ตำหรับยาไทยแผนโบราณ

ตำรับที่ 1

ยาล้างน้ำเลือดน้ำเหลืองเสียออกจากร่างกาย


การจะกินยารักษาโรคเรื้อรังต่างๆให้ได้ผล แพทย์แผนโบราณท่านประกอบยาให้คนป่วยกินเพื่อล้างน้ำเลือดน้ำเหลืองเสียออกจากร่างกายดังต่อไปนี้
หัวไพล 2 ส่วน

ขมิ้นอ้อย 1 ส่วน

มะขามเปียก3 ส่วน
เกลือทะเล 1 ส่วน

เกลือสินเธาว์ 1 ส่วน

ยาดำ 1 ส่วน

มหาหิงคุ์ 1 ส่วน

ดีเกลือฝรั่ง 1 ส่วน

พริกไทยล่อน 1 ส่วน

คำว่าส่วนนี้ถ้าจะใช้มาตราวัดน้ำหนักชนิดไหนก็ใช้อัตราส่วนของมาตรานั้น เป็นหลัก สมัยก่อนคนไทยใช้น้ำหนักเป็นชั่งตำลึงบาทสลึงเฟื้อง ถ้าใช้เดี๋ยวนี้คนอ่านสมัยใหม่ก็ไม่เข้าใจกันและเครื่องชั่งก็ไม่เอื้ออำนวยก็ต้องเป็นกรัมเป็นขีดเป็นกิโลกรัมจึงจะเข้าใจและใช้กันง่าย แต่การใช้สมุนไพรประกอบยาก็เป็นไปตามความต้องการของผู้ป่วยว่าต้องการทำมากหรือน้อย ผมจึงบอกเป็นส่วนๆ แล้วนำไปจัดสรรเอาเองตามต้องการ
ยาตำรับนี้มีใช้กันหลายหมอ แต่ละหมอก็มีอัตราส่วนที่แตกต่างกันไป แต่ใช้เพื่อล้างโรคล้างน้ำเลือดน้ำเหลืองเสียเช่นเดียวกัน บางหมอบอกว่าใช้รักษามะเร็งมดลูก มะเร็งเต้านม บางหมอบอกว่าใช้รักษาแผลเรื้อรังในกระเพาะและลำไส้ มะเร็งลำไส้ บางหมอบอกว่ารักษามะเร็งทั้งปวง เท่านี้ก็พอมองภาพรวมออกว่าสรรพคุณยาเป็นแบบไหน
การปรุงยาขนานนี้ยากครับ มียุคหนึ่งผมปรุงไว้ประจำตั้งชื่อว่ายามหาเสน่ห์ เพราะใครได้กินยาขนานนี้นอกจากจะล้างของเสียออกจากร่างกายทำให้หายจากอาการป่วยเรื้อรังแล้ว ร่างกายจะสวยสดงดงามผุดผ่องดังทองทา ฝ่ายหญิงก็ทำให้ช่องคลอดกระชับราวกับเป็นสาวน้อย คนไหนมีกลิ่นตัวกลิ่นนั้นก็จะหาย คนไหนได้กินก็ติดใจ แต่เพราะความปรุงยากและเจ้าตัวหมอก็ชอบย้ายถิ่นฐาน จึงไม่ได้ปรุงมานานแล้ว
วิธีปรุงยา หัวไพล ขมิ้นอ้อย ขมิ้นชัน ต้องนำมาล้างฝานให้บางตากแดดให้แห้งกรอบ เตรียมไว้ มะขามเปียกเลือกเอาแต่เนื้อนำมาขยำกับน้ำเกลือที่ใส่เกลือทะเลและเกลือสินเธาว์และดีเกลือลงไปต้มจนละลายดีแล้ว พริกไทยซื้อมามันก็แห้งดี แต่ตากแดดอีกสักแดดสองแดดมันก็แห้งสนิทเตรียมไว้ ยาดำซื้อมามันเหมือนยางมะตอย ทั้งเหม็นทั้งเหนียว ต้องเอาใส่หม้อดินปิดฝาให้สนิทตั้งบนไฟถ่านจนมันไล่เอาน้ำออกหมดก็จะได้ยาดำเป็นก้อนแข็ง เรียกว่ายาดำสะตุ ส่วนมหาหิงคุ์ก็แบบเดียวกับยาดำ มีวีธีทำอย่างเดียวกัน ก็จะได้มหาหิงค์แห้งกรอบดี นำตัวสมุนไพรที่แห้งกรอบตามน้ำหนักที่ชั่งดีแล้วใส่ในเครื่องบดพร้อมกัน จนได้ผงยาแล้ว จึงเอามะขามเปียกผสมเกลือลงคลุกเคล้ากับยาผงจนเข้ากันได้ดีจึงปั้นเป็นเม็ดๆขนาดปลายนิ้วก้อย (เม็ดลูกกลอน) ตากแดดหรืออบให้แห้งสนิทก็เก็บใส่กระปุกไว้กิน
วีธีรับประทาน ก่อนนอน ครั้งละ 3-5 เม็ด (ตามธาตุหนักเบา) ต้องกินให้เป็นยาถ่าย ถ้ายังไม่ถ่ายเป็นน้ำก็ต้องเพิ่มจำนวนเม็ดยาขึ้นอีกครั้งแรกกินติดต่อกัน 3 วัน ต่อไปกินอาทิตย์ละครั้ง แต่บางคนมีอาการท้องผูกประจำ ก็ควรกินยานี้ประจำ คืนละ 1 เม็ด 2 เม็ด 3 เม็ดก็ต้องพิจารณาดูแต่ละวันว่าขนาดไหนจึงจะพอเหมาะกับตนเอง ยาไทยไม่ถึงกับคร่ำเคร่งเรื่องอัตราส่วน กินมากไปก็ไม่เสียหายอะไรมาก กินน้อยก็ไม่เห็นผล
หลังจากกินยาถ่ายตำรับนี้แล้ว ก็ปรุงยาตำรับต่างๆที่ต้องการกินเป็นประจำ โรคเรื้อรังนั้นๆก็จะหายขาด บางคนกินแต่ยาขนานนี้ก็หายจากโรคต่างๆอย่างอัศจรรย์
ถ้าทำกันไม่เป็นก็บอกนะครับ หากมีคนต้องการกันมากก็อาจต้องผลิตขึ้นมาอีก
แต่ผมมีสมุนไพรเดี่ยวอีกตัวที่ใช้รักษาโรคเรื้อรังได้ผลดีมาก นั่นคือลูกว่านขันหมากเศรษฐี สมุนไพรที่มีชื่อเสียงมาแต่โบราณ แต่หาได้ยากที่สุด ทุกวันนี้มีหลายคนที่หาลูกว่านสุกไม่ได้ก็เอาต้นว่านมาต้มกับหัวยาข้าวเย็น กินรักษามะเร็ง บอกว่าได้ผลดี แต่ผมยังไม่ได้ทดลอง เพราะผมมีลูกว่านอยู่เสมอ ไม่จำเป็นต้องใช้ต้นเลย
การใช้ลูกว่านขันหมากรักษามะเร็งนั้น ก่อนอื่นต้องกินยาถ่ายโรคที่กล่าวมาเสียก่อน หลังจากนั้นก็ให้กินว่านขันหมากประจำ คืนละ 2 แคปซูล ว่านขันหมากจะเข้าไปฟื้นฟูระบบต่าง ๆ ให้กลับคืน โรคเรื้อรังเช่นมะเร็งเป็นต้นก็จะหายขาด ถ้าจะให้ดี เพื่อเป็นการป้องกันพิษภัยที่อาจเกิดตามมา ควรกินรางจืดแคปซูลหลังอาหาร มื้อละ 2 แคปซูล กินติดต่อกันได้ไม่เป็นไร ทั้งจะช่วยล้างพิษที่อาจติดเข้าไปในอาหารทุกมื้อ และยังสามารถล้างพิษตกค้างในเซลต่าง ๆ ได้อีกด้วย และกินหนอนตายอยากก่อนอาหารเช้า-เย็น มื้อละ 2 แคปซูล สมุนไพรตัวนี้มีฤทธิ์ในการควบคุมตัวมะเร็งไม่ให้กระจายออกไป นี่คือการรักษาที่ไม่ซับซ้อนวุ่นวาย ไม่ต้องวิ่งหาสมุนไพรมากมายมาทำยา

Comments