เหล่าทหารราบ

ประวัติทหารราบ
 
ศร.เป็นหน่วย/เหล่าสายวิทยาการขึ้นตรงต่อ ยศ.ทบ.มีประวัติยาวนานและได้รับ การพัฒนา  มาอย่างต่อเนื่อง  ได้มีการปรับปรุงภารกิจ     การจัด และรวมทั้งได้เปลี่ยนนามหน่วย ให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ในแต่ละยุค แต่ละสมัย ดังต่อไปนี้.-
         ก. กรมจเรทหารราบ (พ.ศ.๒๔๔๙ - พ.ศ.๒๔๖๐) ศร. ได้เริ่มก่อตั้งเมื่อ พ.ศ.๒๔๔๙ มีนามหน่วยว่า กรมจเรทหารราบ ตั้งอยู่ใน กห. จว.พระนคร มีหน้าที่ตรวจกิจการของเหล่า ร. รับผิดชอบพัฒนาวิทยาการ และการจัดของเหล่า ร. โดยมี พ.ต.หลวงสุรยุทธโยธาหาญ (ชื่น ภักดีกุล) เป็น ผู้บังคับหน่วย ขึ้นตรงต่อ กรมจเรทหารบก ต่อมาเมื่อ พ.ศ.๒๔๖๐ กรมจเรทหารราบ ได้รวมกับ กรมจเรทหารบก และเรียกนามหน่วยว่า “กรมจเรทัพบกและการปืนเล็กปืนกล”
        ข. กรมจเรทัพบกและการปืนเล็กปืนกล (พ.ศ.๒๔๖๐ - พ.ศ.๒๔๗๘) กรมจเรทัพบกและการปืนเล็กปืนกล มีที่ตั้งหน่วยอยู่ใน      กห. กรุงเทพ ฯ โดยมี พล.ท. พระยาเทพอรชุน ดำรงตำแหน่ง จเรทัพบกและการปืนเล็กปืนกล เป็นคนแรก มีหน้าที่รับผิดชอบในวิทยาการของทหารราบ เทคนิคอาวุธทหารราบ และปืนเล็กปืนกล ที่ทางราชการกำหนดให้มีไว้ใช้ใน ทบ. กรมจเรทัพบกและการปืนเล็กปืนกล ได้ดำเนินงานมาจนถึง พ.ศ.๒๔๗๘
        ค. แผนกที่ ๑ กรมจเรทหารบก (พ.ศ.๒๔๗๘ - ๒๔๘๓) พ.ศ.๒๔๗๘ กรมจเรทัพบก และการปืนเล็กปืนกลได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น “แผนกที่ ๑ กรมจเร-ทหารบก” มีที่ตั้งหน่วยใน กห. กรุงเทพ ฯ ซึ่งในขณะนั้น เป็นเวลาที่ประเทศไทยได้เปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช เป็นระบอบประชาธิปไตย อันมีองค์พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทบ.ได้มีการเปลี่ยนแปลง การจัดและการดำเนินงานให้ทันสมัย และเพื่อ ความเหมาะกับสถานการณ์ และปี พ.ศ.๒๔๗๙ ได้ย้ายที่ตั้งมาอยู่ที่ ต.บางขุนพรหม จว.พระ-นคร ต่อมา พ.ศ.๒๔๘๑ ได้ย้ายไปอยู่ที่ ค่ายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช อ.เมือง จว.ลพบุรี ได้ดำเนินงานจนถึง พ.ศ.๒๔๘๓
        ง. แผนกทหารราบ กรมเสนาธิการทหารบก (พ.ศ.๒๔๘๓ - พ.ศ.๒๔๘๘) ต่อมาในปี พ.ศ.๒๔๘๓ แผนกที่ ๑ กรมจเรทหารบก ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “แผนกทหารราบ” ในห้วงระยะนี้ได้ดำเนินการพัฒนาหลักนิยมการรบ อันเป็นประโยชน์แก่ทหารราบเป็นอย่างมาก และได้นำหลักการสงครามจากกองทัพบกต่างประเทศ เช่น ฝรั่งเศส อังกฤษ โดยนำมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับการจัด และภารกิจของหน่วย ร.ไทย และทำให้หลักฐานทางตำราของทหารราบในระยะนั้นมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น การเปลี่ยนแปลงในระยะนี้อีกประการหนึ่งคือ แผนกทหารราบไม่ได้เป็นหน่วยขึ้นตรงกับ จเรทหารบก ดังที่เคยจัดมาแล้ว แต่เป็นส่วนราชการขึ้นกับ กรมเสนาธิการ-ทหารบก ได้ดำเนินงานจนถึง พ.ศ.๒๔๘๘
        จ. กรมจเรทหารราบ (พ.ศ.๒๔๘๘ - พ.ศ.๒๔๘๙) แผนกทหารราบ กรมเสนาธิการทหารบก เปลี่ยนชื่อเป็น “กรมจเรทหารราบ” เมื่อ พ.ศ.๒๔๘๘ ทั้งนี้เนื่องจากบทบาท และหน้าที่ของส่วนราชการนี้ ที่ต้องเกี่ยวข้อง ได้มีมากขึ้นตามการพัฒนาของ ทบ.โดยการจัดหน่วยประกอบด้วย ส่วนราชการที่สำคัญ ๒ ส่วน คือ ๑) แผนกเทคนิค มีหน้าที่รับผิดชอบ และอำนวยการ เกี่ยวกับวิทยาการของทหารราบทั้งปวง โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น ๒ กอง คือ กองวิทยาการ และกองฝึก ๒) แผนกศึกษา มีหน้าที่วางแผนการศึกษา และให้การศึกษา ตลอดจนการกำหนดการเปิดโรงเรียน กำหนดหลักสูตรของโรงเรียน กำหนดจำนวนนักเรียน และจำนวนครูที่จะให้สอน นักเรียนในโรงเรียนต่าง ๆ โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น ๓ กอง คือ กองโรงเรียนนายทหาร, กองโรงเรียนนายสิบทหารราบ และกองลูกมือ
        ฉ. กรมการทหารราบ (พ.ศ.๒๔๙๕ - พ.ศ.๒๔๙๗) ตามคำสั่ง กห. (พิเศษ) ที่ ๕๙/๒๓๖๔๐ เรื่อง แก้อัตรา ทบ. (ครั้งที่ ๕๓) ลง ๑๙ พ.ย.๙๕ ซึ่งคำสั่งนี้ได้เปลี่ยนแปลงการจัด และการเปลี่ยนชื่อ “กรมจเรทหารราบ” เป็น “กรมการทหารราบ” โดยให้เป็นหน่วยหนึ่งในส่วนการศึกษาขึ้นตรงต่อ ยศ.ทบ. มีหน้าที่เกี่ยวกับการแนะนำ กำกับการ และตรวจตรา ในเรื่องการฝึก – ศึกษา ในเวลาปกติ กล่าวคือเตรียมคน และเครื่องมือเครื่องใช้ของทหารราบ ให้แก่ ทบ. แบ่งส่วนราชการออกเป็น ๘ ส่วน คือ ๑) กองกลาง ๒) โรงเรียนทหารราบ ๓) กองเครื่องช่วยฝึก ๔) กองบริการ ๕) กองพันทหารราบ ๖) กองรักษาการณ์ ๗) กองเสนารักษ์ ๘) หมวดสัตวรักษ์
        ช. ศร. (พ.ศ.๒๔๙๗ – ปัจจุบัน) กรมการทหารราบ ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “ศูนย์การทหารราบ” ใน ๗ ต.ค.๒๔๙๗ ตามคำสั่ง กห. (เฉพาะ) ที่ ๔๔/๑๒๒๙๑ เรื่อง แก้ไขอัตราของ ทบ. ลง ๑๐ มิ.ย.๙๗ ทั้งนี้ เพื่อความเหมาะสมในการดำเนินการฝึก และการศึกษา สอดคล้อง กับโครงสร้างการจัดการของ ทบ. ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๙ ได้เปลี่ยนย้ายที่ตั้งหน่วยจาก ค่ายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มาเข้าที่ตั้งใหม่ ณ ค่ายธนะรัชต์ อ.ปราณบุรี จว.ประจวบคีรีขันธ์ ตามคำสั่ง ทบ. ที่ ๒๑๙/๒๕๐๙ ลง ๒๑ ก.ค.๐๙ จนถึงปัจจุบัน
Comments