การเรียนฟลูตเบื้องต้น


          การเรียนฟลูตเบื้องต้น หมายถึง การเรียนฟลูตตั้งแต่แรกเริ่มจนกระทั่งผู้เรียนมีความพร้อมที่จะเรียนในขั้นกลางและสูงต่อไป

 
วัตถุประสงค์สำคัญ

          ในการเรียนดนตรีระดับเบื้องต้น ไม่ว่าจะเรียนด้วยเครื่องดนตรีชนิดใด ผู้เรียนแต่ละคนก็ย่อมมีวัตถุประสงค์ในการเรียนคนละอย่างต่างๆ กันไป บางคนเรียนเพื่อสนุก บางคนเรียนตามเพื่อน บางคนเรียนเพราะพ่อแม่อยากให้เรียน แต่บางคนเรียนเพราะอยากเรียนด้วยตนเอง ฯลฯ
          สำหรับฟลูต บางคนอาจเรียนเพราะชอบเสียงฟลูต บางคนเรียนเพราะรู้สึกว่าเป่าฟลูตแล้วโก้ดี ฯลฯ และอาจมีบางคนที่ต้องการเรียนเพื่อให้เก่ง ซึ่งความต้องการที่จะเก่งก็มักเกิดขึ้นหลังจากที่เรียนไปได้ระยะหนึ่งแล้ว

          อย่างไรก็ตาม การเรียนในระดับเบื้องต้นมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะเป็นการเรียนเทคนิคพื้นฐานที่สำคัญต่อการพัฒนาในขั้นกลางและสูงต่อไป

          ไม่ว่าผู้เรียนจะเรียนด้วยวัตถุประสงค์ใดก็ตาม การเรียนฟลูตในระดับนี้ก็ควรเป็นพื้นฐานที่ทำให้ผู้เรียนมีศักยภาพที่จะเรียนในระดับสูงๆ ต่อไปได้
 
 

สิ่งที่ต้องระวังคือการมีเทคนิคพื้นฐานที่ผิดพลาด

          เทคนิคพื้นฐานที่สำคัญอย่างมาก แต่กลับเป็นความผิดพลาดที่มักพบบ่อยคือ การเป่าด้วย “รูปปาก” (Embouchure) ที่ผิดพลาด

          อาจกล่าวได้ว่า “รูปปาก” (Embouchure) เป็นหัวใจ หรือเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของการเป่าฟลูต ผู้ที่มีรูปปากที่ผิดพลาดจะไม่สามารถพัฒนาเทคนิคในขั้นสูงๆ ต่อไปได้เลย



เรียนอะไรบ้าง?

          การเรียนการสอนฟลูตในระดับเบื้องต้น สามารถจำแนกออกได้เป็น 3 หัวข้อ คือ

          1. ซอลเฟจ (Solfège)
          “ซอลเฟจ” หมายถึง “วิชาทฤษฎีดนตรีภาคปฏิบัติ” (Practical Theory) โดยเป็นการเรียนการสอนทฤษฎีดนตรีที่ทำให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงสัญลักษณ์ทางดนตรีกับเสียงที่แท้จริงเข้าด้วยกันได้ โดยเน้นที่การอ่านและร้องโน้ตต่างๆ
          เนื่องจากไม่มีใครสามารถเข้าใจทฤษฎีดนตรีได้โดยการฟังคำอธิบาย การเรียนการสอนวิชาซอลเฟจจะทำให้ผู้เรียนเข้าใจทฤษฎีดนตรีได้โดยไม่ต้องฟังคำอธิบายต่างๆ เหล่านั้น!

          2. เทคนิค (Techniques)
          สำหรับการเรียนในระดับเบื้องต้นควรเน้นไปที่การเรียนเรื่องบันไดเสียงและอาร์เปจโจต่างๆ (Scales & Arpeggios) ในรูปแบบที่ไม่ยากนัก ตลอดจนแบบฝึกหัดในกุญแจเสียงต่างๆ
          นอกจากนั้น เทคนิคต่างๆ ที่เกี่ยวกับการอ่านสัญลักษณ์ทางดนตรี เช่น Trill, Mordents, Gruppetti ก็ควรมีการเรียนการสอนด้วยเช่นเดียวกัน
          โดยสรุปแล้ว การเรียนเทคนิคในระดับเบื้องต้นก็ได้แก่ การเรียนแบบฝึกหัดเฉพาะ (Pure Exercises) และ แบบฝึกหัดประยุกต์ (Applied Exercises) นั่นเอง แต่เป็นแบบฝึกหัดเฉพาะและแบบฝึกหัดประยุกต์ที่ไม่ยากนัก

          เทคนิคที่ควรเน้นเป็นพิเศษคือ “เทคนิครูปปาก” (Embouchure Technique) ที่เกี่ยวกับการเป่าในระดับเสียงที่แตกต่างกัน โดยไม่ให้เกิดการเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณแก้ม
          อันที่จริง การเป่าด้วยรูปปากที่ถูกต้องไม่ใช่เรื่องยากเลย ซึ่งความจริงเป็นเรื่องง่ายเสียด้วยซ้ำไปหากผู้เรียนสามารถทำได้อย่างถูกต้องตั้งแต่เดือนแรกที่เริ่มเรียน แต่จะเป็นเรื่องยากมากถึงมากที่สุด ถ้าผู้เรียนหัดเป่าด้วยเทคนิคที่ผิดพลาดตั้งแต่เดือนแรกๆ
          เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่ควรต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

          3. บทเพลง (Pieces)
          เนื่องจากโดยปรกตินักประพันธ์เพลง (Composers) มักประพันธ์บทเพลงสำหรับนักดนตรีอาชีพเพื่อใช้ในการแสดงเท่านั้น ไม่ได้ประพันธ์สำหรับนักเรียนที่เริ่มเรียน
          ด้วยเหตุนี้ บทเพลงส่วนใหญ่สำหรับนักเรียนในระดับนี้จึงเป็นบทเพลงที่มีการเรียบเรียง (Transcript /Arrange) มาจากบทเพลงคลาสสิกที่ไม่ยากนักบ้าง จากดนตรีพื้นบ้าน (Folk Music) บ้าง หรือจากดนตรีประจำชาติ (Traditional Music) บ้าง
          อนึ่ง บทเพลงสำหรับนักเรียนในระดับนี้อาจถือได้ว่าเป็นแบบฝึกหัดประยุกต์ (Applied Exercises) ไปในตัว เพราะมีวัตถุประสงค์ในการเรียนเรื่องเทคนิคเป็นส่วนสำคัญอยู่ด้วย

          อันที่จริง ในการเรียนการสอนในระดับนี้ อาจไม่ต้องมีการเรียนการสอนบทเพลงสำหรับใช้แสดงโดยเฉพาะเลยก็ได้ เพราะแบบฝึกหัดประยุกต์ต่างๆ ก็ถือว่าเป็นบทเพลงไปในตัวอยู่แล้ว เพราะมีดนตรี (Music) อยู่ด้วย และสามารถใช้แสดงได้



แบบเรียนฟลูต (Method for flute)

          ในการเรียนการสอนระดับเบื้องต้นนี้ อาจารย์ผู้สอนอาจเลือกใช้ตำราแบบฝึกหัดเฉพาะ, ตำราแบบฝึกหัดประยุกต์ รวมทั้งบทเพลงต่างๆ  ที่เป็นตำราที่แยกแบบฝึกหัดแต่ละประเภทออกจากกันเป็นเล่มๆ ไปก็ได้
          กล่าวคือ อาจารย์ผู้สอนอาจเลือกใช้ตำราแบบฝึกหัดเฉพาะเล่มหนึ่ง ตำราแบบฝึกหัดประยุกต์อีกเล่มหนึ่ง และอาจมีบทเพลงจากเล่มอื่นๆ ประกอบด้วยตามสมควร
          หรืออาจเลือกใช้ตำราที่เป็น “แบบเรียน” (Method) ที่มีผู้แต่งและรวบรวมไว้โดยเฉพาะก็ได้
 
          แบบเรียนฟลูต (Method for flute) หมายถึง ตำราเรียนฟลูตที่รวบรวมแบบฝึกหัดเฉพาะ, แบบฝึกหัดประยุกต์ และบทเพลงต่างๆ สำหรับฟลูตไว้ในเล่มเดียวกัน โดยมีการแต่งและเรียบเรียงไว้อย่างเป็นระบบตามขั้นตอนของพัฒนาการที่ควรจะเป็นของผู้เรียนจากง่ายไปยาก
 
          ข้อดีของตำราที่เป็นแบบเรียน (Method) คือ ตำราที่เป็นแบบเรียนมีการจัดระเบียบแบบแผนของการเรียนการสอนไว้อย่างเป็นระบบจากง่ายไปยาก เพราะฉะนั้น อาจารย์ผู้สอนแต่ละคนจึงไม่ต้องคิดวิเคราะห์วิจัยเองว่าควรจะจัดระบบการเรียนการสอนอย่างไรจึงจะทำให้ผู้เรียนมีพัฒนาการที่รวดเร็วที่สุด ข้อนี้จึงเป็นการอำนวยความสะดวกอย่างหนึ่ง
          อีกนัยหนึ่ง ตำราที่เป็นแบบเรียน (Method) ย่อมเปรียบเสมือนงานวิจัยที่เกิดจากประสบการณ์ทางดนตรีทั้งทางด้านการเรียน การแสดง และการสอนของผู้แต่งแบบเรียนนั้น โดยถ้าหากแบบเรียนนั้นเป็นงานวิจัยชั้นเลิศ ก็จะทำให้ผู้เรียนด้วยแบบเรียนนั้นมีพัฒนาการที่รวดเร็วอย่างมาก
 


ALTÈS” แบบเรียนฟลูตของสำนักเรียนฝรั่งเศส

          “ALTÈS” เป็นแบบเรียนของสำนักเรียนฝรั่งเศสที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยเป็นแบบเรียนที่นักเรียนฟลูตทุกคนในประเทศฝรั่งเศสใช้เรียนกันตั้งแต่แรกเริ่ม
 
          แบบเรียนของสำนักฝรั่งเศสเล่มนี้ถูกกำหนดให้ใช้ในการเรียนการสอนที่ประเทศฝรั่งเศสมานานมากกว่าครึ่งศตวรรษ และยังได้รับความนิยมแพร่หลายไปในประเทศอื่นๆ อีกหลายประเทศ นี้ย่อมเป็นเครื่องแสดงให้เห็นว่าแบบเรียนเล่มนี้เป็นแบบเรียนที่มีข้อดีเป็นพิเศษจากแบบเรียนอื่นๆ

          ข้อดีของ “Altès” ที่เป็นข้อแตกต่างจากแบบเรียนเล่มอื่นๆ มีอยู่หลายประการ แต่ที่เห็นได้ชัดคือ “Altès” เป็นตำราที่ไม่อนุญาตให้เริ่มเรียนด้วยโน้ตเสียงต่ำ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้เรียนมีพัฒนาการที่รวดเร็วกว่าการเรียนด้วยตำราอื่นถึงเท่าตัวหรือมากกว่า

          อันที่จริง “Altès” ไม่ใช่เป็นแบบเรียนสำหรับการเรียนในระดับเบื้องต้นเท่านั้น แต่ยังมีเนื้อหาครอบคลุมไปถึงการเรียนในขั้นกลางอีกด้วย โดยผู้ที่เรียนจบแบบเรียนนี้จะสามารถเรียนต่อไปในขั้นกลางช่วงปลายๆ ได้ และจะสามารถเรียนต่อไปอีกในขึ้นสูงภายในระยะเวลาไม่นานนัก
          ระยะเวลาในการเรียนจนจบทั้งแบบเรียน (2 เล่ม) คือประมาณ 6-7 ปี (อาจเร็วกว่านี้ถ้าผู้เรียนตั้งใจเป็นพิเศษ) ซึ่งถือว่าเป็นระยะเวลาที่รวดเร็วมากสำหรับพัฒนาการของผู้เรียน เมื่อเทียบกับการเรียนด้วยตำราหรือแบบเรียนเล่มอื่นๆ


          ทัศนะจากประสบการณ์ของผู้เขียน

          “ถึงแม้ผู้เรียนจะซ้อมบ้างไม่ซ้อมบ้าง หากเรียนด้วย “Altès” ก็ยังจะมีพัฒนาการที่รวดเร็วกว่าการเรียนด้วยตำราหรือแบบเรียนอื่นๆ”




« สิ่งที่ยากที่สุดของการเป่าฟลูตคือ การแก้ไขความเคยชินที่ผิดๆ »








Comments