ฮอร์โมนจากต่อมไทรอยด์

ฮอร์โมนจากต่อมไทรอยด์ (thyroid gland)

ในปี ค.ศ. 1883 ศัลยกรรมแพทย์ชาวสวิสชื่อ อี ค็อกเคอร์ (E.Kocher) ได้ตักต่อมไทรอยด์ของคนไข้ออก และได้พบว่าคนไข้มีอาการคล้ายคนไข้มิกซีดีมา (myxedema) สุรปว่าอาการนี้เป็นผลมาจากการทำงานของต่อมไทรอยด์บกพร่อง

ในปี ค.ศ. 1895 นักวิทยาศาสตร์ชื่อแมกนัส-เลวี (Magnus-Lavy) พบว่าโรคคอพอกเป็นพิษจะมีเมทาบอลิซึมขณะพักสูงกว่าปกติ แต่คนไข้ที่เป็นมิกซีดิมาจะมีเมทาบอลิซึมขณะพักต่ำกว่าปกติ นักวิทยาศาสตร์จึงนำต่อมไทรอยด์บดระเอียดของแกะให้ผู้ป่วยที่เป็นมิกซีดีมา (myxedema)กิน ผลปรากฏว่าคนไข้ที่เป็นมิกซีดีมา (myxedema) มีเมตาบอลิซึมขณะพักสูงขึ้น

ในปี ค.ศ. 1896 โบมาน(C.Z Boumann) ได้ทำการวิเคราะห์หาปริมาณไอโอดีนในเนื้อเยื่อต่างๆแล้วพบว่าอโอดีนเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของต่อมไทรอยด์

ในต้น ค.ศ. ที่ 20 นักวิทยาศาสตร์สามารถสกัดสารเคมีที่บริสุทธิ์ชนิดหนึ่ง จากต่อมไทรอยด์ และเรียกสารเคมีชนิดนี้ว่า ไทรอกซิน (thyroxine)

ในปัจจุบันเป็นที่ทราบแล้วว่าต่อมไทรอยด์เป็นต่อมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในร่างกาย น้ำหนักประมาณ 25 กรัม มีลักษณะเป็น 2 พู หากส่องกล้องจุลทรรศน์ จะพบว่าเนื้อเยื่อของต่อมไทรอยด์ประกอบด้วย ฟอลลิเคิล จำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีเซลล์อีกชนิดหนึ่งเรียกว่า พาราฟอลลิคิวล่าเซลล์ หรือ เซลล์ C

ต่อมไทรอยด์จะผลิตฮอร์โมน

- ไทรอกซิน

- ไตรไอโอโดไทโรนีน

- แคลซิโทนิน

ไทรอกซิน และไตรไอโอโดไทโรนีน

ไทรอกซิน และไตรไอโอโดไทโรนีน

ผลิตมาจากฟอลลิคิวลาร์เซลล์ แล้วเก็บสะสมไว้ในช่องว่างภายในฟอลลิเคิล ไทรอกซิน และไตรไอโอโดไทโรนีนถูกสังเคราะห์จากกรดอะมิโนไทโรซีน (thyrosine) และไอโอดีน โดยไทรอกซีนจะมีอะตอม 4 อะตอม จึงมักเรียกอีกชื่อว่า T4 ส่วนไตรไอโอโดไทโรนีนจะมีไอโอดีน 3 อะตอม จึงมักเรียกอีกชื่อว่าT3 ทั้งT3 และT4 จะมีผลต่อร่างกายเหมือน โดยT3 มีฤทธิ์มากกว่าT4 ประมาณ 4 เท่า แต่ภาวะปกติฮอร์โมนจากต่อมไทรอยด์ภายในร่างกายส่วนใหญ่จะพบในรูปของT4

T3 และT4 ทำหน้าที่กระตุ้นอัตราเมตาบอลิซึมของเซลล์ และเนื้อเยื่อต่างๆทั่วร่างกาย ทำหน้าที่รวมกับ โกรทฮอร์โมน ในการส่งเสริมการเจริญเติบโตของร่างกาย โดยกระตุ้นการสังเคราะห์โปรตีน นอกจากนั้นยังควบคุมพัฒนาการของเซลล์ (cellular differentiation) ต่างๆ โดยเฉพาะพัฒนาการของเซลล์สมอง

 

แคลซิโทนิน

แคลซิโทนิน

ถูกผลิตและหลั่งจาก พาราฟอลลิเคิลเซลล์ มีหน้าที่ลดปริมาณแคลเซียมและฟอสเฟสในเลือดซึ่งจะออกฤทธิ์ ที่กระดูกและไต โดยเพิ่มการนำแคลเซียมเข้สู่กระดูกและลดการสลายของกระดูกนอกจากนั้นจะเพิ่มการขับถ่าย ฟอสเฟสทางไต แคลซิโทนิน จะทำหน้าที่ร่วมกับฮอร์โมน จากต่อม พาราไทรอยด์ และวิตตามิน D ในการรักษาสมดุล ของแคลเซียมและฟอสเฟสในร่างกาย

 
 
                อ้างอิงจาก : http://www.skn.ac.th/skl/project1/hor48/8.htm

 

Comments