ราชอาณาจักรไทย

ชื่อประเทศเป็นทางการ : ราชอาณาจักรไทย  (Kingdom  of  Thailand)

เมืองหลวง :  กรุงเทพฯ  (Bangkok)

พื้นที่ : 513,115  ตารางกิโลเมตร

ประชาการ : 63.0  ล้านคน

ภาษาราชการ :  ไทย

ศาสนา :  พุทธ  95  %  อิสลาม  4 %  คริสต์  1%

ระบอบการปกครอง  :  ประชาธิปไตย  ระบบรัฐสภา มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ

สกุลเงิน  :  บาท (Thai Baht)

สินค้าออกและรายได้หลัก :  ข้าว  น้ำตาล  ยางพารา ทับทิม  แซปไฟร์  สิ่งทอ  เสื้อผ้าสำเร็จรูป  อุตสาหกรรมกระป๋อง  การท่องเที่ยว

                ราชอาราจักรไทยเดิมเรียกว่า  สยาม  หมายถึง  ดินแดนแห่งอิสรภาพ  หรือ  ดินแดนแห่งความเสรี  เปลี่ยนมาเป็นประเทศไทย  เมื่อปี  พ.ศ.  2482  ปัจจุบันเรียกว่า   ราชอาณาจักรไทย

 

1.  ที่ตั้ง  ขนาดและรูปร่าง

                ประเทศไทยตั้งอยู่ในคาบสมุทรอินโดจีนในบริเวณซึกโลกเหนือ  ระหว่างละติจูด  5  37 - 20  37’  เหนือและระหว่างลองจิจูด  97  22 - 105  37’  ตะวันออก

                มีอาณาเขต

                ทิศเหนือ  ติดต่อกับลาว  และพม่าและมีพรมแดนไม่ห่างไกลจากจีนมากนัก

                ทิศตะวันตก  ติดต่อกับพม่า  โดยมีเทือกเขาถนนธงชัย  และตะนาวศรีเป็นพรมแดนธรรมชาติขวางกั้นอยู่  บางส่วนเป็นทะเลอันดามันและมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้

                ทิศตะวันออก  ติดต่อกับลาว  และกัมพูชา

                ทิศใต้  ติดต่อกับอ่าวไทย  พรมแดนมาเลเซีย และทะเลอันดามัน  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมหาสมุทรอินเดียทางทิศตะวันตกเฉียงใต้

 

2.  โครงสร้างและลักษณะภูมิประเทศ

                โครงสร้างและลักษณะภูมิประเทศแบ่งออกเป็น  6  เขต  ดังนี้

                1.  เขตที่ราบลุ่มน้ำตอนกลาง  ได้แก่  ที่ราบลุ่มน้ำตอนล่างมีดินตะกอนหนาเหมาะสมแก่การเพาะปลูก เพราะมีน้ำเจ้าพระยาและสาขาไหลผ่านหลายสาย  ส่วนที่ราบตอนบนและริมขอบมีชั้นดินบางเป็นที่ราบลูกคลื่นเหมาะแก่การปลูกพืชไร่

                2.  เขตชายฝั่งตะวันออก  (เฉียงใต้)  มีพืชพรรณตากต่างจากที่ราบภาคกลาง  ประกอบด้วย  เนินเขาเตี้ย ๆ  เช่น  เทือกเขาจันทบุรี  เทือกเขาบรรทัด  ระหว่างภูเขามีที่ราบลูกคลื่น  และที่ราบระหว่างหุบเขาชายฝั่งมีหาดทรายหลายแห่ง  ถัดออกไปเกาะสีชัง  เกาะช้าง  ฯลฯ

                3.  เขตเทือกเขาทางเหนือ  อยู่เหนือที่ราบภาคกลาง  เป็นเทือกเขาสูงหลายแนว  เช่น  แดนลาวชุนตาล  ดอยอินทนนท์สูงที่สุดในประเทศไทย  ผีปันน้ำ  ฯลฯ  เป็นต้นน้ำลำธารสำคัญของประเทศมีที่ราบระหว่างหุบเขาเพาะปลูกได้ผลดี  และมีป่าไม่เบญจพรรณอันมีค่าทางเศรษฐกิจมาก

                4.  เทือกเขาทางตะวันตก  ได้แก่  เทือกเขาถนนธงชัย  และตะนาวศรี  เทือกเขานี้ปันน้ำเข้าสู่ภาคกลางและภาคตะวันตก  ประกอบด้วยภูเขา  และป่าไม้สลับเนินสูง  แม่น้ำที่สำคัญที่เกิดจากเทือกเขาตะวันตก ได้แก่  แม่น้ำแควใหญ่  แควน้อย  และสะแกรัง  เขตนี้คลุมพื้นที่จังหวัดตาก กาญจนบุรี  เพชรบุรี  ราชบุรี  และประจวบคีรีขันธ์

                5.  เขตที่ราบ  (สูง)  ภาคตะวันออกเฉียงใต้  มีเทือกเขาเพชรบูรณ์และดงพญาเย็นเป็นขอบทางตะวันตก  เทือกเขาสันกำแพงและพนมดงรักเป็นข้อศอกทางใต้  ลักษณะภูมิประเทศเป็นดินทรายลาดเทไปทางตะวันออก แม่น้ำสำคัญ คือ  แม่น้ำมูล  และชี

                6.  เขตคาบสมุทรภาคใต้  เป็นแหลมยื่นไปในทะเล  มีเทือกเขาทอดไป  2  แนว  จากเหนือ ใต้  ดังนี้

                                1)  ทางตะวันตก  ได้แก่  เทือกเขาตะนาวศรีและภูเก็ต  ทำให้เกิดชายฝั่งจมตัวทางภาคตะวันตก  เกาะสำคัญ ได้แก่  เกาะ  ภูเก็ต  ตะรุเตา  และลันเตา

                                2)  ทางตะวันออก  มีเทือกเขานครศรีธรรมราชต่อเนื่องจนถึงท้องทะเลตื้น มีหาดทรายเป็นแนวยาว  เกาะสำคัญ  ได้แก่  เกาะสมุย  พงัน  ฯลฯ  ชายฝั่งตะวันออกนี้มีแม่น้ำตาปีไหลลงสู่อ่าวไทย

 

3.  ลักษณะภูมิอากาศและพืชพรรณธรรมชาติ

                ประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตร้อน  ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมทั้งสองฤดูและมีร่องมรสุมพาดผ่าน  มีอุณหภูมิสูงเกือบตลอดปี  ค่าเฉลี่ยปริมาณน้ำฝน  1,540  มิลลิเมตร(60  นิ้ว)  ต่อปี  บริเวณที่ฝนตกหนาแน่นคือ  จังหวัดระนอง (5,106.3)  มิลลิเมตร)  และภาคตะวันออกเฉียงใต้ ลักษณะภูมิอากาศแบ่งเป็น  3  ลักษณะ ดังนี้

 

                1)  ภูมิอากาศแบบฝนเมืองร้อนตลอดปี  (Af)  พบมากในภาคใต้  มีป่าดงดิบขึ้นหนาแน่น

                2)  ภูมิอากาศแบบมรสุมเมืองร้อนเกือบตลอดปี  (Am)  พบในเขตรับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้  พบในเขตจังหวัดระนอง  จันทบุรี  และตราด  ฝนตกนานมากกว่า  6  เดือน

                3)  ภูมิอากาศแบบในเมืองร้อนเฉพาะฤดู  (Aw)  พบในเขตเงาฝนภาคกลาง  ตะวันออกเฉียงเหนือ  และภาคเหนือบางส่วน  มีช่างฤดูแล้วยาวนาน  เป็นป่าหญ้าสลับต้นไม้ห่าง ๆ  ในภาคเหนือเป็นป่าเบญจพรรณมีไม่ที่มีค่ามาก  เช่น  ไม้สัก  ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นป่าแดง

                ชายฝั่งทะเลภาคนะวันตกของคาบสมุทรเป็นป่าไม่โกงกาง ส่วนที่สูงในภาคเหนือมีป่าสนและสวนสนที่ปลูกขึ้น

 

4.  สภาพทางเศรษฐกิจ

                4.1  การเพาะปลูก  ประชากรส่วนใหญ่ร้อยละ  80  มีอาชีพทางการเกษตร  พืชทีปลูกและส่งเป็นสินค้าออกสำคัญ ได้แก่  ข้าว  มันสำปะหลัง  ข้าวโพด  อ้อย  ยางพารา  และถั่วต่าง ๆ

                —  ข้าวปลูกมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ภาคกลาง  ภาคเหนือ และภาคใต้

—  มันสำปะหลัง  ปลูกมากในภาคตะวันออกเฉียงใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

—  อ้อยปลูกมาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ภาคตะวันตกและภาคเหนือ

—  มะพร้าว  และยางพาราปลูกมากในภาคใต้

—  ถั่ว  และข้าวโพดปลูกมากในภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อื่น ๆ  ได้แก่  ฝ้ายและผลไม้

4.2  การเลี้ยงสัตว์  มีมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ได้แก่ กระบือ  และโค  ส่วนไก่  เป็ด

และสุกรเลี้ยงมากในภาคกลาง  สุพรรณบุรี  และฉะเชิงเทรา

                4.3  การประมง  การประมงน้ำเค็ม  มีหนาแน่นบริเวณเขตอ่าวไทยตอนใน  การประมงน้ำจืดมีมากที่สกลนคร  สุพรรณบุรี  และฉะเชิงเทรา

                4.4  การทำป่าไม้  มีมากในภาคเหนือ  ได้แก่  ไม้สัก  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีไม้ยาง  เต็ง  รัง  ประดู่  ฯลฯ

                4.5  การทำเหมืองแร่และแร่ธาตุ  มีมากในภาคใต้  โดยเฉพาะดีบุกมีมากที่จังหวัดภูเก็ต พังงาน  ระนอง  แร่ธาตุอื่น ๆ  ได้แก่  ทังสเตน  ฟลูออไรต์  พลวง  เหล็ก

                การค้า

                สินค้าเข้าที่สำคัญ  ได้แก่  น้ำมัน  ยานบก  (รถแทรกเตอร์  รถยนต์ ระยนต์นั่ง  ฯลฯ)  เหล็ก  เครื่องใช้ไฟฟ้า  ฝ้าย  ปุ๋ย  พลาสติก  ส่วนสินค้าออกที่สำคัญ ได้แก่  ข้าว  ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง  น้ำตาล  ข้าวโพด  ยางพารา  ดีบุก  กุ้งสดแช่เย็น  เสื้อผ้าสำเร็จรูป  ถั่วต่าง ๆ  ผ้าฝ้าย  อัญมณี  ผ้าใยประดิษฐ์  แผงวงจรไฟฟ้า  ไม้สัก  ใบยาสูบ  ปลาหมึกสดแช่เย็น  สับปะรดกระป๋อง  ฯลฯ

5.  การคมนาคม

                การคมนาคมขนส่ง  โดยทั่วไปอยู่ในเกณฑ์ดี และกำลังได้รับการปรับปรุงพัฒนามาเป็นลำดับ

                การขนส่งทางบก  ได้แก่  ทางรถไฟเหนือไปสุดทางที่เชียงใหม่  ภาคใต้สุดทางที่สุไหงโก ลกและป่าดังเบซาร์ต่อไปยังมาเลเซียใต้  ภาคตะวันออกสุดทางที่อรัญประเทศ  จังหวัดปราจีนบุรี  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือสุดทางที่หนองคาย

                ถนน  มีใช้ได้ทุกฤดูกาลและมีทางหลวงสายเอเชีย  A1  และ  A2  ผ่าน

                การขนส่งทางน้ำ  ตามลำแม่น้ำเจ้าพระยา  มีเรือลำเลียงสินค้านำออกสู่เมือท่าริมฝั่งทะเลตามหัวเมืองชายฝั่งทะเลมีเรือสินค้าแล่นเลียบชายฝั่งอยู่ตลอดเวลา  ท่าเรือกรุงเทพฯ  ที่คลองเตย  เป็นท่าเรือพาณิชย์ที่ใหญ่ของประเทศไทย แต่ร่องน้ำมักตื้นเขิน

                การขนส่งทางอากาศ  มีท่าอากาศยานกรุงเทพฯ  เป็นศูนย์กลางการติดต่อระหว่างประเทศในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  และมีสายการบินพาณิชย์ผ่านไม่น้อยกว่า  32  สาย  ปัจจุบันได้ปรับปรุงเส้นทางการบินผ่านเวียดนามและลาว เพื่อย่นระยะทางและประหยัดเชื้อเพลิงและกำลังสร้างสนามบินแห่งใหม่  คือ  สุวรรณภูมิ

 

6.  เมืองสำคัญบางเมือง

                กรุงเทพมหานคร  เป็นเมืองหลวงและเมืองท่าสำคัญที่สุดเป็นศูนย์กลางการปกครองเศรษฐกิจและการศึกษาและมีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นที่สุด

                เชียงใหม่  เป็นศูนย์กลางการค้าและกากรศึกษาในภาคเหนือมีประชากรมากกว่า   1  ล้านคน

                อุบลราชธานี  เป็นศูนย์กลางการคมนาคมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  มีประชากรมากกว่า  1  ล้านคน

                อื่น    ได้แก่  นครราชสีมา  ขอนแก่น  นครศรีธรรมราช  สงขลา  ภูเก็ต  นครสวรรค์  และพิษณุโลก

7.  สรุป

                ประเทศไทยมีชื่อทางการว่า  ราชอาณาจักรไทย  ปกครองตามระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา  มีพระมาหกษัตริย์เป็นประมุข  นายยกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาล

                ภูมิประเทศมีที่ราบลุ่มตอนกลางของประเทศและที่ราบสูงทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  มีชายฝั่งเป็นแนวยาวทางใต้ ภูมิอากาศร้อนชื้นตลอดปีมีมรสุมในช่วงเดือนพฤษภาคม  -  ตุลาคม  ประชากรของประเทศนับถือศาสนาพุทธ  95  เปอร์เซ็นต์  ศาสนาอิสลาม  46  เปอร์เซ็นต์  คริสต์ ศาสนา  1  เปอร์เซ็นต์  ภาษาที่ใช้พูดคือ  ไทย  จีน  มาเลย์  และใช้ภาษาไทยเป็นภาษาทางราชการ  ส่วนสินค้าส่งออกเฉพาะที่สำคัญ  ได้แก่  ข้าว   มันสำประหลัง  ยางพารา  ดีบุก  ทังสเตน

Comments