แบบฝึกหัดประยุกต์


         แบบฝึกหัดประยุกต์ (Applied Exercises) หมายถึง แบบฝึกหัดที่เป็นบทเรียนที่รวบรวมเทคนิคต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน โดยมีดนตรี (Music) เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย มักเรียกกันว่า “Etudes” หรือ “Studies”



การเรียนและซ้อม “Etudes” ถือเป็นหลักสำคัญของการพัฒนาทางด้านเทคนิค

          อันที่จริงวัตถุประสงค์รวบยอดของการเรียนดนตรี คือการมีความสามารถในการเล่นบทเพลงต่างๆ (Repertoires) ได้ดี แต่การที่เราจะสามารถเล่นเพลงได้ดี ไม่ใช่การซ้อมเพลงมากๆ แต่คือการซ้อมแบบฝึกหัดมากๆ ต่างหาก ทั้งนี้เพราะว่า ถ้าเรามีเทคนิคที่ไม่เพียงพอ เราจะไม่สามารถเล่นเพลงได้ การซ้อมที่ถูกต้องจึงเป็นการซ้อมที่ให้เวลากับการซ้อมทางด้านเทคนิคมากกว่าเพลง โดยเฉพาะการซ้อมแบบฝึกหัดประเภท Etudes ซึ่งโดยปรกติในการเรียนขั้นสูงผู้เรียนจะต้องพยายามซ้อมให้ได้สัปดาห์ละ 2 หน้า โดยที่ไม่ผิดเลย



ทำไมจะต้องซ้อมให้ได้สัปดาห์ละ 2 หน้า?

          เพราะการซ้อมเทคนิค คือ การแก้ปัญหาต่างๆ ให้หมดไป หรือเป็นการทำให้สิ่งที่ยากกลับกลายเป็นง่าย

          สมมุตว่า Etude บทหนึ่งๆ มีความยาว 2 หน้า แต่ละบทมีสิ่งที่ทำให้เราเล่นไม่ได้หรือมีปัญหาอยู่ 20 ปัญหา

          - ถ้าใน 1 สัปดาห์ เราซ้อม Etude ได้ 1 บท เราจะแก้ปัญหาให้หมดไปได้ 20 ปัญหาใน 1 สัปดาห์ โดยทำนองนี้ภายในระยะเวลา 4 ปี ปัญหาทุกอย่างหรือเกือบทุกอย่างในการเล่นฟลูตของเราจะหมดไป

          - ถ้าใน 2 สัปดาห์ เราซ้อม Etude ได้ 1 บท เราจะแก้ปัญหาให้หมดไปได้ 20 ปัญหาใน 2 สัปดาห์ โดยทำนองนี้ภายในระยะเวลา 8 ปี ปัญหาทุกอย่างหรือเกือบทุกอย่างในการเล่นฟลูตของเราจะหมดไป

          - ถ้าใน 3 สัปดาห์ เราซ้อม Etude ได้ 1 บท เราจะแก้ปัญหาให้หมดไปได้ 20 ปัญหาใน 3 สัปดาห์ โดยทำนองนี้ภายในระยะเวลา 12 ปี ปัญหาทุกอย่างหรือเกือบทุกอย่างในการเล่นฟลูตของเราจะหมดไป
 
          และถ้าเราซ้อม Etude 1 บท โดยใช้เวลาถึง 4 สัปดาห์ หรือมากกว่านั้น...
          ถามว่า เมื่อไหร่เราจะเก่ง? หรือเมื่อไหร่ปัญหาทางด้านเทคนิคต่างๆ ของเราจะหมดไป? และเมื่อไหร่เราจะเป็นนักดนตรีฝีมือดีได้? หรือว่าเราจะต้องใช้เวลาทั้งชีวิตในการฝึก...ฝึกไว้เผื่อว่าจะเก่งได้ชาติหน้า???
          และจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราไม่ได้ซ้อมแบบฝึกหัดประเภท Etudes เลย???



ซ้อม Etudes ตามสถานภาพและวัตถุประสงค์ของการเรียน

          ผู้เรียนแต่ละคนย่อมมีสถานภาพและวัตถุประสงค์ของการเรียนดนตรีที่แตกต่างกัน บางคนเรียนฟลูตเพราะชอบเป่าฟลูต รู้สึกว่าสนุกดี เรียนเพื่อให้พอเป่าได้ก็พอไม่ต้องเก่ง บางคนเรียนฟลูตเพราะรู้สึกว่าเสียงฟลูตเข้าไปอยู่ในสายเลือด เป็นเสียงที่ไพเราะจับใจ ชีวิตนี้ถ้าให้เลิกเป่าฟลูตทำไม่ได้แน่ๆ เลยตั้งใจที่จะเรียนต่อทางด้านดนตรี หรือบางคนก็กำลังเรียนทางสายดนตรีอยู่

          สำหรับคนที่เรียนฟลูตเป็นงานอดิเรก โดยเรียนเพราะรักที่จะเรียนแต่ไม่ได้อยากเก่งหรือไม่ได้อยากเป็นนักดนตรีอาชีพ อาจเรียน Etudes เพียงนิดหน่อยไม่ต้องมากนักพอให้มีเทคนิคที่จะเป่าเพลงที่ไม่ยากนักได้ หรืออาจไม่ต้องเรียนเลยก็ได้ เพราะคนที่เรียนเป็นงานอดิเรกอย่างนี้โดยปรกติก็ไม่ค่อยชอบที่จะซ้อมมากๆ ถ้าถูกบังคับให้ซ้อมก็จะไม่รู้สึกว่าสนุก อย่างไรก็ตามผู้เรียนประเภทนี้ก็ยังจะได้รับประโยชน์จากการเรียนดนตรีตามสมควร

          แต่สำหรับคนที่ต้องการเรียนต่อทางด้านดนตรีหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเรียนและซ้อมแบบฝึกหัดประเภทนี้ โดยควรซ้อมให้ได้สัปดาห์ละ 2 หน้าโดยที่ไม่ผิดเลย หรือในกรณีที่ไม่มีเวลามากนักเพราะต้องเรียนหนังสือที่โรงเรียนและเป็นช่วงที่มีการบ้านเยอะ ก็ควรซ้อมให้ได้อย่างน้อยที่สุด 2 หน้าต่อ 2 สัปดาห์ (หรือ 1 หน้าต่อ 1 สัปดาห์)

          และสำหรับคนที่กำลังเรียนดนตรีเป็นวิชาเอก (Music Major) ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องซ้อม Etudes ให้ได้สัปดาห์ละ ๒ หน้า โดยวัตถุประสงค์ของการเรียนคือการเป็นผู้สามารถเล่นเทคนิคขั้นสูงสุดยอดได้ (Virtuoso)



การซ้อม Etudes อย่างเพียงพอและสม่ำเสมอเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เราเป็น Virtuoso

          Virtuoso (รูปพหูพจน์ว่า Virtuosi) หมายถึง นักดนตรีที่สามารถเล่นเทคนิคขั้นสูงสุดยอดได้ โดยเป็นความสามารถพิเศษที่ไม่มีในนักดนตรีทั่วไป เป็นเทคนิคที่ทำให้ผู้ชมต้องตกตะลึงในความสามารถอันยอดเยี่ยมนี้

          อย่างไรก็ตาม ในยุคปัจจุบันเทคนิคของเครื่องดนตรีต่างๆ (รวมทั้งฟลูต) ได้มีพัฒนาการไปจนถึงจุดอิ่มตัวและเทคนิควิธีการเหล่านี้ได้แพร่หลายไปในบรรดานักดนตรีจำนวนมาก ซึ่งหมายความว่า มีนักดนตรีจำนวนไม่น้อยที่สามารถพัฒนาตนเองจนมาถึงระดับ Virtuosi ซึ่งผิดกับเมื่อ (หลาย) ร้อยปีที่แล้วที่นักดนตรีที่เป็น Virtuoso ยังมีจำนวนน้อยอยู่


          เมื่อเราซ้อมแบบฝึกหัดต่างๆ โดยเฉพาะ Etudes อย่างสม่ำเสมอเป็นเวลานานหลายๆ ปี เราจะพบว่าปัญหาทางด้านเทคนิคต่างๆ ของเราได้ลดน้อยลงไปเรื่อยๆ เราจะพบว่าสิ่งที่เมื่อก่อนนี้เราเล่นไม่ได้ อยู่ๆ ก็กลับเล่นได้เองทั้งๆ ที่เราไม่ได้ซ้อมในจุดนั้นๆ มาเป็นเวลานานมากแล้ว เราจะพบว่าทุกอย่างกลับง่ายไปหมด ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนนี้รู้สึกว่ายากมาก

          นี่คืออานิสงส์ของการซ้อม Etudes อย่างสม่ำเสมอ และ นี่คือหนทางสู่ความเป็น Virtuoso


 
ไปสู่จุดที่แทบไม่ต้องซ้อมหรือซ้อมเพียงนิดหน่อย

          เมื่อเราซ้อมแบบฝึกหัดต่างๆ โดยเฉพาะ Etudes อย่างสม่ำเสมอเป็นระยะเวลานาน เราจะพบว่าเราไม่ต้องเสียเวลามากนักในการซ้อมบทเพลงใหม่ๆ ที่เราไม่เคยซ้อม หรือแม้กระทั่งเป็นบทเพลงที่ไม่เคยรู้จักมากก่อนเลย ทั้งนี้ก็เพราะว่า เรามีเทคนิคที่เพียงพอแล้วนั่นเอง

          เมื่อเรามีเทคนิคที่เพียงพอ การซ้อมบทเพลงใหม่ๆ ย่อมไม่ใช่การนับหนึ่งใหม่ แต่เป็นการเรียนรู้สิ่งใหม่ที่มีแต่ของเก่าอยู่ กล่าวคือ ถึงแม้จะเป็นเพลงใหม่ แต่เราจะพบว่าเทคนิคต่างๆ ที่อยู่ในเพลงนั้นเป็นเทคนิคที่เราฝึกมาแล้วทั้งนั้น เทคนิคต่างๆ ที่เราเพียรพยายามฝึกฝนมาเป็นแรมปีเป็นเหมือนสูตรคูณที่ทำให้เราคูณเลขต่างๆ ได้ ทั้งๆ ที่เราไม่เคยคูณเลขต่างๆ เหล่านั้นมาก่อนเลย

          เมื่อเรามีเทคนิคที่เพียงพอ ทุกอย่างจะง่ายไปหมด ซึ่งทำให้เราไม่ต้องเสียเวลาซ้อมมากนัก หรือแทบไม่ต้องซ้อมเลย โดยเมื่อมาถึงจุดนี้การซ้อมของเราก็คือการทบทวนของเดิมและเป็นการซ้อมเพื่อรักษาเทคนิคพื้นฐานต่างๆ เอาไว้เท่านั้น



ความสามารถในการเล่นบทเพลงใหม่ๆ ได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว เป็นคุณสมบัติที่เป็นที่ต้องการของวงการดนตรีโลกยุคปัจจุบัน

          ในการแข่งขันระดับโลก (International Flute Competitions) โดยเฉพาะที่เป็นรายการใหญ่ๆ มักมีข้อกำหนดให้ผู้ที่เข้าแข่งขันเล่นบทเพลงที่เพิ่งประพันธ์ขึ้นใหม่เพื่อการแข่งขันรายการนั้นๆ โดยเฉพาะ โดยบทเพลงที่เพิ่งประพันธ์ขึ้นใหม่นี้จะถูกส่งให้ผู้เข้าแข่งขันทุกคนประมาณ 1 เดือนก่อนการแข่งขัน ซึ่งหมายความว่า ผู้เข้าแข่งขันทุกคนจะต้องมีเทคนิคที่เพียงพอในการฝึกบทเพลงยากๆ ที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว

          นั่นย่อมหมายความว่า ถ้าเราไม่มีเทคนิคที่เพียงพอ เท่ากับว่าเราเป็นคนล้าหลังและจะไม่ได้รับความสนใจใดๆ



เรียน Etudes บทใดหรือเล่มใดดี?

          อันที่จริงไม่มี Etudes บทใดหรือเล่มใดที่ต้องเรียน หรือไม่มีบทใดเล่มใดที่ไม่เรียนไม่ได้

          วัตถุประสงค์หลักของการเรียนแบบฝึกหัดต่างๆ คือการแก้ปัญหาทางเทคนิคทุกอย่างให้หมดไป เพราะฉะนั้นจะเรียน Etudes เล่มใดหรือบทใดก็ได้ไม่สำคัญ สำคัญอยู่ที่ว่าจะต้องเป็นเล่มที่ช่วยให้เราแก้ปัญหาทางเทคนิคให้หมดไปได้เร็วที่สุด ซึ่งหมายความว่า แบบฝึกหัดที่ควรเรียนและควรฝึก ควรเป็นแบบฝึกหัดที่ยากกว่าที่เราเล่นได้ (แต่ก็ไม่ควรยากเกินไป)

          ข้อเท็จจริงคือ เราจะไม่เก่งขึ้นถ้ามัวซ้อมแต่สิ่งที่เราทำได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้น Etude เล่มใดก็ตามที่เราซ้อมแล้วรู้สึกว่าง่ายและไม่ต้องใช้เวลาซ้อมมากนักเป็นแบบฝึกหัดที่ไม่เหมาะกับเรา เพราะจะไม่ทำให้เราเก่งขึ้น

          การเลือกแบบฝึกหัดที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะถ้ามัวแต่ซ้อมแบบฝึกหัดที่ไม่ยากเท่าที่ควรก็เท่ากับว่าเป็นการเสียเวลามากโดยใช่เหตุ เป็นการ “เสียเวลามาก แต่ได้ผลน้อย” ซึ่งเรื่องนี้ อาจารย์ผู้สอนของเราจะสามารถเลือกแบบฝึกหัดที่เหมาะสมกับเราได้มากที่สุด

          อันที่จริง ปัญหาทางเทคนิคของแต่ละคนย่อมมีความแตกต่างกัน เพราะฉะนั้น การเลือกว่าจะเรียน Etudes เล่มใด จึงควรมุ่งไปที่การแก้ปัญหาของผู้เรียนแต่ละคนเป็นหลัก






Comments