มาตรฐานของเทคโนโลยี 4G

จากยุคของเทคโนโลยีที่ผ่านมาทั้งหมด3ยุค ทำให้เราพบว่าระบบไร้สายนั้นยังมีปัญหาอยู่

    ปัญหาสำคัญของระบบไร้สาย

    การที่พัฒนาการของการสื่อสารไร้สายและระบบติดตามตัวยังไปได้ไม่ทันใจ ทั้งนี้เพราะมีอุปสรรคและปัญหาที่สำคัญ ซึ่งเป็นปัญหาหลักสี่ประการคือ 
           1.  ระบบไร้สายใช้อัตราการรับส่งข้อมูลได้ต่ำ 
           2.  ค่าบริการค่อนข้างแพง
    3.โมเด็มรับส่งแบบคลื่นวิทยุใช้กำลังงานไฟฟ้าสูง
    4.ระบบยูสเซอร์อินเตอร์เฟสที่ใช้กับระบบติดตามตัวยังไม่ดี ไม่เหมาะกับการใช้งานขณะเคลื่อน
ที่
    

    ทำไมจึงอยากได้ 4G

1. สนับสนุนการให้บริการมัลติมีเดียในลักษณะที่สามารถโต้ตอบได้ เช่น อินเทอร์เน็ตไร้สาย และ เทเลคอนเฟอเรนซ์ เป็นต้น

2. มีแบนด์วิทกว้างกว่า  สามารถรับ-ส่งข้อมูลด้วยอัตราความเร็ว (bit rate) สูงกว่า 3G

3.ใช้งานได้ทั่วโลก(global mobility)และservice portability

4.ค่าใช้จ่ายถูกลง

5. คุ้มค่าต่อการลงทุนด้านโครงข่าย

     ก่อนที่เราจะรับเอาเทคโนโลยีมากมายมาใช้ อาทิเช่น 4G หรือ เทคโนโลยีอื่นๆนั้น iPhone เป็นชื่อสิ่งประดิษฐ์ประจำปี 2007 ของหนังสือ Time Magazine ที่มีนัยสำคัญในทัศนคติของผู้บริโภค ทั้งด้านความสามารถ

และการเป็นโทรศัพท์มือถือในอนาคต เป็นที่น่าแปลกใจที่ผู้บริโภคจำนวนมากกระตือรือร้นที่จะเข้าร้าน Apple อย่างหนาแน่น ผู้ซื้อจำนวนมากเข้าแถวรอซื้อ iphone  ในเวลา 30 ชั่วโมงแรกบริษัท Apple สามารถ

จำหน่าย iphone 270,000 เครื่อง และ 1 ล้านเครื่องสำหรับ iphone 3G ภายใน 3 วัน  นับว่าเป็นความสำเร็จอย่างสูงในการจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่มากกว่าของบริษัทคู่แข่งอย่าง Nokia  Motorola  LG และ

Samsung เป็นต้น โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ๆ จะมีการขยาย Bandwidth และการรับส่งที่มีประสิทธิภาพ  ของเครือข่ายไร้สาย  คุณภาพของการบริการ (Quality of Service) ที่ช่วยสนับสนุนเครือข่าย   การเข้าถึงระบบ

ของการสื่อสาร  ระบบสาธารณูปโภค  และประสิทธิภาพในการควบคุมข้อมูลทั้งภาพและ กราฟฟิค แม้จะคาดหวังว่าให้โทรศัพท์มือถือมีการพัฒนามากขึ้นในอนาคต  ตามความต้องการของผู้บริโภคเหมือนกับผู้ที่ใช้

คอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน  จากจุดเริ่มของการสื่อสาร  โทรศัพท์เคลื่อนที่ ไปสู่การส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูง  จะเป็นส่วนหนึ่งในการเปรียบเทียบกับเครือข่ายแบบมีสาย  และการเชื่อมต่อไร้สาย การเข้าถึงโปรแกรมใดๆโดย

ไม่คำนึงถึงอุปกรณ์และสถานที่   จึงเป็นความเหมาะสมกับการมาถึงของยุค 4G

    4G คือชื่อย่อของรุ่นที่ 4 (Fourth Generation) มีความหมายที่อธิบายถึงการปฏิวัติที่สมบูรณ์แบบ ในการติดต่อแบบไร้สาย ระบบ 4G จะเป็นระบบไร้สายที่คาดว่าจะใช้ระบบ IP (Internet Protocal) โซลูชั่นแบบ

ครบวงจร ให้ทุกสถานที่มีมัลติมีเดียและการบริการที่เข้าถึงผู้ใช้แบบทุกที่ ทุกเวลา  ด้วยความเร็วสูงในส่งข้อมูล ที่มีคุณภาพที่ดีเยี่ยมและมีความปลอดภัยสูง  โดยไม่ต้องใช้ความสามารถโครงสร้างของ 3G แต่อย่างใด

แม้จะยังไม่ใกล้ยุค 4G ก็ตาม แต่สถาบัน ITU (International Telecommunication Union) กำลังกำหนดมาตรฐานและเป้าหมายการใช้งานในเชิงพาณิชย์  ในช่วงระยะเวลา ระหว่างปี 2553 – 2558

 

        ลักษณะเด่นของ 4G

             4G คือ Forth Generation ซึ่งในบ้านเรายังไม่มีให้เห็นกัน  เมื่อพูดถึงเทคโนโลยีสื่อสารในยุค 4G  เรื่องความเร็วนั้นเหนือกว่า 3G มาก  คือทำความเร็วในการสื่อสารได้ถึงระดับ 20-40 Mbps  เมื่อเทียบกับความเร็วที่ได้จาก 3G นั้นคนละเรื่องกันเลย  ที่ญี่ปุ่นนั้นเครือข่ายโทรศัพท์ที่ใช้เทคโนโลยี 4G สามารถให้บริการรับชมรายการโทรทัศน์ผ่านมือถือได้แล้ว  หรือจะโหลดตัวอย่างภาพยนตร์มาชมบนโทรศัพท์มือถือก็มีให้เห็นเช่นกัน ทำไมญี่ปุ่นถึงรีบกระโดดไปสู่ยุค 4G  กันเร็วเหลือเกิน คำตอบง่าย ๆ ก็คือ “ดิจิตอลคอนเทนต์” เป็นตัวผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นนั่นเอง  เมื่อผู้ให้บริการหลายหลายรูปแบบที่จะเกิดขึ้นในอนาคต  โดยจำเป็นต้องอาศัยเครือข่ายที่มีความเร็วสูง  สามารถรับส่งข้อมูลได้ในปริมาณมาก ๆ  ดังนั้น  การผลักดันตัวเองให้เข้าสู่ยุค 4G ที่ใช้เทคโนโลยีที่เหนือกว่า  3G ก่อนคู่แข่ง  น่าจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุด
            ความโดดเด่นของ 4G คือ ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานบนเครือข่ายที่กินพื้นที่กว้างก็ได้หรือจะทำเป็นเครือข่ายขนาดย่อม ๆ แบบ WLAN ได้อีกด้วย  นั่นจึงทำให้หลายคนมองว่า 4G จะมาเบียดเทคโนโลยีของ Wi-Fi หรือไม่  เพราะสามารถใช้งานได้ทั้งสองแบบ  อย่างไรก็ตามในประเทศไทยยังคงอิงกับมาตรฐานของ 3G อยู่ ซึ่งยังไม่มีทีท่าว่าจะขยับขยายไปสู่ยุค 4G เลย  เพราะว่า Wimax กำลังเข้ามานั่นเอง  ระบบสื่อสารแห่งอนาคตที่ให้ความยืดหยุ่นสูง  สามารถครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างไกล  ความเร็วในการสื่อสารสูงสุดในขณะนี้ในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ทำไมไม่รวมเทคโนโลยี 3G กับ WiMAX เข้าด้วยกัน และพัฒนาให้เป็น “interim 4G” หรือ “4G เฉพาะกิจ” เพื่อไปเร่งพัฒนา “4G ตัวจริง” (Real 4G) กันออกมาไม่ดีกว่าหรือ จึงเป็นเสียงที่คิดดังๆจากหลายกลุ่มในปัจจุบัน

            

        พัฒนาการของ 4Gสำหรับมาตรฐานต่างๆ

            หากพิจารณาในมาตรฐานของเทคโนโลยีระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่เซลลูลาร์แบบดิจิ่ตัลที่ใช้งานกันอยู่ในขณะนี้ ซึ่งแบ่งออกเป็น2ค่ายใหญ่ๆ คือ จีเอสเอ็ม และซีดีเอ็มเอ ในการพัฒนา4Gกับ2ค่ายนี้ยังมีการกันอยู่

GSM จะพัฒนาสู่ 4G โดยใช้รูปแบบการเข้าถึง (access type) เป็น UMTS LTE (Universal Mobile Telephone System – Long term Evaluation) คาดหมายว่า จะสามารถทำความเร็วในการดาวน์ลิงค์ / อัพลิงค์ได้ที่ 100 mbps / 50 mbps ในขณะที่ CDMA ใช้รูปแบบการเข้าถึงเป็น CDMA EV-DO Rev.C (กล่าวคือ เป็น UMB หรือ Ultra-mobile broadband) และมีความเร็วในการดาวน์ลิงค์ / อัพลิงค์ที่ 129 mbps / 75.6 mbps ตัวเลขความเร็วของทั้งสองค่ายจะเป็นราคาคุยหรือไม่คงต้องติดตามผลกันต่อไป

 

       

        หาก 4G จะเกิดจากการรวม WiMax เข้ากับ 3G

          ท่ามกลางกระแสการแข่งขันระหว่างเทคโนโลยี 3G ที่กำลังถูกเทคโนโลยีใหม่อย่างไวแมกซ์ (WiMAX) เข้ามาตีเสมอ และในอนาคตมีแนวโน้มว่าจะมีโอกาสมาเหนือกว่า 3G อีกด้วย  นักวิเคราะห์และผู้เกี่ยวข้องในวงการโทรคมนาคมหลายกลุ่ม กล่าวกันถึงขนาดที่ว่า ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เซลลูลาร์ของหลายประเทศที่ปัจจุบันครองตลาดส่วนใหญ่ของประเทศหรือมีอำนาจเหนือตลาดคงจะไม่ยอมให้บริการไวแมกซ์เกิดขึ้นในตลาดได้ง่ายๆ  ประกอบกับบางประเทศยังมีปัญหาต่างๆที่เป็นอุปสรรคต่อการให้บริการไวแมกซ์ เช่น แผนเลขหมายแห่งชาติที่มีการจัดสรรความถี่ให้กับบริการไวแมกซ์  กฎ ระเบียบในการกำกับดูแลเพื่อให้เกิดความเรียบร้อยและมีการแข่งขันที่เป็นธรรม  และความพร้อมในการลงทุนของผู้ให้บริการ เป็นต้น หากจะรวมกันจริงๆแล้ว หลายฝ่ายยังมีความเชื่อว่า 3G คงจะไม่ถึงกับไปรวมอยู่ใต้เทคโนโลยีที่เป็นหนึ่งเดียว  เนื่องจาก 4G ควรจะเป็นเทคโนโลยีที่สามารถเข้าถึงได้ที่ระดับความเร็วอิเธอร์เน็ต (เช่น 10 Mbps) และใช้งานร่วมกัน (integrated) ได้ทั้งในลักษณะที่เป็นเครือข่ายท้องถิ่นหรือแลน (LAN – local area network) กับแวน (WAN – wide area network) แบบไร้สาย ด้วยการรวมเทคโนโลยี 3G และ WiMAX เข้าด้วยกันในเครื่องเดียวกัน โดยมาตรฐานของ WiMax หรือ 802.16 สามารถให้บริการด้านบรอดแบนด์ไร้สายได้ไกลถึง 30 ไมล์ด้วยความเร็วประมาณ 10 Mbps สิ่งที่ยังเป็นปัญหาอยู่สำหรับบริการ WiMAX มีหลายประการที่ต้องมีการพัฒนาต่อไปจากที่สามารถแก้ปัญหาบางอย่างได้ในระดับหนึ่งแล้ว เช่น ตัวมาตรฐานเองที่ยังไม่ค่อยนิ่งเท่าใดนัก การพัฒนาอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องของโครงข่าย (ซึ่งรวมถึงตัวเครื่องลูกข่ายด้วย)  การเคลื่อนที่ของลูกข่ายจากสถานีฐานหนึ่งไปยังอีกสถานีฐานหนึ่งโดยไม่มีปัญหาสายหลุดหรืออาการสัญญาณสะดุด เป็นต้น

จึงเป็นที่เชื่อได้ว่าในขณะนี้คงต้องรอให้มาตรฐานเทคโนโลยี WiMAX ผ่านกระบวนการพัฒนาจนถึงขั้นเป็นมาตรฐานที่สมบูรณ์ (mature) แล้ว อาจเป็นไปได้ที่จะมีความพยายามนำเทคโนโลยี 3G และ WiMAX มาผสมผสานกันเป็น 4G หากกลุ่มที่พัฒนา 4G ไม่รีบชิงพัฒนา 4G หนีการรวมตัวกับ WiMAX ไปเสียก่อน

 

ตารางแสดงมาตรฐานของระบบ4G

 

    

        

 

 

 

 

Comments