ครูชูเกียรติ อุ่นปัญญา

ผลงานทางวิชาการ

ความรู้นอกห้องเรียน

คลายเครียด

บริการชุมชน

สมุนไพรพื้นบ้าน

พืชสมุนไพร หมายถึง พืชที่ใช้ทำเป็นยารักษาโรค โดยใช้ส่วนต่างของพืชชนิดเดียวหรือหลายชนิดพร้อมกัน พืชสมุนไพรเป็นกลุ่มพืชที่อยู่ในความสนใจ และมีผู้ศึกษาทางด้านพฤกษศาสตร์พื้นบ้านมากที่สุด ยารักษาโรคปัจจุบันหลายขนานที่ผลิตเป็นอุตสาหกรรม ได้มาจากการศึกษาวิจัยการใช้พืชสมุนไพรพื้นบ้านของกลุ่มชนพื้นเมืองตามป่าเขาหรือในชนบท ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษที่ได้สังเกตว่าพืชใดนำมาใช้บำบัดโรคได้ มีสรรพคุณอย่างไร จากการเรียนรู้ด้วยประสบการณ์ และการทดลองแบบพื้นบ้านที่ได้ทั้งข้อดีและข้อผิดพลาด

พืชสมุนไพรพื้นบ้านในตำรับยาไทยมีหลายร้อยชนิด จะนำมากล่าวถึงเป็นตัวอย่างเพียงบางชนิด แยกตามกลุ่มพืชที่ใช้บำบัดโรคต่างๆ ดังนี้


กลุ่มพืชสมุนไพรที่ใช้แก้ไข้และขับปัสสาวะ เช่น
เปลือกพญาสัตบรรณหรือตีนเป็ด (Alstoniascholaris)
เปลือกและใบทุ้งฟ้า (Alstonia macrophylla)
ใบหนาด (Blumea balsamifera)
ราก เปลือก และใบ ขลู่ (Pluchea indica)
ใบ เนื้อไม้ ผล และเมล็ดมะคำไก่ หรือประคำไก่ (Drypetes roxburghii)
ต้นและรากอ้อเล็ก (Phragmites australis)
รากและใบกรุงเขมา (Cissampelos pareira)
เถาบอระเพ็ด (Tinospora crispa)
เถาขมิ้นเครือ (Arcangelisia flava)
ราก เหง้า และใบหญ้าคา (Imperatacylindrica)
ผลน้ำเต้า (Legenaria siceraria)

กลุ่มพืชสมุนไพรที่ใช้เป็นยาแก้ท้องเสีย เช่น
เนื้อไม้สีเสียดหรือสีเสียดเหนือ (Acaciacatechu)
ใบและผลมะตูม (Aegle marmelo)
เปลือกประดู่บ้าน (Pterocarpus indicus)
เหง้าไพล (Zingiber purpureum)
เหง้าและรากกระชาย (Boesenbergia rotunda)
แก่นฝาง (Caesalpinia sappan)
ราก เปลือก เนื้อไม้ ใบและดอกแก้ว (Murrayapaniculata)
เปลือกโมกหลวง(Holarrhenapubescens)

กลุ่มพืชสมุนไพรที่ใช้เป็นยาระบายและขับพยาธิ เช่น
ผลดิบมะเกลือ (Diospyros mollis)
แก่นไม้มะหาด (Artocarpus lakoocha)
เมล็ดเถาเล็กมือนาง (Quisqualis indica)
เมล็ดสะแกนา (Combretum quadran-gulare)
เมล็ดแห้งฟักทอง (Cucurbita moschata)
เนื้อในเมล็ดมะขาม (Tamarindus indica)

กลุ่มพืชสมุนไพรที่ใช้เป็นยาขับลม เช่น
เหง้าแก่ขิง (Zingiber officinale)
เหง้าว่านน้ำ (Acorus calamus)
ผลกระวาน (Amomum krervanh)
เหง้าข่า (Alpinia galanga)
ผลพริกไทย (Piper nigrum)
ต้นตะไคร้ (Cymbopogon citratus)

กลุ่มพืชสมุนไพรที่ใช้แก้โรคผิวหนัง เช่น
เปลือก ใบ และเมล็ดสารภีทะเลหรือกระทิง (Calophyllum inophyllum)
ใบและเมล็ดชุมเห็ดไทย (Cassia tora)
ใบชุมเห็ดเทศ หรือ ชุมเห็ดใหญ่ (Cassia alata)
ใบ ดอกและเมล็ดเทียนบ้าน (Impatiensbalsamina)
รากและใบทองพันชั่ง (Rhinacanthus nasutus)
เปลือก ใบ ดอกและผลโพธิ์ทะเล (Thespesia populnea)
ใบและเมล็ดครามป่า (Tephrosia purpurea)
ยางสลัดไดป่า (Euphorbia antiquorum)
น้ำยางสบู่ดำ (Jatropha curcas)
เมล็ดทองกวาว (Butea monosperma)
เปลือกเถาสะบ้ามอญ (Entada rheedii)
เมล็ดกระเบาใหญ่ (Hydnocarpus anthelminthicus)
เหง้าข่า (Alpiniaa galanga)
หัวหรือกลีบกระเทียม (Allium sativum)

กลุ่มพืชสมุนไพรที่ใช้เป็นยาฆ่าแมลงและไล่แมลง เช่น
รากเถาโล่ติ๊น หรือหางไหล (Derris elliptica)
ใบและเมล็ดน้อยหน่า (Annona squamosa)
รากหนอนตายหยาก (Stemona tuberosa)
เมล็ดงา (Sesamun indicum)
ผลมะคำดีควายหรือมะซัก (Sapindus rarak)
ใบเสม็ดหรือเสม็ดขาว (Melaleuca cajuputi)
ต้นขอบชะนางหรือหญ้าหนอนตาย (Pouzol-zia pentandra)
เปลือก ใบและผลสะเดา (Azadirachta indica)
เปลือกกระเจาหรือกระเชา (Holopteleaintegrifolia)
ใบสดกว้าว (Haldina cordifolia)


 
 
 
 
 
 
 
 
ฝาง
ฝางเสน, ง้าย (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี), หนามโค้ง (แพร่)
เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก มีหนามตลอดทั้งต้นและกิ่ง โคนหนามเป็นเต้าเล็กๆ ใบประกอบ ใบย่อย เป็นใบ ประกอบด้วย ใบย่อยเล็ก เหมือนใบมะขาม ดอกเล็กสีเหลืองเป็นช่อ ผลเป็นฝักแบน สีเขียวเหมือนใบมีดปังตอ แก่นสีแดงออกส้มเข้ม นิยมเรียกว่า ฝางเสน ให้สีแดง เกิดตามป่าดงดิบเขา ป่าโปร่งทั่วไป ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด
 
 
สรรพคุณ
แก่น  รสขมฝาด ต้มเอาน้ำดื่ม บำรุงโลหิต แก้ปอดพิการ แก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้ท้องร่วง แก้ธาตุพิการ แก้กำเดา แก้เสมหะ แก้โลหิตออกทางทวารหนัก


 

ชะเอมไทย
ชะเอม, ส้มป่อยหวาน, กอกกั๋น, อ้อยสามสวน, อ้อยช้าง (ชุมพร), เซเบี๊ยดกาเช (ตรัง)
เป็นไม้เถายืนต้นขนาดกลาง เมื่ออายุมากๆ จะโตเหมือนไม้ยืนต้น ตามลำต้นมีหนาม ใบประกอบ ใบย่อยขนาดเล็ก โตกว่าใบส้มป่อย ดอกช่อสีขาว เล็กหอม ฝักเบนยาวประมาณ 4 นิ้ว

เกิดตามป่าดงดิบเขาและป่าโปร่งทั่วไป ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด
สรรพคุณ
เนื้อไม้  รสหวาน แก้โรคในคอ แก้ลม แก้เลือดออกตามไรฟัน บำรุงธาตุ บำรุงกำลัง บำรุงกล้ามเนื้อให้เจริญ ขับเสมหะ แก้น้ำลายเหนียว ทำให้ชุ่มคอ บำรุงปอด แก้อ่อนเพลีย


 
   

เถาวัลย์เปรียง
เครือตาปลา, เครือตับปลา (อีสาน), เครือเขาหนัง, เถาวัลย์เปรียงแดง, เถาวัลย์เปรียงขาว, ย่านเหมาะ (นครศรีธรรมราช)
เป็นไม้เถาขนาดใหญ่ พาดพันตามต้นไม้อื่น เถาใหญ่มักจะบิด ใบประกอบ ใบย่อยรูปไข่กลับ ผิวเรียบมันเขียวขอบเรียบ ปลายแหลมน้อยๆ ดอกเป็นช่อพวงระย้าสีขาวดก ฝักแบนยาว ออกเป็นพวง เนื้อไม้มีวงสีเข้ม มีสองชนิด คือ ชนิดแดง เนื้อสีแดง วงสีแดงเข้ม ชนิดขาว เนื้อออกสีน้ำตาลอ่อนๆ วงสีน้ำตาลไหม้

สรรพคุณ
เถา  รสเฝื่อน ต้มรับประทานถ่ายเส้น ถ่ายกระษัย แก้เส้นเอ็นขอด ถ่ายเสมหะ ไม่ถ่ายอุจจาระ จึงเหมาะที่จะใช้ในโรคบิด ไอ หวัด ใช้ในเด็กได้ดี ทำให้เส้นเอ็นอ่อนลง ขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะพิการ คั่วให้หอม ชงกินแทนน้ำชา แก้เส้นเอ็นพิการ แก้เมื่อยขบตามร่างกาย บางท่านกล่าวว่า ทำให้มีกำลังดีแข็งแรงสู้ไม่ถอย แก้กระษัยเหน็บชา


 

โคคลาน
ว่านนางล้อม (แพร่), อมพนม (ชลบุรี), หวายดิน (สระบุรี), จุ๊บร่วมผะน้ม (เขมร), พนม, แม่น้ำนอง (เชียงใหม่), เถาวัลย์ทอง (ประจวบฯ)
เป็นไม้จำพวกเถาขนาดใหญ่

ใบรูปไข่กว้างปลายแหลม เนื้อใบบาง ดอกเล็กๆ เป็นช่อ ผลกลมเมื่อแก่แตกออกเห็นเมล็ดสีดำมัน ขนาดเท่าเมล็ดพริกไทยติดเป็นพวง เกิดตามป่าดงดิบเขา และป่าเบญจพรรณทั่วไป ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด
สรรพคุณ

เถา  รสเอียนเบื่อ แก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดหลัง ปวดเอว เส้นตึง แก้กระษัย ไตพิการ ครั่นตัว ขับปัสสาวะ บำรุงโลหิ


 

โด่ไม่รู้ล่ม
หญ้าไก่นกคุ้ม, หญ้าสามสิบสองหาบ, หนาดผา (เหนือ), คิงไฟนกคุ้ม (ชัยภูมิ), หนาดมีแคลน (สุราษฎร์ธานี) , หญ้าปราบ (ใต้), ตะชีโกวะ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), หญ้าไฟ, นกคุ้มหนาดผา (กะเหรี่ยง), โข่วคี่ต้า (แต่จิ๋ว), ขู่ตี้ต่าน (จีนกลาง)
เป็นพืชล้มลุกอายุหลายปีลำต้นแข็งตั้งตรง สูงประมาณ 2-3 ฟุต

ใบเดี่ยวเรียงตัวกันรอบโคนต้นคลายใบยาสูบ หนาสาก ปลายกว้างโคนสอบแผ่เป็นกาบเล็กๆ หุ้มลำต้น ริมใบจักกว้างๆ ดอกช่อ ออกเป็นกระจุกอัดกันแน่นอยู่ที่ปลายก้านดอก กลีบดอกรูปท่อ สีขาวอมม่วง ก้านดอกยกสูงแข็ง ผลทรงกลมเป็นสัน ทั้งต้นมีขนสากๆ สีขาว
สรรพคุณ
ใบ  รสกร่อยขื่น รักษาบาดแผล แก้โรงผิวหนัง แก้กามโรคในสตรี ต้มอาบน้ำหลังคลอด
ทั้งต้น  รสกร่อยขื่น แก้ปัสสาวะพิการ บำรุงความกำหนัด แก้อักเสบขับน้ำเหลืองเสีย แก้ดีซ่าน ขับนิ่ว แก้บิด แก้เหน็บชา บำรุงหัวใจ แก้กามโรคในสตรี


   

เถาเอ็นอ่อน
ตีนเป็ดเครือ (เหนือ), เครือเจน, เครือเขาเอ็น (เชียงใหม่), เมื่อย, หม่อนตีนเป็ด (สุราษฎร์ฯ), หญ้าลิเลน (ปัตตานี)
เป็นไม้เถา เถากลมเปลือกมีผิวบางๆ สีแดงเข้มหุ้มอยู่ เถาแก่เปลือกหนาเป็นสีดำ ใบเดี่ยว รูปไข่

ผิวเรียบมันหนา ขอบเรียบ ยาว 10-20 ซม. ดอกช่อ สีเหลืองออกตามง่ามใบ ฝักออกเป็นคู่ ปลายแหลม เมื่อแก่แตกออก มีปีกพยุงสีขาวปลิวไปตามลม เกิดตามป่าดงดิบเขา ป่าแล้งทั่วไป ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด
สรรพคุณ
เถา  รสขมเบื่อมัน  ต้มดื่มบำรุงเส้นเอ็นให้แข็งแรง แก้เส้นเอ็นพิการ เส้นแข็ง แก้ปวดเมื่อยเส้นเอ็น แก้ขัดยอกทำให้คลายการตึงตัว

 
 

กำลังวัวเถลิง
กำลังทรพี, แหลขี้ควาย, ช้าวัวเถลิง, ปูน, ปูนทา (ใต้), ชะแมบ (ตราด)
เป็นไม้เถายืนต้นขนาดย่อม ใบเดี่ยว รูปหอกปลายแหลม เปลือกต้นหนาสีน้ำตาลไหม้ เนื้อสีน้ำตาลอ่อน ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด เกิดตามป่าเบญจพรรณ และป่าดงดิบแล้งทั่วไป

สรรพคุณ
เนื้อ, ราก รสมันร้อนติดฝาด บำรุงโลหิต ทำธาตุให้บริบูรณ์ บำรุงเส้นเอ็น แก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย บำรุงกำลัง บำรุงกระดูกให้แข็งแรง เป็นยาอายุวัฒนะ
 


 

ว่านชักมดลูก
ว่านทรหด
เป็นพืชล้มลุกจำพวกเหง้าใต้ดิน ต้นคล้ายขมิ้นชัน ใบเดี่ยวกว้าง ยาวและสูงกว่าขมิ้นมาก ก้านใบเป็นกาบบึกบึน สีเขียวอ่อน เหง้าโต เนื้อสีเหลืองอ่อน
สรรพคุณ

เหง้า  รสฝาดเฝื่อน ชักมดลูกให้เข้าอู่ แก้มดลูกพิการ แก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ แก้ธาตุ       พิการอาหารไม่ย่อย แก้ริดสีดวงทวาร แก้ไส้เลื่อน ปรุงยาแก้โรคกระเพาะอาหาร ลำไส้ แก้โรงมะเร็ง และฝีภายในต่างๆ


 

ม้ากระทืบโรง
เดื่อเครือ (เชียงใหม่), ม้าทะลายโรง (อีสาน), ม้าคอกแตก, คอกม้าแตก, มันฤาษี, กาโร (ระนอง), พญานอนหลับ (นครสวรรค์), มาดพรายโรง (โคราช)
เป็นไม้พุ่มเถาขนาดใหญ่เปลือกสีน้ำตาลดำ มีกระสีขาวเทา ผิวสากคล้ายหนัง เนื้อไม้สีเหลือง รัศมีสีน้ำตาลแดงถี่ชัด

วงรอบสีน้ำตาลแดงโตๆ 3-9 ชั้น  คล้ายเถากำแพงเจ็ดชั้น มียางสีขาว ใบเดี่ยวรูปไข่ ปลายและโคนแหลม ยาว 7-9 นิ้ว ผลกลม เนื้อคล้ายมะเดื่อ สีแดง ขึ้นอยู่ตามป่าดงดิบเขาทั่วไป
สรรพคุณ
เถา  รสเย็นขื่น ดองสุราหรือต้มดื่มบำรุงกำลัง บำรุงโลหิต แก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย แก้ปวดฟันบำรุงความกำหนัด บำรุงธาตุ แก้ประดงเลือด ที่ทำให้เป็นจุดห้อเลือด เป็นเม็ดตุ่มตามผิวกาย แก้ประดงลม แก้น้ำเหลืองเสีย


 

กำแพงเจ็ดชั้น
ลุ่มนก, ตะลุ่มนก, หลุมนก (ใต้), น้ำนอง, มะต่อมไก่ (เหนือ)
เป็นไม้เถายืนต้นขนาดใหญ่ เนื้อไม้สีแดงเรื่อๆ มีเส้นวงสีดำซ้อนกัน 7-9 ชั้น ใบเดี่ยว รูปหอก ปลายและโคนแหลม ลักษณะเหมือนเถาตาไก้ (ตาไก่) แต่วงรอบต้นตาไก้จะห่างกว่าและไม่ถึง 7 ชั้น เนื้อกำแพงเจ็ดชั้นจะเข้มและแน่นกว่า สรรพคุณดีกว่า ใช้ตาไก้แทนได้

ยังมีชนิดที่วงมากกว่า 7 ชั้น เนื้อสีเหลืองวงแดงเข้ม เรียกว่า เถาตากวาง มีสรรพคุณดีกว่าทุกตัว กำแพง 7 ชั้น เกิดตามป่าเบญจพรรณและป่าละเมาะทั่วทุกภาค ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด
สรรพคุณ
เถา  รสเมาเบื่อฝาดสุขุม ต้มหรือดองสุราดื่ม บำรุงโลหิต ฟอกโลหิต แก้โลหิตเป็นพิษ         ทำให้ร้อนแก้ปวดตามข้อ แก้ไขข้อพิการ เข้าข้อ แก้ประดง ขับผายลม ฟอกและขับโลหิตระดู


 

กำลังเสือโคร่ง
กำลังพญาเสือโคร่ง
เป็นต้นไม้ขนาดกลางถึงใหญ่  ใบเดี่ยวรูปไข่โตดกหนาทึบ เปลือกต้นหนาสีดำ ด้านในสีเหลืองแก่ เนื้อไม้สีขาว เกิดในป่าดงดิบเขาและป่าเบญจพรรณทั่วไป
สรรพคุณ
เนื้อไม้, เปลือกไม้ รสฝาดมันติดร้อน บำรุงกำลัง บำรุงเส้นเอ็นให้แข็งแรง เจริญอาหาร ขับลมในลำไส้ แก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย บำรุงธาตุ เป็นยาอายุวัฒนะ

 
 
 
 

มะละกอ (Papaya, Pawpaw, Tree Melon)

 

มะละกอ ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ : mof.or.th

ชื่อวิทยาศาสตร์ Carica papaya L.

วงศ์ CARICAEAE

          มะละกอ เดิมเป็นผลไม้พื้นเมืองของทวีปอเมริกา แต่ที่เข้ามาออกลูกออกหลานขยายพันธุ์อยู่เต็มบ้านของเราได้ เพราะชาวยุโรปได้นำมาแพร่พันธุ์จนกระทั่งได้กระจายไปทั่วทุกภาคเอเชีย โดยเฉพาะบ้านเราที่ขึ้นชื่อมาก แม้แต่ฝรั่งยังรู้จักกันอย่างกว้างขวางในนามใหม่ว่า ปาปา ย่า ป๊อก ป๊อก

ลักษณะทั่วไป มะละกอ เป็นพรรณไม้เนื้ออ่อน สูงได้ถึง 8 เมตร ไม่แตกกิ่งก้านสาขา ลำต้นตรงมีเนื้ออ่อนฉ่ำน้ำ

ใบ เป็นแฉก มีรอยเว้าเล็กๆ คล้ายขนนก เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 60 ซ.ม.

ดอก เป็นช่อ ดอกตัวผู้มีสีเหลืองออกสีเขียวอ่อน กลีบบางยาวประมาณ 2 ซ.ม. ดอกตัวเมียไม่มีก้านดอก ยาวประมาณ 7 ซ.ม. ออกเป็นดอกเดี่ยวและกระจุก กลีบดอกสีขาวออกเหลือง

ผล มีลักษณะกลมยาวรี ผลอ่อนภายนอกมีสีเขียวเนื้อในสีขาว แต่เมื่อสุกงอมได้ที่จะมีสีเหลืองส้ม เนื้อหนา นุ่ม รสฉ่ำหวาน มีเมล็ดคล้ายรูปไข่สีน้ำตาลดำ ผิวขรุขระอ่อนค่อนข้างมาก ยาว 6-7 ซ.ม. มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 4-5 ซ.ม.

ส่วนที่ใช้ ผล ยาง ราก ใบ

 

มะละกอ ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ : ait.nisit.kps.ku.ac.th

สรรพคุณทางยาสมุนไพร

นำผลดิบและผลสุกมาต้มกินเป็นยา ขับน้ำดี น้ำเหลือง บำรุงน้ำนม ขับพยาธิ รักษาโรคริดสีดวงทวาร ผลสุกเป็นยาแก้ท้องผูกที่วิเศษสุดๆ ถ่ายคล่องเป็นยาระบายได้อย่างดีเยี่ยม นำเนื้อสุกมาปั่น แล้วพอกหน้าทิ้งไว้ 5-10 นาที แล้วล้างออกใบหน้าจะชุ่มชื้นขึ้น

คุณค่าทางอาหาร

  • มะละกอ สามารถนำไปประกอบอาหารต่างๆ ได้อย่างวิเศษมากมายหลายอย่าง
  • มะละกอดิบ ถ้าใช้ทำเป็นอาหารยอดนิยม คงหนีไม่พ้นส้มตำ
  • มะละกอดิบ หั่นเป็นแว่นๆ พอคำ นำไปแกงส้มใส่ปลาช่อนใส่กุ้ง
  • มะละกอสุก นำมาปลอกเปลือกแล้วล้างให้สะอาดหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ นำไปปั่น ผสมน้ำตาล และเกลือป่น ตามอัตราส่วนที่เหมาะสม และเหมาะสำหรับคลายร้อนได้เป็นอย่างดี และมีคุณค่าทางโภชนาการอาหารอย่างมากมาย
  • มะละกอมีเกลือแร่ และวิตามินมาก มีคุณค่าทางอาหารไม่น้อย แคลเซียมในมะละกอช่วยป้องกันฟันผุ วิตามินซีช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟัน วิตามินเอช่วยในบำรุงสายตาและระบบประสาท และยังมีสารอาหารอื่นๆ อีกมาก

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : หนังสือ คัมภีร์แพทย์สมุนไพร ผลไม้สมุนไพร และพืชผักสวนครัว
เว็บไซต์ lifestyle.kingsolder.com ,elib-online.com

Category: ไม่มีหมวดหมู่ | One Comment

กล้วย ผลไม้เพื่อสุขภาพ

วันจันทร์, พฤษภาคม 25th, 2009 | Author: phassakorn

กล้วย (Banana)

กล้วย ขอขอบคุณภาพประกอบจาก : charoenmotor.com

ชื่อวิทยาศาสตร์ Musa Sapientum Linn.
วงศ์ MUSACEAE

กล้วย เปรียบเสมือนผลไม้สารพัดประโยชน์ ที่สามารถนำมาประกอบอาหาร ได้หลากหลายชนิด ไม่ว่าส่วนใดของกล้วยก็สามารถนำมาใช้ได้ ผลอ่อน ผลแก่ หยวก ก้านใบช่อดอกหรือปลี ล้วนทั้งสามารถนำมาทำอาหารคาว หวาน หรือถนอมอาหารเก็บไว้ได้นาน เช่น กล้วยฉาบ กล้วยตาก

ลักษณะ กล้วย เป็นพรรณไม้ล้มลุก สูงประมาณ 2-5 เมตร ลำต้นที่เห็นเป็นก้านใบหุ้มซ้อนกัน
ใบ หรือใบตองกล้วยมีใบขนาดใหญ่ ลักษณะเป็นแผ่นยาวประมาณ 1.50 เมตร กว้างประมาณ 40-60 ซ.ม. มีสีเขียว เส้นใบขนานกัน
ดอก จะออกดอกเป็นช่อห้อยลงมามีกาบหุ้มสีแดงอมม่วง เรียกว่า หัวปลี รูปร่างกลมรี มีดอกย่อยติดกันมาเป็นแผง ดอกตัวเมียจะอยู่ที่ฐานส่วนดอกตัวผู้จะอยู่ช่วงปลาย
ผล หลังจากดอกตัวเมียเริ่มเจริญเป็นผล ดอกตัวผู้ก็จะร่วงไป ช่อดอกจะเจริญต่อไปเป็นเครือกล้วย ที่ประกอบด้วยหวีกล้วยประมาณ 7-8 หวี ผลกล้วยอ่อนมีสีเขียว พอแก่เปลี่ยนเป็นสีเหลือง
ส่วนที่ใช้ ผลดิบ ผลสุก หัวปลี ยางกล้วยจากใบ

สรรพคุณทางยาสมุนไพร- กล้วย มีความสำคัญและมีประโยชน์ ตั้งแต่ด้านการใช้สอย ความเชื่อด้านพิธีกรรม ประโยชน์คุณค่าทางอาหารแล้วยังเป็นยารักษาโรคได้ดีอีกอย่างด้วย
- ผลกล้วยดิบ นำมาฝานทั้งเปลือกตากแห้งแล้วนำมาบดให้ละเอียดเป็นผงชงดื่ม เป็นยาแก้ท้องเดิน และรักษาแผลในกระเพาะอาหาร
- ผลกล้วยสุก ช่วยในการระบายเป็นยาอายุวัฒนะ เมื่อนำผลสุก 1 ผล มาผสมกับน้ำผึ้งรับประทานก็จะช่วยระบาย
- รากกล้วย นำมาตำพอกแก้เคล็ดขัดยอก รักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก
- ยางกล้วย มีสารเทนินใช้สมานในการห้ามเลือด แผลสด แมลงสัตว์กัดต่อย รักษาโรคลิ้นเป็นฝ้าขาวในเด็ก
- หัวปลี ช่วยบำรุงน้ำนม นิยมนำมาทำเป็นแกงเลียงให้แม่ลูกอ่อนรับประทาน และยังบำรุงเลือดด้วย
- เปลือกกล้วย ที่รับประทานแล้วนั้น นำมาถูส้นเท้า ฝ่ามือ นิ้มป้องกันและระงับเชื้อแบคทีเรีย

กล้วย ขอขอบคุณภาพประกอบจาก : school.net.thคุณค่าทางอาหาร

- กล้วย ไทยที่มีชื่อเสียงดังก้องไปทั่วโลกว่ามีรสหอมกว่ากล้วยของประเทศอื่น คือ กล้วยหอม ส่วนกล้วยที่ใช้ประโยชน์มากที่สุด คือ กล้วยน้ำหว้า วิธีใช้ในการประกอบอาหารของ กล้วย นั้นมีอยู่หลายวิธี

- กล้วยสุก นำไปเผาทั้งเปลือก แล้วขูดเอาแต่เนื้อนำไปบดกับข้าวถือว่าเป็นอาหารชนิดแรกของคนไทย นอกจากนมแม่

- กล้วยดิบ ใช้ทำเป็นแป้งไว้ผสมอาหารอื่น

- กล้วย นำมาถนอมอาหารสามารถเก็บไว้ได้นาน เช่น กล้วยฉาบ กล้วยตาก กล้วยกวน ข้าวเกรียบกล้วย

- กล้วยตานี หั่นเป็นแว่นๆ ดองน้ำส้ม เกลือ น้ำตาล เป็นผักจิ้มหรือของขบเคี้ยวอาหารว่าง

- กล้วยดิบ อื่นๆ ใช้แกงป่า ให้ทำต้มยำ

- หัวปลี ทำแกงเลียง ทำเครื่องเคียงขนมจีน น้ำพริก

- หยวกกล้วยอ่อน ใช้แกงส้ม ต้มจิ้มน้ำพริก

จะเห็นว่าคุณค่าทางโภชนาการและอาหารของกล้วยมีสูง ดีต่อร่างกาย หาซื้อง่าย หากรับประทานเป็นปกติก็จะส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกาย โดยเฉพาะให้พลังงานสูง แคลเซียมในกล้วยช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟัน วิตามินก็ครบครันทั้งวิตามินบี 1 ป้องกันโรคเหน็บชา วิตามินบี 2 ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของร่างกายตามปกติ วิตามินซี ป้องกันโรคหวัด โรคเลือดออกตามไรฟัน และยังมีสารอาหารมากคุณค่าอื่นๆ อีก

ขอขอบคุณข้อมูล จากหนังสือ คัมภีร์แพทย์สมุนไพร ,ผลไม้สมุนไพรและพืชผักสวนครัว,
เว็บไซต์ lifestyle.kingsolder.com, เว็บไซต์ elib-online.com

Category: ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a Comment

มะขาม สมุนไพรเพื่อนสุขภาพ

วันอังคาร, พฤษภาคม 19th, 2009 | Author: phassakorn

มะขาม (Tamarind)


มะขาม ขอขอบคุณภาพประกอบจาก : เว็บไซต์ oknation.net

 

ชื่อวิทยาศาสตร์ Tamarindus indica Linn.
วงศ์ CAESALPINIACEAE

มะขาม เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ที่ให้ประโยชน์ ทั้งให้ร่มเงาแถมผลยังสามารถนำมารับประทานดิบๆ โดยนำมาจิ้มพริกกับเกลือหรือน้ำปลาหวาน บ้างครั้งก็นำมาทำส้มตำ ทำน้ำพริก ฝักที่สุกแล้วนั้นยังนำมารับประทาน มีทั้งรสเปรี้ยวและหวาน ตัวอย่างสรรพคุณทางยาสมุนไพร รับประทานเพื่อถ่ายพยาธิ

ลักษณะ มะขาม เป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ มีความสูงประมาณ 8-20 เมตร โตช้ามีอายุอยู่ได้เป็นร้อยๆ ปี แตกกิ่งก้าน
ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อย 8-12 คู่ขนาดเล็กรูปขอบขนานกว้างประมาณ 4-7 ซ.ม. ยาวประมาณ 1.2-1.8 ซ.ม. มีสีเขียว
ดอก จะออกเป็นช่อเล็กๆ บานจากล่างไปบน กลีบดอกช่อหนึ่งจะมีดอกอยู่ประมาณ 10-15 ดอก กลีบดอกสีเหลืองมีปนแดง มีรสเปรี้ยว
ผล เป็นฝัก ฝักอ่อนจะมีสรเขียวมีขนเป็นขุยสีน้ำตาลปกคลุม เมื่อผลแก่จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ขณะที่ผลยังอ่อนอยู่เปลือกจะติดกับเนื้อ เมื่อแก่แล้ว เปลือกจะแยกออกจากเนื้อเปราะแตกง่าย เนื้อในเมื่อยังอ่อนไปจนถึงโตเต็มที่จะมีสีเขียวอมขาว แข็ง เมล็ดสีเขียว เมื่อผลแก่จัดเนื้อในจะเปลี่ยนเป็นสรน้ำตาลนิ่ม เมล็ดก็เปลี่ยนสีเป็นน้ำตาลแข็งด้วย
ส่วนที่ใช้ ใบอ่อน ใบแก่ ฝักอ่อน ฝักแก่ ดอก เนื้อใน เมล็ดแก่และเนื้อไม้

มะขาม ขอขอบคุณภาพประกอบจาก : เว็บไซต์ moradokdoi.com

สรรพคุณทางยาสมุนไพร

- ใบอ่อน มะขาม นำมาต้มเอาน้ำโขลกศีรษะ แก้หวัด คัดจมูก น้ำมูกไหล ส่วนใบสดก็นำมาต้มน้ำอาบหลังสตรีคลอดบุตรใช้ผสมกับสมุนไพรอื่น เนื่องจากในใบมะขามสดมีรสเปรี้ยวมีกรดหลายชนิดช่วยทำให้ผิวหน้าสะอาดขึ้น

- ใบและดอก ของมะขามนำมาต้มรับประทาน น้ำช่วยลดความดันโลหิตได้ดีมาก

- มะขามเปียก นำมาปั้นเป็นลูกกลมๆ จนเป็นลูกกลอน แล้วจิ้มเกลือเพียงเล็กน้อย รับประทานหรือกลืนพร้อมกับน้ำสะอาดเป็นยาระบาย ขับเสมหะ

- น้ำส้มมะขามเปียก ผสมกับเกลือ ใช้แก้ท้องผูก ใช้แก้พรรดึก โดยการสวนทวาร ใช้พอกตัวได้ โดยผสมกับขมิ้นและน้ำผึ้ง

- เมล็ดมะขาม นำที่แก่ได้ที่แล้วนำมาคั่วและกะเทาะเปลือกออกนำมาแช่น้ำที่ผสมเกลือป่นรับประทานเป็นยาขับพยาธิ ส่วนเปลือกที่กะเทาะออกังมีประโยชน์อย่านำไปทิ้ง รับประทานเป็นยาแก้อาเจียน แก้ท้องร่วง เป็นยาสมานธาตุ คุมธาตุ

- เส้นฝอย หุ้มเปลือกมะขามหรือเรียกว่า รก ใช้เป็นยาแก้ ประจำเดือนไม่ปกติ ดื่มน้ำมะขามจะช่วยลดอุณหภูมิในร่างกายโดยเฉพาะคนไข้หรือผู้ที่อาศัยในที่ร้อนอบอ้าว และยังช่วยลดอาการกระหายน้ำได้อีกด้วย

คุณค่าทางอาหาร

มะขาม มีคุณค่าวิเศษมากจริงๆ นำมาปรุงอาหารไทยๆ ได้หลายอย่างเพียงแค่นำมะขามที่แก่แล้วมาแกะเอาเมล็ดออกปั้นไว้เป็นก้อนๆ ก็จะได้มะขามเปียกเอาไว้รับประทานได้เป็นปีๆ ลองมาพิจารณากันว่า ประโยชน์ที่ได้จากมะขามมีมากมายเพียงใด

- มะขามเปียก ใช้เป็นเครื่องปรุงในแกงส้ม นำเอามะขามเปียกมาคั้นใส่น้ำแกงส้ม ไม่ว่าจะแกงส้มชนิดใดก็ตาม

- มะขามเปียก นำมาคั้นผสมกับน้ำพริกเผา ซึ่งจำเป็นมากเพราะน้ำพริกเผาจะขาดมะขามเปียกไม่ได้เลย

- มะขามเปียก เพียงแค่เอาน้ำมาคั้นใส่ก๋วยเตี๋ยวผัดไทย ก็จะได้ผัดไทยที่อร่อยครบสูตร

- มะขาม นำใบหรือยอดอ่อนๆ นำมาต้มรวมกับปลาช่อน ปลาสลิดเค็มเป็นต้มโคล้งแสนอร่อย

- มะขามเปียก นำมาคั้นใส่น้ำตาลทราย และน้ำสะอาดในอัตราส่วนที่เหมาะสมนำไปต้มเคี่ยวกับไฟอ่อนๆ ดื่มกับน้ำแข็งก้อนได้น้ำมะขามดื่มแก้กระหายได้อย่างสดชื่น

มะขาม มีวิตามินซีที่ต่อต้านอาการไข้หวัดได้สูง วิตามินเอช่วยในการบำรุงสายตาและการทำงานของระบบประสาท แคลเซียมช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟัน หรือเหล็กก็มีอยู่ไม่ใช่น้อย นอกจากนี้ยังมีคาร์โบไฮเดรต ไขมัน เส้นใยอาหารและวิตามินบี 1 ป้องกันโรคเหน็บชา กล้ามเนื้ออ่อนแรง วิตามินบี 2 ช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกายและป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือดและสารอาหารสำคัญอีกมากมาย

ขอขอบคุณข้อมูล จาก หนังสือ คัมภีร์แพทย์สมุนไพร ผลไม้สมุนไพร และพืชผักสวนครัว ,lifestyle.kingsolder.com ,elib-online.com

Category: ไม่มีหมวดหมู่ | One Comment

ส้มโอ สมุนไพรเพื่อสุขภาพ

วันจันทร์, พฤษภาคม 04th, 2009 | Author: phassakorn

 
ส้มโอ (Pummelo)
 

ส้มโอ ขอขอบคุณภาพประกอบจาก : learners.in.th
 

 

 

ชื่อวิทยาศาสตร์ Citrus maxima Merr.
วงศ์ RUTACEAE

ส้มโอ นับเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีมาก แคลเซียมสูง ผลจะนำมารับปรานกันเมื่อสุกแล้วนำมาปรุงอาหารได้ เช่น ยำส้มโอ เปลือกมีรสขมนิยมนำมาชาอิ่ม ประเทศจีนนิยมนำมาใช้เป็นยาแก้ธาตุไม่ปกติ และแก้ไอ ใช้ผสมยาหอมรับประทาน

 

 

ลักษณะ ส้มโอ เป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูงประมาณ 8-9 เมตร ลำต้นมีสีน้ำตาล
ใบ มีใบเดี่ยว รูปมนรี ขอบใบเป็นคลื่นเล็กน้อย ปลายใบมนเช่นเดียวกับโคนใบ
ดอก ออกดอกเดี่ยว หรือเป็นช่อ อยู่ตามง่ามใบ มีสีขาว มีกลีบดอก 4 กลีบ
ผล รูปร่างกลมโต เปลือกหนามีต่อมน้ำมันมาก ผลอ่อนมีสีเขียว ผลแก่หรือสุกมีสีเหลือง ขนาดผลยาวประมาณ 9-10 ซ.ม. เนื้อในมีสีเหลืองอ่อนและสีชมพูมีรสหวานอมเปรี้ยว มีเมล็ดฝังอยู่ในเนื้อสีเหลืองอ่อนๆ
ส่วนที่ใช้ ผล เปลือกผล ใบ ดอก เมล็ด ราก

 

สรรพคุณทางยาสมุนไพร

สรรพคุณทางยา ใน ส้มโอ นั้นมีอยู่มิใช่น้อยเลย ส้มโอนั้นสามารถป้องกันและรักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน ช่วยระบาย บำรุงหัวใจ แก้ไอ และขับเสมหะ
ผลส้มโอ ขับลมในลำไส้ แก้เมาเหล้า เปลือกผลของส้มโอจะช่วยขับเสมหะ จุกแน่นหน้าอก แก้ไส้เลื่อน
ใบส้มโอ นำมาต้มพอกศีรษะแก้ปวดหัว นอกจากนั้นยังเป็นยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้ออีกด้วย
ดอกส้มโอ แก้อาการปวดกระบังลม และปวดในกระเพาะอาหาร
เมล็ดส้มโอ ก็มีประโยชน์อยู่มากเช่นกัน แก้ไส้เลื่อน ลำไส้หดตัว แก้หวัด แก้ไอ แก้ปวดท้องน้อยและกระเพาะอาหารได้อย่างมหัศจรรย์

 ส้มโอ ขอขอบคุณภาพประกอบจาก : fruitty.212cafe.com

คุณค่าทางอาหาร

ส้มโอ นั้นนอกจากจะเป็นยาสมุนไพรที่มีสรรพคุณอยู่มากแล้ว ยังนำมาประกอบอาหารจานเด็ดมากด้วยคุณค่าได้อีกเช่นกัน
ส้มโอ นำมาผสมกับน้ำเชื่อม ทำลอยแก้ว
ส้มโอ นำมาคั้นทำน้ำผลไม้ดื่มแก้กระหาย
ส้มโอ นำมาทำเป็นอาหารหรือกับแกล้มรสเด็ด อย่างเช่น ยำส้มโอ
ส้มโอ มีวิตามินและแร่ธาตุช่วยบำรุงร่างกายให้แข้งแรง อาทิ โปรตีน, คาร์โบไฮเดรต, แคลเซียม ซึ่งช่วยบำรุงกระดูกและฟัน, เหล็ก, ฟอสฟอรัส, วิตามินบี 1 ช่วยในการย่อยอาหาร เสริมสร้างการทำงานของกล้ามเนื้อและหัวใจ, วิตามินบี 2 ป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือด และวิตามินซีที่มีมากจะช่วยในการป้องกันเลือดออกตามไรฟัน และป้องกันโรคหวัดได้ดี

 

 
ขอขอบคุณข้อมูล จาก หนังสือ คัมภีร์แพทย์สมุนไพร ผลไม้สมุนไพร และพืชผักสวนครัว ,lifestyle.kingsolder.com ,elib-online.com

 

Category: ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a Comment

มะเฟือง สมุนไพรเพื่อสุขภาพ

วันจันทร์, เมษายน 20th, 2009 | Author: phassakorn

มะเฟือง (Carambola, Star Apple)

 

มะเฟือง ขอขอบคุณภาพประกอบจาก : gotoknow.org

 

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Averrhoa Carambola
วงศ์ : AVERRHOACEAE

มะเฟือง ผักและผลไม้รสเปรี้ยวของบ้านเรา เป็นไม้ช่วยบังร่ม เจริญเติบโตในดินทุกชนิด ไม่ว่าจะชื้อแฉะหรือแห้งแล้ง ก็ตาม โดยเฉพาะภาคอีสานจะมีมาก เพราะนิยมนำ มะเฟือง มาทำเป็นผักแกล้มหรือเป็นเครื่องเคียงแหนมเนือง (อาหารชนิดหนึ่งของเวียดนาม) อีกทั้ง มะเฟือง สามารถกินสดๆ เป็นผลไม้หรือคั้นเป็นน้ำดื่ม นอกจากนั้นแล้วยังนำมาเป็นยาสมุนไพรในการรักษาโรคได้อีกทางด้วย

ลักษณะ มะเฟือง เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กจนถึงขนาดกลางมีความสูงได้ถึง 8 เมตร มีใบคล้ายกับรูปขนนกออกเรียงกันเป็นคู่ๆ ยาวประมาณ 10-15 ซ.ม. ปลายใบแหลมฐานใบเบี้ยวเล็กน้อย ริมขอบใบเรียบและเกลี้ยง มีก้านใบย่อยสั้น ลักษณะของดอกเล็กออกจากง่ามใบ

ดอก มีสีขาวถึงสีม่วงอ่อน ผลมีรูปร่างกลมหรือกลมยาวมี 3-5 กลีบ ผลอ่อนมีสีเขียวออกเหลือง หากสุกหรือแก่งอมเต็มที่ก็จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองออกเมล็ด

ส่วนที่ใช้ ราก ผล ใบ ดอก

 

สรรพคุณทางยาสมุนไพร

บรรพบุรุษของเรานำ มะเฟือง มาเป็นยาสมุนไพรรักษาโรคต่างๆ มากมายหลายขนาน

ใบมะเฟือง นำใบสดๆ มาตำ ทาเป็นยารักษาโรคอีสุกอีใส และกลากเกลื้อน นำมาต้มรับประทานเป็นยาถอนพิษไข้

ผลมะเฟือง นำมาต้มรับประทานเป็นยา แก้บิด อาเจียนเป็นเลือด ขับปัสสาวะ ปวดฟัน นิ่ว และแก้เลือดออกตามไรฟัน

เปลือกลำต้นมะเฟือง นำมาดื่มแก้อาการเมาเหล้า เมารถ แก้ไข้ ท้องร่วง และแก้พิษยาเสพติดที่ร้ายกาจอย่างเฮโรอีนได้

 มะเฟือง ขอขอบคุณภาพประกอบจาก : 212cafe.com

คุณค่าทางอาหาร

- นอกจากจะเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์สูงแล้ว ยังจัดเป็นดาวเด่นของวงการผักอีกด้วย

- มะเฟือง เป็นผักรสเปรี้ยวนำมารับประทานเป็นเครื่องเคียงกับแหนมเนืองอาหารเวียดนามได้เด็ดมาก

- มะเฟือง นำมาทำสลัดหรือปรุงอาหารประเภทไก่ ประเภทปลา หรือนำมาแปรรูปเป็นน้ำมะเฟืองอัดกระป๋องขาย

 

มะเฟือง มีวิตามินซีซึ่งป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน วิตามินใน มะเฟืองสด ทำให้เนื้อเยื่อแข็งแรง จับสารก่อมะเร็ง ช่วยทำให้เหงือกแข็งแรง เพิ่มกำลังให้เสปิร์มของผู้ชายและทำให้เรารู้สึกสดชื่นและปลอดโปร่งในอารมณ์ ส่วนวิตามินบี 1 จะช่วยป้องกันโรคเหน็บชา มะเฟืองนี้เราถือว่าเป็นพืชสมุนไพรอย่างหนึ่งในการบำบัดรักษาโรค สามารถนำมาต้มน้ำดื่มแก้ไข้หวัดใหญ่ ส่วนรากต้มกินแก้ท้องร่วง และผลสามารถนำมาสระผมบำรุงเส้นผมให้เงางาม และขจัดรังแค

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : หนังสือ คัมภีร์แพทย์สมุนไพร ผลไม้สมุนไพรและพืชผักสวนครัว ,lifestyle.kingsolder.com ,elib-online.com

Category: ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a Comment

มะนาว สมุนไพรเพื่อสุขภาพ

วันศุกร์, เมษายน 03rd, 2009 | Author: phassakorn

มะนาว (Common Linne, Lime)

มะนาว ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ : fm100cmu.com

ชื่อวิทยาศาสตร์ Citrus aurantifolia Swing
วงศ์ RUTACEAE

มะนาว ถือเป็นผักและผลไม้ เพราะ มะนาว นำมาประกอบอาหารเป็นเครื่องปรุงแต่งรสอาหาร มีรสเปรี้ยว ทั้งยังนำมาเป็นผลไม้โดยคั้นเอาน้ำมาดื่มกันสดๆ หรือนำไปปั่นดื่มแก้กระหายได้ทุกโอกาส ถ้าใครอยากมีผิวพรรณสวยผิวดีก็ต้องบริโภคน้ำมะนาวเป็นประจำ เพียงวันละแก้วก็เพียงพอแล้ว นอกจากนั้น มะนาว ยังมีคนนำมาผสมกับเครื่องสำอางเช่น ครีมล้างหน้าก็มี สรรพคุณทางสมุนไพรก็มีมากเหลือเกิน

มะนาว ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ : fm100cmu.com

ลักษณะ มะนาว เป็นพรรณไม้พุ่มขนาดเล็ก สูงประมาณ 1.5-4 เมตร แตกกิ่งก้านสาขา ต้มกิ่งมีหนามแหลมคม เปลือกลำต้นมีผิวเรียบเกลี้ยง
ใบ เป็นใบประกอบใบย่อยใบเดี่ยว ออกเรียงสลับกันมีครีบ มีกลิ่นหอม
ดอก ออกเป็นช่อร่วมกันเป็นกระจุกเล็กๆ ประมาณ 5-7 ดอก มีสีขาวกลิ่นหอม
ผล กลมผิวเรียบเกลี้ยง มีหลายขนาดแล้วแต่พันธุ์ ผลอ่อนมีสีเขียวเข้ม เมื่อแก่ก็เปลี่ยนเป็นสีเหลือง เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3-4.5 ซ.ม. ภายในผลมีน้ำรสเปรี้ยวจัด ภายในเนื้อมีเมล็ดสีเหลืองอ่อน รูปร่างกลมรี
ส่วนที่ใช้ ผิวผล ผลแก่จัด ใบ ราก

สรรพคุณทางยาสมุนไพร

มะนาว มีคุณค่าสรรพคุณทางยามากมาย สามารถนำมาใช้ประโยชน์ ปรุงยารักษาโรคต่างๆ ได้เป็นอย่างดี
มะนาว นำมาคั้นหรือบีบเอาน้ำนับว่ามีสรรพคุณมากมาย น้ำมะนาวนำมาผสมกับดอกดีปลีที่ฝนกับน้ำสุก ใส่เกลือป่นลงไปเล็กน้อยรับประทานเป็นยาแก้เสมหะ แก้เจ็บคอ
น้ำมะนาว นำมาผสมกับสีเสียดที่บดละเอียดตามสัดส่วนที่เหมาะสม แล้วนำมาพอกบริเวณบาดแผลสด ห้ามเลือดได้ดีมากแผลแห้งหายเร็ว
น้ำมะนาวสด นำมาผสมกับดินสอพอง ทารักษาอาการอักเสบช้ำบวม
น้ำมะนาว นำมารับประทานช่วยรักษาโรคลักปิดลักเปิด และละลายก้อนนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ
น้ำมะนาว นำมาทาบริเวณผิวหนังที่หยาบกร้าน หนา แข็ง จะค่อยๆ อ่อนนุ่ม รักษาโรคติดเชื้อที่ผิวหน้า นอกจากนั้นยังช่วยบำรุงประสาท ลดความดันโลหิตสูง ป้องกันบาดทะยัก รักษาอาการโลหิตจาง รักษาโรคกระเพาะอาหารและโรคบิดได้ชะงัดนัก
เปลือกมะนาว นำมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ โขลกให้ละเอียดนำมาชงกับน้ำร้อนดื่มเช่นเดียวกับชา แก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ เรอเปรี้ยว จุดเสียดแน่นท้อง คลื่นเหียน อาเจียน
เปลือกมะนาว นำมาโขลกให้ละเอียดรวมกับน้ำมะนาวผสมกับน้ำต้มสุกให้หมักผมประมาณ 10 นาที แล้วสระออกช่วยกระตุ้นให้รากผมตื่นตัว เจริญงอกงาม รังแคหาย เส้นผมสะอาด หนังศีรษะสะอาด
ใบมะนาว นำใยสดมาต้มดื่มแก้ไอ แก้ท้องอืด ขับลมทำให้เจริญอาหาร

มะนาว ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ : spcomputerkrabi.com

คุณค่าทางอาหาร

มะนาว คั้นหรือบีบเอาน้ำมะนาวมาปรุงอาหารต่างๆ โดยเฉพาะอาหารประเภทยำ น้ำพริกปลาทู น้ำพริกปลาร้า ลาบ ส้มตำ หรือจะเอาผลไปดองไว้ปรุงอาหาร ประเภทต้มหรือแกงได้รสชาติที่อร่อยถูกปาก น้ำมะนาว เมื่อนำมาผสมกับเกลือป่นใส่น้ำแข็ง ดื่มแก้กระกายได้เป็นอย่างดีอีกด้วยมะนาว นั้น มีสารอาหารอยู่หลายชนิด เช่น Slaronoid Organic acid citral โดยเฉพาะวิตามินซีนั้นมีอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งช่วยออกฤทธิ์รักษาโรคลักปิดลักเปิดได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นยังอุดมไปด้วยเกลือแร่ต่างๆ ไม่แพ้ผลไม้ชนิดอื่น

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : หนังสือ คัมภีร์แพทย์สมุนไพร ผลไม้สมุนไพร และพืชผักสวนครัว
เว็บไซต์ lifestyle.kingsolder.com ,elib-online.com

Category: ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a Comment

มะปราง ผลไม้เพื่อนสุขภาพ

วันพฤหัส, เมษายน 02nd, 2009 | Author: phassakorn

มะปราง (Plum Mango)


มะปราง

ชื่อวิทยาศาสตร์ Bouea macrophylla Griff
วงศ์
ANACARDIACEAE

มะปราง มีรูปร่างยาวรี มีสีเหลือง รสหวาน หรือหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย มะปรางเป็นผลไม้ที่อยู่คู่กับคนไทยมาช้านาน นิยมปลูกกันมากทางภาคใต้

มะปรางลักษณะ มะปรางเป็นพรรณไม้ยืนต้น มีขนาดสูงประมาณ 20 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มทึบ ลำต้นมีผิวเปลือกค่อนข้างขรุขระ เป็นร่องสีน้ำตาลอมเทา
ใบ
ลักษณะเป็นใบเดี่ยว ออกตรงข้ามกัน ใบรูปร่างยาวรี ช่วงปลายมีกิ่งแหลม ยาวประมาณ 10-20 ซ.ม.
ดอก
ออกเป็นช่อกระจาย ขนาดเล็กสีเหลือง
ผล
รูปร่างยาวรี คล้ายรูปไข่ ยาวประมาณ 5-6 ซ.ม. ผลอ่อนมีสีเขียว ผลสุกหรือแก่มีสีเหลืองส้ม
เปลือก
มีผิวเกลี้ยงเป็นมัน ภายในมีเมล็ด 1 เมล็ด
ส่วนที่ใช้
ผล ใบ น้ำจากต้น ราก
สรรพคุณทางยาสมุนไพร

ผลมะปราง ใช้รับประทานเป็นผลไม้
รากมะปราง
เป็นยาเย็น ใช้ถอนพิษไข้ต่างๆ
น้ำจากต้นมะปราง
ใช้เป็นยาอมกลั้วคอ
ใบมะปราง
ตำใช้พอกแก้ปวดศีรษะ
คุณค่าทางอาหาร

เราสามารถนำมะปรางมาทำเป็นน้ำผลไม้ได้ ซึ่งได้รสชาติที่ดีด้วย ในผลมะปรางสุกนั้นปรากฏว่ามีวิตามินซีมากมาย ช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟันและโรคหวัด แถมยังมีแคลเซียม ช่วยป้องกันกระดูกและฟัน เปราะหักง่าย วิตามินบี 1 ในมะปรางช่วยในการย่อยอาหาร เสริมสร้างการทำงานของกล้ามเนื้อและหัวใจ ป้องกันเหน็บชา และวิตามินบี 2 ช่วยในการทำงานของร่างกายในด้านการเจริญเติบโตที่เป็นปกติ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : หนังสือคัมภีร์แพทย์สมุนไพร ผลไม้สมุนไพร และพืชผักสวนครัว
เว็บไซต์
: ifestyle.kingsolder.com ,elib-online.com

Category: ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a Comment

มะขามป้อม สมุนไพรเพื่อสุขภาพ

วันศุกร์, มีนาคม 27th, 2009 | Author: phassakorn

มะขามป้อม (Malacca tree)

มะขามป้อม ขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ skn.ac.th

ชื่อวิทยาศาสตร์ Phyllanthus emblica Linn.

วงศ์ EUPHORBIACEAE

มะขามป้อม เป็นผลไม้เก่าแก่ ที่คนเฒ่าคนแก่จะรู้จักและตระหนักถึงคุณค่าของ มะขามป้อม เป็นอย่างดี ว่ากันว่าชนชาติที่รู้จัก มะขามป้อม มาช้านาน และแพร่หลายมากที่สุดในโลกเห็นจะได้แก่อินเดีย ซึ่งให้ความนับถือมะขามป้อมมากถึงกับขนาน มะขามป้อม ว่าเป็นพยาบาลที่ดูแลสุขภาพอยู่ข้างกายอีกนัยหนึ่งก็เปรียบเสมือนแม่ที่ดูแลรักษาลูกอยุ่เสมอ นอกจากนั้นยังมีการเล่าขานกันว่า เมื่อครั้งสมัยพุทะกาล พระพุทะเจ้าทรงอนุญาตให้พระภิกษุทั้งหลายฉัน มะขามป้อม เป็นโอสถได้

ลักษณะ มะขามป้อมเป้นพรรณไม้ยืนต้น ขนาดสูงประมาณ 7-15 เมตร ลำต้นมีเปลือกเรียบเกลี้ยง ลอกออกเป็นแผ่นๆ

ใบ ใบเดี่ยวเรียงชิดติดกันคล้ายขนนก ปลายใบยาวรี สีเขียวแก่ ยาวประมาณ 1 ซ.ม.

ดอก ออกดอกเป็นช่อหรือเป็นกระจุก ดอกเพศผู้และดอกเพศเมียแยกกันอยู่บนต้นเดียวกัน หนึ่งดอกมีกลีบดอกประมาณ 5-6 กลีบ มีสีเหลืองอมเขียว
ผล
รูปร่างกลม ผิวเกลี้ยง เนื้อหนา รสฝาด มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 ซ.ม. เปลือกแบ่งเป็นสันความยาว 6 ซ.ม.
ภายในเนื้อ
มีเมล็ดสีน้ำตาลอยู่ 6 เมล็ด
ส่วนที่ใช้ ใบ เปลือกลำต้น ผล ปมที่ก้าน ราก

สรรพคุณทางยาสมุนไพร

มะขามป้อม ขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ dhammajak.net รากแห้งของมะขามป้อม ใช้ต้มดื่มแก้ร้อนใน แก้ท้องเสีย แก้โรคเรื้อน ลดความดันโลหิต

รากสดมะขามป้อม นำมาพอกแผลเมื่อโดนตะขาบกัด สามารถแก้พิษได้

เปลือกลำต้นมะขามป้อม ใช้เปลือกแห้งบดเป็นผง โรยบาดแผลหรือนำมาต้มดื่มแก้โรคบิด และฟกซ้ำ

ปมก้าน ใช้เป็นน้ำยาบ้วนปากแก้ปวดฟัน โดยนำปมก้าน 10-30 อัน มาต้มกับน้ำแล้วใช้อมหรือดื่มแก้ปวดท้องน้อย กระเพาะอาหาร แก้ปวดเมื่อยกระดูก แก้ไอ แก้ตานซางในเด็ก

ผลมะขามป้อมสด ใช้รับประทานเป็นผลไม้แก้กระหายน้ำได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นยังเป็นยาบำรุง แก้หวัด แก้ไอ ละลายเสมหะ ขับปัสสาวะ เป็นยาระบาย รักษาคอตีบ รักษาเลือกออกตามไรฟัน หรือจะนำมาตำให้ละเอียดผสมกับน้ำผึ้ง รับประทานเป็นยาถ่ายพยาธิ

ผลมะขามป้อมแห้ง นำมาบดชงน้ำร้อนแบบชาดื่มแก้ท้องเสีย โรคหนองในบำรุงธาตุ รักษาโรคบิด ใช้ล้างตา แก้ตาแดง เยื่อบุตาอักเสบ แก้ตกเลือด ใช้เป็นยาล้างตา หรือจะผสมกับน้ำสนิมเหล็กแก้โรคดีซ่าน โลหิตจาง

เมล็ด นำมาเผาไฟจนเป็นเถ้าผสมกับน้ำมันพืช ทาแก้ตุ่มคัน หืด หรือตำเป็นผงชงน้ำร้อนดื่มรักษาโรคเบาหวาน หอบหืด หลอดลมอักเสบ รักษาโรคตา แก้คลื่นไส้ อาเจียน
คุณค่าทางอาหาร

มะขามป้อมมีรสชาติถึง 5 รสด้วยกัน คือ เปรี้ยว หวาน เผ็ดร้อน ขม ฝาด ถือได้ว่า ทุกส่วนของมะขามป้อม มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายเราทั้งสิ้น ในมะขามป้อม 1 ผล มีวิตามินซีสูงถึง 700-100 มิลลิกรัม มะขามป้อมนับว่า เป็นยาอายุวัฒนะขนานหนึ่ง ทางที่ดีเราควรหันมาบริโภคมะขามป้อม เป็นยาบำรุงและบำบัดโรคกันเถอะ วิธีง่ายๆ โดยวิธีทำเป็นมะขามป้อมกวนหรือลูกอมก็ได้ ถือเป็นการส่งเสริมสมุนไพรไทยอีกทางหนึ่ง จะเห็นได้ว่าในมะขามป้อมนั้น มีแคลเซียมสูงมาก ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง และยังมีวิตามินซี ช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟันได้อีกด้วย

ขอขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์ : lifestyle.kingsolder.com ,elib-online.com

Category: ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a Comment

มะม่วง สมุนไพรเพื่อสุขภาพ

วันจันทร์, มีนาคม 23rd, 2009 | Author: phassakorn

          มะม่วง (Mango)

          มะม่วง ผลไม้ในครัวเรือน พบได้ทั่วไปตามบ้านเรือน ไม่น่าเชื่อว่าจะกลายมาเป็น สมุนไพรรักษาโรคที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ มาดูกันว่า เจ้ามะม่วงนั้น มีประโยชน์อะไรกับเราบ้าง …

มะม่วง ขอบคุณภาพประกอบจกาเว็บไซต์ nongmaiclub.com

 

          ชื่อวิทยาศาสตร์ Mangifera indica Linn.
          วงศ์ ANACARDIACEAE

          มะม่วง ผลไม้ยอดฮิตที่นิยมบริโภคตลอดปี ไม่ว่าจะบ้านไหน เรือนไหนก็นิยมปลูกกันไว้ในรั้วบ้าน มะม่วง นอกจาก จะนำมารับประทานได้หลายรูปแบบแล้วยังเป็นไม้ยืนต้นที่ให้ร่มเงาได้เป็นอยางดี ส่วนอื่นๆ ก็นำมาใช้ประโยชน์ได้ อาทิ ใบ ดอกมะวม่วง มีวิตามินเอและซีสูง และยังมีสารอาหารอื่นๆ อีก เรียกได้ว่า มะม่วงลูกหนึ่งมีสารอาหารเกือบ ครบเลยทีเดียว โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ อาจหายไปได้โดยที่เราไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ เพราะมะม่วงก็มีสรรพคุณทางยาสมุนไพรมากเหมือนกัน
 มะม่วง ขอบคุณภาพประกอบจกาเว็บไซต์ wineandfoodtube.com       
          ลักษณะ มะม่วง เป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดใหญ่สูง เปลือกต้นหนาสีเทาขรุขระแตกเป็นเกร็ดๆ แตกกิ่งก้านสาขาออกไปรอบต้นมากมาย

          ใบ เป็นไม้ใบเดี่ยว ลักษณะของใบเรียวแหลม คล้ายรูปหอก กว้าง 2-9 ซ.ม. ยาว 10-30 ซ.ม. ใบหนารอบใบเรียบ

          ดอก ออกเป็นช่อขนาดใหญ่ ช่อหนึ่งมีประมาณ 15-20 ดอก แต่ละช่อมีดอกย่อยถึง 3000 ดอก มีสีเหลืองอ่อน มี กลีบเลี้ยง 5 กลีบ มีกลีบดอก 5 กลีบ

          ผล มีรูปร่างคล้ายรูปไต ผลดิบมีสีเขียว ผลสุกมีสีเหลืองและรสหวาน หนึ่งผลมีเมล็ดเดียว ลักษณะแบน เป็นรูปไข่รีขนาดใหญ่

          ส่วนที่ใช้ เมล็ด ผล ใบ เปลือกลำต้น

          สรรพคุณทางยาสมุนไพร

          เมล็ดสดๆ มารับประทาน หรือนำมาโรยเกลือ รับประทานเพื่อขับปัสสาวะหรือแก้บวมน้ำ เนื้อในเมล็ดใช้แก้ท้องร่วง
          ผลมะม่วง นำมาคั้นรับประทานเป็นยาขับปัสสาวะหรือร้อนใน แก้คลื่นไส้ แก้บิดถ่ายเป็นเลือด และใช้เป็นยาบำรุงกระเพาะอาหาร
          ใบมะม่วง นำมาพอประมาณต้มรับประทานแก้ซางตานขโมยในเด็ก แก้ลำไส้อักเสบ หรือใช้ใบสดๆ ตำพอกบริเวณที่เป็นแผลสด จะเป็นยาสมานแผลสดได้ดีที่เดียว
          เปลือกลำต้นมะม่วง ใช้เปลือกสดๆ มาต้มรับประทานเป็นยาแก้โรคคอตีบ เยื่อปากอักเสบ จมูกอักเสบ

 

มะม่วง ขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ alibaba.com

 

          คุณค่าทางอาหาร

          มะม่วงดิบมักออกรสเปรี้ยว เอาไปทำของคาวได้หลายอย่าง ที่เห็นบ่อยมากคือ นำไปจิ้มน้ำพริก ใช้ยำ หรือผสมอาหารที่มีรสเปรี้ยวแทนมะนาว เช่น ยำมะม่วง น้ำพริก ต้มยำ ในส่วนที่นำไปเป็นของว่างนั้น มะม่วงดิบรับประทานเป็นมะม่วงน้ำปลาหวาน เมี่ยงส้ม มะม่วงสุกที่มีรสหวาน นำมารับประทานกับข้าวเหนียว กวนเป็นแผ่น หรือนำมาคั้นเป็นน้ำผลไม้ มะม่วงอุดมด้วยฟอสฟอรัส และแคลเซียมที่ช่วยบำรุงกระดูกและฟันไม่ให้เปราะหักง่าย นอกจากนั้นยังมีวิตามินซี อยู่ในปริมาณมาก ช่วนเสริมสร้างภูมิคุ้นกันให้แข็งแรง ป้องกันโรคต่างๆ โดยเฉพาะปัญหาโรคเลือดออกตามไรฟัน โรคหวัด และมีวิตามินบี 1 ป้องกันโรคเหน็บชา วิตามินบี 2 ป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือด

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : หนังสือ คัมภีร์แพทย์สมุนไพร ผลไม้สมุนไพรและพืชผักสวนครัว ,lifestyle.kingsolder.com ,elib-online.com

Category: ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a Comment

ข้าวโอ๊ต สมุนไพรลดความอ้วน

วันจันทร์, มีนาคม 16th, 2009 | Author: phassakorn

รำข้าวโอ๊ต (Oat bran)

ข้าวโอ๊ต ขอขอบคุณภาพประกอบจาก : wheatmontana.com

 

          ข้าวโอ๊ต ( Oat )  เป็นพืชที่จัดอยู่ในตระกูล Avena sativa ที่นิยมเพาะปลูกใน แถบยุโรปตอนเหนือ เนื่องจากเจริญเติบโตได้ดี ในเขตหนาว ชาวยุโรปนิยมรับประทานเป็นอาหารเช้า ข้าวโอ๊ต เป็นพืชที่ให้เมล็ดซึ่งมีคุณค่าทางอาหารมากมาย โดยเฉพาะจำพวกแป้งหรือคาร์โบไฮเดรต

ข้าวโอ๊ต ขอขอบคุณภาพประกอบจาก : accipiter.hawk-conservancy.org

          รำข้าวโอ๊ต ( Oat Bran ) เป็นเส้นใย Fiber ที่ได้จากการขัดสี ข้าวโอ๊ต ให้ขาว หรือ คือเส้นใยบางๆ ที่ห่อหุ้มเมล็ด ข้าวโอ๊ต นั่นเอง โดยเราพบว่า รำข้าวโอ๊ต จะให้เส้นใยอาหาร หรือ fiber 2 ชนิด คือ

          1. เส้นใยชนิดที่ละลายน้ำได้( Soluble Fiber) – ในอัตราส่วน 95-98% ของปริมาณ เส้นใยอาหารทั้งหมด ซึ่งเมื่อละลายน้ำแล้วจะทำให้เกิดสารละลายที่มีลักษณะเป็นเจล โดยเมื่อรับประทานเข้าไป ไฟเบอร์นี้จะละลายในสารอาหารก่อนที่ สารอาหารจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด ดังนั้นเจลของไฟเบอร์จะเกาะติดกับสารอาหาร โดยเฉพาะไขมัน ทำให้ไขมันและสารอาหารอื่นๆ ไม่ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย และจะเอาอาหารขับออกทางอุจจาระ จึงทำให้ลดไขมันคลอเรสเตอรอลในเลือดได้

          2. เส้นใยชนิดที่ไม่ละลายน้ำ( Non-soluble Fiber) – ในอัตราส่วน 2-5 % ของ ปริมาณเส้นใยอาหารทั้งหมด โดยจะมีคุณสมบัติคล้ายฟองน้ำ โดยจะดูดซับน้ำใว้กับตัวเองทำให้พองตัว เมื่อรับประทานเข้าไปจึงจะส่งผลให้ จึงทำให้ ปริมาตรของสารที่ต้องการขับถ่ายเคลื่อนตัวผ่านลำไส้ได้เร็วขึ้น ป้องกันและรักษาปัญหาท้องผูกได้

          ดังนั้นประโยชน์ของการรับประทานอาหารที่ผลิตจาก รำข้าวโอ๊ต จึงนำมาใช้ในผู้ที่ต้องการลดน้ำตาลและไขมันในเลือด อาทิ ผู้ป่วยเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจ และผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก แต่ขณะเดียวกันต้องคำนึงถึง สารอาหารและวิตามินที่จำเป็นบางอย่างในอาหาร อาจ ถูกขับถ่ายออกไปด้วย

          ขนาดที่รับประทานครั้งละ 1,000 มิลลิกรัม โดยรับประทานก่อนอาหาร 20-30 นาทีทั้ง 3 มื้อ และดื่มน้ำตามประมาณ 1-2 แก้ว ราคาที่ขายตาม ท้องตลาดหรือร้านขายยา ประมาณ 11-12 บาทต่อแคปซูล (1000 มิลลิกรัม) แพงเอาการอยู่เหมือนกันนะครับ

          ข้าวโอ๊ตพบมากในประเทศแถบยุโรป เป็นไฟเบอร์ที่ช่วยลดการดูดซึมสารอาหารเข้าสู่ร่างกาย และรำข้าวโอ๊ตจะเกาะติดกับไขมันทำให้ร่างกายดูดซึมไขมันไปได้น้อย อีกทั้งยังช่วยในการขับถ่าย ลดคอเลสเตอรอลในเลือดได้ ไม่ทำให้ท้องผูก รำข้าวโอ๊ต บรรจุอยู่ในรูปของแคปซูลราคาค่อนข้างสูง

Comments