ทฤษฎีการลงโทษและทฤษฎีวิธีการเพื่อความปลอดภัย

1.     ทฤษฎีการลงโทษมีที่มาจากปฏิกิริยาของสังคมที่มีต่อผู้กระทำความผิด โดยเน้นไปในด้านการลงโทษ

2.     การลงโทษมีวัตถุประสงค์ส่วนใหญ่เพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพของสังคม โดยเน้นที่การลดอาชญากรรมและการส่งเสริมให้ประชาชนเคารพปฏิบัติตามกฎหมาย

3.     การปฏิบัติต่อผู้กระทำความผิดมีที่มาจากทฤษฎี และวัตถุประสงค์ในการลงโทษและมีการพัฒนาไปจนถึงขั้นให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการปฏิบัติต่อผู้กระทำความผิด

4.     ทฤษฎีวิธีการเพื่อความปลอดภัยมีที่มาจากปฏิกิริยาของสังคมต่อผู้กระทำความผิด เช่นเดียวกันโดยเน้นไปที่การคุ้มครองสังคม

 

ทฤษฎีการลงโทษ

 

1.     การลงโทษเกิดจากปฏิกิริยาของผู้เสียหายที่จะตอบโต้กับผู้ประทุษร้ายในรูปแบบของการแก้แค้นและต่อมารัฐดำเนินการแทนผู้เสียหาย เป็นการทดแทนอย่างในระบบ ตาต่อตา ฟันต่อฟัน

2.     การลงโทษควรจะมองไปถึงประโยชน์ที่จะเกิดแก่สังคมในอนาคตด้วย โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของสังคมเป็นหลักด้วยวิธีการยับยั้ง ป้องกันและปรับปรุงผู้กระทำความผิด

3.     การลงโทษควรจะเปลี่ยนเป็นการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดโดยมุ่งต่อการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำความผิดให้กลับตนเป็นคนดี ยกเว้นในกรณีแก้ไขปรับปรุงไม่ได้ ก็ให้กำจัดไปจากสังคม

4.     การลงโทษควรจะเปลี่ยนเป็นการปฏิบัติต่อผู้กระทำความผิด โดยมุ่งต่อการคุ้มครองสังคมให้ปลอดภัยจากอาชญากรรม โดยวิธีการแก้ไขฟื้นฟูและอื่นๆที่เหมาะสม

5.     การลงโทษมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้แค้น ทดแทน ยับยั้ง คุ้มครองสังคม และแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำความผิด

6.     แบบของการลงโทษมี 4 ประการด้วยกัน คือลงโทษโดยการกำจัดออกไปจากสังคม ลงโทษโดยการทรมานทางกาย ลงโทษโดยการประจาน และลงโทษโดยการทำให้สูญเสียทางการเงิน

 

วัตถุประสงค์ของการลงโทษ มี 4 ข้อ คือ

(1)   เพื่อแก้แค้นทดแทน

(2)   เพื่อยับยั้งหรือป้องกัน

(3)   เพื่อคุ้มครองสังคม

(4)   เพื่อปรับปรุงและแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิด

 

การลงโทษมี 4 แบบ คือ

(1)   กำจัดออกจากหมู่คณะหรือสังคม

(2)   ทรมานร่างกาย

(3)   ประจาน

(4)   ทำให้สูญเสียทางการเงิน

 

การปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดในสังคม

1.     อุดมการณ์ในการปฏิบัติต่อผู้กระทำความผิดมีที่มาจากทฤษฎีและวัตถุประสงค์ในการลงโทษซึ่งเน้นไปใน 3 ทาง คือ มุ่งลงโทษ มุ่งแก้ไขฟื้นฟู และมุ่งให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปรับปรุงผู้กระทำความผิด

2.     ผู้ที่กระทำความผิดที่มีโทษไม่ร้ายแรงอาจได้รับการแก้ไขฟื้นฟูให้เป็นคนดีได้โดยใช้ชุมชนเป็นที่แก้ไข

3.     ผู้ที่กระทำความผิดที่มีโทษร้ายแรง อาจแก้ไขให้กลับเป็นคนดีได้โดยใช้เรือนจำเป็นที่แก้ไขและขณะเดียวกันก็เป็นการกำจัดเสรีภาพของผู้ต้องโทษด้วย

 

13.1.1      

อุดมการณ์ในการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดมี 3 อุดมการณ์ คือ

(1)   อุดมการณ์ที่มุ่งต่อการลงโทษ

(2)   อุดมการณ์ที่มุ่งต่อการแก้ไขฟื้นฟู

(3)   อุดมการณ์ที่มุ่งต่อการแก้ไขฟื้นฟูในชุมชน

 

มีหลักเกณฑ์ในการพิจารณารอการลงโทษมี 3 ข้อคือ

(1)   โทษนั้นเป็นโทษจำคุก

(2)   ศาลจะลงโทษจริงไม่เกิน 2 ปี

(3)   ไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อนเว้นแต่ได้กระทำความผิดโดยประมาทหรือลหุโทษ

 

เงื่อนไขพักการลงโทษมี 2 อย่าง

(1)  ให้ปฏิบัติตาม 3 ข้อ

(ก)   ให้ประกอบอาชีพในทางสุจริต

(ข)  ให้ปฏิบัติกิจทางศาสนา

(ค)  ให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่พักโทษ เดือนละ 1 ครั้ง

(2)  ห้ามปฏิบัติ 6 ข้อ

(ก)   ห้ามเข้าไปในเขตท้องที่ๆ กำหนดไว้

(ข)  ห้ามเปลี่ยนอาชีพนอกจากได้รับอนุญาต

(ค)  ห้ามทำผิดกฎหมายทุกชนิด

(ง)   ห้ามประพฤติตนในทางเสื่อมเสีย

(จ)   ห้ามพกอาวุธทุกชนิด

(ฉ)  ห้ามไปเยี่ยมและติดต่อกับนักโทษอื่นที่ไม่ใช่ญาติ

 

ใช้อุดมการณ์แก้ไขฟื้นฟู แต่ในสหรัฐอเมริกามีแนวโน้มจะหันมาใช้การปฏิบัติต่อผู้กระทำความผิดโดยมุ่งต่อการลงโทษอย่างเป็นธรรม

 

ได้ผลดังนี้

(1)  ในด้านการรักษาความปลอดภัย มีผู้หลบหนีไปได้น้อยมาก

(2)  ในด้านการแก้ไขปรับปรุงได้ผลประมาณ 80%

 

ทฤษฎีวิธีการเพื่อความปลอดภัย

1.    การกักกันมีที่มาจากทฤษฎีคุ้มครองสังคม ทฤษฎียับยั้ง และทฤษฎีแก้ไขฟื้นฟู

2.    การห้ามเข้าเขตกำหนด การเรียกประกันทัณฑ์บน การคุมตัวไว้ในสถานพยาบาล และการห้ามประกอบอาชีพบางอย่าง มีที่มาจากทฤษฎีคุ้มครองสังคมเป็นส่วนใหญ่

 

มาจากทฤษฎีคือ

(1)  ทฤษฎีคุ้มครองสังคม

(2)  ทฤษฎียับยั้งอาชญากรรม

(3)  ทฤษฎีแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำความผิด

Comments