เกณฑ์การดำเนินงานคลินิกอดบุหรี่ ปี 2557

งบส่งเสริมคุณภาพผลงานบริการหน่วยรับส่งต่อ ปี 2557 บริหารจัดการระดับเขตเกณฑ์บริการเลิกบุหรี่ ประจำปี 2557

เหตุผลและความจำเป็น

          บุหรี่เป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรัง ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมาประเทศไทยได้ดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อลดการบริโภคยาสูบ  อาทิ การขึ้นภาษี  การห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ  การพิมพ์คำเตือนบนซองบุหรี่เป็นรูปภาพ  การห้ามโฆษณาและส่งเสริมการขาย การรณรงค์ผ่านสื่อต่าง ๆ 

ในการเพิ่มการเข้าถึงบริการเลิกบุหรี่  สปสช.ได้สนับสนุนให้หน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพ มีการจัดบริการเลิกบุหรี่ ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2554 เป็นต้นมา โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่สูบบุหรี่ และผู้ที่ต้องการเลิกสูบบุหรี่  นอกจากนี้ยังต้องการผลักดันให้มีการบันทึกข้อมูลการบริการเลิกบุหรี่ ในฐานข้อมูลผู้รับบริการเพื่อมีข้อมูลที่ใช้ในการวางแผนดำเนินการในอนาคตต่อไป

วัตถุประสงค์

เพื่อให้กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ที่สูบบุหรี่ และผู้ที่ต้องการเลิกสูบบุหรี่ ได้รับบริการบำบัดรักษาตามแนวทางการดูแลบำบัดรักษาผู้สูบบุหรี่  และเป็นการป้องกันและบรรเทาอาการรุนแรงของโรคที่อาจเกิดขึ้นในผู้ป่วยกลุ่มนี้

มิติด้านคุณภาพ

          เครื่องชี้วัดที่สะท้อนการเข้าถึง/การได้รับบริการสาธารณสุขที่จำเป็น (Accessibility and Effectiveness delivery of need care) และเพิ่มคุณภาพชีวิต (Quality of Life)

เกณฑ์จ่ายตามคุณภาพเครือข่าย

เกณฑ์ประเมินในการให้คะแนน

1)      มีการจัดบริการเลิกบุหรี่ แก่ผู้ที่สูบบุหรี่ โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเรื้อรัง โดยบูรณาการในงานบริการตามแผนกต่างๆของหน่วยบริการ เช่น ในหอผู้ป่วย คลินิคโรคเรื้อรัง เป็นต้น และมีทะเบียนผู้เข้ารับบริการคลินิกอดบุหรี่ รายละเอียดประกอบไปด้วย ชื่อ-สกุล, อายุ, เพศ, โรคประจำตัว, วันที่เข้ารับบริการครั้งแรก, ช่วงเวลาที่สามารถเลิกบุหรี่ได้, ความเห็นเพิ่มเติม/ปัญหา/อุปสรรค

2)      มีเจ้าหน้าที่วิชาชีพด้านสุขภาพ[1] ที่ผ่านการอบรมด้านการให้คำปรึกษาและการปรับพฤติกรรมเพื่อช่วยเลิกบุหรี่ เป็นผู้ให้บริการ

3)      มีแนวทาง/ผลการดำเนินงาน เชิงรุกในการให้บริการคลินิกอดบุหรี่ในรพ.สต. เช่น มีแผนการเยี่ยมบ้าน/ติดตามผู้ป่วย โดย เจ้าหน้าที่ รพ.สต. , การสร้างรพ.สต.ต้นแบบ ในการดำเนินงานคลินิกอดบุหรี่ในพื้นที่ เป็นต้น

4)      มีการบันทึกข้อมูลผู้ป่วยนอก ว่าเป็นผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยเป็น ผู้สูบบุหรี่ ตามรหัส ICD 10 การให้บริการเลิกบุหรี่ ดังนี้ (อ้างถึง แนวทางมาตรการ 5A ในการค้นหาผู้เสพยาสูบและการบำบัด)


ลำดับที่

กระบวนการ

รายละเอียด

รหัส ICD 10

A1

Ask

สอบถามประวัติการเสพผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกชนิด

Z71.6 (การให้คำ แนะนำเพื่อเลิกบุหรี่)

A2

Advise

แนะนำให้ผู้เสพเลิกเสพยาสูบทุกชนิดโดยเด็ดขาด

A3

Assess

ประเมินความรุนแรงในการเสพติด (Fagerstrom Test[2])  และความตั้งใจในการเลิกเสพ

-    ได้คะแนน 5-10 คะแนน แสดงว่ามีระดับการเสพติดนิโคตินระดับปานกลาง ถึง รุนแรง

-    ได้คะแนน 0-4 คะแนน  แสดงว่ามีระดับการเสพติดนิโคตินค่อนข้างต่ำ

 

 

-  F17.2 (Tobacco Dependence)

-  Z72.0 (Tobacco Use)

A4

Assist

บำบัดอย่างเหมาะสมเพื่อให้เลิกเสพได้สำเร็จ

Z 50.8 (การบำบัด รักษาต่อเนื่อง)

A5

Arrange

ติดตามผลการบำบัดของผู้เสพทุกราย (follow up)

 

5)      ผลงานนวัตกรรมในการดำเนินงานการให้บริการคลินิกอดบุหรี่ อย่างน้อย 1 เรื่อง 

หมายเหตุ    * ผลงานนวัตกรรม ต้องไม่ใช่เรื่องเดิมที่เคยส่งเมื่อ ปี 2556

                * ถ้าเป็นนวัตกรรมเดิม ต้องแสดงผลงานที่ต่อยอด หรือความบอกถึงความก้าวหน้าในการดำเนินงานนวัตกรรมเดิม

     * ผลงานนวัตกรรม และรายงานการดำเนินงานเชิงรุก ส่งผลงานเป็นรูปเล่ม

        และ File  ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2557

หลักเกณฑ์การให้คะแนนและงบประมาณดำเนินการ

พิจารณาจากการรายงานของหน่วยบริการ ประกอบกับข้อมูล จากฐานข้อมูลผู้ป่วยนอก (OP)  ณ วันที่  31 มีนาคม 2557 โดยจำแนกการดำเนินงานตามเกณฑ์ข้อต่างๆ เป็น 3 ส่วน ดังนี้

ส่วนที่ 1 : ดำเนินงานตามเกณฑ์ ข้อ 1, 2 และ 3 จัดสรรจากงบประมาณ 25 % ให้กับ รพ.สต.ในพื้นที่

พิจารณาจากรายงานการดำเนินงานคลินิกอดบุหรี่ ที่ส่งให้ สปสช. เขต 9 นครราชสีมา

แบ่งช่วงคะแนนเป็น 1 - 5 ระดับ โดยคณะทำงานคลินิกอดบุหรี่ ระดับเขต     

ส่วนที่ 2 : ดำเนินงานตามเกณฑ์ ข้อ 4 ผลการบันทึก ICD10 จัดสรรจากงบประมาณ 40 %

          พิจารณาจากฐานข้อมูลผู้ป่วยนอก โดยนับคะแนนจากการบันทึกข้อมูล ICD 10 เป็นรายครั้ง

การให้บริการ (visit)

เงื่อนไขการคิดค่าคะแนน ตามการให้รหัส ICD 10 ทั้ง 2 รหัส ต้องเป็นผู้รับบริการรายเดียวกัน และเข้ารักษาในวันเดียวกัน

กรณี

คำอธิบาย

ค่าคะแนน

เข้ารับบริการครั้งแรก

Z71.6 การให้คำ แนะนำเพื่อเลิกบุหรี่ และ ผลประเมิน Fagerstrom Test

F17.2 ได้คะแนน 5 - 10 คะแนน หรือ

Z72.0 ได้คะแนน 0 - 4 คะแนน

Z71.6 + F17.2  

= 1 point

Z71.6 + Z72.0

= 1 point

เข้ารับบริการบำบัดต่อเนื่อง

F17.2 ผู้รับบริการมีระดับการเสพติดนิโคตินระดับปานกลาง ถึง รุนแรง) และ Z 50.8 การบำบัด รักษาต่อเนื่อง

F17.2 + Z 50.8

= 1 point

หมายเหตุ รหัส F17.2 สามารถให้รหัสได้ตั้งแต่  F17.20 – Z17.29


ส่วนที่ 3 :  ร้อยละผู้ป่วยที่สามารถเลิกบุหรี่ได้อย่างน้อย 6 เดือน

    จากผลการดำเนินงานส่วนที่ 2 จัดสรรจากงบประมาณ 25 %

    พิจารณาจากฐานข้อมูลผู้ป่วยนอก โดยนับจำนวนผู้ป่วย (PID) ที่เข้ารับบริการคลินิกอดบุหรี่

ตัวตั้ง : จำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับบริการในคลินิกอดบุหรี่  และสามารถเลิกบุหรี่ได้อย่างน้อย 6 เดือน

ตัวหาร : จำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับบริการในคลินิกอดบุหรี่  

แหล่งข้อมูลตัวตั้ง : ใช้ข้อมูลจากรายงานของหน่วยบริการ เทียบกับข้อมูลการบันทึก ICD10

แหล่งข้อมูลตัวหาร : ใช้ข้อมูลจากการบันทึก ICD 10 เฉพาะ F17.20 – Z17.29

ช่วงเวลา : ระหว่างเดือน ก.ค.56 – มี.ค.57

ส่วนที่ 4 :  ดำเนินงานตามเกณฑ์ ข้อ 5 ผลงานนวัตกรรม จัดสรรจากงบประมาณ 10 %

    พิจารณาจากรายงานการดำเนินงานคลินิกอดบุหรี่ ที่ส่งให้ สปสช. เขต 9 นครราชสีมา

    แบ่งช่วงคะแนนเป็น 1 - 5 ระดับ โดยคณะทำงานคลินิกอดบุหรี่ ระดับเขต

แหล่งข้อมูล

                    1. การรายงานของหน่วยบริการ

         2.  ฐานข้อมูลผู้ป่วยนอก (OP)

ระยะเวลาดำเนินการ :    

                จำนวน  9  เดือน  (1 กรกฏาคม 2556 31 มีนาคม 2557)

การดำเนินการ

1.      หน่วยบริการทำหนังสือส่งมอบงาน พร้อมรายงานผลการดำเนินงานคลินิกอดบุหรี่  ในส่วนที่ 1 และส่วนที่ 4 ส่งให้กับสปสช.เขต 9 นครราชสีมา 

ภายใน 15 เมษายน 2557

2.       สสจ. ดึงข้อมูลการให้บริการเลิกบุหรี่จากฐานข้อมูลผู้ป่วยนอก ตั้งแต่ 1 กรกฏาคม 2556 31 มีนาคม 2557 

และส่งให้ สปสช. โดยตัดข้อมูล ณ วันที่ 30 เมษายน 2557  เพื่อใช้ประกอบกับข้อมูลการรายงานของหน่วยบริการ

3.       สปสช. พิจารณาให้คะแนนหน่วยบริการตามหลักเกณฑ์การให้คะแนน และจัดสรรงบประมาณให้หน่วยบริการ

เงื่อนไขการดึงข้อมูล               

งานสารสนเทศ สสจ. ดึงข้อมูลการให้บริการเลิกบุหรี่ของหน่วยบริการในจังหวัด

  • จากฐานข้อมูลผู้ป่วยนอก (OP Individual)
  • โดยดึงข้อมูลผู้ป่วยสิทธิ UC ตามหน่วยบริการที่ลงทะเบียนสิทธิ (H-main)
  • ด้วยรหัสการวินิจฉัยโรคในทุกกลุ่มโรค  
  • ตามรหัสโรคร่วมและรหัสหัตถการที่กำหนด     

ผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้รับ

1)      หน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพ  มีการจัดบริการเพื่อเลิกบุหรี่เพิ่มขึ้น

2)      กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่มีประวัติสูบบุหรี่และผู้ที่ต้องการเลิกสูบบุหรี่ ได้รับการดูแลรักษาตามแนวทางการดูแลบำบัดรักษา ผู้ติดบุหรี่

3)      มีฐานข้อมูลผู้รับบริการคลินิกเลิกบุหรี่ เพื่อใช้ในการวางแผนดำเนินการในปีต่อไป


แบบประเมินระดับความรุนแรงของการเสพติดนิโคติน[3](Fagerstrom Test for Level of Nicotine Dependence )

คำถามที่ใช้

คะแนน

คุณสูบบุหรี่มวนแรกหลังตื่นนอนตอนเช้าเมื่อใด

·        สูบทันทีหลังตื่นนอนหรือภายในไม่เกิน 5 นาที

·        สูบหลังตื่นนอนเกิน 5 นาที แต่ไม่เกินครึ่งชั่วโมง

·        สูบหลังตื่นนอนเกินครึ่งชั่วโมงแต่ไม่เกิน 1 ชั่วโมง

·        สูบหลังตื่นนอนเกิน 1 ชั่วโมง

3

2

1

0

คุณรู้สึกอย่างไร หากไม่สามารถสูบบุหรี่ได้ในพื้นที่ที่ห้ามสูบเป็นระยะเวลานาน เช่น ในห้องสมุด หรือ ในโรงภาพยนตร์

·        หงุดหงิด อึดอัด

·        เฉยๆ

  

1

0

ในแต่ละวันบุหรี่มวนใดที่คุณคิดว่า ถ้าไม่ได้สูบแล้วจะหงุดหงิดมากที่สุด

·        มวนแรกที่สบในตอนเช้า

·        มวนไหน ๆ ก็เหมือนกัน

1

0

โดยปกติคุณสูบบุหรี่วันละกี่มวน

·        มากกว่า 31 มวนขึ้นไป

·        21-30 มวน

·        11-20 มวน

·        ไม่เกิน 10 มวน

3

2

1

0

โดยเฉลี่ยคุณสูบบุหรี่มากที่สุดในช่วง 2- 3 ชั่วโมงแรกหลังตื่นนอนมากกว่าช่วงอื่นๆ ของวันใช่หรือไม่

·        ใช่

·        ไม่ใช่


1

0

ขณะเมื่อคุณป่วยต้องนอนอยาบนเตียงเกือบตลอดเวลาคุณต้องสูบบุหรี่ หรือไม่

·        ใช่

·        ไม่ใช่

1

0

การแปลผล FTND ซึ่งเป็นแบบประเมินจำนวน 6 ข้อ จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน  พบว่า

·       ประเมินได้คะแนนไม่เกิน 4 คะแนน แสดงว่ามีระดับการเสพติดนิโคตินค่อนข้างต่ำ

·       ประเมินได้คะแนนตั้งแต่ 5 คะแนน  แสดงว่าผู้สูบบุหรี่มีระดับการเสพนิโคตินปานกลาง-ค่อนข้างสูง


[1] เจ้าหน้าที่วิชาชีพด้านสุขภาพ หมายถึง แพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล เภสัชกร เทคนิคการแพทย์ นักเทคนิครังสี  นักจิตวิทยา  นักสังคมสังเคราะห์ เป็นต้น

[2] แบบประเมิน Fagerstrom Test ใน RQ-55-07-2

[3] จากหนังสือ ถนนปชต. การส่งเสริมการเลิกบุหรี่ในงานประจำ  โดย อาจารย์กรองจิต  วาทีสาธกกิจ