ประวัติหน่วยทหาร แผนกวิชาการจู่โจมและส่งทางอากาศ 

     เนื่องจากในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ ๒ ได้ก่อเกิดหน่วยรบพิเศษขึ้น และมีความสำคัญอย่างกว้างขวางทั้งในด้านยุทธศาสตร์และยุทธวิธี  การรบพิเศษบางหน้าที่ก็มีหลักการและเทคนิคเฉพาะ ซึ่งแต่เดิมกองทัพบกยังไม่มีหน่วยและสายงานวิทยาการของหน่วยรบพิเศษ ต่อมาจึงได้ริเริ่มจัดตั้งและวิวัฒนาการหน่วยทหารร่มขึ้น และได้ดำเนินการฝึกวิชารบพิเศษ หลักสูตรกระโดดร่มและหลักสูตร ตามลำดับมาจนถึงปัจจุบัน
    เมื่อสงครามโลกครั้งที่ ๒ สิ้นสุดลงลัทธิคอมมิวนิสต์เริ่มถูกนำไปใช้ในประเทศจีน รัสเซีย และยังแผ่ขยายอิทธิพลไปทุกภูมิภาคของโลก รวมทั้งประเทศไทยด้วย คอมมิงนิสต์เริ่มมีบทบาททางการเมือง ทางการทหารชัดเจนและรุนแรงยิ่งขึ้น โดยใช้แผยยุทธวิธี "ป่าล้อมเมือง" เช่นเดียวกับประเทศมาลายู(มาเลเซีย) ซึ่งขณะนั้นเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษก็ถูกคุกคามจากคอมมิวสต์โดยรัฐบาลอังกฤษได้ดำเนินการปราบปรามอยู่หลายปีจนสามารถยุติการคุกคามลงได้ รัฐบาลไทย(จอมพล ป.พิบูลย์สงคราม) มีแผนในการป้องกันจึงได้มีการปฏิบัติการจิตวิทยา และโฆษณาชวนเชื่อ ถึงภัยคุกคามของคอมมิวนิสต์ จึงได้มอบหมายให้กองทัพบกจัดส่งทั้งนายทหาร นายสิบเข้ารับการศึกษาการรบในป่า ในตอนแรกได้มอบให้แผนกวิชายุทธวิธีเป็นหน่วยรับผิดชอบในการฝึกสอน แต่ยุ่งยากในหลักการทางเทคนิคโดยเฉพาะการใช้กำลังกายมาก
    พ.ศ.๒๔๙๕ จึงได้จัดตั้ง "แผนกรบพิเศษ" ขึ้นครั้งแรกที่ค่ายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จังหวัดลพบุรี ตามคำสั่ง กลาโหม(พิเศษ) ที่ ๕๙/๒๓๖๔๐ ลง ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๙๕ เพื่อดำเนินการฝึกสอนเทคนิคและยุทธวิธีในการรบในป่า เช่นเดียวกับที่ได้รับการฝึกมาแล้วจากทหารอังกฤษ ขณะนั้นเหตุการในอินโดจีน ฝ่ายฝรั่งเศสก็ปราบปรามพวกเวียตมิน มีการรบทั้งในแบบและนอกแบบผลัดกัน ประกอบกับเป็นห้วงที่อเมริกันได้แนะนำว่าหากจะปราบปรามพวกคอมมิวนิสต์ให้ได้ผลและรวดเร็วต้องมีการกระโดดร่มด้วย กรมการทหารราบ(ศูนย์การทหารราบ) จึงได้รับหลักสูตรกระโดดร่มจากกรมตำรวจที่ค่ายเอราวัณ จังหวักลพบุรีในกลางปี พ.ศ.๒๔๙๗ โดยดำเนินการฝึกเป็นหลักสูตรติดต่อกัน คือ หลักสูตรโดดร่ม และหลักสูตรการรบในป่า
    ครั้นปี พ.ศ.๒๕๐๐ โรงเรียนทหารราบได้ปรับปรุงหลักสูตรการบในป่าให้เหมือนกับหลักสูตรแรนเยอร์ (RANGER) ของอเมริกัน
และต่อมาก็ได้ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงทั้งด้านวิชาการให้ทันสมัย เทคนิคการฝึกสอนและอื่น ๆ จนเป็นหลักสูตรจู่โจมที่มีการฝึกสอนอย่างเข็มข้นอยู่ในปัจจุบันนี้
    ในปี พ.ศ.๒๕๐๑ ผู้บังคับบัญชาได้ร่วมกันพิจารณาถึงภารกิจที่หน่วยได้รับผิดชอบ โดยเฉพาะหลักสูตรโดดร่มและหลักสูตรจู่โจม เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจ จึงมีมติให้ทำการเปลี่ยนชื่อเป็น "แผนกวิชาการรบพิเศษและส่งทางอากาศ" ส่วนหลักสูตรกระโดดร่มได้แยกจากหลักสูตรจู่โจม เมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๐ เพราะเกิดผลเสียในระหว่างทำกาฝึกศึกษา คือถ้าเรียนตกอย่างใดอย่างหนึ่งก็จะตกทั้งกระโดดร่มและจู่โจม เมื่อแยกหลักสูตรออกจากกันแล้วทำให้ตกเฉพาะที่ตกจริง จึงได้ผลกว่ารวมสองหลักสูตรเข้าด้วยกัน สำหรับภารกิจการฝึกกระโดดร่มเมื่อศูนย์การทหารราบได้ย้ายมาอยู่ที่ อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในที่ตั้งปัจจุบัน
    เมื่อเดือน เมษายน พ.ศ.๒๕๑๐ กองทัพบกจึงมอบภารกิจให้ศูนย์สงครามพิเศษ ช่วยดำเนินการฝึกหลักสูตรกระโดดร่มและหลักสูตรจู่โจมไปก่อน เพราะเนื่องจากยังไม่พร้อม โดยเฉพาะสนามการฝึกกระโดดร่มภาคพื้นดินและพื้นที่ฝึกในแต่ละภาคของหลักสูตรจู่โจม จึงทำให้หลักสูตรกระโดดร่มดังกล่าวของศูนย์การทหารราบที่เคยดำเนินการฝึกสอนมา ๑๐ รุ่นแล้วได้ขาดตอนไป
    ในปี พ.ศ.๒๕๑๒ กองทัพบกได้อนุมัติให้ศูนย์การทหารราบเปิดการศึกษาหลักสูตรจู่โจม และได้ดำเนินการฝึกสอนมาจนถึงปัจจุบัน
    ปี พ.ศ.๒๕๑๗ ได้ดำเนินการเปลี่ยนชื่อหน่วยอีกเพื่อให้ตรงและสอดคล้องต่อภารกิจ เป็น "แผนกวิชาการรบพิเศษ" โดยตัดคำว่า "ส่งทางอากาศ" ออกไปเนื่องจากในขณะนั้นไม่มีภารกิจการฝึกหลักสูตรกระโดดร่ม
    ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๒๙ กองทัพบกได้อนุมัติคำสั่งที่ ๓๐๗/๒๕๒๙ ให้ศูนย์การทหารราบเปิดการศึกษาหลักสูตรส่งทางอากาศ รุ่นที่ ๑๑ โดยมีกำลังพลเข้ารับการศึกษาตามยอดที่กองทัพบกอนุมัติดำเนินการฝึกสอนเรื่องมาควบคู่ไปกับหลักสูตรจู่โจม
    จนถึงปี พ.ศ.๒๕๓๐ ผู้บังคับบัญชารวมทั้งอาจารย์ ครู ได้ร่วมกันพิจารณาขอเปลี่ยนชื่อหน่วยอีกครั้งเพื่อให้ตรงต่อหน้าที่และสอดคล้องกับภารกิจที่รับผิดชอบ โดยอนุมัติตามคำสั่งศูนย์การทหารราบ(เฉพาะ) ที่ ๑๐/๓๐ ลง ๑๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๒๐ เดิม ชื่อ"แผนกวิชาการรบพิเศษ" เปลี่ยนชื่อหน่วยเป็น "แผนกวิชาการจู่โจมและส่งทางอากาศ" จนถึงปัจจุบัน โดยรับผิดชอบการฝึกหลักสูตรหลักทั้งสองหลักสูตร คือ หลักสูตรจู่โจมและหลักสูตรส่งทางอากาศควบคู่กันมาตามที่ กองทัพบกได้อนุมัติ และยังได้รับการไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชาถึงขีดความสามารถและเทคนิคการฝึกสอนของอาจารย์ ครู ตลอดทั้งเครื่องมือเครื่องใช้อุปกรณ์เครื่องช่วยการฝึกปฏิบัติการรบภายใต้สภาพพิเศษทุกสภาพภูมิประเทศ ตลอดทั้งยังทำให้เป็นที่ยอมรับของทหารทุกเหล่าทัพ ทั้งในและนอกประเทศอีกด้วย
    ที่ตั่งหน่วย
        ครั้งแรก  พ.ศ.๒๔๙๕ ค่ายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จังหวัดลพบุรี ใช้ชื่อหน่วยว่า "แผนกรบพิเศษ"
                    พ.ศ.๒๕๐๑ ค่ายสมเด็จพระนารายณ์มหารราช จังหวัดลพบุรี ใช้ชื่อหน่วยว่า "แผนกวิชาการรบพิเศษและส่งทางอากาศ"
                    พ.ศ.๒๕๑๐ ย้ายที่ตั้งหน่วยมาที่ ค่ายธนะรัชต์ อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
                    พ.ศ.๒๕๑๗ ใช้ชื่อว่า "แผนกวิชาการรบพิเศษ"
                    พ.ศ.๒๕๓๐ ปัจจุบัน เปลี่ยนชื่อหน่วยเป็น แผนกวิชาการจู่โจมและส่งทางอากาศ (ตามคำสั่งศูนย์การทหารราบ(เฉพาะ)ที่๑๐/๓๐ ลง ๑๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๓๐
 
    
พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
 
 
 
 
รูปสัญญาลักษณ์หน่วย