บทที่ 3 การจัดทำ Work Breakdown Structure

3.1          บทนำ

             Work Breakdown Structure (WBS) หมายถึง โครงสร้างการจัดแบ่งงาน โครงสร้างแบบแยกย่อยงาน โครงสร้างรายการงาน หรือโครงสร้างการจัดการข้อมูล[1] การจัดโครงสร้างการจัดการข้อมูล ถือเป็นหัวใจของการบริหาร และจัดเก็บข้อมูลงานก่อสร้าง โครงสร้างการจัดการข้อมูลที่ดี จะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

              1. สามารถเก็บรายละเอียดของข้อมูลได้ ในระดับต่าง ๆ กันเพื่อใช้ในการบริหารงาน

             2. มีความสะดวกในการจัดเก็บ และเรียกใช้ข้อมูลงานก่อสร้างในประเภทต่าง ๆ ได้ตามต้องการ เช่น แรงงาน วัสดุ เครื่องจักร ผลผลิต ฯลฯ

             3. สามารถที่จะประยุกต์ใช้กับงานในฝ่ายอื่น ๆ ภายในองค์กร เช่น ฝ่ายบัญชี ฝ่ายจัดซื้อ ฯลฯ

             4. สามารถนำเอาเทคโนยีสารสนเทศ มาประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

             5. เป็นที่ยอมรับและเข้าใจโดยทั่วไปภายในองค์กร

            

             WORK BREAKDOWN STRUCTURE (WBS) Definition:

           1) A management technique for subdividing a total job into its Component elements, which then can be displayed in a manner to show the relationship of these Elements to each other and to the whole.

             2) A product-oriented family tree, composed of hardware, software, services, and other work tasks, which results from project Engineering effort during the Development and production of a Defense Materiel Item, and which completely defines the project or program. A WBS displays and defines the product(s) to be developed or produced, and relates the elements of work to be accomplished to each other and to the end product.

 

 

 

 

3.2          Work Breakdown Structure

              โครงสร้างการจัดการข้อมูล เป็นเครื่องมือสำหรับผู้บริหารโครงการที่จะแบ่งขอบข่ายของงานออกตามระดับความละเอียดของงานเพื่อให้ง่าย และสะดวกต่อการจัดเก็บข้อมูลต่าง ๆ รูปแบบของโครงสร้างการจัดเก็บข้อมูลจะเป็นลักษณะคล้ายกับการจัดโครงสร้างองค์กร (Organization Chart)

              โครงสร้างของงานสามารถสามารถถูกกำหนดแบ่งออกเป็นงานที่ละเอียดยิ่งขึ้นตามระดับรายละเอียดที่ต้องการดังแสดงในรูปที่ 3.2-1

 

 

 

รูปที่ 3.2-1 โครงสร้างทั่วไปของการจัดการข้อมูลงานก่อสร้าง

 

3.3          วัตถุประสงค์ของการใช้โครงสร้างการจัดการข้อมูล

              1. กำหนดขอบเขตของการให้บริการสำหรับงานก่อสร้างอย่างมีระบบ

             2. ให้หลักการ และสร้างระบบในการประเมินราคาและปริมาณทรัพยากรที่ใช้ในการก่อสร้าง

             3. ให้หลักการในการจัดระบบการจัดเก็บข้อมูลและการรายงานข้อมูลสำหรับผู้บริหารระดับต่าง ๆ                          4. ช่วยในการจัดแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบในงานประเภทต่าง ๆ

 

3. 4         โครงสร้างการจัดการข้อมูลที่วิศวกรรมสถาน ฯ แนะนำ

                      หนังสือแนวทางการจัดการข้อมูลงานก่อสร้าง สำหรับการประเมินและควบคุมราคางานก่อสร้าง มาตรฐาน ว... 1016-42 โดยสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้แนะนำโครงสร้างการจัดการข้อมูลด้วยการประยุกต์ใช้ CSI[2] MASTERFORMAT โดยกล่าวว่าเป็นระบบที่ยอมรับ และใช้กันแพร่หลายทั่วโลกในการจัดการข้อมูลงานก่อสร้าง

 

3.5          การจัดแบ่งข้อมูลงานก่อสร้าง

              หมวดหมู่ต่าง ๆ ที่จัดแบ่งโดย CSI MASTERFORMAT ปี ค.. 1995 มี 16 หมวด ดังนี้ คือ

    DIVISION 1 GENERAL REQUIREMENTS  หมวดที่ 1 ความประสงค์ ทั่วไป

    DIVISION 2 SITE WORK หมวดที่ 2 งานสนาม

    DIVISION 3 CONCRETE หมวดที่ 3 งานคอนกรีต

    DIVISION 4 MASONRY หมวดที่ 4 วัสดุก่อ

    DIVISION 5 METALS หมวดที่ 5 งานโลหะ

    DIVISION 6 CARPENTRY หมวดที่ 6 งานไม้

DIVISION 7 THERMAL AND MOISTURE PROTECTION หมวดที่ 7 งานป้องกันความร้อนและความชื้น

    DIVISION 8 DOORS AND WINDOWS หมวดที่ 8 งานประตู และหน้าต่าง

    DIVISION 9 FINISHES หมวดที่ 9 งานตกแต่ง

    DIVISION 10 SPECIALTIES หมวดที่ 10 งานพิเศษเฉพาะอย่าง

    DIVISION 11 EQUIPMENT หมวดที่ 11งานอุปกรณ์

    DIVISION 12 FUNISHINGS หมวดที่ 12 งานเฟอร์นิเจอร์

    DIVISION 13 SPECIAL CONSTRUCTION หมวดที่ 13 งานก่อสร้างพิเศษ

    DIVISION 14 CONVEYING SYSTEM หมวดที่ 14 งานระบบการลำเลียงขนส่ง

    DIVISION 15 MECHANICAL หมวดที่ 15 งานเครื่องกล

    DIVISION 16 ELECTRICAL หมวดที่ 16 งานระบบไฟฟ้า

 

 

 

 

 

3.6          ตัวอย่างและคำอธิบายเพิ่มเติม Work Breakdown Structure[3]

             ในโครงการก่อสร้างหนึ่งๆ หากทีมบริหารโครงการเคยมีประสบการณ์ตรงในงานก่อสร้างที่มีลักษณะคล้ายๆ กัน ก็อาจจะสามารถกำหนดงานที่ต้องทำได้อย่างถูกต้องโดยไม่ลำบากนัก โดยความชำนาญในลักษณะนี้อาจทำให้มองข้ามบางกิจกรรมที่ไม่มีในโครงการก่อนๆ แต่มีอยู่ในโครงการก่อสร้างที่กำลังวางแผนอยู่นี้ และหากกิจกรรมที่เผอิญตกหล่นไปนี้มีความสำคัญต่อความสำเร็จของโครงการด้วยแล้ว ก็จะสร้างปัญหาให้กับทีมบริหารโครงการได้อย่างคาดไม่ถึงทีเดียว

             หากพิจารณาตัวอย่างโครงการระบบบำบัดน้ำเสีย อาจจัดทำโครงสร้างรายการงาน (WBS) ของกลุ่มงานระดับที่ 1 และ 2 ได้ดังรูปที่ 3.6-1 และหากแยกงานใน WBS ระดับที่ 2 ออกเป็นกลุ่มงานระดับที่ 3 และ 4 ต่อไป อาจดูได้จากตัวอย่างกลุ่มงานระบบรวบรวมน้ำเสียงดังรูป 3.6-2

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


รูปที่ 3.6-1 WBS ระดับที่ 1 และ 2 ของระบบบำบัดน้ำเสีย

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


รูปที่ 3.6-2 WBS ระดับที่ 3 และ 4 ของระบบบำบัดน้ำเสีย (เฉพาะระบบรวบรวมน้ำเสีย)

 

             สำหรับงานในส่วนอื่นๆ ผู้วางแผนสามารถวิเคราะห์กิจกรรมที่ต้องทำได้ในลักษณะเดียวกัน ซึ่งสามารถแสดงตัวอย่าง WBS ในรูปแบบตารางได้ดังรูปที่ 3.6-3 โดยระดับความละเอียดของกิจกรรมในแผนงานจะขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้บริหารงานก่อสร้าง ทั้งนี้ การกำหนดกิจกรรมในรายละเอียดมากเกินควรจะทำให้แผนงานสับสน และสร้างความยุ่งยากในการควบคุมโดยเปล่าประโยชน์

 

WBS

WBS ระดับที่ 1

WBS ระดับที่ 2

WBS ระดับที่ 3

WBS ระดับที่ 4

1.

โรงพยาบาลชุมชน

 

 

 

2.

ระบบรวบรวมน้ำเสีย

 

 

 

2.1

 

งานบ่อพัก

 

 

2.1.1

 

 

MH 1-10

 

2.1.1.1

 

 

 

บ่อ คสล.

2.1.1.2

 

 

 

ฝาบ่อพัก

2.1.2

 

 

MH 11-20

 

2.1.2.1

 

 

 

บ่อ คสล.

2.1.2.2

 

 

 

ฝาบ่อพัก

2.2

 

งานวางท่อ

 

 

2.2.1

 

 

150 มม.

 

2.2.1.1

 

 

 

งานวางท่อ

2.2.1.2

 

 

 

งานซ่อมผิวจราจร

2.2.2

 

 

200 มม.

 

2.2.2.1

 

 

 

งานวางท่อ

2.2.2.2

 

 

 

งานซ่อมผิวจราจร

3.

ระบบบำบัด

 

 

 

3.1

 

งานบ่อสูบ

 

 

3.1.1

 

 

งานดิน

 

3.1.2

 

 

บ่อ คสล.

 

3.1.3

 

 

อุปกรณ์ประกอบ

 

3.2

 

งานบ่อบำบัด

 

 

3.2.1

 

 

งานดิน

 

3.2.2

 

 

บ่อ คสล.

 

3.2.3

 

 

อุปกรณ์ประกอบ

 

3.3

 

บ่อตกตะกอน

 

 

3.3.1

 

 

งานดิน

 

3.3.2

 

 

บ่อ คสล.

 

3.3.3

 

 

อุปกรณ์ประกอบ

 

3.4

 

บ่อตากตะกอน

 

 

3.4.1

 

 

งานดิน

 

3.4.2

 

 

บ่อ คสล.

 

3.4.3

 

 

อุปกรณ์ประกอบ

 

3.5

 

บ่อกำจัดรถ

 

 

3.5.1

 

 

งานดิน

 

3.5.2

 

 

บ่อ คสล.

 

3.5.3

 

 

อุปกรณ์ประกอบ

 

3.6

 

งานอาคารควบคุม

 

 

3.6.1

 

 

โครงสร้าง คสล.

 

3.6.2

 

 

งานสถาปัตยกรรม

 

3.6.3

 

 

งานไฟฟ้า และสุขาภิบาลในอาคาร

 

4.

งานเครื่องกลและไฟฟ้า

 

 

 

4.1

 

งานท่อ

 

 

4.1.1

 

 

ติดตั้งท่อและอุปกรณ์ในระบบบำบัด

 

4.1.2

 

 

งานบรรจบท่อ

 

4.2

 

งานติดตั้งเครื่องจักรกล

 

 

4.2.1

 

 

เครื่องสูบน้ำเสีย

 

4.2.2

 

 

เครื่องเติมอากาศ

 

4.2.3

 

 

เครื่องสูบตะกอน

 

4.2.4

 

 

เครื่องสัมผัสคลอรีน

 

4.3

 

งานระบบไฟฟ้า

 

 

4.3.1

 

 

ตู้ควบคุมระบบและอุปกรณ์

 

4.3.2

 

 

งานเดินสายไฟฟ้า

 

4.3.3

 

 

ติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า

 

 

รูปที่ 3.6-3 WBS ระบบบำบัดน้ำเสียในรูปแบบตาราง

 

             จากรูป 3.6-3 ข้างต้นจะเห็นว่า WBS จะมีการใช้รหัสตามโครงสร้างรายการงานของงานต่างๆ ที่จะทำ โดยรหัสเหล่านี้บางครั้งอาจมีการกำหนดเป็นตัวเลข หรืออาจเป็นชุดผสมกันระหว่างตัวอักษรและตัวเลขก็ได้ ทั้งนี้แล้วแต่ว่าฝ่ายวางแผนจะมีวัตถุประสงค์ในการใช้งานอะไรบ้าง หรือในบางกรณีอาจแยกชุดรหัสออกไปอีกชุดหนึ่งต่างหากจากรหัส WBS เรียกว่า รหัสกิจกรรม หรือรหัสงาน ซึ่งจะมีประโยชน์อย่างมากในการบริหารงานก่อสร้าง

 

3.7          บัญชีแสดงปริมาณราคาและวัสดุก่อสร้าง (Bill of Quantities)

           บัญชีแสดงปริมาณวัสดุและราคา (Bill of Quantities/B.O.Q.) คือเอกสารหนึ่งของเอกสารประกวดราคา (Tender Documents) และเอกสารสัญญา (Contract Documents) ที่ใช้เพื่อการประกวดราคาและการก่อสร้าง

             องค์ประกอบของบัญชีแสดงปริมาณวัสดุและราคา

             บัญชีแสดงปริมาณวัสดุและราคา ประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ คือ

·       ลำดับที่ของรายการ

·       รายละเอียดของงานแต่ละประเภท

·       ปริมาณงาน (จำนวน)

·       หน่วยในการวัดเพื่อการจ่ายเงิน

·       อัตราราคาต่อหน่วย (อาจแยกเป็นราคาค่าวัสดุ และค่าแรงงาน) ของแต่ละรายการ

·       ราคารวม

·       หมายเหตุ (หากจำเป็น หรือต้องการ)

 

             หน้าที่และความสำคัญของบัญชีแสดงปริมาณวัสดุและราคา ที่ใช้ในงานก่อสร้าง

·       แสดงองค์ประกอบรายละเอียดของงานต่าง ๆ

·       แสดงปริมาณงานและหน่วยที่ใช้ในการวัดและจ่ายเงิน

·       แสดงราคาของงานแต่ละประเภท

·       ใช้เพื่อเปรียบเทียบราคาของผู้เข้าประกวดราคา (Tenderer /Bidder) เพื่อเป็นผู้รับจ้างก่อสร้าง (ผู้รับเหมา/ Contractor) ในโครงการนั้น ๆ

·       ใช้เพื่อเป็นราคาฐาน สำหรับงานเพิ่มเติมในโครงการนั้น ๆ

·       ใช้เพื่อการเบิกจ่ายเงิน (Payment) หรือการเบิกจ่ายเงินบางส่วนในระหว่างการก่อสร้าง (Interim Payment)

            

             ตัวอย่างของบัญชีแสดงปริมาณวัสดุและราคา

·       แบบฟอร์ม ปร. 4 ใช้สำหรับรวมปริมาณงานแต่ละประเภท

·       แบบฟอร์ม ปร. 5 ใช้สรุปราคาค่าก่อสร้าง

 






[1] แนวทางการจัดการข้อมูลงานก่อสร้าง สำหรับการประเมินและควบคุมราคางานก่อสร้าง มาตรฐาน ว... 1016-42 สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

[2] CSI: Construction Specification Institute

[3] การบริหารต้นทุน งานก่อสร้าง วิสูตร จิระดำเกิง

Comments