เส้นประสาทไขสันหลัง

 สมองและไขสันหลังเป็นศูนย์กลางการควบคุมระบบประสาทของร่างกาย โดยสมอง
จะช่วยให้เรามีความสามารถในการคิด รู้สึก เคลื่อนไหว จดจำ มีความสุขหรือเศร้าหมองและ
ยังควบคุมอวัยวะทุกส่วนของร่างกายจึงมีการแบ่งระบบประสาทตามตำแหน่งและโครงสร้าง
เป็น 2 ระบบย่อยเพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจคือ

1.ระบบประสาทส่วนกลาง (Central Nervous System : CNS )

เป็นระบบประสาทที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางหรือควบคุมการทำงานของระบบอื่นๆ
ของร่างกาย เช่น ควบคุมการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อลายและกระดูกเพื่อให้
สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อม

ภาพที่ 1.17 สมองและไขสันหลัง (ระบบประสาทส่วนกลาง)

 

2. ระบบประสาทรอบนอก (Peripheral Nervous System : PNS ) ประกอบด้วย

2.1 เส้นประสาทสมอง (cranial nerve) 12 คู่
        - สมองทุกส่วนจะมีเส้นประสาทสมองแยกออกมาเป็นคู่ๆ เพื่อรับสัญญาณ
ความรู้สึก และออกคำสั่งควบคุมหน่วยปฏิบัติงานให้ตอบสนองต่อสิ่งเร้า
2.2เส้นประสาทไขสันหลัง (spinal nerve)
        - เป็นเส้นประสาทที่แยกออกจากไขสันหลัง 31 คู่   เพื่อทำหน้าที่รับ
ความรู้สึกและสั่งการไปยังหน่วยปฏิบัติงาน (effectors) เช่น กล้ามเนื้อหรือ
ต่อมต่างๆ

 

 

 

 

ก.              
ข.                

 

ภาพที่ 1.18 ก.ไขสันหลังและเส้นประสาทไขสันหลัง
                                         ข.บริเวณที่เส้นประสาทสมองออกจากสมอง (ภาพด้านข้าง)

 

กลไกการตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมภายในและภายนอกของระบบประสาท
เหมือนกันหรือแตกต่างกันอย่างไร

           เมื่อพิจารณาถึงการทำงานของระบบประสาทของสัตว์มีกระดูกสันหลังชั้นสูงจะพบว่า
มีการทำงานของระบบประสาทรอบนอกเป็น 2 ระบบคือ

1.ระบบนำเข้า (afferent system)
           เป็นระบบที่นำกระแสประสาทเข้าสู่ส่วนกลาง ประกอบด้วยเซลล์ประสาท
(neuronหรือnerve cell) ซึ่งจะนำกระแสประสาทจากตัวรับ(receptors)เข้าสู่ระบบประสาท
ส่วนกลาง โดยเรียกเซลล์ประสาทนี้ว่า เซลล์ประสาทนำเข้า (afferent neuron หรือ sensory neuron) ตัวอย่างเช่น เซลล์ในปมประสาทรากหลังของไขสันหลัง (dorsal root ganglion)

2.ระบบนำออก (efferent system)
           เป็นระบบที่นำกระแสประสาทจากระบบประสาทส่วนกลาง ไปยังหน่วยปฏิบัติงาน (effectors) แบ่งเป็น 2 ระบบดังนี้

2.1 ระบบประสาทโซมาติก (Somatic Nervous System : SNS)
          ประกอบด้วย เซลล์ประสาทนำออก (efferent neuron) ซึ่งควบคุมการ
หดตัวของกล้ามเนื้อเป็นระบบที่อยู่ใต้อำนาจจิตใจได้แก่ เส้นประสาทสมองและ
เส้นประสาทไขสันหลัง (craniospinal nerves) ซึ่งประกอบด้วย เส้นประสาทสมอง (cranial nerves) จำนวน 12 คู่ และเส้นประสาทไขสันหลัง (spinal nerves) จำนวน 31 คู่ ตัวอย่างเช่น การควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อลายโดยเซลล์ประสาทรับความรู้สึก จะรับกระแสประสาทจากหน่วยรับความรู้สึก ผ่านเส้นประสาทไขสันหลังหรือเส้นประสาทสมองเข้าสู่ไขสันหลังหรือสมอง เพื่อแปลผลและสั่งการ จากนั้นกระแสประสาทจะถูกส่งผ่านเส้นประสาทไขสันหลังหรือเส้นประสาทสมองไปยัง หน่วยปฏิบัติงานซึ่งเป็นกล้ามเนื้อลาย ตัวอย่างเช่น การกระตุกขา เมื่อถูกเคาะที่หัวเข่าเบาๆ


ภาพที่ 1.19 เมื่อถูกเคาะที่หัวเข่าขาจะกระตุก

 

          การตอบสนองโดยการกระตุกขา เมื่อถูกเคาะที่หัวเข่าเกิดขึ้นเองโดย อัตโนมัติเรียกว่า
รีเฟล็กซ์ (reflex) เนื่องจากกระแสประสาท จากหน่วยรับความรู้สึกที่เข่าจะผ่านเซลล์ประสาทไปสู่ไขสันหลัง แล้วผ่านไปยังเซลล์ประสาทสั่งการโดยตรง ทำให้ขากระตุกทันทีโดยสมองยังไม่ได้สั่งงาน กริยาหรืออาการที่แสดงออกจะเกิดขึ้นในระยะเวลาสั้นๆเรียกว่า รีเฟล็กซ์แอกชัน (reflex action) แต่บางรีเฟล็กซ์แอกชัน มีความซับซ้อนมมากขึ้นเช่น การตอบสนองที่เกิดจากการเหยียบไฟที่ก้นบุหรี่ เหยียบแก้ว หรือสัมผัสกับหนามแหลมของกระบอง เพชร เมื่อหน่วยรับความรู้สึกสัมผัสกับสิ่งเร้า จะส่งผ่านกระแสความรู้สึกเข้าสู่ไขสันหลัง ผ่านเซลล์ประสานงานที่ไขสันหลัง แล้วจึงผ่านไปยังเซลล์ประสาทสั่งการ ทำให้กระตุกขาหนี ในขณะเดียวกัน กระแสประสาทก็จะถูกส่งไปยังสมองด้วย ทำให้เกิดความรู้สึกได้ว่า เจ็บหรือร้อน สมองก็จะสั่งการลงมาทำให้เกิดพฤติกรรมร่วมอื่นๆตามมาในภายหลัง

 


        ก.
ข.                     

 

ภาพที่ 1.20 ก.รีเฟล็กซ์แอกชันของการกระตุกขาเมื่อถูกเคาะที่ เข่า
  ข.รีเฟล็กซ์แอกชันเมื่อเหยียบเศษแก้ว      

 





ภาพที่ 1.21 รีเฟล็กซ์-อาร์ก (reflex arc) เมื่อมือสัมผัสหนามแหลมของกระบองเพชร

 

          จากภาพเห็นการทำงานของระบบประสาทที่เป็นวงจรเรียกว่า รีเฟล็กซ์-อาร์ก
(reflex arc) ประกอบด้วย 5 หน่วยย่อยดังนี้





 

          

          ลองมาทดสอบรีเฟล็กซ์แอกชันกันนะจ๊ะ

 

2.2 ระบบประสาทอัตโนมัติ (Autonomic Nervous System : ANS)
          ระบบประสาทอัตโนมัติ ประกอบด้วย เซลล์ประสาทนำออก ซึ่งนำกระแสประสาทจากระบบประสาทส่วนกลาง ไปยังกล้ามเนื้อเรียบ กล้ามเนื้อหัวใจและต่อมต่างๆ ระบบประสาทอัตโนมัติจะควบคุมการหดตัวของกล้ามเนื้อเรียบและการทำงานของต่อมที่อยู่นอกอำนาจจิตใจ ท่านคงเคยเผชิญกับเหตุการณ์ที่ตื่นเต้น ตกใจมาบ้างแล้วในชีวิต ถ้าลองนึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้น คงจะจำได้ว่า เราจะรู้สึกหัวใจเต้นเร็ว ถี่ขึ้นและแรงขึ้น แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไป หัวใจจะเต้นช้าลงและเข้าสู่ภาวะปกติ ทำไมจึงเป็นเช่นนี้ ?

           การตอบสนองดังกล่าวเกิดจากการทำงานของระบบประสาทที่อยู่นอกอำนาจจิตใจหรือระบบประสาทอัตโนมัติ ซึ่งประกอบด้วย ระบบย่อย 2 ระบบคือ ระบบประสาทซิมพาเทติก (sympathetic nervous system) และระบบประสาทพาราซิมพาเทติก (parasympathetic nervous system) โดยทั้ง 2 ระบบนี้จะทำงานตรงข้ามกันเช่น การเต้นของหัวใจ ระบบซิมพาเทติกจะกระตุ้นให้หัวใจเต้นเร็วและแรงขึ้น แต่ระบบพาราซิมพาเทติก จะทำให้หัวใจเต้นช้าและเบาลง

           การทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ ประกอบด้วย หน่วยรับความรู้สึก ซึ่งอาจจะอยู่ที่อวัยวะภายในหรือผิวหนังก็ได้ โดยเซลล์ประสาทรับความรู้สึกจะรับกระแสประสาทผ่านรากหลังของเส้นประสาทไขสันหลัง (dorsal root) เข้าสู่ไขสันหลัง และจากไขสันหลังจะมีเซลล์ประสาทออกไปซิแนปส์กับเซลล์ประสาทสั่งการที่ปมประสาทอัตโนมัติ (autonomic ganglion) โดยเรียกเซลล์ประสาทที่ออกจากไขสันหลังมาที่ปมประสาทอัตโนมัติ นี้ว่า เซลล์ประสาทก่อนซิแนปส์ และเรียกเซลล์ประสาทสั่งการที่ออกจากปมประสาทอัตโนมัติ นี้ว่าเซลล์ประสาทหลังซิแนปส์ ซึ่งจะนำกระแสประสาทสั่งงานไปยังกล้ามเนื้อเรียบของอวัยวะภายใน กล้ามเนื้อหัวใจและต่อมต่างๆ

 

ก.
ข.

 

ภาพที่ 1.22 เปรียบเทียบวงจรระบบประสาทโซมาติก (ก) กับวงจรระบบประสาทอัตโนมัติ (ข)

 



ภาพที่ 1.23 การควบคุมการทำงานของประสาทซิมพาเทติกและ
ระบบประสาทพาราซิมพาเทติก

 

          การทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ จัดเป็นรีเฟล็กซ์แอกชันที่มีหน่วยปฏิบัติงานเป็น
กล้ามเนื้อเรียบหรือต่อมต่างๆ ได้แก่ การหดตัวของกล้ามเนื้อที่ผนังกระเพาะอาหาร หรือ
การปล่อยเอนไซม์ ออกมาย่อยอาหาร โดยสารสื่อประสาทที่ใช้ระหว่าง ก่อนและหลังซิแนปส์
ของทั้งสองระบบคือ แอซิติลโคลีน และนอร์เอพิเนฟริน โดยแอซิติลโคลีน จะควบคุมหน่วย
ปฏิบัติงานของระบบประสาทพาราซิมเพเทติก แต่นอร์เอพิเนฟริน จะควบคุมหน่วยปฏิบัติงาน
ของระบบประสาทซิมเพเทติก

 



 
 

Comments