การเรียนฟลูตขั้นกลาง-สูง


          เป้าหมายสูงสุดของการเรียนดนตรี คือการมีความสามารถในการบรรเลงอย่างยอดเยี่ยม ประกอบด้วยความไพเราะทางดนตรี หรือที่เรียกว่า “สุนทรียรส” นั่นเอง
 
          การเรียนดนตรีในขั้นกลางขึ้นไป จึงสามารถแบ่งหัวข้อออกเป็น 2 หัวข้อใหญ่ๆ คือ
          1. การเรียนเทคนิค (Technique)
          2. การเรียนเรื่องสุนทรียศาสตร์ (Music and Interpretation) ซึ่งได้แก่การเรียนเรื่องความไพเราะของบทเพลงและการตีความบทเพลงอยู่ถูกต้อง
 
          การบรรเลงบทเพลงที่เต็มไปด้วยความไพเราะ ประกอบด้วยคุณค่าทางดนตรี มีคุณค่าเทียบไม่ได้กับการบรรเลงที่มีแต่เทคนิคเพียงอย่างเดียว แต่ไม่มีคุณค่าทางด้านอารมณ์ความรู้สึกเลย
 
          อย่างไรก็ตาม หากไม่มีเทคนิคที่ดีพอ แม้เราจะมีความเข้าใจและมีความซาบซึ้งต่อบทเพลงเป็นอย่างมาก เราก็จะไม่สามารถบรรเลงบทเพลงนั้นให้ปรากฏ กล่าวคือไม่สามารถให้สาธารณชนรวมทั้งตนเองได้รับฟังถึงคุณค่าของดนตรีที่เราเข้าใจได้
          เทคนิคที่เพียงพอ จึงเท่ากับเป็นศักยภาพที่จะทำให้เราสามารถแสดงคุณค่าทางดนตรีของบทเพลงนั้นๆ ให้ปรากฏได้ทางประสาทสัมผัส
          การมีเทคนิคที่เพียงพอจึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากทีเดียว
 

          สำหรับฟลูต การเรียนทั้ง 2 อย่างข้างต้น สามารถแบ่งออกเป็น 4 หัวข้อ คือ

          1. เสียง (De La Sonorité)  หมายถึงการเรียนเรื่องวิธีการผลิตเสียงทีดี เสียงที่ดีเป็นเสียงที่ปราศจากเสียงลม เป็นเสียงที่อุ่นและเต็มอิ่ม

          2. แบบฝึกหัดเฉพาะ (Pure Exercises) หมายถึงการเรียนแบบฝึกหัดที่จะแก้ไขปัญหาเฉพาะจุดโดยเป็นแบบฝึกหัดที่ไม่เกี่ยวข้องกับความไพเราะทางดนตรี เช่น Large Interval, Attack in low/high notes, Double/Triple Tonguing รวมไปถึงบันไดเสียงต่างๆ เป็นต้น

          3. แบบฝึกหัดประยุกต์ (Applied Exercises) หมายถึงแบบฝึกหัดที่เป็นบทเรียนที่รวบรวมเทคนิคต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน มีความยาวประมาณบทละครึ่งหน้าบ้าง 2-3 หน้าบ้าง เกินกว่านั้นบ้าง โดยแบบฝึกหัดประเภทนี้เป็นแบบฝึกหัดที่มีความไพเราะทางดนตรีเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

          4. บทเพลง (Repertoires) หมายถึงการเรียนบทเพลงที่นักประพันธ์เพลง (Composers) ในยุคต่างๆ ได้ประพันธ์ไว้ เป็นการเรียนที่มุ่งเน้นให้สามารถบรรเลงได้ไพเราะประกอบด้วยคุณค่าทางดนตรี ซึ่งเกิดจากการตีความบทเพลง (Interpretation) อย่างถูกต้อง
 
 
          การเรียนฟลูตทั้ง 4 ข้อข้างต้นนั้น 3 ข้อแรกเป็นการเรียนที่เน้นทางด้านเทคนิค (Technique) ส่วนข้อสุดท้ายเป็นการเรียนที่เน้นเรื่องสุนทรียศาสตร์ (Music and Interpretation)





Comments