถึงผู้ที่จากไปในโอกาสต่างๆ เช่น ย้ายไปทำงานที่อื่น หรือเสียชีวิต อาจแสดงออกในโอกาสดังนี้
๑. การกล่าวแสดงความอาลัยในโอกาสย้ายงาน ควรปฏิบัติดังนี้
  - กล่าวชมเชยผลงานที่ปฏิบัติมาแล้ว
  - 
แสดงความรักความอาลัยของผู้ใต้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงานทุกคน
  - 
แสดงความหวังที่จะเห็นหน้าที่การงานเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น หรือสร้างประโยชน์แก่ส่วนรวมมากขึ้น
  - 
กล่าวอวยพรให้เกินทางโดยสวัสดีภาพและประสบความสำเร็จ
๒. การกล่าวให้เกียรติผู้ล่วงลับ ควรปฏิบัติดังนี้
  - กล่าวแสดงความเสียใจในมรณกรรมของบุคคลนั้น
  - 
กล่าวยกย่องคุณงามความดี และให้เกียรติผู้ล่วงลับ
  - 
ปลอบใจและให้ความอบอุ่นญาติมิตรของผู้ล่วงลับ
  - 
เชิญชวนให้ยืนสงบนิ่งไว้อาลัย เป็นการแสดงคารวะผู้ล่วงลับ
๓. การกล่าวยกย่องสดุดีบุคคลที่ล่วงลับ ควรปฏิบัติดังนี้
  - กล่าวถึงความสำคัญชองผู้ล่วงลับที่มีต่อสถาบัน
  - 
ยกย่องให้เกียรติโดยกล่าวถึงคุณงามความดีของผู้ล่วงลับ
  - ปลอบโยนญาติมิตรของผู้ล่วงลับ โดยชี้ให้เห็นถึงความภาคภูมิใจชองสถาบันที่มีต่อวีรกรรมของผู้ล่วงลับ
  - ยืนยันที่จะช่วยกันสืบทอดเจตนารมณ์ของผู้ล่วงลับ
  - 
เชิญชวนให้ยืนสงบนิ่งไว้อาลัย เป็นการแสดงคารวะผู้ล่วงลับ


Comments