บทเรียนจากการรบ(ครูชัย)

บทเรียนจากการรบ  (Combat  Lesson  Learned)

บทเรียนที่ 1

             เหตุคนร้ายโจมตี  ตชด.มว.ฉก.ตชด.3301  ขณะปฏิบัติหน้าที่  รปภ.ธนาคารพัฒนารัฐวิสาหกิจขนาดกลาง (SME  BANK)  สาขายะลา  เลขที่  277-279  ถ.เปรมจิตรสุขพันธ์  อ.เมืองยะลา  เป็นเหตุให้ ตชด.เสียชีวิต  1  นาย

1.สถานการณ์

                   1.1  วันเวลาที่เกิดเหตุ:  17  ตุลาคม  2549  เวลา  12.00 น.

                   1.2 สถานที่เกิดเหตุ:  หน้าธนาคารพัฒนารัฐวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม  (SME BANK)  เลขที่  277-279  ถ.เปรมจิตรสุขพันธ์  เขตเทศบาลยะลา  อ.เมืองยะลา

                   1.3  ลำดับเหตุการณ์:  เมื่อวันที่  17  ตุลาคม  2549  เวลาประมาณ  12.00 น.  ขณะที่ ด.ต.สรายุทธ  ทะยาน  อายุ  49  ปี  และ จ.ส.ต.  วิชาญ  เมาเตลา  ผบ.หมู่ กก.ตชด.33  ประจำ  ชป.มว.ฉก.ตชด.3302  ปฏิบัติหน้าที่  รปภ.ธนาคารพัฒนกิจฯ(SME) 

เขตเทศบาลนครยะลา  ตั้งแต่เวลา  08.00 12.00 น.  โดยได้นั่งประจำจุดด้านในและด้านนอกสลับกัน  ต่อมาเมื่อถึงเวลาประมาณ  12.00 น.  ซึ่งใกล้จะเปลี่ยนเวรผลัดต่อไป  ตชด.ทั้ง  2  นาย  จึงได้ออกมานั่งด้านนอกธนาคาร  และในช่วงเวลาดังกล่าวได้มีรถยนต์กะบะตอนเดียวสีขาว  ลักษณะคล้ายรถยนต์สายตรวจของตำรวจท้องที่  มีม้านั่งยาวอยู่กลางกะบะ  มีชายแต่งกายคล้ายตำรวจ  นอกเครื่องแบบบางนายใส่เสื้อเกราะ  นั่งหันหลังชนกันข้างละ  2  นาย  และคนขับ  รวม  5  คน  วิ่งมาจอดหน้าธนาคารตรงหน้านายตำรวจทั้ง  2  นั่งอยู่  จากนั้นคนนั่งหลัง  2  นาย  จึงเปิดฉากยิงถล่มใส่  ตชด.ทั้ง  2  นาย  ด้วยปืนลูกซอง  5  นัด  และปืน  เอ เค 47  (อาก้า)  อีก  2  นาย  กระโดดไป  ระวังป้องกันทั้งหน้าและหลังรถ  เป็นเหตุให้  ด.ต.สรายุทธ  ทะยาน  เสียชีวิตทันที  คนร้ายได้แย่งปืน  M16  และปืนพกไป  2  กระบอก  ส่วน  จ.ส.ต. วิชาญ  เมาเตลา  กระโดดหลบกระสุนไปด้านข้าง  ถูกกระสุนปืนอาก้าของคนร้าย  เข้าเสื้อเกราะด้านหลังแฉลบ  ไปโดนไหล่  ได้บาดเจ็บสาหัส  ไม่สามารถจับอาวุธต่อสู้กับคนร้ายได้  จึงรีบหลบหนีไปจากเหตุการณ์  มีชาวบ้านข้างเคียงบาดเจ็บอีก  2  คน  คือ นส.สุรีพร  วีระสิทธิ์  และ ดญ.นารีมาน  วีระสิทธิ์ 

                1.4  หลังเกิดเหตุ:  คนร้ายได้หนีไปทางสะพานโรงเรียนคณะราษฎร์2  ทางไป บ้านยุโป  ได้วางตะปูเรือใบสกัดการติดตามของเจ้าหน้าที่ตามเส้นทางหลบหนี  พร้อมยิงปืนเพื่อส่งสัญญาณให้รู้ว่าไปทางไหน  ขณะที่คนร้ายอีกชุด  ได้วางระเบิดดักเจ้าหน้าที่บริเวณคอสะพานข้ามแม่น้ำปัตตานี  เส้นทางไปลำใหม่  จนรถยนต์ของตำรวจเสียหาย  เมื่อเจ้าหน้าที่ตามไปตามเส้นทางที่มีเสียงปืน  (คณะราษฎร์2)  คนร้ายกลับรถทางใต้สะพานแล้ววนกลับมาออกทางสะพานข้ามแม่น้ำปัตตานี  ที่ได้วางระเบิดดักเจ้าหน้าที่ไว้แล้ว  และข้ามถนนไปจอดรถไว้ที่สนามบินเก่า  โดยที่เจ้าหน้าที่หลงติดตามไป โรงเรียนคณะราษฏร์2

2.  การวิเคราะห์เหตุการณ์

     2.1  คนร้ายมุ่งหวังสังหารเจ้าหน้าที่  เพื่อแย่งชิงอาวุธปืน  และเพื่อแสดงศักยภาพให้เห็นถึงความสามารถในการโจมตี

    2.2  ก่อนลงมือปฏิบัติจริง  คนร้ายได้นำรถยนต์คันดังกล่าว  มาวนเวียนให้เจ้าหน้าที่เห็นเพื่อให้เกิดความวางใจ  ว่าเป็นรถยนต์ของฝ่ายเดียวกัน

    2.3  คนร้ายวางแผนเป็นขั้นตอน  มีชุดปฏิบัติการ  ชุดขัดขวางการติดตาม  ชุดลวงเจ้าหน้าที่

    2.4 คนร้ายเฝ้าติดตามการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ฯ  ในแต่ละวัน  โดยเฉพาะช่วงที่จะเปลี่ยนเวรฯ  เจ้าหน้าที่ทั้ง  2  นาย  จะมานั่งคอยเพื่อเปลี่ยนเวรฯ  จนเป็นเป้านิ่ง  เป้ารวม  และเผลอตัว  เพราะคิดว่าถึงเวลาที่เพื่อนมาเปลี่ยนเวรฯ  มีกำลังเพิ่มอีก  2  คน  จึงได้คลายความระวัง

    2.5  คนร้ายได้แต่งกายลวง  ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ  ทั้งการแต่งกาย  และรถยนต์ที่ใช้ปฏิบัติการฯ

    2.6 เมื่อคนร้ายปฏิบัติตัวเป้าหมายเสร็จ  ก็ลวงว่าเป็นเจ้าหน้าที่ฯ  ให้ติดตามไปในเส้นทางที่กำหนด  โดยการยิงปืนส่งสัญญาณ  และวางตะปูเรือใบดัก  ส่วนเส้นทางที่หลบหนีจริงกลับวกมาทางที่แหล่งชุมชน  และวางระเบิดจริง  เล่นงานเจ้าหน้าที่ฯที่ไปสกัดการหลบหนีอีกทางหนึ่ง

3.  บทเรียนที่พึงปฏิบัติ 

     3.1  ต้องหมั่นสังเกตุสิ่งผิดปกติอย่างรอบคอบ  ใช้ประสบการณ์  ทั้งการแต่งกาย  การใช้รถยนต์  และอาวุธที่ใช้  ของฝ่ายเจ้าหน้าที่ฯ  และของคนร้าย

     3.2  การพบพาอาวุธ  ต้องพร้อมใช้เสมอ  ตั้งแต่ออกจากตั้ง  จนกลับถึงที่ตั้ง  ให้ตอบโต้ได้ทันที

     3.3 เมื่อพบเห็นเหตุสิ่งผิดปกติ  ทั้งคน  สิ่งของฯ  ยานพาหนะ อย่ามองข้ามหรือละเลย พร้อมประสานหน่วยรับผิดชอบในพื้นที่เพื่อทราบทันที

     3.4  การปฏิบัติต้องให้เป็นชุด  มีระวังป้องกันไม่ทิ้งโดดเดี่ยวกันแค่  2  คน  ซึ่ง  ตชด.ไม่พึงปฏิบัติ

     3.5 ไม่ปฏิบัติตน  จนเกิดความซ้ำซาก  เช่น  เส้นทาง  เวลา  การเปลี่ยนเวรยาม  ที่นั่ง  แม้แต่เวลาและที่ ที่รับประทานอาหาร  จนถึงเวลานอน

     3.6 ช่วงเวลาสับเปลี่ยน เวร - ยาม เวลารับประทานอาหาร เวลาก่อนนอน หรือตื่นจากนอน ให้พึงรอบคอบ และระวังเหตุไว้ เสมอๆ
 

**************************************************************************************************************************

บทเรียนจากการรบ (Combat  Lesson  Learned)

บทเรียนที่ 2                      

         เหตุคนร้านลอบยิง  เจ้าหน้าที่ฯ  ตชด.มว.ฉก.ตชด. 1102  ฐาน ร.ร.สนอวิทยาคม  ต.สะนอ  อ.ยะรัง  จ.ปัตตานี  เมื่อ  6  ธันวาคม  2549  เป็นเหตุให้  ตชด.เสียชีวิต  2  นาย

1. สถานการณ์

    1.1 วัน  เวลา  ที่เกิดเหตุ  :  6  ธันวาคม  2549  เวลา  09.00 น.

     1.2 สถานที่เกิดเหตุ  :  บ้านนายแบ  ไม่ทราบเลขที่    บ้านบือแน  ถ.สายบ้านประจัน ยะรัง  อ.ยะรัง  จ.ปัตตานี

                        1.3 ลำดับเหตุการณ์  :  เมื่อวันที่  6  ธันวาคม  2549  เวลาประมาณ  07.00-09.00 น

มว.ฉก.ตชด.1102  ซึ่งตั้งฐานอยู่ที่  ร.ร.สะนอวิทยา  อ.ยะรัง  จ.ปัตตานี  ได้สนับสนุนภารกิจ  สภ.ยะรัง  โดยได้จัดชุด  ลว.รปภ.เส้นทางบนถนนสาย  410  ระหว่าง  อ.ยะรัง บ้านประจัน  รับผิดชอบเส้นทางประมาณ  1 กม.  ในชั่วโมงเร่งรีบ  จำนวน  8  นาย  ใช้  จยย.เป็นพาหนะ  4  คน  มี ด.ต.ศุภมิตร  เป็น  หน.ชป.  โยแยกกำลังออกเป็นจุดๆ  จุดละ  2  นาย  ห่างกันประมาณ  200 เมตร  ต่อมาเมื่อใกล้เสร็จสิ้นภารกิจ  เวลาประมาณ  09.00  น.  ขณะที่  ส.ต.ท.ชัชพล  ชอบชื่น  และส.ต.ต.ณัฐวุติ  ชวดต่าย  ผบ.หมู่  กก.ตชด.  11 

(มว.ตชด.1102)  นั่งพักผ่อนที่บ้านนายแบ  (ไม่ทราบนามสกุล)  โดยหันหลังให้บ้าน  ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน  แบบมาทางด้านหลังบ้าน  ทั้ง  2  ข้าง  ใช้อาวุธปืน  AK 47  (อาก้า)  ยิงใส่  ตชต.ทั้ง  2  นาย  จนเสียชีวิต  และยังใช้อาวุธมีด  ตัดคอ  ส.ต.ต.ณัฐวุติ  เกือบขาด  และแย่งเอาอาวุธ M 16  และ  M  16  ควบ  M203   พร้อมซองกระสุนของ  ตชด.  ทั้ง  2  นายไปด้วย  ขณะเกิดเหตุ  ชุด  ตชด.ที่อยู่ห่างไปเกือบ  200 เมตร  และ  ตร.สภ.ยะรัง  เข้ายิงปะทะกับคนร้ายเพื่อช่วยเหลือ  แต่ได้รับการยิงต้านจากกลุ่มคุ้มกันของคนร้าย  พร้อมวางระเบิดและวางตะปูเรือใบสกัดเส้นทางถึง  5  จุด  ขณะที่ 

ชปส.ชค.ตชด.  ก็ลาดตระเวนเข้าช่วย  อีกทางหนึ่งก็โดนสกัดจากกลุ่มคนร้าย  ด้วยระเบิดและตะปูเรือใบหลังเกิดเหตุคนร้ายได้แย่งเสื้อเกราะและอาวุธปืนประจำกายของ  ตชด.ทั้ง  2  นาย  แล้วหลบหนีไปทางโรงเรียนธรรม  ซึ่งอยู่หลังที่เกิดเหตุ  โดยได้ทำซองปืนอาก้าตกไว้  1  ซอง  ชป.ต่างๆของเจ้าหน้าที่ฯเข้าช่วยหลังจากได้ยินเสียงปืนก็ถูกชุดคุ้มกันคนร้าย  ยิงสกัดกั้น  พร้อมวางตะปูเรือใบและวัตถุระเบิด  ตามเส้นทางต่างๆ  ถึง  5  จุด  ไม่ว่าจะเป็นถนนสาย  410  หรือถนนในหมู่บ้าน  ทั้งยังมีกลุ่มแนวร่วมหรือมวลชนในพื้นที่  เคลื่อนไหวกีดขวางทาง  ขณะยิงต่อสู้กับคนร้ายด้วย

2. การวิเคราะห์เหตุการณ์

     2.1 ก่อนเกิดเหตุในพื้นที่  มว.ตชด.1102  ร่วมกับหน่วยทหาร  ตรวจค้น  ร.ร.ปอเนาะวัฒนาวิทยา  ยึดอาวุธ AK47  และอาวุธปืนพก  รวม  3  กระบอก  เป็นเหตุให้ประชาชนในพื้นที่ไม่พอใจ  กล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ฯ  นำอาวุธปืนไปยัดเยียดให้สร้างสถานการณ์  และกำลังสร้างเงื่อนไข  เพื่อขับไล่  ตชต.1102  ออกจากพื้นที่  เป็นเหตุให้เกิดแนวร่วมในพื้นที่อย่างธรรมชาติเกิดขึ้นทันที

         2.2 การปฏิบัติงานของ  ชป.มว.ตชด.1102  ในพื้นที่ดังกล่าว  เป็นภารกิจเดิมๆ  เวลาเดิม  และสถานที่ซ้ำซาก  ที่จะต้องปฏิบัติในทุกๆวัน

          2.3 กำลัง  ตชด.ถูกแยกการปฏิบัติออกเป็นชุดๆ  ชุดละ  2  นาย  และระยะห่างแต่ละชุด  ถึง  200  เมตร  ในขณะที่  ตชด.ได้รับการฝึกมาให้ทำงานเป็นหมู่ๆละ  12  นาย  และทางครูฝึก  ชปส.ชค.ตชด.ได้ไปแนะนำให้แต่ละชุดวางตัวให้ห่างกัน  แค่ระยะแม่นปืน  หรือมองกันให้เห็นถนัด  หรือตามสภาพของพื้นที่นั้นๆ

          2.4 วันเกิดเหตุ  ฝั่งตรงข้ามบ้าน  นายแบ     มีศาลาที่พัก  ที่ ชป.ตชด.จะไปพัก  เพื่อรวมพลก่อนกลับ  เมื่อเสร็จภารกิจ  ฝ่ายแนวร่วมได้เอา  ขี้วัว  ไปป้ายไว้จนเลอะ  และนายแบฯเจ้าของบ้านก็ไม่คุยด้วยกับเจ้าหน้าที่ฯเหมือนปกติในทุกๆวัน  ทั้งยังหลบหน้าไปอยู่บ้านเพื่อนบ้าน  ปล่อยให้ผู้หญิง  กับ  เด็กเล็กอยู่บ้านที่บ้านเกิดเหตุ  ได้วางเก้าอี้ไว้หน้าบ้าน  2  ตัว  โดยหันพนักพิงไปด้านหลังบ้าน  ส่วนหน้าบ้านดังกล่าวก็เป็นที่คอยขึ้นรถไปโรงเรียน  ของนักเรียนหญิงสาวๆ  ด้วย  เมื่อเสร็จภารกิจตามเวลา  ก่อนกลับฐาน  ตชด.ทั้ง  2  นาย  ก็จะนำ  จยย.มาจอด  และถอดหมวกเหล็กวางไว้บนรถ  นั่งคุยโทรศัพท์  และพูดหยอกล้อกับเด็กและหญิงสาว   ลูกหลานเจ้าของบ้าน  อีกทั้งยังเอาอาวุธปืนตั้งพิงไว้ที่ผนังบ้าน  โดยหันหลังให้บ้าน

3. บทเรียนที่พึงปฏิบัติ

    3.1 หน.หน่วยต้องวิเคราะห์  ภารกิจที่ได้รับมอบหมาย  ว่าถูกตามลักษณะ  คุณสมบัติ  ขัดกับความสามารถ  ของตชด.หรือไม่ ตชด.ไม่ควรถูกแยกกำลังออกเป็นชุดๆ  แค่  1-2  คน  และระยะที่จะ  รปภ.ซึ่งกันและกัน  ห่างกันแค่ไหน  ช่วยเหลือกันได้ไหม  เมื่อมีเหตุ  เช่น  ทางโค้ง  ทางแยก  ซึ่งใกล้กัน  แต่มองไม่เห็น

    3.2 ความพร้อมในเครื่องแต่งกาย  การใช้อาวุธประจำกาย  ความประมาทต่อสถานการณ์  (แหล่งชุมชน ,  บ้านที่อยู่ประจำ ,  คนรู้จัก)  การพูดคุยโทรศัพท์นานๆ  ในเวลาทำงาน  ความเมื่อยล้า  หรือความไว้วางใจในทีมงาน  ว่ามีหลายหน่วยอยู่ใกล้ๆ กัน  ทิ้งคู่บัดดี้  รถสายตรวจ  นปพ.และทหารในพื้นที่

    3.3 การปฏิบัติงานที่ซ้ำๆซากๆ  ที่เดิมๆ  เวลาเดิม  และพื้นที่คุ้นเคย  หรือเป็นคนชำนาญในพื้นที่แล้ว  เพราะอยู่นาน  แม้ว่าแต่ละวัน  จะเปลี่ยนคนเป็นชุด  และเวลา  เส้นทาง  และสถานที่ยังเป็นที่เดิมๆซ้ำซาก

   3.4 ก่อนเกิดเหตุ  แต่ละครั้งจะมีลางบอกเหตุเสมอ  อย่ามองข้ามในสิ่งที่ผิดปกติต่างๆ  เช่น  ผู้ร้ายเริ่มใส่ร้าย  จนท.เพื่อหาแนวร่วม  ความผิดปกติของคนในพื้นที่จากสิ่งที่เคยปฏิบัติอยู่เป็นประจำฯ


************************************************************************************************

บทเรียนจากการรบ (Combat  Lesson  Learned)

บทเรียนที่ 3                      

           เหตุคนร้ายซุ่มโจมตีชุด  ลว.ร้อย  รพศ.1  ที่ตั้งฐานอยู่  บ้านสันติ  2  ม.6  ต.แม่หวาด  อ.ธารโต  จ.ยะลา  ขณะ  ลว.เส้นทางเขื่อนบางลาง  -  บ้านสันติ1  ม.2  ต.เขื่อนบางลาง  อ.ธารโต  จ.ยะลา  พิกัด  QG  529797  เมื่อ  20  มิถุนายน  2551  เป็นเหตุให้  ตชด.เสียชีวิต  1  นาย  เจ็บ  5  นาย

1. สถานการณ์  : 

          1.1 วัน  เวลา  ที่เกิดเหตุ  :  20  มิถุนายน  2551  เวลา  09.00  น.

           1.2 สถานที่เกิดเหตุ  :  พิกัด  QG  529797  เส้นทางเขื่อนบางลาง บ้านสันติ  1  หมู่  2  ต.เขื่อนบางลาง  อ.ธารโต  จ.ยะลา

           1.3 ลำดับเหตุการณ์  :  เมื่อวันที่  20  มิถุนายน  2551  เวลาประมาณ  09.00  น.  ขณะที่  ชุด  ลว.สนศ.1  มี  พ.ต.ท.กิตติกานต์  กัปปิยบุตร  ผบ.ร้อย ฉก.รนศ.1  พร้อม  ร.ต.ต.กฤษติกุล(ตี้)    บุญลือ    ผบ.มว.รพศ.1  ด.ต.ประสาท  โคตรแก้ว  ,  จ.ส.ต.เริงศักดิ์  แก้วเสน่ห์  รวม  6  นาย  ลว.เส้นทางโดย  รถยนต์กะบะ  อีซูซุ  ตอนครึ่ง  โดย  พ.ต.ท.กิตติกานต์  กัปปิยบุตร  ทำหน้าที่พลขับ  ร.ต.ท.กฤษติกุล  บุญลือ  นั่งหน้าด้านซ้าย  ส่วน จนท.   อีก  4  นาย  นั่งกะบะหลัง  มาถึงบริเวณที่เกิดเหตุ  ซึ่งเป็นเส้นทางคดเคี้ยวและลาดชัน  ได้ถูกกลุ่มผู้ก่อการร้ายซุ่มยิง  ด้วยอาวุธสงคราม  M16  ,AK47  และลูกซอง  มาจากเนินเขาฝั่งด้านขวา  พร้อมกับขว้างระเบิดเข้าใส่(ระเบิดด้าน)  เป็นเหตุให้  ร.ต.ท.กฤติกุล  บุญลือ  เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ  พ.ต.ท.กิตติกานต์  ถูกยิงเข้าหมวกเหล็กทะลุศรีษะ  บาดเจ็บสาหัส  และ  จนท.  ที่นั่งหลังกะบะทั้ง  4  นาย  บาดเจ็บทั้งหมด

        หลังเกิดเหตุ  :  หลังเกิดเหตุ  หน่วย  ทพ.ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ  2  กม.  เข้าช่วยคนเจ็บส่ง  รพ.  จากนั้น  พ.ต.ท.  นิคม  พลประสิทธิ์  ผบ.ฉก.ตชด.44  สนธิกำลังกับ  ผบ.ฉก.ยะลา 15  เข้าปิดล้อม  บริเวณพื้นที่  บ.บาตูปูโป๊ะ  ม.5  ต.บาเจาะ  อ.บันนังสตา  จ.ยะลา  ควบคุมผู้ต้องสงสัยไว้ได้  6  คน  ทาง  ฉก.ยะลา 15  ได้นำไปซักถามขยายผลต่อไป  จากนั้น พ.ตอ.อำนวย พวกสนิท รอง ผบก.สอ.ตชด. ทำหน้าที่ ผบ.ชค.ตชด. พร้อม ชปส.ชค.ตชด.ได้ร่วมกันตรวจสอบที่เกิดเหตุ และนำร่าง ร.ต.ต.กฤติกุลฯ ส่ง รพ.บันนังสตาฯ เพื่อพิสูจน์ต่อไป

2. การวิเคราะห์เหตุการณ์

     2.1กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงได้เกาะติดความเคลื่อนไหวของกลุ่มเจ้าหน้าที่ตลอดเวลา ตั้งแต่ออกจากฐานที่ตั้ง จึงได้มีการวางแผนไว้อย่างดี จึงเลือกพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม และได้เปรียบทุกรูปแบบ คือเป็นทางคดเคี้ยว ลาดชัน มีเนินสูงข่มทางด้านขวาของถนน ส่วนด้านซ้ายมือเป็นเหวลึก

      2.2 การเลือกพื้นที่ ที่ปฏิบัติของกลุ่มคนร้ายนั้น ปรากฏว่าด้านหลังเนินเขาของจุดซุ่มฯเป็นหมู่บ้าน ห่างไปประมาณ 20 นาที จึงใช้เป็นเส้นทางหลบหนีได้อย่างรวดเร็ว ทั้งที่จุดเกิดเหตุอยู่ไม่ห่างจากแห่งชุมชน และ ฐานที่ตั้ง หน่วยทหารพราน ทำให้ฝ่ายเจ้าหน้าที่เกิดความชะล่าใจ คลายความระมัดระวังไปชั้นหนึ่ง

       2.3 การลาดตระเวนของเจ้าหน้าที่ดังกล่าวไม่ถูกต้องตามยุทธวิธี กล่าวคือ มาด้วย รยบ.คันเดียว ไม่มีหัวท้าย ปีกหาง คอยระวัง ทั้งยังทำตัวให้เป็นเป้าหมายที่คุ้มค่า คือ มีระดับนายตำรวจระดับ ผบ.ร้อย และ ผบ.หมวด มาในรถคันเดียวกัน

        2.4 กลุ่มคนร้ายเลือกพื้นที่เป็นเนินสูงข่มทางด้านขวาของถนน ซึ่งเป็นฝั่งที่มีพลขับ และแนวยิงที่ดี เพราะจะหยุดรถได้ทันทีหากโดนพลขับ และวางแนวยิงถึง 5 จุด แต่ละจุดจะมีปืนลูกซองเพื่อยิงกด และปืนไรเฟิล ที่มีอำนาจทะลวง ทำให้เกิดอำนาจการยิงที่สูง ได้ทั้งความหนาแน่น และการทะลุทะลวง ยากที่ฝ่ายตั้งรับจะมีโอกาสตอบโต้ได้ เพราะอำนาจการยิงที่เหนือกว่า

3. บทเรียนที่พึงปฏิบัติ

     3.1 ยุทธวิธีในการลาดตระเวนด้วย รยบ.จะต้องมีปีกมีหาง มีหัวมีท้าย และอย่าทำเป้าหมายให้คุ้มค่า พึงปฏิบัติตามหลักวิชาการ รปภ.บุคคลสำคัญ (ในกรณีมีนายตำรวจระดับหัวหน้าหน่วยเดินทางลาดตระเวนในพื้นที่) และพึงระมัดระวังไว้เสมอในทุกๆพื้นที่ ทุกๆสถานการณ์ โดยเฉพาะ เนินสูงข่มทางฝั่งขวาของถนน  พื้นที่ก่อน  และเข้าหมู่บ้าน

        3.2 ไม่ควรทำเป้าหมายให้เกิดความคุ้มค่า ต่อกลุ่มคนร้าย การเดินทางของเจ้าหน้าที่ระดับหัวหน้าหน่วย ต้องทำอย่างมีแผนยุทธวิธี และให้เกิดความปลอดภัยในเส้นทางมากที่สุด

         3.3 ชุดลาดตระเวนต้องมีความพร้อม ตื่นตัว พร้อมตอบโต้เสมอ ไม่ประมาทต่อสถานณ์ ใช้คนและจำนวนคนให้เหมาะสมกับภารกิจจริงๆ พึงระวังเส้นทางบังคับ เนินสูงข่ม โดยเฉพาะทางด้านขวาของถนน

         3.4 ไม่ควรคลายความระมัดระวังในการลาดตระเวนตลอดเส้นทาง โดยเฉพาะเมื่อใกล้ และออกจากหมู่บ้าน เนินสูงข่มทางด้านขวาของถนน ในตำแหน่ง 2 นาฬิกา และ ทิศทาง 5 นาฬิกา ซึ่งมักจะเป็นตำแหน่งเปิดฉากซุ่มยิงจากฝ่ายคนร้าย เสมอๆ

***************************************************************************************************************************

บทเรียนจากการรบ (Combat  Lesson  Learned) 

บทเรียนที่ 4                       

            เหตุคนร้าย ซุ้มยิง ชป.รถ วี 150 และ ชป.ชปส.ขค.ตชด.ขณะลาดตระเวนเส้นทาง ทำให้ทรัพย์สินของประชาชนเสียหาย ฝ่าย เจ้าหน้าที่ปลอดภัยทุกนาย

1. สถานการณ์:

    1.1 วัน เวลา ที่เกิดเหตุ วันที่ 11 มี.ค. 52 เวลา  22.00 น

    1.2 สถานที่เกิดเหตุ หมู่ 7 บ้าน ฮูแตบาโงย  ต.เกะรอ  อ.รามัน  จ.ยะลา

    1.3 ลำดับเหตุการณ์: เมื่อวันที่ 11มี..52 เวลาประมาณ 22.00 .ขณะที่ พ...กมล สุขประเสริฐ รอง ผกก.ตชด.42 ทำหน้าที่ รอง ผบ.ชค.ตชด.พร้อมพวก 10 นาย ลว.เส้นทางกลับที่ตั้ง โดย รย.V150 จำนวน 2 คัน หลังจากเสร็จภารกิจการตั้งจุดตรวจจุดสกัด ร่วมกับ มว.ฉก.ตชด.3401 ที่ทางแยก หฒู่ 5 บ้านฮูแตบาโงย ต.เกะรอ อ.รามัน จ.ยะลา ขณะชุด ลว.เดินทางถึงพื้นที่ ม.7 .ฮูแตบาโงย ต.เกะรอ อ.รามัน จ.ยะลา ได้ถูกกลุ่มคนร้าย ประมาณ 7-10 คน ซุ่มยิงด้วยอาวุธสงคราม ประมาณ 2-3 นาที แล้วหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ทั้งฝ่าย จนท.และกลุ่มคนร้าย ไม่ได้รับความสูญเสียแต่อย่างใด

2. การวิเคราะห์เหตุการณ์:

    2.1 พื้นที่ ต.เกะรอ  อ.รามัน จ.ยะลา เป็นพื้นที่ที่มีไทยมุสลิม ทั้งหมด เป็นที่ตั้งและเขตรับผิดชอบของ สภ.จะกว๊ะ อ.รามัน โดยมอบหมายให้ มว.ฉก.ตชด.3401 จาก กก.ตชด.34 ค่ายพระเจ้าตาก จ.จันทบุรี เป็นผู้รับผิดชอบดูแล โดยขึ้นการบังคับบัญชากับ ชค.ตชด. มี ชปส.ชค.ตชด.และ ชปส.ชค.ยะลา รับผิดชอบดูแลประสานการปฏิบัติงานต่างๆรวมทั้งการฝึกทบทวน ยุทธวิธีต่างๆ ทั้งในที่ตั้งหน่วย พื้นที่การปฏิบัติจริง และ พื้นที่ฝึกของ ศชต.พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่เคลื่อนไหว และก่อเหตุรุนแรงของกลุ่มผู้ก่อการร้ายฯ แต่หลังจาก มว.ฉก.ตชด.3410 เข้ามาตั้งฐานฯการปฏิบัติ และเน้นหนักงานมวลชนนำหน้างานการปราบปราม ก็ได้รับความร่วมมือจาก ปช.เป็นอย่างมาก จากเหตุการณ์ให้ มว.ฉก.ตชด.ถอนกำลังออกจากพื้นที่ เพื่อมอบหมายให้หน่วยทหารรับผิดชอบแทน เมื่อปี 2550 กลับถูก ปช.ในพื้นที่ซึ่งเป็นอิสลามทั้งหมด ได้รวมตัวชุมนุมประท้วง ไม่ให้ ตชดชุดดังกล่าวออกจากพื้นที่ จากนั้นก็เป็นที่ยอมรับของ ปช.และหน่วยงานข้างเคียง แต่การก่อเหตุรุนแรง ที่มีต่อ ปช.และ จนท.ในพื้ที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง  ทำให้ มว.ฉก.ตชด.3401 ตกเป็นเป้าหมายในการก่อเหตุของกลุ่มผู้ก่อการร้ายฯ ทุกวิธีทาง เพื่อทำลายขวัญ กำลังใจของ จนท.

      ดัง นั้น ชค.ตชด.กระหนักในปัญหานี้ได้ดี จึงได้เน้นย้ำการปฏิบัติหน้าที่ตลอดเวลา ได้ ส่ง ชปส.ชค.ชค.ตชด.เข้ามาฝึกทบทวนยุทธวิธี และร่วมปฏิบัติงานจริงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ จนท.ได้รักษาพื้นที่ และแนวร่วมฝ่ายเราไว้ให้ได้ จากเหตุผลดังกล่าว เมื่อ วันที่ 10 มี.ค.52 พล.ต.ท.โกสินทร์ฯ รอง ผบช.ตชด.ได้มาตรวจเยี่ยม ตชด.ในพื้นที่ 3 จชต.และได้มอบนโยบายแก่ ชค.ตชด.ให้ ใช้กำลังพล และยุทโธปกรณ์ที่มีอยู่ให้เต็มที่ เต็มกำลัง โดยเฉพาะ รยก.วี 150 ให้นำไปใช้ให้สมบทบาท ดังนั้น เมื่อ ชป.รยก.วี 150 และ ชปส.ชค.ตชด.นำโดย พ.ต.ท.กมล สุขประเสริฐ รอง ผกก.ตชด.42/รอง ผบ.ชค.ตชด. นำออกตรวจเยี่ยม มว..ฉก.ตชด.และร่วมกับ มว.ฉก.ตชด.3401 ออกลาดตระเวน

 

ในเวลาการคืน และตั้งจุดตรวจจุดสกัด ในพื้นที่เสี่ยง พื้นที่เคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อการร้าย จึงได้รับการตอบโต้ โดยการซุ่มโจมตี อย่างไม่เกรงกลัวศักดิ์ศรี และศักยภาพของยุทโธปกรณ์ของฝ่าย จนท.ที่มีเหนือกว่า

    2.2 จะเห็นได้ว่ากลุ่มผู้ก่อการร้ายฯมีการข่าวที่ดี เกาะติดการปฏิบัติงานของ จนท.ตลอดเวลา สามารถรวมตัว รวมอาวุธเข้าปฏิบัติต่อ จนท.ได้ในเวลาอันรวดเร็ว เลือกพื้นที่ได้ถูกที่ ถูกเวลา มีเส้นทางปฏิบัติต่อเป้าหมายหลายเส้นทางในเวลาเดียวกัน

   2.3 กลุ่มผู้ก่อการร้ายฯวิเคราะห์พฤติกรรมของฝ่าย จนท.ได้เม่นยำ รู้ว่าการ นำ รยก.150 ออกปฏิบัติงานในเมืองนั้น มีขีดจำกัดในการดำเนินกลยุทธ เพราะมี อาวุธหนักประจำรถ ไม่สามรถใช้ได้ในพื้นที่ในเมืองหรือมีขีดจำกัดในการใช้งาน โดยเฉพาะพลประจำรถก็ไม่สามารถใช้อาวุธได้ในขณะที่รถวิ่ง(เพราะปิดเกราะหมด) หรือถ้าเปิดเกราะวิ่งยิ่งจะเป็นอันตรายอย่างใหญ่หลวงหากถูกซุ่มยิง หรือมีกระสุนหลุดเข้ามาในรถเกราะ

   2.4 การเลือกพื้นที่ซุ่มของกลุ่มผู้ร้ายฯ เลือกได้เหมาะสม สมบูรณ์ เพราะเป็นทางโค้ง แนวถนนเป็นเนินคันคู มีร่องคูน้ำอยู่ข้างทาง หาก รยก.ดำเนินกลยุทธ รถต้องติดในร่องคู ทั้งผู้ร้ายยังตอนฝูงวัวมานอนดักถนน เพื่อให้รถเกิดความชะงัก หรือชะลอความเร็วรถ


***************************************************************************************************************************

บทเรียนจากการรบ    (Combat  Lesson  Learned) 

บทเรียนที่ 5                       

          เหตุคนร้ายวางระเบิด ชป.ทหาร ร้อย ลว.1271 บนถนนสาย 418 บ้านลิดล ต.ยุโป อ.เมือง จ.             ยะลา เป็นเหตุให้ รถยนต์ฮัมวี เสียหายเล็กน้อย ส่วน จนท.ทหารปลอดภัยทุกนาย

1. สถานการณ์

     1.1 วัน เวลา ที่เกิดเหตุ วันที่ 5 เม.ย. 53 เวลา ประมาณ 07.45 น.

     1.2 สถานที่เกิดเหตุ บนถนนสาย 418 บริเวณระหว่างหลัก กม.ที่ 4 - 5 บ.ลิดล ต.ยุโป อ.เมือง จ.ยะลา

     1.3 ลำดับเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 5 เม.ย. 53 เวลาประมาณ 07.45 น.ขณะที่ จนท.ชป.ทหาร ร้อย ลว.1271 กองพันทหารม้าลาดตระเวนที่ 127 อยู่ บ.คลองทรายใน ม.5 ต.ยุโป อ.เมือง จ.ยะลา จำนวน 10 นาย ทำการ ลว.เส้นทางถนนสาย 418 ด้วย รถยนต์ฮัมวี่  จำนวน 2 คัน  ( คันละ 5 นาย )  โดยทิ้งระยะห่างกันประมาณ 200 เมตร เมื่อ ลว.มาถึง บริเวณระหว่าง หลัก กม.ที่ 3 – 4 บ.ลิดล ต.ยุโป อ.เมือง จ.ยะลา ได้เกิดเหตุระเบิดขึ้น 1 ครั้ง บนไหล่ถนน ตรงที่รถยนต์ฮัมวี่คันแรกวิ่งผ่าน แต่รถยนต์คันแรกไม่เป็นอะไร จึงวิ่งเลยไปประมาณ 100 เมตร จึงได้จอด ส่วนรถยนต์ฮัมวี่คันหลัง ก็ได้จอดทันที ห่างกัน ประมาณ 300 เมตร จากนั้น เมื่อ จนท.ชป.ทหารดังกล่าว ได้แจ้งเหตุต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตรวจที่เกิดเหตุจึงได้พบว่า คนร้ายได้ขุดเจาะถนนฝั่งด้านซ้าย(เข้าเมืองยะลา)ลึกเข้ามาประมาณ 1.5 เมตร แล้วนำระเบิดแสวงเครื่องผูกติดกับถังแก๊สปิกนิก น้ำหนักประมาณ 5 – 7 กก.ต่อระเบิดด้วยแก็ปไฟฟ้า ลากสายไฟยาวประมาณ 150 เมตร โดยซ่อนสายไฟไว้ใต้พงหญ้ารก และกลบด้วยดินเป็น ระยะๆ ลากสายไฟผ่านคูน้ำ และสวนยางเล็ก ใช้แนวต้นลองกอง เป็นที่บังสายตา จุดระเบิดด้วยแบตเตอรี่ ไม่พบหลักเล็ง(คาดว่าจะใช้แนวดินลาดยางที่เทลาดลงไหล่ทางเป็นร่องคู เห็นได้ชัดเจน เป็น หลักเล็งในการจุดระเบิด) แต่แรงระเบิดไม่แรง หรือขาดความสมบูรณ์ ทำให้ รถยนต์ฮัมวี่ได้รับความเสียหายเล็กน้อย บริเวณปีกนกด้านซ้าย ส่วน จนท.ทหารปลอดภัยทุกนาย

         1.4 หลังเกิดเหตุ คนร้ายได้ตัดปลายสายไฟที่เป็นตัวจุดระเบิด และหลบหนีไปทางถนนด้านหลังแนวซุ่มฯซึ่งไป บรรจบกับ เส้นทาง (ยุโป – ท่าสาป) คนร้ายไม่ได้ทิ้งร่องรอยใดๆไว้ในที่เกิดเหตุ นอกจากรอยนั่งที่ทำให้ หญ้าราบเป็นแนว แสดงให้เห็นเป็นร่องรอย ส่วนบริเวณที่เกิดเหตุระเบิดได้เกิดเป็นหลุม กว้างประมาณ 1.20 เมตร และ ลึก ประมาณ 40 ซ.ม. พร้อมวัตถุพยานต่างๆ โดยเฉพาะเศษถังแก๊สปิกนิก ที่แตกกระจายไม่มากนัก อันแสดงให้เห็นถึงความไม่สมบูรณ์ ของระเบิด ซึ่งอาจจะฝังไว้นานแล้ว

2. บทวิเคราะห์ต่อฝ่ายตรงข้าม

          2.1 คนร้ายมุ่งหวังจะทำร้ายเจ้าหน้าที่ทหารชุด ลว.เส้นทาง โดยมุ่งเน้นที่ทำลายขวัญและทำลายศรัทธาจากประชาชน

          2.2 คนร้ายเลือกพื้นที่ปฏิบัติการณ์ที่ทางฝ่าย จนท.คาดไม่ถึง เช่น ใกล้กับแหล่งชุมชน ห่างตัวเมือง 2 กม.เลือกพื้นที่โล่ง มีร่องน้ำและพงหญ้ารก ต่ำๆ

          2.3 ระเบิดอาจฝังไว้นานแล้ว(สังเกตจาก ถังแก๊สเก่าขึ้นสนิม และระเบิดไม่สมบูรณ์) แต่หาโอกาสประจวบเหมาะ ในลักษณะ เป้าหมายชัด โอกาสมี ทางหนีพร้อม จึงกล้าลงมือตอนกลางวัน และเป็นพื้นที่ โล่งเตียน

          2.4 คนร้ายเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของเป้าหมายตลอดเวลา เป็นเวลานาน และวิเคราะห์พฤติกรรมฝ่าย จนท.ได้ถูกต้อง(ไม่กล้ายิง อว.หนัก ที่ติดตั้งบนรถยนต์ฮัมวี่)

          2.5 การขุดเจาะถนนเพื่อฝังระเบิดของคนร้าย จะขุดลึกเข้ามากลางถนน จากไหล่ทางไม่เกิน 1.8 เมตร และจากไหล่ทางด้านซ้ายของถนนเป็นส่วนใหญ่

3. การวิเคราะห์สถานการณ์

           3.1 ก่อนปฏิบัติการของคนร้ายในการวางระเบิด หรือ ซุ่มโจมตี จนท.คนร้ายจะต้องเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของ จนท.และวิเคราะห์พฤติกรรมของฝ่าย จนท.ก่อนเสมอ จนเกิดเป็นการปฏิบัติภารกิจ ประจำๆของ จนท.จึงได้วางแผนดำเนินการทันที

          3.2 การเลือกพื้นที่ปฏิบัติของฝ่ายคนร้าย จะเลือกพื้นที่ ที่ฝ่าย จนท.คาดไม่ถึง มีเส้นทางหลบหนี และมีโล่มนุษย์กำบัง เช่น ใกล้หมู่บ้าน มีเส้นทางหลบหนี และมีแนวร่วมให้ข่าว และนำหลบหนีซ่อนตัว

            3.3 การ ลว.ทางรถยนต์ของ จนท.จะต้องมียุทธวิธีพลขับ เช่น ไม่เส้นทางประจำ ไม่ใช้ความเร็วตามกำหนด ใช้ความเร็วต่ำเกินไปจนคนร้ายล็อคเป้าหมายได้ หรือวิ่งรถใกล้ไหล่ทางเกินไป

            3.4 พลขับให้มีหน้าที่ขับรถอย่างเดียว ไม่พะวงเรื่องการใช้อาวุธ มั่นสังเกตสิ่งผิดปกติข้างทาง(หลักเล็ง) มีปฏิภาณไหวพริบ หากรถยนต์ 2 คัน จะต้องไม่ทิ้งระยะห่างเกินไป ให้ช่วยเหลือกันได้เมื่อเกิดเหตุ

            3.5 จนท.ที่นั่งข้างพลขับ ต้องมั่นสังเกตข้างทางเฉียงไปด้านหน้า - หลัง เท่านั้น อย่างรอบคอบ

****************************************************************************************************************************************************************************

บทเรียนจากการรบ (Combat  Lesson  Learned)

บทเรียนที่  6                        

         เหตุ มว.ฉก.ตชด.3401 ตรวจเจอร่องรอยการขุดเจาะถนน เพื่อลอบวางระเบิด ที่ บ้านตะเนอะปูโย๊ะ หมู่ 3 ต.เกะรอ อ.รามัน จ.ยะลา

1.สถานการณ์:

    1.1 วัน เวลา ที่เกิดเหตุ วันที่ 4 พ.ค. 53 เวลา 09.00 น.

    1.2 สถานที่เกิดเหตุ ริมถนนท้ายหมู่บ้านตะเนอะปูโย๊ะ หมู่ 3 ต.เกะรอ อ.รามัน จ.ยะลา พิกัด QH 781257

    1.3 ลำดับเหตุการณ์:

           เมื่อ วันที่ 4 พ.ค.53 เวลาประมาณ 09.00 น.ขณะที่ ร.ต.อ.อรรถพร ไวยนิถี ผบ.มว.ฉก.ตชด.3401 พร้อมพวก 15 นายออกทำการ ลว.เส้นทาง ด้วย รยบ,จยย. และสลับด้วยการเดินเท้า จาก รร.คุรุประชาสรรค์ หมู่ 3 บ้านตาเนอะปูโย๊ะ – รร.บ้านแหลมทาย หมู่5 ต.เกะรอ อ.รามัน จ.ยะลา ขณะ ลว.ถึงบริเวนท้ายหมู่บ้าน ตะเนอะปูโย๊ะ ได้ตรวจพบกองดินริมทาง จำนวน 5 กอง ห่างจากถนนประมาณ  5 -15 เมตร และสังเกตเห็นว่า ลักษณะของดินดังกล่าว เป็นดินลูกรัง มีเศษหิน เศษยางซึ่งใช้ลาดพื้นถนนปะปนอยู่ จึงคาดว่าน่าจะเป็นดินที่ขุดจากพื้นถนนที่คนร้ายมักลอบขุดเพื่อวางระเบิด จึงได้สั่งการให้กำลังพล ลว.ตรวจสอบเส้นทางใกล้เคียงบริเวนริมถนนอย่างละเอียด จึงได้พบหลุมที่ขุดแล้วเสร็จ และใช้กระสอบปุ๋ยปิดปากหลุมไว้ ก่อนใช้ดินลูกรังข้างถนนปิดทับอีกชั้นหนึ่ง เพื่อพรางการตรวจสอบของ จนท. ห่างจากจุดที่พบกองดินประมาณ 50 เมตร ที่พิกัด QH 781257 หลุมดังกล่าว กว้าง 20 ซ.ม ยาว 2.7 เมตร ลึกถึงกลางถนนไม่พบวัตถุต้องสงสัยแต่ประการใด หลังเกิดเหตุ ได้ประสาน ร้อยเวร สภ.จ๊ะก๊วะ ชุด E O D  และหน่วยทหารในพื้นที่ ร่วมกันตรวจสอบที่เกิดเหตุ และ ได้ประสาน นายมะนง สะอง ผญ.หมู 3 บ้านตะเนอะปูโย๊ะ  ต.เกะรอ อ.รามัน จ.ยะลา นำปูนมาปิดปากหลุมต่อไป

2. การวิเคราะห์สถานการณ์

    2.1 ชค.ตชด.มีคำสั่งให้แต่ละ มว.ฉก.ตชด. ตรวจสอบพื้นที่อันตราย พื้นที่สูงข่มต่างๆ ในเส้นทาง หรือพื้นที่รับผิดชอบ แล้วรายงานพิกัดให้ ชค.ตชด.ทราบ

    2.2  มีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด ผกก.สภ.รามัน จ.ยะลา เมื่อ มีนาคม 2553 โดยใช้ท่อน้ำลอดถนน เป็นจุดวางระเบิด

    2.3  พื้นที่ดังกล่าว คนร้ายเคยลอบวางระเบิด แต่ จนท.ตรวจพบก่อน และได้ทำลายไปครั้งหนึ่งแล้ว และเป็นพื้นที่ ที่มีท่อลอด

    2.4  ตรวจพบกองดินซึ่งมีลักษณะผิดปกติ (ดินลูกรังปนเศษหิน เศษยาง)หลายกอง และอยู่ในพื้นเป้าหมาย เป็นพื้นที่อันตราย

     2.5. บทวิเคราะห์ข้อดีฝ่าย จนท.

          2.5.1 ผบ.มว.มีความรับผิดชอบ เอาใจใส่ผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นอย่างดี และยึดถือคำสั่งจากหน่วยเหนืออย่างเคร่งครัด ไม่ละความพยามในการค้นหาเมื่อเจอสิ่งผิดปกติ

            2.5.2 กำลังพลในหมวด มีความขยันในการออกปฏิบัติหน้าที่ มีขวัญกำลังใจดี และมีความมุ่งมั่นในภารกิจ การปกป้องตนเอง และปกป้องประชาชน

             2.5.3   กำลังพลมีความอดทน มุ่งมั่น และมีปฏิภาณไหวพริบ ช่างสังเกต จดจำสิ่งผิดปกติต่างๆ

            2.5.4 การจัดชุดลาดตระเวนได้กระทำตามหลักวิชาการ ผสมผสานกับสถานการณ์ในพื้นที่ โดยยึดหลักการเดินเท้า สลับกับการใช้ จยย.และรถยนต์

              2.5.5  ผู้บังคับบัญชา ทั้งส่วน ชค.ตชด.และ ชค.ยะลา เอาใจใส่ดูแลอย่างใกล้ชิด

3. บทสรุป

                จากการที่ มว.ฉก.ตชด.3401ได้ตรวจพบร่องรอย หรือหลุมที่คนร้ายเตรียมการไว้เพื่อฝังวัตถุระเบิด สำหรับลอบทำร้ายเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้ นับว่าเป็นเป็นอีกหนึ่งครั้งที่การปฏิบัติงานของ ตชด.ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก อันแสดงให้เห็นถึง ความมุ่งมั่น ความเอาใจใส่ ความขยันขันแข็ง ในการออกปฏิบัติงานในพื้นที่รับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ โดยเฉพาะในส่วนของผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น ตั้งแต่ ผบ.หมู่,ผบ.หมวด และ ผบ.ชค.ตชด.ที่เอาใจใส่ดูแล การปฏิบัติงานของผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่มองข้ามความไม่ปลอดภัยที่จะเกิดขึ้น เมื่อเจอสิ่งผิดปกติกับพื้นที่ในเส้นทางลาดตระเวน หรือเส้นทางรับผิดชอบ ก็ไม่ละเลยที่จะค้นหาจนเจอความจริง อย่างไม่เกรงกลัวต่อภยันตราย เหมาะสมที่จะให้หน่วยอื่นนำไปเป็นแบบอย่าง เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ต่อไป และจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงพอสรุปถึงปัจจัยหลักที่ทำให้ สามารถตรวจพบร่องรอยของหลุมระเบิดในครั้งนี้ได้ ดังนี้

      3.5.  ในส่วนของ ผบ.มว.เมื่อได้รับคำสั่งจากหน่วยเหนือ ก็รีบนำกำลังออกปฏิบัติทันทีอย่างขยันขันแข่ง

      3.5 ในส่วนปฏิบัติ ได้มีการวิเคราะห์สถานการณ์ ทั้งสภาพภูมิประเทศ และฝ่ายกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงได้อย่างถูกต้อง ถูกที่ ถูกเวลา

       3.3  กำลังพลทุกนาย มีความรับผิดชอบ ขยันขันแข่ง ไม่เกรงกลัวต่อภยันตรายที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่

       3.4  ยุทธวิธีการขุดหลุมฝังระเบิดของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ยังคงปฏิบัติในลักษณะ เดิมๆซ้ำซาก ในพื้นที่แนวร่วม ฝ่าย ตชด.จึงสามารถวิเคราะห์สถานการณ์ได้

***************************************************************************************************************************

บทเรียนจากการรบ  (Combat  Lesson  Learned) ที่ 7

             เหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน ถูกยิงเสียชีวิต ในฐานปฏิบัติการ ชฝต.(ชุดเฝ้าตรวจชายแดน)4413 ม.2 ต.นานาค อ.ตากใบ จ.นราธิวาส

1.สถานการณ์

                   1.1  วันเวลาที่เกิดเหตุ:  17 พ.ย. 2553  เวลาประมาณ 07.15 น.

                   1.2 สถานที่เกิดเหตุ:  ที่พัก(เต้นพัก)ร...ปรารถนา โชติรัตน์ ในฐานปฏิบัติการ ชุดเฝ้าตรวจชายแดน หรือ ชฝต.4413 กก.ตชด.44 ม.2 ต.นานาค อ.ตากใบ จ.นราธิวาส

              บริเวณทางเข้า ชฝต.4413                                        บริเวณลานรวมพล ในฐานฯชฝต.4413

                                     

    เต้นที่พักของ ร...ปรารถนา โชติรัตน์                        ...ทวีพงษ์ วิรุลศรี เดินตามหลังเข้าไปยิง

 

                   1.3  ลำดับเหตุการณ์:  เมื่อวันที่ 17 พ.ย. 53 เวลาประมาณ 07.15 น.ขณะที่ ร.ต.ท.ปรารถนา โชติรัตน์ อายุ 52 ปี ตำแหน่ง ผบ.มว.(สบ 1)กก.ตชด.44(นพต.รุ่น 35,นอร.นำหน่วย ปี 47)ปฏิบัติหน้าที่ หน.ชฝต.ที่ 4413 เสร็จจากภารกิจออกกำลังกายตอนเช้า ขณะเดินเข้าไปในเต้นที่พัก ได้มี ส.ต.ต.ทวีพงษ์ วิรุลศรี อายุ 27 ปี ผบ.หมู่ ร้อย ตชด.447 กก.ตชด.44 ( นักเรียนนายสิบ ฝึก 6 เดือน จบจาก กก.9 บก.กฝ.ตชด.รุ่นปี 48 ) ได้เดินเข้ามาทางด้านหลัง และใช้ ปลย.HK 33 ยิงเข้าใส่ จำนวน หลายนัด จนล้มลงเสียชีวิตที่เกิดเหตุ จากนั้นเดินวนยิงเข้าใส่รอบเต้นที่พัก จำนวน รวม 14 นัด แล้วหลบหนีไปพร้อม อาวุธที่ใช้ก่อเหตุ

                1.4  หลังเกิดเหตุ:  ส.ต.ต.ทวีพงษ์ฯ ผู้ก่อเหตุ ได้ใช้อาวุธกระบอกเดียวกัน เดินยิงเข้าใส่เต้นที่พัก ของ ร.ต.ท.ปรารถนาฯ อย่างคลุ้มคลั่งไปรอบๆที่พัก รวม 14 นัด แล้วเดินถือปืนที่ก่อเหตุหลบหนีออกไปทางหน้าป้อมยามด้านหน้า ยังได้ไปขอบุรี่ ยามหน้าฐานฯอย่างใจเย็น แล้วเดินหลบหนีไปตามถนน จากนั้น พนักงานวิทยุ และ จนท.ในฐานฯได้แจ้งผู้บังคับบัญชา และร้อยเวรคดีให้ทราบ เพื่อร่วมชันสูตรพลิกศพ และจับกุมผู้ก่อเหตุ

               จนถึงเวลาประมาณ 09.0 น.ของวันเดียวกัน ส.ต.ต.ทวีพงษ์ วิรุลศรี ก็ได้ให้เพื่อนติดต่อ ขอมอบตัว พร้อม อาวุธ เครื่องกระสุนที่ใช้ก่อแหตุ

                จากการชันสูตรบาดแผล พบว่า ร.ต.ท.ปรารถนาฯ โดนกระสุนเข้าแขนท่อนล่างด้านซ้าย โดนปากด้านล่าง และบริเวณลำตัว ทำให้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที

 

 

 

            เดินเข้ายิงในระยะประชิด                                                จากนั้นเดินยิงรอบๆเต้นที่พัก

 

      บาดแผลบริเวณ แขน ปาก และลำตัว                                      ลักษณะเบื้องต้นของผู้เสียชีวิต

 

 

2.  การวิเคราะห์เหตุการณ์

     2.1 ผู้ก่อเหตุเป็น ตร.ชั้นประทวนที่กระทำต่อ ตร.ชั้นสัญญาบัตรหรือ ผู้บังคับบัญชา จึงน่าจะมาจากมูลเหตุที่รุนแรงมากเป็น 2 เท่า จากเหตุการณ์ ทั่วๆไป โดยเฉพาะกับ ตชด.ซึ่งได้ชื่อว่า เป็นหน่วยงานที่มีระเบียบวินัยมากที่สุด ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

     2.2  ผู้ก่อเหตุเป็น ตร.ที่อบรม แค่ 6 เดือน ผ่านการอบรม การอดทด และระเบียบวินัยมาน้อยกว่า รุ่น ปกติ อีกทั้งยังมีอาการทางประสาท ต้องส่งให้ครอบครัวนำไปบำบัดมา เมื่อไม่นาน

     2.3 ผู้ก่อเหตุ มีอาการกำเหริบไม่ควรจะให้อยู่ตามลำพัง หรือ ให้มีอาวุธร้ายแรงไว้ในครอบครอง ยังปล่อยปละให้ก่อเหตุขึ้นได้

     2.4  เมื่อมีเหตุร้ายเกิดขึ้น ก็ขาดคนสั่งการ หรือตัดสินใจแทนผู้นำหน่วยซึ่งเสียชีวิต หรือ แม้แต่ผู้บังคับหมู่ รองหมวด และผู้ทำหน้าที่ เวร – ยาม

     2.5 หลังก่อเหตุ ผู้ก่อเหตุ มีโอกาสหลบหนีได้อย่างสะดวก ง่ายเกินไป ทั้งที่ในฐานฯ มีกำลัง ตชด.ที่มีขีดความสามารถ ตั้งหลายนาย

 

   นำศพ ร...ปรารถนาฯ ออกจากเต้นพัก                        ...ทวีพงษ์ฯ มอบตัวหลังก่อเหตุ

 

   พิธีรดน้ำศพ อ.สุไหโก-ลก จ.นราธิวาส                       ...ไพโรจน์ สุขี รรท.ผบ.ชค.ตชด.ร่วมพิธี

3. พฤติการณ์ก่อนก่อเหตุ

               ...ทวีพงษ์ โชติรัตน์ อายุ 27 ปี เป็นชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช นักเรียนนายสิบตำรวจ รุ่น เร่งรัด ฝึก 6 เดือน เข้ารับการฝึกอบรมที่ กก.9 บก.กฝ.บช.ตชด.สำเร็จการฝึกอบรม ปี 48 หลังจาก บรรจุเข้าทำงานที่ กก.ตชด.44 ได้ไม่นาน ก็มีอาการทางประสาท มีนิสัยก้าวร้าว มักเอาอาวุธประจำกายมายิงโดยไม่ทราบสาเหตุ และมักจะพูดข่มขู่ ว่าจะฆ่าคนโน้นคนนี้อยู่เป็นประจำ จนทาง ร...ปรารถนาฯ ได้ส่งตัวมาประจำที่ กก.ตชด.44 และติดต่อให้ญาติ(พ่อแม่) มารับต่อไปบำบัดเป็นการภายใน และเพิ่งกลับเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ในวันก่อนเกิดเหตุ เพียงหนึ่งวัน โดย ร...ปรารถนาฯ ได้เบิกอาวุธประจำกายให้ และได้พูดว่า กลัว ส...จะเอาไปปืนดังกล่าวไปยิงชาวบ้าน ทำให้ ส...ทวีพงษ์ฯ ไม่พอใจ และกล่าวอาฆาตว่า จะยิงปากผู้หมวดปรารถฯสักที.

            จากนั้น เพื่อนๆใน ฐานฯที่พักก็ช่วยกันระวังทั้งคืน เพราะเห็นอาการของ ส...ทวีพงษ์ฯ เริ่มไม่ค่อยน่าไว้วางใจแล้วในคืนก่อนก่อเหตุ แล้วรุ่งขึ้นหลังจาก ร...ปรารถนาฯ ออกกำลังกาย และ เดินตรวจบริเวณ รอบๆฐานฯที่พัก จึงได้เดินเข้าเต้น ส...ทวีพงษ์ฯ จึงเดินตามมายิงเสียชีวิต ดังกล่าว

             หลังก่อเหตุ...ทวีพงษ์ฯได้เดินยิงปืนเข้าใส่เต้น ร...ปรารถนาฯ ไปรอบๆอย่างบ้าคลั่ง รวมแล้วประมาณ 14 นัด โดยที่กำลังพลในฐานฯไม่มีใครออกมาระงับเหตุได้ จากนั้น ส...ทวีพงษ์ฯจึงเดินไปหายามที่ป้อมหน้า และขอบุรีสูบ โดยบอกว่าจะไม่ทำอะไรยามหรอก เมื่อได้บุรีสูบแล้ว จึงได้เดินหนีไปไปตามถนนหน้าฐานฯ และทราบภายหลังว่า ได้โทรศัพท์ติดต่อเพื่อนให้มารับ และไปมอบตัวดังกล่าว

4.  บทเรียนที่พึงปฏิบัติ 

     3.1 กำลังพลที่อยู่ปฏิบัติงานจะต้องได้รับการ ตรวจสอบ ประเมินการปฏิบัติงาน และสถานะภาพ ทางครอบครอบ ส่วนตัว ให้อยู่ในความพร้อมเสมอ

     3.2 หากพบสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ในเหตุการณ์ หรือ สถานการณ์ ที่เกิดขึ้นกับบุคคล จะต้องมีการตรวจสอบอย่างใกล้ชิด ไม่ปล่อยปละละเลย และรีบแก้ไขให้ลุล่วงโดยเร็ว

     3.3 กำลังพลในสนาม หรือ ในที่ตั้งก็แล้วแต่ ต้องมีความพร้อมเผชิญเหตุเสมอ ไม่ว่าเหตุนั้นจะเกิดกับใคร เมื่อไร ต้องมีผู้ตัดสินใจแก้ปัญหาเป็นลำดับ ขั้นตอนเสมอ

     3.4 หากเกิดปัญหากับกำลังพลคนหนึ่งคนใด อย่าปล่อยให้โดดเดี่ยว ต้องมีคู่บัดดี้ประกบ ดูแลกันและกันอย่างใกล้ชิด และรายงานผู้บังคับบัญชาเป็นระยะ

โดย............................

                                                                                                                                                    ด.ต.วิชัย  บุญล้ำ

                                                                                                                                            ผบ.หมู่ กก.8 บก.กฝ.ฯ/จัดทำ 

...............................................................................................................................................................................................................................................................................................

บทเรียนจากการรบ (Combat  Lesson  Learned)ที่  8                   

         เหตุ คนร้ายลอบวางระเบิด ชป.ทหารพราน สังกัด ทพ.41 ขณะ ลว.เส้นทางสายเลียบทางรถไฟ เขตรอยต่อระหว่าง ต.กายูบอเกาะ กับ ต.กอตอตือร๊ะ อ.รามัน จ.ยะลา

1.สถานการณ์:

    1.1 วัน เวลา ที่เกิดเหตุ วันที่  30  เมษายน  2554  เวลาประมาณ 10.20 น.

    1.2 สถานที่เกิดเหตุ    1. ถนนเลียบทางรถไฟ  ม.4  ต.กอตอตือระ  อ.รามัน  จ.ยะลา  (จุดที่ 1 )

                                           2. คอสะพานถนนเลียบทางรถไฟ ม.4 ต.กายูบอเกาะ อ.รามัน จ.ยะลา (จุดที่ 2 )

 

    1.3 ลำดับเหตุการณ์:

              ขณะที่ จนท. ทหารพราน สังกัด ทพ.41 ออก ลว.เส้นทางสายเลียบทางรถไฟเขตติดต่อระหว่าง ต.กายูบอเกาะ กับ ต.กอตอตือร๊ะ อ.รามัน จ.ยะลา โดยใช้รถยนต์ 6 ล้อ ของทางราชการ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ได้มีคนร้ายไม่ทราบชื่อและจำนวน ซุ่มอยู่ข้างทางกดระเบิด จำนวน 2 ลูก เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ทหารพราน ฯ ได้รับบาดเจ็บจำนวน 4 นาย และเมื่อได้รับแจ้งเหตุ จนท.ทหารพรานอีกชุดได้เข้าช่วยเหลือ ระหว่างทางซึ่งเป็นถนนเลียบทางรถไฟบริเวณคอสะพานใกล้ ร.ร.บ้านพอเม็ง ม.4 ต.กายูบอเกาะ อ.รามัน ฯ ได้มีคนร้ายไม่ทราบชื่อและจำนวนได้กดระเบิดและยิงซ้ำ ทำให้เกิดการปะทะกันขึ้น และเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ทหารพรานชุดดังกล่าว เสียชีวิตจำนวน 2 นาย และได้รับบาดเจ็บ จำนวน 5 นาย

2. การวิเคราะห์สถานการณ์

    2.1 ก่อนเกิดเหตุประมาณ 1 อาทิตย์ ในพื้นที่(หลัง สภ.รามันฯ) มีเหตุ ทหารพรานร่วมกับ สืบสวนคดีสำคัญ ศชต.ทำการปิดล้อมหมู่บ้าน และได้วิสามัญฆาตกรรมแนวร่วม ผกร. 1 ศพ แต่ผู้ตายไม่มีหมายจับ พรก.ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์จาก ปช.ในพื้นที่ เป็นเหตุให้แนวร่วม ผกร.ได้มวลชนจาก ปช.โดยปริยาย

    2.2 พิ้นที่ก่อเหตุระเบิดทั้ง สองลูกแรก เป็นเส้นทางบังคับเลียบทางรถไฟ ถนนแคบ มีความกว้างอยู่ในขีดจำกัดของการใช้ถนนของ รถยนต์(กว้าง 3-4เมตร)ทำให้ จนท.ไม่สามราถบังคับรถยนต์ เลี่ยงเส้นทางได้ ในพื้นที่อันตราย

     2.3 พื้นที่เกิดเหตุมีกองกำลังทหารพรานอยู่ในโรงเรียน แต่ถูกยิงกดดันไม่ให้ออกมาช่วย ในขณะที่ทางเข้าที่เกิดเหตุมี 2 ทาง

              - ทางที่ 1 ชุดสนัสนุนเข้าช่วยเหลือ ประกอบด้วย ตร.สภ.รามันฯ และ ชป.วี 150 กก.ตชด.42 เข้าทางสะพานตอแล อยู่ด้านหน้า สภ.รามันฯ แต่ถูกสกัดด้วยตะปูเรือใบ และวัตถุต้องสงสัย ทำให้ต้องเสียเวลาในการเข้าเคลียร์เส้นทาง(ทางนี้ไปช้าแต่ปลอดภัยจนถึงที่เกิดเหตุระเบิดลูกที่ 1

             - ทางที่ 2 ชุดสนับสนุนเข้าช่วยเหลือประกอบด้วย ทหารพรานอีกหน่วย ทหารหลัก อส.และอื่นๆเข้าทางด้านหลัง สภ.รามันฯ ซึ่งมีเหตุ ผกร.ยิงสกัด ทหารพราน ในโรงเรียนพอเม็ง แต่ไม่มีการสกัดเส้นทางแต่อย่างใด(ทหารพรานชุดแรกผ่านพื้นที่อันตรายซึ่งเป็นคอสะพาน ก็โดนระเบิดลูกที่ 2 เสียชีวิต และบาดเจ็บ)

3. บทสรุป

     3.1 ก่อนก่อเหตุร้าย แทบทุกครั้ง ผกร.จะต้องวิเคราะห์สถานการณ์ฝ่ายเราจน ทราบความเคลื่อนไหวฝ่าย จนท.ชัดเจน ความเคยชิน และการปฏิบัติประจำ รวมถึงต้องหาแนวร่วมในพื้นที่ก่อเหตุ

    3.2 หากมีเหตุการณ์ในพื้นที่ จนนำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างประชาชนในพื้นที่ กับ จนท.ของรัฐที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ นั้นละคือโอกาสเอื้ออำนวยในการก่อเหตุร้ายของ ผกร.ในพื้นที่นั้นๆ

   3.3   พื้นที่สังหาร พื้นที่อันตราย ที่ ผกร.กระทำต่อฝ่าย จนท.มักจะเป็นพื้นที่ เดิมๆ เช่นทางร่วม ทางแยก เนินเขา คอสะพาน ทางแคบๆ หรือ พื้นที่บังคับ เสมอๆ

   3.4  พื้นที่ก่อเหตุ ผกร.มักปล่อยให้ จนท.เข้าสู่สถานการณ์ในลักษณะ ปลาเข้าไซ บีบบังคับเส้นทางด้วยเครื่องกีดขวาง ต่างๆ ดังเช่น ทุกๆพื้นที่

   3.5   หาก จนท.เข้าพื้นที่เกิดเหตุ ถึงแม้จะช้าสักนิด แต่จะต้องเคลื่อนกำลังอย่างใช้ยุทธวิธี ในการผ่านพื้นที่อันตราย และคำนึงเสมอว่า หลังเกิดเหตุแต่ละครั้ง ผกร.จะต้องหาโอกาสดักเล่นงาน ซุ่มโจมตี กองกำลังของ จนท.ที่เข้าช่วยเหลือในพื้นที่เกิดเหตุแน่นอน เสมอๆ

 

แผนที่สังเขปแสดงจุดระเบิด ที่ 1

 

                             ระเบิดรถยนต์ 6 ล้อ หน่วย ลว.ทหารพราน ด้วยระเบิดถังแก๊ส 2 ลูกซ้อน

 

 

แผนที่สังเขปแสดงจุดระเบิด ลูกที่ 2

 

 

โดย…………………

                                          .. วิชัย  บุญล้ำ         ผบ.หมู่ กก.8ฯ/ชปส.ชค.ตชด.

.............................................................................................................................................................................................................................................................................................

บทเรียนจากการรบ  (Combat  Lesson  Learned)ที่  9

             เหตุ ผู้ก่อการร้าย(ผกร.)ลอบวางระเบิด ตร.สภ.โกตาบารู อ.รามัน จ.ยะลา บริเวณศาลาริมถนน ทางเข้าบ้านไบก์ ม.5 ต.บุดี อ.เมือง จ.ยะลา และ เสาไฟฟ้า ริมถนนสาย ยะลา - รามัน ม.1 โกตาบารู อ.รามัน จ.ยะลา จำนวน 2 จุด

 

1.สถานการณ์

                   1.1  วันเวลาที่เกิดเหตุ:  9 พ.ค. 54 เวลาประมาณ 20.30 น.และ 10 พ.ค.54 เวลา 11.00 น.

                   1.2 สถานที่เกิดเหตุ:  จุดที่ 1 เมื่อ 9 พ.ค. 54 เวลาประมาณ 20.30 น. บริเวณเสาไฟฟ้าริมถนนสาย ยะลา -รามัน ม.1 ต.โกตาบารู อ.รามัน จ.ยะลา

                                                   จุดที่ 2 เมื่อ 10 พ.ค.54 เวลาประมาณ 11.00 น.บริเวณศาลาทางแยกเข้า บ้านไบ้ ม.5 ต.บุดี อ.เมือง จ.ยะลา คนร้ายได้จุดชนวนระเบิดขึ้น

                 1.3  ลำดับเหตุการณ์: เมื่อ 9 พ.ค. 54 เวลาประมาณ 20.30 น. คนร้ายไม่ทราบจำนวนได้ลอบวางระเบิด บริเวณเสาไฟฟ้าริมถนนสาย ยะลา -รามัน ม.1 ต.โกตาบารู อ.รามัน จ.ยะลา เมื่อ ตร.สภ.โกตาบารู อ.รามัน จ.ยะลา ได้รับแจ้งเหตุ มีเสียงระเบิดเกิดขึ้น 1 ครั้ง ที่บริเวณดังกล่าว จึงได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ แต่เนื่องจากเป็นเวลากลางคืน และไม่มีผู้เสียหาย จึงได้หยุดการค้นหา จึงได้กลับไป

                         จากนั้น ในวันที่ 10 พ.ค. 54 จนท.ตร.สภ.โกตาบารูฯ ได้กลับมาค้นหาตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้งหนึ่ง จึงได้พบร่องรอยระเบิดที่ เสาไฟฟ้าริมถนนสาย ยะลา – รามัน ม.1 ต.โกตาบารู อ.รามัน จ.ยะลา จึงได้แจ้งให้ส่วนเกี่ยวข้อง  ชุด EOD และ ชุดพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ในขณะที่ ตร.สภ.โกตาบารูฯ รอให้ส่วนเกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ตร.ดังกล่าว 2 นาย ได้เดินไปนั่งในศาลาริมทาง ซึ่งอยู่ห่างจากจุดระเบิดจุดแรก(เสาไฟฟ้า)ประมาณ 200 เมตร ก็เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่บริเวณที่นั่งในศาลาริมทาง ทำให้ จนท.ตร.ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย(ขาขาด 1 นาย) ศาลาที่พักได้รับความเสียหาย ส่วนเสาไฟฟ้าได้รับความเสียหายเล็กน้อย

                1.4  หลังเกิดเหตุ:เนื่องจากพื้นที่เกิดเหตุทั้ง 2 จุด อยู่ในพื้นที่แขตรอยต่อระหว่าง หมู่ 1 ต.โกตาบารู อ.รามัน จ.ยะลา และ หมู่ 5 บ้านไบก์ ต.บุดี อ.เมือง จ.ยะลา ทาง สภ.เมืองยะลา จึงแจ้งให้ ชุดเคลื่อนที่เร็ว ของ มลายูบางกอก จาก มว.ฉก.ตชด.3101 เข้ารักษาที่เกิดเหตุ และอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานของ จนท.ที่เกี่ยวข้องต่างๆ ชปส.ชค.ตชด.ประกอบกอบด้วย ด.ต.วิชัย บุญล้ำ ,ด.ต.ประพันธ์ อนงค์ ,ด.ต.สุภชัจจ์ ศรีเทพ และ ด.ต.มงคล ภารา จึงได้สนับสนุนการปฏิบัติ เข้าร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุดังกล่าว แล้วนำมาวิเคราะห์เหตุการณ์จัดทำเป็นบทเรียนจากการรบได้ดังนี้

 

2.  การวิเคราะห์เหตุการณ์

     2.1  ลักษณะการประกอบ IED

             จุดที่ 1 ผู้ก่อเหตุรุนแรงประกอบ IED โดยใช้กล่องเหล็กเชื่อมขึ้นรูปภายในบรรจุ ANFO เป็นดินระเบิดหลักใช้เชื้อปะทุไฟฟ้าในหลอดดินขยายการระเบิดเป็นตัวจุด ควบคุมการจุดระเบิดโดยการลากสายไฟบังคับจุด

             จุดที่ 2   ผู้ก่อเหตุรุนแรงประกอบ IED โดยใช้กล่องเหล็กเชื่อมขึ้นรูปทรงสี่เหลี่ยม ภายในบรรจุ  ANFO เป็นดินระเบิดหลักใช้เหล็กเส้นขนาด 2,3 หุน/โซ่รถ จยย. ตัดท่อนทำเป็นส่วนสังหาร ใช้เชื้อปะทุไฟฟ้าในหลอดดินขยายการระเบิดเป็นตัวจุดควบคุมการจุดระเบิดด้วยวิทยุสื่อสารแบบมือถือ

       2.2  ตำแหน่ง/รูปแบบ การวาง IED  

               จุดที่ 1 ผู้ก่อเหตุรุนแรงนำ IED  แขวนติดไว้กับโคนเสาไฟฟ้า ริมถนนสาย ยะลา รามัน ต่อสายไฟยาวประมาณ 60 ม. เข้าไปยังตำแหน่งซุ่มจุดระเบิดภายในสวนยางพารา

                จุดที่ 2 ผู้ก่อเหตุรุนแรงนำ IED วางไว้ใต้ที่นั่งในศาลาที่พักริมทาง

       2.3   ผู้ก่อเหตุรุนแรง(ผกร.)มีการวางแผนเป็นอย่างดี  เป็นขั้นตอน

       2.4 ผกร.รู้ และ ศึกษาพฤติกรรม ในการเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุต่างๆ หลังเกิดเหตุ จึงได้วางแผนอย่างรอบคอบ รอเวลาที่ปฏิบัติอย่างอดทน ใจเย็น

 

3.  บทเรียนที่พึงปฏิบัติ 

     3.1 จนท.ต้องหมั่นสังเกตุสิ่งผิดปกติอย่างรอบคอบ  ใช้ประสบการณ์  กรณีศึกษา จากเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในอดีต ให้เป็นประโยชน์ให้มากที่สุด

     3.2   เมื่อเกิดเหตุการณ์ต่างๆขึ้น ไม่ว่าจะเหตุระเบิด ซุ่มยิง หรือ เหตุทำร้ายร่างกาย ชีวิต หรือ ทรัพย์สิน ก็แล้วแต่ ให้วิเคราะห์ว่า

               - หาก เป้าหมายไม่รุนแรง ไม่เด่นชัด ไม่หวังผลที่เกิดในครั้งแรกมากนัก ก็มักจะเป็นการกระทำเพื่อลวง เพื่อรอที่จะกระทำเหตุซ้ำซ้อน เสมอ

               - หากเกิดเหตุขึ้นในที่ ใดๆ ให้ ตรวจสอบพื้นที่ ชั้น นอก ชั้นใน ในรัศมี ไม่น้อยกว่า 500 เมตร อาจมีการกระทำซ้ำซ้อนได้เสมอ

                 - พึงระวังเส้นทางเข้าพื้นที่เกิดเหตุ จากหน่วยกำลังต่างๆเข้าเป้าหมาย ให้วิเคราะห์จากสิ่งกีดขวางระหว่างเส้นทาง ถึงพื้นที่เกิดเหตุ หากมีการขัดขวาง จากเครื่องกีดขวางมักจะปลอดภัย หากปล่อยให้เส้นทางสะดวก ผกร.มักลวงไว้เพื่อดักก่อเหตุใหญ่ เสมอๆ

     3.3 ให้ตรวจสอบสิ่งผิดปกติ  ในรัศมีที่เกิดเหตุ ในส่วนที่เป็นเป้าหมายเด่น เช่น ทางร่วม ทางแยก ศาลาที่นั่งพัก (แม้ว่า ปช.จะใช้เป็นที่พักอยู่แล้วก็ตาม) ใต้ต้นไม้ใหญ่ หรือ ที่อื่นๆที่อำนวยความสะดวกสบาย ในความเคยชินของมนุษย์

     3.4 อย่าไว้วางใจในเหตุการณ์ จนกว่ากำลังส่วนใหญ่ที่ร้องขอสนับสนุนจะมาถึง และได้รับการตรวจสอบ จาก ชุด E O D และ กองพิสูจฯหลักฐาน ได้ตรวจสอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว

3.5 การแต่งกาย ของ จนท.ขณะปฏิบัติงานเข้าตรวจสอบที่เกิดแหตุ หรือ เข้าปฏิบัติงาน จะต้องมีความพร้อมตลอดเวลา ตามระเบียบ ตามคำสั่ง เช่น สัญญาณบอกฝ่าย เสื้อเกราะ หมวกกันกระสุน หรือ อื่นๆที่ได้รับมอบประกาย ประจำชุด

แผนที่แสดงพื้นที่เกิดเหตุ 1

 

แผนที่แสดงพื้นที่เกิดเหตุ 2

 

                                                            

 

 

แผนที่แสดงพื้นที่เกิดเหตุ 3

 

 

 

แผนที่แสดงพื้นที่เกิดเหตุ 4

 

 

 

แผนที่แสดงพื้นที่เกิดเหตุ 5

 

 

  

                                                             ด.ต.   วิชัย  บุญล้ำ                ผบ.หมู่ กก.๘ฯ/ชปส.ชค.ตชด./จัดทำ

 

 

 

 

 

 

 

 ..............................................................................................................................................................................................................................................................................................

บทเรียนจากการรบ  (Combat  Lesson  Learned)ที่  10

             เหตุ ผู้ก่อการร้าย(ผกร.)ลอบวางระเบิด จนท.ฝ่ายปกครอง นำโดย นายอาสมัน  เฮาะมะสะเอะ  ปลัด หน.ฝ่ายบริหาร และ จนท.อส.อ.กาบัง .ยะลา ขณะที่  จนท.  3  ฝ่าย  เดินทางไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ  เหตุชาวบ้านเหยียบกับดักระเบิด ในสวนยาง บ้านควนโจ หมู่ 3 .กาบัง อ.กาบัง จ.ยะลา  เมื่อเวลาประมาณ  03.00  น.  ระหว่างทางได้มีคนร้ายจุดชนวนระเบิดที่ฝังอยู่ใต้ผิวถนน  จึงเกิดระเบิดขึ้นตรงจุดที่เป็น  รถยนต์กระบะของ  จนท.ฝ่ายปกครอง  เป็นเหตุให้ นายอาสมัน  เฮาะมะสะเอะ  ปลัด หน.ฝ่ายบริหาร อ.กาบัง  และ อส.อิสมาน  เจ๊ะหนิ  เสียชีวิต อยู่ในสถานที่เกิดเหตุ  จนท.ฝ่ายปกครอง ได้รับบาดเจ็บ  4  คน รถยนต์กระบะได้รับความเสียหาย  1  คัน 

                ต่อเวลาประมาณ  08.00  น.  จนท.EOD ฉก.อโนทัย เข้าร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ ระหว่างตรวจเหตุอยู่นั้นได้เกิดเหตุระเบิดขึ้น 1 ครั้ง  เป็นเหตุให้ ส.อ.นิยม แป้นนรินทร์ ได้รับบาดเจ็บ

 

 

1.สถานการณ์

                   1.1  วันเวลาที่เกิดเหตุ:  1  มิ.ย. 54 เวลาประมาณ 03.00 น.และ07.00.,08.00 น.เวลาต่อเนื่องกัน

                   1.2 สถานที่เกิดเหตุ:  จุดที่ 1 เมื่อ 1 มิ.ย. 54 เวลาประมาณ 03.00 น. บริเวณสวนยาง หมู่ 3 บ้านควนโจ ต.กาบัง อ.กาบัง  จ.ยะลา ปช.ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

                                                   จุดที่ 2 เมื่อ 1 มิ.ย.54 เวลาประมาณ 07.00 น.บริเวณบนถนนภายในหมู่บ้านควนโจ ต.กาบัง อ.กาบัง จ.ยะลา ปลัดอำเภอกาบัง เสียชีวิต พร้อม อส.2 ราย บาดเจ็บ อีก 4 ราย

                                                    จุดที่ 3 เมื่อ 1 มิ.ย.54 เวลาประมาณ 08.00 น.บริเวณข้างถนนภายในหมู่บ้านควนโจ ต.กาบัง อ.กาบัง จ.ยะลา จนท.ทหาร ชป. E O D บาดเจ็บ 1 ราย

                   1.3  เมื่อวันที่  1  มิถุนายน  2554  เวลาประมาณ  03.00  น.  ศูนย์สื่อสาร  สภ.กาบัง  ได้รับแจ้งว่ามีชาวบ้านเหยียบกับดักระเบิด  ภายในสวนยางพาราที่เกิดเหตุ  ได้รับบาดเจ็บ  ทราบชื่อภายหลังคือ  นายรังสี  ศุภศร  และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา  เพื่อรักษาตัว

 

 

 

 

                                            แผนที่สังเขป และ ภาพแสดงพื้นที่ระเบิดลูกที่ 1

 

 

                   1.4  เมื่อวันที่  1  มิถุนายน  2554  เวลาประมาณ  07.00  น.  ขณะที่  จนท.  3  ฝ่าย  เดินทางไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ  เหตุชาวบ้านเหยียบกับดักระเบิด  เมื่อเวลาประมาณ  03.00  น.      ระหว่างทางได้มีคนร้ายจุดชนวนระเบิดที่ฝังอยู่ใต้ผิวถนน  จึงเกิดระเบิดขึ้นตรงจุดที่เป็น  รถยนต์กระบะของ  จนท.ฝ่ายปกครอง  เป็นเหตุให้ นายอาสมัน  เฮาะมะสะเอะ  ปลัด หน.ฝ่ายบริหาร อ.กาบัง  และ อส.อิสมาน  เจ๊ะหนิ  เสียชีวิต อยู่ในสถานที่เกิดเหตุ  จนท.ฝ่ายปกครอง ได้รับบาดเจ็บ  4  คน รถยนต์กระบะได้รับความเสียหาย  1  คัน 

                ต่อเวลาประมาณ  08.00  น.  จนท.EOD ฉก.อโนทัย เข้าร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ ระหว่างตรวจเหตุอยู่นั้นได้เกิดเหตุระเบิดขึ้น 1 ครั้ง  เป็นเหตุให้ ส.อ.นิยม แป้นนรินทร์ ได้รับบาดเจ็บ

 

                                             แผนที่สังเขป แสดงจุดเกิดเหตุระเบิด ทั้ง 3 จุด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

2.  การวิเคราะห์เหตุการณ์

     2.1  ลักษณะการกระทำ

             จุดที่ 1 วางระเบิดเป้าหมายที่เป็นชาวบ้านกรีดยาง ไม่สำคัญต่อเป้าหมาย ใช้ระเบิดแบบแสวงเครื่องสดุด เพื่อเป็นการทดลองการประกอบวงจรระเบิดลูกต่อไป

             จุดที่ 2 ใช้ระเบิดแบบลากสายไฟ กดชนวนด้วยสวิทย์มีความแม่นยำในการปฏิบัติ และเลือกเป้าหมายได้ 

             จุดที่ 3 เป็นการวางระเบิดแบบแสวงเครื่องเหมือนลูกที่ 1 ที่กระทำเพื่อหวังทดสอบความแม่นยำในการปฏิบัติ และยังเป็นเป้าล่อให้ จนท.เข้าหาเป้าหมายที่วางไว้

       2.3   ผู้ก่อเหตุรุนแรง(ผกร.)มีการวางแผนเป็นอย่างดี  เป็นขั้นตอน

       2.4 ผกร.รู้ และ ศึกษาพฤติกรรม ในการเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุต่างๆ หลังเกิดเหตุ จึงได้วางแผนอย่างรอบคอบ รอเวลาที่ปฏิบัติอย่างอดทน ใจเย็น

3.  บทเรียนที่พึงปฏิบัติ 

     3.1 จนท.ต้องหมั่นสังเกตุสิ่งผิดปกติอย่างรอบคอบ  ใช้ประสบการณ์  กรณีศึกษา จากเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในอดีต ให้เป็นประโยชน์ให้มากที่สุด

     3.2   เมื่อเกิดเหตุการณ์ต่างๆขึ้น ไม่ว่าจะเหตุระเบิด ซุ่มยิง หรือ เหตุทำร้ายร่างกาย ชีวิต หรือ ทรัพย์สิน ก็แล้วแต่ ให้วิเคราะห์ว่า

               - หาก เป้าหมายไม่รุนแรง ไม่เด่นชัด ไม่หวังผลที่เกิดในครั้งแรกมากนัก ก็มักจะเป็นการกระทำเพื่อลวง เพื่อรอที่จะกระทำเหตุซ้ำซ้อน เสมอๆ

               - หากเกิดเหตุขึ้นในที่ ใดๆ ให้ ตรวจสอบพื้นที่ ชั้น นอก ชั้นใน ในรัศมี ไม่น้อยกว่า 500 เมตร อาจมีการกระทำซ้ำซ้อนได้เสมอ

                - พึงระวังเส้นทางเข้าพื้นที่เกิดเหตุ จากหน่วยกำลังต่างๆเข้าเป้าหมาย ให้วิเคราะห์จากสิ่งกีดขวางระหว่างเส้นทาง ถึงพื้นที่เกิดเหตุ หากมีการขัดขวาง จากเครื่องกีดขวางมักจะปลอดภัย หากปล่อยให้เส้นทางสะดวก ผกร.มักลวงไว้เพื่อดักก่อเหตุใหญ่ เสมอๆ

                   - ก่อนถึงที่เกิดเหตุในรัศมีที่ ผกร.วางแผนกระทำต่อ จนท.เสมอ ทำให้ จนท.ระวังตัว แต่ครั้งนี้ ผกร.เลือกกระทำ(วางระเบิด)ในพื้นที่ที่ห่างจากจุดเกิดเหตุ(4-5กม.)ทำให้ฝ่าย จนท.ชะล่าใจ ไม่ได้ระวังตัวเท่าที่ควร

     3.3 อย่าไว้วางใจในเหตุการณ์ จนกว่ากำลังส่วนใหญ่ที่ร้องขอสนับสนุนจะมาถึง และได้รับการตรวจสอบ จาก ชุด E O D และ กองพิสูจฯหลักฐาน ได้ตรวจสอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว

     3.4  ก่อนเข้าพื้นที่เกิดเหตุ ในทุกๆครั้ง หิ้เคราะหสถานการณ์แล้ว ใช้ วิธีเดินเท้า สำรวจสองข้างทาง เพื่อเข้าเกิดที่เกิดเหตุ เสมอๆ แม้จะต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ ยิ่งเป็นเป้าหมายที่คุ้มค่า(ผู้บังคับบัญชาชั้นสูง)

      3.5 การเดินทางเข้าจุดเกิดเหตุแต่ละครั้งห้ามไปแบบโดดเดี่ยว ต้องไปเป็นรูปขบวนลาดตระเวนทางยุทธวิธี มีหัว หาง และ ปีก เสมอๆ

                                                                                                                              ด.ต. วิชัย  บุญล้ำ ผบ.หมู่ กก.8 บก.กฝ.ฯ/จัดทำ

...................................................................................................................................................................................................................................................


บทเรียนจากการรบ  (Combat  Lesson  Learned)ที่  11

             เหตุ ผู้ก่อการร้าย(ผกร.)ลอบวางระเบิด จนท.ชปส.ชค.ตชด.ยะลา ประกอบด้วย ด.ต.สมวงศ์ นิระโส ผบ.หมู่ กก.5 บก.กฝ.บช.ตชด.อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่,ด.ต.นิพัฒน์พร โกสุมา ผบ.หมู่ กก.ตชด.31 อ.เมือง จ.พิษณุโลก, ด.ต.พิษณุ ขุนแก้ว ผบ.หมู่ กก.ตชด.32 จ.พะเยา และ ด.ต.ถิระภาพ อิ่นมีกุล ผบ.หมู่ กก.ตชด.32 จ.พะเยา  ขณะที่ จนท.ชปส.ชค.ตชด.ยะลา ทั้ง 4 นาย ปฏิบัติหน้าที่ ดูแลความสงบให้กับประชาชน โดยการลาดตระเวนทางเท้า ในโซลรับผิดชอบ บริเวณถนน ผังเมือง 5 หลัง ศชต.

           แรงระเบิดเป็นเหตุให้ ด.ต.สมวงศ์ นิระโส,ด.ต.พิพัฒน์พร โกสุมา บาดเจ็บสาหัส 2 นาย และ ด.ต.พิษณุ ขุนแก้ว,ด.ต.ถิรภาพ อิ่นมีกุล  บาดเจ็บเล็กน้อย 2 นาย

1.สถานการณ์

                   1.1  วันเวลาที่เกิดเหตุ:  8 ส.ค. 54  เวลาประมาณ 06.30

                   1.2 สถานที่เกิดเหตุ:  บริเวณ ใต้ม้านั่งหินอ่อน ริมทางเท้าตรงข้ามร้านสะดวกซื้อ ถนนผังเมือง 5 ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา พิกัด QH 526233

                1.3  เมื่อวันที่  8 สิงหาคม  2554  เวลาประมาณ  06.05  น.  เกิดเหตุระเบิดขึ้นหนึ่งครั้ง บริเวณใต้ม้าหินอ่อน ซึ่งวางอยู่ริมทางเท้าข้างชายคาบ้านห้องแถว อยู่ฝั่งตรงข้ามร้านสะดวกซื้อ ซอยผังเมือง 5 ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา หลัง ศชต.ในขณะที่ จนท.ชปส.ชค.ตชด.ทั้ง 4 นาย เดินเข้าไปใกล้บริเวณดังกล่าว แรงระเบิดเป็นเหตุให้ ด.ต.สมวงศ์ฯ ได้รับบาดเจ็บที่ตาขวา และกระดูกเท้าขวาแตก , ด.ต.นิพัฒน์พรฯ บาดเจ็บที่ใบหน้าซีกขวา แขนด้านขวา ส่วน ด.ต.พิษณุฯและ ด.ต.ถิรภาพฯ บาดเจ็บเล็กน้อย แพทย์อนุญาตให้กลับได้

2.พฤติการณ์แห่งคดี

                   2.1 ตาม วัน เวลา ดังกล่าว ด.ต.สมวงศ์ นิระโส พร้อมพวก 4 นาย ได้รับคำสั่งมอบหมาย จาก กอ.รมน.จว.ยะลา ให้ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยพื้นที่เขตเทศบาลนครยะลา(เซฟตี้โซล) บริเวณย่านการค้าหลังกองร้อย(ด้านหลัง ศชต.)โดยให้ รปภ.ในช่วงวิกฤต คือ เวลา 05.00 – 09.00 น.และ เวลา 15.00 – 20.00น.ก่อนเกิดเหตุ ด.ต.สมวงศ์ฯ พร้อมพวก ได้เดินทางจากที่พัก โดย รยบ.อีซูซุ กค.49997 เมื่อเวลา 05.00 น.จากนั้นได้นำ รยบ.ฯมาจอดตรงม้าหินอ่อนดังกล่าวซึ่งวางไว้ริมทางเท้า จนท.ทั้ง 4 นาย ได้ เดินลาดตระเวนทางเท้าเพื่อดูแลความสงบให้เขตรับผิดชอบ ตั้งแต่พื้นที่จอด รยบ.หน้าร้านสะดวกซื้อ ตลอดถึงประตูด้านหลัง ศชต.จนถึง 3 แยก ร้านขาย นสพ. จากนั้น เมื่อเวลาประมาณ 06.05 น. จนท.ทั้ง 4 นาย ได้เดินกลับมาที่ จอด รยบ.ฯ เพื่อ พักผ่อนอิริยาบถ โดย ด.ต.สมวงศ์ฯ ได้นำเก้าอี้นั่งปลาสติกที่ติดรถมา ลงไปนั่งด้านข้างของม้าหินอ่อน ด้านซ้ายของโต๊ะหินอ่อน ส่วน ด.ต.นิพัฒน์พรฯได้เดินไปยืนอยู่ด้านหลังพนักพิงของโต๊ะหินอ่อน ในขณะที่ ด.ต.พิษณุฯ ยืนอยู่ท้ายรถยนต์ และ ด.ต.ถิรภาพฯ ได้เดินออกมาจากร้านสะดวกซื้อ  เป็นเวลาเดียวกันก็เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่ใต้โต๊ะหินอ่อนทันที

3.  การวิเคราะห์เหตุการณ์/จุดอ่อน จุดแข็ง/ฝ่ายเรา ฝ่ายตรงข้าม

     3.1  การวิเคราะห์เหตุการณ์

            ก) ภารกิจการลาดตระเวนของ ชปส.ชค.ยะลา เป็นภารกิจ เดิมๆที่ได้รับมอบหมายให้กระทำในลักษณะซ้ำซาก ทั้ง พื้นที่ เส้นทาง และเวลา โดยไม่สามารถที่จะเลือกปฏิบัติได้

            ข)  ลักษณะพื้นที่ ที่ปฏิบัติ ไม่สามารถที่จะยึดครองพื้นที่ได้ตลอดเวลา เพราะต้องมอบหมายให้หน่วยรับผิดชอบอื่น ดูแลต่อ ในห่วงเวลาที่ต่างกัน จึงเปิดช่องว่างให้กลุ่มผู้ก่อการร้ายมีช่องว่างในการปฏิบัติ

            ค)  การตรวจสอบ และการสังเกตุสิ่งผิดปกติต่างๆของ ชป.ชปส.ฯ ยังไม่มีความละเอียด รอบคอบเท่าที่ควร (ทราบว่า ได้มีการตรวจสอบใต้ม้านั่งหินอ่อนดังกล่าวแล้ว แต่ไม่สามารถตรวจพบได้)

      3.2 จุดอ่อน(weakness)

             ก) ฝ่ายเรา

                  - ถูกจำกัดด้วยภารกิจ เวลา และสถานที่

             ข) ฝ่ายตรงข้าม

                  - ไม่สามารถเปิดเผยตัว และสังเกตุการณ์ได้ในระยะห่างเป้าหมาย

       3.3 จุดแข็ง(strength)

              ก) ฝ่ายเรา

                   - มีการฝึก การสังเกตการณ์มาอย่างดี เฝ้าระวังตัวอยู่ตลอดเวลา และมีอุปกรณ์ป้องกันตัวเสมอ

              ข) ฝ่ายตรงข้าม

                   - มีความสามารถในการหาข่าวอย่างไม่ละความพยายาม และเก่งทางด้านการวางระเบิด

 4. บทเรียนที่ได้รับ/แนวทางแก้ไข/ข้อเสนอแนะ/มาตรการป้องกันของหน่วย

     4.1 การปฏิบัติต่างๆจะต้องมีการมอบหมายให้ปฏิบัติ แบบหน่วยใดหน่วยหนึ่ง มีพื้นที่ปฏิบัติ และวันเวลา ที่สามารถรับผิดชอบพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

     4.2  ชป.ลว.จะต้องเรียนรู้ และมีความชำนาญในเรื่องของการสังเกตสิ่งผิดปกติต่างๆ ในเส้นทาง ในพื้นที่รับผิดชอบ ประจำๆ อย่างมีทักษะ และขี้สงสัยในทุกกรณี

     4.3  ไม่ทำในสิ่งซ้ำซาก เสมอๆ เช่น เวลา สถานที่ หรือ นิสัย เดิมๆ

     4.4  พึงสังเกตพฤติการณ์ของคนแปลกหน้าใน รัศมีปฏิบัติการณ์

     4.5  ชป.ที่เข้าพื้นที่เกิดเหตุ จะต้องกันที่เกิดเหตุในรัศมีตามหลักวิชาการ เพื่อกันเหตุซ้ำซ้อน และการทำลายหลักฐาน ต่างๆ(มีการตรวจพบวัตถุต้องสงสัย ใกล้พื้นที่เกิดเหตุ)

                                                                                                                               ด.ต. วิชัย  บุญล้ำ

                                                                                                                                (  วิชัย  บุญล้ำ )

                                                                                                                                  ชปส.ชค.ตชด.

....................................................................................................................................................................................................................................................

บทเรียนจากการรบ  (Combat  Lesson  Learned)ที่ ๑๒

                                       เหตุการณ์

        กลุ่มผู้ก่อการร้าย ลอบวางระเบิด จนท.ร้อย ฉก.ตชด.๔๔๒

๑.สถานการณ์

                   ๑.๑  วันเวลาที่เกิดเหตุ:    พ.ย. ๕๔  เวลา ๐๙.๒๕ น.       

                 ๑.๒ สถานที่เกิดเหตุ:   บริเวณบนถนนทางเข้านิคมสร้างตนเองกือลอง บ.อูแตปูโล๊ะ หมู่ ๑๓ ต.ตะลิ่งชัน อ.บันนังสตา จว.ยะลา พิกัด QG ๕๖๓๙๖๕

                   ๑.๓ ลำดับเหตุการณ์:  เมื่อวันที่ ๒ พ.ย. ๕๔ ขณะที่ จนท.ร้อย ฉก.ตชด.๔๔๒ ซึ่งตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ภายใน วัดเนรัญชรา อ.บันนังสตา จว.ยะลา จำนวน ๙ นาย นำโดย ร.ต.ท.ชิต สินสุข ผบ.ร้อย ฉก.ตชด.๔๔๒ เป็น หน.ชุด ใช้ รถยยนต์หุ้มเกราะกันกระสุน ยี่ห้อ อีซูซุ สีขาว ของทางราชการ เป็นพาหนะ คันที่ ๑ มี กพ. ๖ นาย และ ร.ต.ท.อนันตศักดิ์ วงศ์สุพรรณ รอง ผบ.ร้อย ฉก.๔๔๒ ใช้ รถยนต์กระบะของทางราชการเป็นยานพาหนะ คันที่ ๒ มี กพ. ๓ นาย เดินทางไปร่วมงาน พิธีเปิดโครงการจ้างงาน ลูกจ้าง ๔,๕๐๐ ของหน่วยทหารในพื้นที่ ที่ทำการนิคมสร้างตนเองบ้านตลาดนิคมกือลอง โดยรถยนต์ คันที่ ๑ เป็นของ ร.ต.ท.ชิต สินสุข ได้ขับนำหน้าทิ้งช่วงกับ รถยนต์คันที่ ๒ ของ ร.ต.ท.อนันตศักดิ์ฯพร้อมพวก  ประมาณ ๕๐ เมตร

                          ต่อมา เมื่อเวลา ประมาณ ๐๙.๒๕ น.ขณะทื่ รถยนต์ คันที่ ๑ ของ ร.ต.ท.ชิตฯ ได้มาถึง พิกัด QG ๕๖๓๙๖๕ ซึ่งลักษณะถนนแคบ และคดเคี้ยวหักศอก ด้านขวาถนนเป็นภูเขาสูงชัน ด้านซ้ายเป็นหุบเหว โล่งเตียน สังเกตการณ์ได้ในระยะไกล ก็เกิดเหตุระเบิดขึ้นหนึ่งครั้ง บริเวณใต้พื้นถนนด้านซ้าย แรงระเบิดโดนบริเวณล้อหน้าด้านซ้ายเยื้องไปทางพลขับ ทำให้รถยนต์กระบะหุ้มเกราะดังกล่าวได้รับความเสียหาย และเสียหลักตกลงไปในหุบเหวด้านซ้ายของถนน กระแทกเสาไฟฟ้า และต้นไม้ขาด หลังจากนั้นกลุ่ม ผกร.ประมาณ ๒ – ๓ นาย ก็ได้ใช้ อาวุธสงครามยิงมาจากเนินเขาด้านขวา ใส่รถยนต์ของ ร.ต.ท.ชิตฯ ฝ่าน จนท.จึงได้ยิงตอบโต้ไป ประมาณ ๓นาที กลุ่ม ผกร.ก็ได้อาศัยความชำนาญในพื้นที่หลบหนีไปได้

                      ๑.๔  ความสูญเสียจากเหตุการณ์

                             ๑.๔.๑ ฝ่ายเรา :  ได้รับบาดเจ็บ ๔ นาย

                             ..๒ รถยนต์ของทางราชการได้รับความเสียหาย ๑ คัน

 

๒.  การปฏิบัติของหน่วย

          .๑ รถยนต์คันที่ ๒ โดย ร.ต.ท.อนันตศักดิ์ วงศ์สุพรรณ พร้อมพวก ได้ ปิดเส้นทางขาเข้าอย่างเด็ดขาด และนำกำลังเข้าช่วยเหลือในทันทีทันใด พร้อมทั้งติดต่อขอกำลังสนับสนุนจากหน่วยใกล้เคียง แจ้งขอรับการสนับสนุนการพยาบาล และ เครื่องบิน เมื่อทราบว่ามีคนเจ็บสาหัส จาก ร้อย ตชด.๔๔๒๓ ซึ่งอยู่ใกล้ที่สุดคือ บ้านนิคมสร้างตนเอง และ หน่วย ตร.สภ.บันนังสตาฯ ,หน่วยทหารตามลำดับ โดย ร.ต.ท.อนันตศักดิ์ฯ ทำหน้าที่ ผบ.เหตุการณ์เบื้องต้นทันที

        ๒.๒ ตร.สภ.บันนังสตา จว.ยะลา จัดกำลังเข้าสนับสนุนในทันทีตามเส้นทางขาเข้า ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ตามเส้นทางที่คาดว่า ผกร.จะหลบหนี, จัด ชป.ไล่ล่า ผกร.ในพื้นที่ เส้นทางที่คาดว่าจะหลบหนี,  และรับมอบหน้าที่ ผบ.เหตุการณ์ ต่อจาก ร.ต.ท.อนันตศักดิ์ ฯ,ประสานขอกำลัง E O D และชุดนิติวิทยาศาสตร์ พร้อมเข้าร่วมตรวจที่เกิดเหตุ เพื่อเก็บหลักฐานฯต่างๆ

         ๒.๓  ชป.ตชด.๔๔๒๓ โดย ร.ต.ท.ธงชัย ชูละออง ซึ่งตั้ง ฐานปฏิบัติการอยู่ ม.๖ บ้านตลาดนิคมกือลอง ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา จว.ยะลา รีบจัดกำลังเข้าสนับสนุนปิดเส้นทางขาออกอย่างเด็ดขาด โดยแบ่งกำลังเป็น ๓ ชป. เข้าสนับสนุนช่วยคนเจ็บ,ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ปิดเส้นทาง และ ชป.ไล่ล่า กลุ่ม ผกร.ที่คาดว่าจะเป็นเส้นทางหลบหนี 

๓. การวิเคราะห์เหตุการณ์ จุดอ่อน จุดแข็ง ฝ่ายเรา/ฝ่ายตรงข้าม

     ๓.๑ การวิเคราะห์เหตุการณ์

             ก) เป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่ม ผกร.โดยเน้นจะกระทำต่อ ผบ.หน่วย เพื่อทำลายขวัญ จนท.จึงเลือกที่จะ ระเบิดรถยนต์ คันที่ ๑ ที่มี ผบ.ร้อยฯหรือ หน.หน่วย นั่งอยู่ อีกทั้งเป็นการทดสอบ รถยนต์หุ้มเกราะที่ใช้อยู่ว่า ต้องใช้ระเบิดน้ำหนักขนาดไหน จึงจะสามารถทำลายได้

     ๓.๒ จุดอ่อน

              ก) ฝ่ายเรา

                  - ถูกจำกัดภารกิจ (ผบ.ร้อยฯไปเป็นประธานพิธีเปิด) เปิดเผยตัว เปิดเผยเวลา และใช้เส้นทางบังคับ พื้นที่สูงข่ม คดเคี้ยว

               ข) ฝ่ายตรงข้าม

                    -  มีกำลังพลน้อย ขาดอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพ อำนาจการโจมตีน้อย การวิเคราะห์สถานการณ์ยังไม่เด็ดขาด

                        - ขาดความพร้อมทางด้าน อาวุธยุทโธปกรณ์ และการสื่อสารที่ดี

                        - งานด้านการข่าวขาดประสิทธิภาพ และแนวร่วมในพื้นที่ ยังมีน้อยมาก

       ๓.๓ จุดแข็ง

                ก) ฝ่ายเรา

                    - มียุทธวิธีในการ ลว. (ใช้รถยนต์ ๒ คัน,กำลังพลส่วนมากนั่งรถยนต์หุ้มเกราะ) ผ่านการฝึกอบรมที่ดี และซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ

                     - มีอุปกรณ์ช่วยรบที่ดี และพร้อม ทั้งรถยนต์หุ้มเกราะ ,อาวุธยุทโธปกรณ์พร้อมเพรียง

                      - มีขวัญกำลังใจ และผู้นำหน่วยที่ดี (มี นายตำรวจสัญญาบัติ เป็น หน.ทั้ง ๒ คัน)

                 ข) ฝ่ายตรงข้าม

                      - มีการข่าวที่ดี ทราบความเคลื่อนไหวของ จนท.ตลอดเวลา และชัดเจน

                      - เก่งทางยุทธวิธีแบบกองโจร การซ่อนพราง และเม่นยำในการปฏิบัติ(ซุ่มโจมตี กดระเบิด)

                   - แนวร่วมในพื้นที่พร้อม และมีภูมิประเทศที่เอื้ออำนวยต่อการปฏิบัติ มีการปกปิด ซ่อนพรางสูง ถอนตัวได้อย่างรวดเร็ว

๔. บทเรียนที่ได้รับ/แนวทางแก้ไข/ข้อเสนอแนะ/มาตรการป้องกันของหน่วย

     ๔.๑ แนวทางแก้ไข

             ก) เพิ่มศักยภาพงานทางด้านการข่าว ลงทุน ทุ่มเท ทั้งแรงกายแรงใจ ในพื้นที่รับผิดชอบ(พื้นที่ปฎิบัติ,เส้นทาง ลว.)

              ข) มีการฝึกทบทวนยุทธวิธี และซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ ร่วมกับหน่วยงานใกล้เคียง โดยเน้นในพื้นที่จริง ใกล้เคียงสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นมาแล้ว ให้มากที่สุด

               ค)จัดกำลังพลออก ลว.เส้นทางล่วงหน้า ตรวจสอบข้างทางในพื้นที่ล่อแหลม อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะพื้นที่ เดิมๆ และใกล้เคียงในบริเวณที่เคยเกิดเหตุมาแล้ว

                ง)ใช้มาตรการกดดันกลุ่มเคลือข่าย เคลือญาติ และแนวร่วมในพื้นที่ จำกัดเสรีในการดำรงชีพที่เกี่ยวข้องกับงานด้านความมั่นคง

                จ)ผู้บังคับบัญชา หรือผู้เกี่ยวข้อง ต้องมั่นไปย้ำเตือนการปฏิบัติ ประมวลเหตุการณ์ต่างๆที่เคยเกิดขึ้น(กรณีศึกษา)มาแล้ว เพื่อนเตือนสติ เตือนใจให้ระวัง ก่อนการออกปฏิบัติภารกิจทุกครั้ง เสมอๆ

     ๔.๒ ข้อเสนอแนะ

                ก) ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นควรให้ความสำคัญต่อผู้ปฏิบัติเป็นอันดับแรก ในเรื่องของ อาวุธ ยุทโปกรณ์ที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง ทั้งในเรื่อง รถยนต์ จยย.และอุปกรณ์สื่อสาร ที่มีศักยภาพ ใช้งานได้ จริงๆ

                 ข) ผู้ปฏิบัติจะต้องมีความพร้อมทั้งด้าน จิตใจ ร่างกาย มีจิตใจรุกรบ พร้อมรับสถานการณ์ตลอด ๒๔ ชั่วโมง ที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ จชต.

                   ค) ผู้ปฏิบัติออก ลว.แต่ละครั้ง ต้องคำนึงถึง เส้นทาง เดิมๆ พื้นที่ เดิมๆ และ เวลา เดิมๆ ว่าจะต้องเกิดเหตุการขึ้นได้ตลอดเวลา

 ๕. ภาพแสดงการจัดกำลังของ ร้อย ฉก.ตชด.๔๔๒

 ๖.แผนที่มาตราส่วน ๑: ๕๐,๐๐๐ บริเวณที่เกิดเหตุ พิกัด QG ๕๖๓๙๖๕

๗.ภาพถ่ายทางอากาศแสดงจุดเกิดเหตุ

 

๘. แผนที่สังเขปแสดงจุดเกิดเหตุ

  

๙. ภาพบริเวณเหตุการณ์จุดเกิดเหตุ

 

๑๐. วัตถุพยานที่ได้จากที่เกิดเหตุ

 

 

               ๑๐.๑  ประกอบด้วย

                          - สายไฟอ่อน สีเขียว/ขาว ยาวประมาณ ๒๒๐ ม.

                             - เทปพันสายไฟสีดำ

                             - ชิ้นส่วนถังแก๊สปิ๊กนิก

                              - เหล็กเส้น ขนาด 2 หุน ตัดท่อน ความยาวประมาณ ๑-๒ ซม.

                ๑๐.๒ จึงทราบได้ว่า กลุ่ม ผกร.ได้จุดชนวนระเบิด ด้วยการลากสายไฟ ต่อกับเชื้อประทุไฟฟ้า ไปซ่อนตัวห่างจาก จุดเกิดเหตุไปทางเนินด้านซ้ายของถนนที่เป็นที่โล่ง มีลำห้วยลึกเป็นแนวกันสายตา สามารถสังเกตเห็นรถของฝ่าย จนท. และจุดชนวนระเบิดได้อย่างแม่นยำ และหลบหนีได้อย่างรวดเร็ว เพราะมีความชำนาญในพื้นที่

                                                                                                                                              ..วิชัย  บุญล้ำ

                                                                                                                                                     (  วิชัย  บุญล้ำ  )

                                                                                                                                     ผบ.หมู่ ร้อย 5 กก.8 บก.กฝฯ/ชปส.ชค.ตชด

...................................................................................................................................................................................................................................................

บทเรียนจากการรบ  (Combat  Lesson  Learned)ที่ ๑๓                                    

กลุ่มผู้ก่อการร้าย ลอบวางระเบิด ชป.รยก.วี ๑๕๐ กก.ตชด.๒๔

๑.สถานการณ์

               ๑.๑  วันเวลาที่เกิดเหตุ:   ๑๙  มิ..๕๕  เวลา ๑๖.๐๕ น.   

                 ๑.๒ สถานที่เกิดเหตุ:   บริเวณถนนสาย อ.ศรีสาคร อ.รือเสาะ ม. ๖ ต. ตะมะยูง  อ. ศรีสาคร จว.นราธิวาส   

               ๑.๓ ลำดับเหตุการณ์:   ขณะเจ้าหน้าที่ ตำรวจ สภ.ศรีสาคร ร่วมกับชุด ชป.รถ วี ๑๕๐

 กก.ตชด.๒๔ เดินทางกลับจากภารกิจ รปภ.ครู ในพื้นที่รับผิดชอบไปตามถนนสายรือเสาะ ศรีสาคร เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุบริเวณถนนสายรือเสาะ ศรีสาคร ม.๒ ต.ซากอ อ.ศรีสาครฯ  ได้มีคนร้ายไม่ทราบชื่อและจำนวน ได้จุดชนวนระเบิดชนิดแสวงเครื่องแบบลากสายไฟ แล้วเกิดระเบิดขึ้น   จนท.ตร.ได้ยิงตอบโต้คนร้ายนานประมาณ ๑๐ นาที คนร้ายหลบหนีไป

จากเหตุดังกล่าวเป็นเหตุให้ จนท.ตร.เสียชีวิตจำนวน  ๑ นาย เนื่องจากถูกหูช้าง หรือฝาปิดประตู ขึ้น ลง รถเกราะ วี ๑๕๐ ทับตรงระหว่างหน้าอก ทำให้ตับแตก อวัยวะข้างในบอบช้ำ และได้รับบาดเจ็บ จำนวน ๒ นาย

๑.๔  ความสูญเสียจากเหตุการณ์

                             ๑.๔.๑ ฝ่ายเรา :  เสียชีวิต ๑ นาย,ได้รับบาดเจ็บ ๒ นาย

                                        ก) ด..ประสิทธิ์ พันธ์คำเกิด(ถูกหูช้าง หรือฝาปิดประตู ขึ้น-ลง รถเกราะทับหน้าอก)

                                        ข) ร...ศุภกร พลทะศรี

                                             ค) ด..วินัย  ราชศรีเมือง

                                         ง) รถหุ้มเกราะ วี ๑๕๐ของทางราชการได้รับความเสียหาย ๑ คัน

๒.  การปฏิบัติของหน่วย

         ๒.๑ จัดกำลังจาก สภ.ศรีสาครฯจำนวน ๒ ชป.พร้อม รถยนต์หุ้มเกราะ จำนวน ๒ คัน

           ๒.๒ จัดกำลังจาก รก.วี ๑๕๐ จำนวน ๒ คัน( คันละ ๓ นาย)

 .  การวิเคราะห์เหตุการณ์ จุดอ่อน จุดแข็ง ฝ่ายเรา/ฝ่ายตรงข้าม

         ๓.๑ การวิเคราะห์เหตุการณ์

                ก) สภ.ศรีสาครฯ มีการปิดล้อม จับกุม และวิสามัญฯกลุ่ม ผกร.ในพื้นที่ศรีสาคร ทำให้สร้างความโกรธแค้นแก่แนวร่วม และญาติพี่น้อง จึงได้พยายามสร้างสถานการณ์เพื่อเรียกขวัญกำลังใจคืน ประกอบกับทราบข่าวว่า มี ตร.บางนายท้าทายกลุ่ม ผกร.ว่าตอนนี้มีรถเกราะวี๑๕๐แล้วจะลุยให้เต็มที่

                 ข) พื้นที่เกิดเหตุดังกล่าว เป็นพื้นที่ เดิมๆที่กลุ่ม ผกร.ได้เคยสร้างสถานการณ์ดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง หรือที่เรียกว่าพื้นที่ เดิมๆเพราะเป็นพื้นที่เคลื่อนไหวของกลุ่มแนวร่วม

        ๓.๒ จุดอ่อน

                   ก) ฝ่ายเรา ทำงานเปิดเผยตัว ถูกกำหนดด้วย เวลา สถานที่ ในการปฎิบัติที่ซ้ำซาก ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ขาดงานทางด้านการข่าว และการแจ้งเตือนความเคลื่อนไหวของ ผกร.ให้ จนท.

                   ข) ฝ่ายตรงข้าม มีอาวุธ ยุทโธปกรณ์ และกำลังพลที่ด้อยกว่า ต้องเคลื่อนไหว ปกปิด หลบๆซ่อนๆ              

        ๓.๓ จุดแข็ง

                ) ฝ่ายเรา มีกำลังพล อาวุธ ยุทโธปกรณ์ที่เหนือกว่า มีสวัสดิการและขวัญกำลังใจที่ดี   

                 ) ฝ่ายตรงข้าม มีการข่าวที่ดี เคลื่อนไหวอิสระ มีแนวร่วม เป็นกองกำลังท้องถิ่นทั่วไป อยู่ในภูมิประเทศที่ได้เปรียบ และมีความชำนาญในพื้นที่

๔. บทเรียนที่ได้รับ/แนวทางแก้ไข/ข้อเสนอแนะ/มาตรการป้องกันของหน่วย

     ๔.๑ แนวทางแก้ไข

             ก) เพิ่มศักยภาพงานทางด้านการข่าว ลงทุน ทุ่มเท ทั้งแรงกายแรงใจ ในพื้นที่รับผิดชอบ(พื้นที่ปฎิบัติ,เส้นทาง ลว.)

              ข) มีการฝึกทบทวนยุทธวิธี และซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ ร่วมกับหน่วยงานใกล้เคียง โดยเน้นในพื้นที่จริง ใกล้เคียงสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นมาแล้ว ให้มากที่สุด

               ค)จัดกำลังพลออก ลว.เส้นทางล่วงหน้า ตรวจสอบข้างทางในพื้นที่ล่อแหลม อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะพื้นที่ เดิมๆ และใกล้เคียงในบริเวณที่เคยเกิดเหตุมาแล้ว

                ง)ใช้มาตรการกดดันกลุ่มเคลือข่าย เคลือญาติ และแนวร่วมในพื้นที่ จำกัดเสรีในการดำรงชีพที่เกี่ยวข้องกับงานด้านความมั่นคง

                จ)ผู้บังคับบัญชา หรือผู้เกี่ยวข้อง ต้องมั่นไปย้ำเตือนการปฏิบัติ ประมวลเหตุการณ์ต่างๆที่เคยเกิดขึ้น(กรณีศึกษา)มาแล้ว เพื่อนเตือนสติ เตือนใจให้ระวัง ก่อนการออกปฏิบัติภารกิจทุกครั้ง เสมอๆ

     ๔.๒ ข้อเสนอแนะ

                ก) ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นควรให้ความสำคัญต่อผู้ปฏิบัติเป็นอันดับแรก ในเรื่องของ อาวุธ ยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง ทั้งในเรื่องอุปกรณ์สื่อสาร ที่มีศักยภาพ ใช้งานได้ จริงๆ

                 ข) ผู้ปฏิบัติจะต้องมีความพร้อมทั้งด้าน จิตใจ ร่างกาย มีจิตใจรุกรบ พร้อมรับสถานการณ์ตลอด ๒๔ ชั่วโมง ที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ จชต.

                  ค) ผู้ปฏิบัติออก ลว.แต่ละครั้ง ต้องคำนึงถึง เส้นทาง เดิมๆ พื้นที่ เดิมๆ และ เวลา เดิมๆ ว่าจะต้องเกิดเหตุการณ์ขึ้นได้ตลอดเวลา

                   ง)จนท.ประจำรถเกราะฯ จะต้องพร้อมในเรื่องการแต่งกาย และเครื่องช่วยรบต่างๆ

๕. วัตถุพยานที่ได้จากที่เกิดเหตุ

               ๕.๑  ประกอบด้วย

                          - สายไฟอ่อน สีเทา ยาวประมาณ ๒๐๐ ม.

                    - เทปพันสายไฟสีดำ

                    - ชิ้นส่วนถังแก๊สปิ๊กนิก

                    - เหล็กเส้น ขนาด 2 หุน ตัดท่อน ความยาวประมาณ ๑-๒ ซม.

                          - แบตเตอรี่ ขนาด 1.5 V

                          - เชือก, เศษกระสอบพลาสติก

                ๕.๒ จึงทราบได้ว่า กลุ่ม ผกร.ได้จุดชนวนระเบิด ด้วยการลากสายไฟ ต่อกับเชื้อประทุไฟฟ้า ไปซ่อนตัวห่างจาก จุดเกิดเหตุไปทางเนินด้านซ้ายของถนนที่เป็นสวนผลไม้ มีลำคูน้ำลึกเป็นแนวกันสายตา สามารถสังเกตเห็นรถของฝ่าย จนท. และจุดชนวนระเบิดได้อย่างแม่นยำ และหลบหนีได้อย่างรวดเร็ว เพราะมีความชำนาญในพื้นที่

                                                                                               ..

                                                                      (  วิชัย  บุญล้ำ  )

                                                                                                  ผบ.หมู่ ร้อย ๕ กก. บก.กฝฯ/ชปส.ชค.ตชด

                                                    

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                                                                                                


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

 

 

 

 

 

       

  

                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                 

 

 
SelectionFile type iconFile nameDescriptionSizeRevisionTimeUser
Comments