นำเสนอรางวัลกินรี เทศบาลตำบลบ้านแซว เชียงแสน 20 มีค 60



งานนำเสนอ รางวัลกินรี  ของเทศบาลตำบลบ้านแซว
เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2560 
ณ  บ้านแซวการ์เด้นแอนด์รีสอร์ท



สโลไลฟ์โฮมสเตย์ริมฝั่งโขง


สโลว์ไลฟ์ที่โฮมสเตย์ริมโขง | 19-12-59 | ชัดข่าวเที่ยง ออกอากาศ  ช่องไทยรัฐทีวี 32  
สนับสนุนโดย  ธกส. สำนักงานใหญ่ 



รางวัลชุมชนต้นแบบการท่องเที่ยววิถีไทย วิถีชุมชน การท่องเที่ยวเชียงรายยั่งยืน
เมือวันที่ 14 มีนาคม 2560

สัมผัสวิถีชีวิตวัฒนธรรม ชุมชนบ้านท่าขันทอง.mpg


สัมผัสวิถีชีวิตวัฒนธรรม  โฮมสเตย์บ้านท่าขันทอง



วิถีวัฒนธรรมบ้านแซว อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย -httpswww.youtube.comwatchv=Y2x53QwaGDY.mp4


เสน่ห์ท่าขันทอง ธรรมชาติสวยๆ ริมฝั่งแม่น้ำโขง


RSS Feed




แผนการตลาด CBT บ้านแซว ปี 59-60

แผนการตลาด การท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบลบ้านแซว
ปี 2550 - 2560


เชียงราย!!!สุดยอดอะเมซิ่งไทยแลนด์ ฮิตติดชาร์จโฮมสเตย์ท่าขันทอง 1ใน 7 ท็อปเทนเมืองไทย!!
นั่งอีต๊อก พักบ้านหลากสไตล์ สัมผัสวิถีคนลุ่มน้ำโขง

http://www.77jowo.com/contents/4865/




            เมื่อวันที่ 30 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายเศรษฐศักดิ์ พรหมมา ปลัดเทศบาลตำบลบ้านแซว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย พร้อมด้วยนายเสถียร บุญปก ประธานคณะกรรมการบริหารจัดการโฮมสเตย์บ้านท่าขันทอง ม.3 ต.บ้านแซว ได้นำคณะสื่อมวลชนและเอกชนนำเที่ยวหรือทัวร์เดินทางชมการท่องเที่ยวในรูปแบบโฮมสเตย์ของบ้านท่าขันทอง หลังที่กิจการโฮมสเตย์ของหมู่บ้านแห่งนี้ได้รับรางรัลจากคณะกรรมการตัดสินรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (กินรี) ให้เป็นโฮมสเตย์ที่มีผู้นิยมมากที่สุดติด 1 ใน 7 ของประเทศและรางวัลอื่นๆ ทั้งระดับจังหวัดและประเทศติดต่อกันมาแล้วหลายครั้ง
            โดยการชมโฮมสเตย์ดังกล่าวเริ่มต้นจากศูนย์ประสานงานโฮมสเตย์บ้านท่าขันทองซึ่งเป็นบ้านของนายเสถียร โดยมีพิธีสู่ขวัญตามประเพณีพื้นบ้านให้กับคณะก่อนนำนั่งรถอีต๊อกพาชมตัวอย่างบ้านเรือนที่ชาวบ้านเปิดเป็นโฮมสเตย์ภายในหมู่บ้าน ซึ่งพบว่าปัจจุบันเปิดเป็นโฮมสเตย์จำนวน 21 หลังคาเรือน โดยแต่ละหลังมีการตั้งชื่อแตกต่างกันไป เช่น บ้านชื่นจิต บ้านชิดชอบ บ้านหยก-อนันต์ บ้านเพชรพริ้ม บ้านปักใจ บ้านในฝัน ฯลฯ ซึ่งมีเอกลักษณ์และมนต์เสน่ห์แตกต่างกันไป แต่ละหลังมีจุดให้ถ่ายภาพเอาไว้ตามมุมต่างๆ เป็นที่ประทับใจของผู้ไปเยือนด้วยมีเอกลักษณ์การดำเนินชีวิตและที่ตั้งของบ้านแตกต่างกันไปแต่สิ่งที่เหมือนกันคือรูปแบบห้องพักและการให้บริการที่ได้มาตรฐานเป็นที่ประทับใจของผู้พบเห็น โดยเจ้าของบ้านแต่ละหลังให้การต้อนรับผู้ไปเยือนเป็นอย่างดี ด้านหน้าบ้านมีโต๊ะวางน้ำดื่ม ผ้าเช็ด ผลไม้ ระบบอินเตอร์เน็ต หมายเลขโทรศัพท์สถานที่สำคัญ ฯลฯ ส่วนห้องพักก็ตกแต่งคล้ายห้องพักโรงแรมทั่วไป ขณะที่หลายหลังตั้งอยู่ติดแม่น้ำโขงทำให้เห็นทิวทัศน์ที่มีความงดงาม


นายเศรษฐศักดิ์ กล่าวว่าหมู่บ้านท่าขันทองตั้งเป็นโฮมสเตย์มาได้ประมาณ 10 ปีแล้วเพราะเป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านมีวิถีชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์และส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรม จึงรวมตัวกันหันมาพัฒนาโฮมสเตย์เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ อื่นและต้องการชมวิถีชีวิตชาวบ้านอย่างแท้จริงและได้นอนพักค้างคืนด้วย ประกอบกับหน่วยงานต่างๆ ให้การสนับสนุนจึงได้เปิดกิจการโดยโฮมสเตย์ที่เป็นสมาชิกจะมีห้องพักหลังคาเรือนละตั้งแต่ 1 ห้องไปจนถึง 4 ห้อง แต่ละห้องรองรับผู้เข้าพักได้ตั้งแต่ 2-10 คนโดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบาย และสามารถรับประทานอาหารที่ชาวบ้านปรุงให้ตามสะดวก ขณะเดียวกันแต่ละหลังมีการปลูกพืชปลอดสารเคมีทุกหลังซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถไปเก็บหรือเรียกให้มีการนำไปปรุงเพื่อรับประทานได้อีกด้วย

นายเศรษฐศักดิ์ กล่าวอีกว่าผู้ไปเยือนสามารถดูวิถีชีวิตของชาวบ้านที่พักอาศัยหรือเดินทางไปตามทัวร์ที่โฮมสเตย์จัดขึ้นภายในหมู่บ้าน เช่น ศูนย์ประกอบอาหารพื้นบ้าน ศูนย์ผ้าทอ การสีข้าวด้วยมือ ฯลฯ และที่สำคัญคือการล่องเรือแม่น้ำโขงจากหมู่บ้านไปยังเกาะช้างตายซึ่งเป็นดินแดนของไทยติดกับท่าเรือแม่น้ำโขงเชียงแสนแห่งที่ 2 ซึ่งมีสภาพเป็นป่าแขมและมีหาดหินขนาดเล็กกว้างขวางซึ่งนักท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพจำนวนมากนิยมไปเดินเพื่อนวดฝ่าเท้า บนเกาะชาวบ้านมีบริการทำอาหารให้ เช่น หมูทอด ข้าวหลาม ฯลฯ แล้วแต่จะตกลงกับนักท่องเที่ยวอีกด้วย ทั้งนี้ในปัจจุบันนักท่องเที่ยวเริ่มรู้จักหมู่บ้านท่าขันทองมากขึ้นทำปีที่ผ่านมามีผู้ไปใช้บริการกว่า 3,000 คน ส่วนมากไปเยือนช่วงฤดูหนาวและเดือน มิ.ย.-ก.ค.โดยนิยมไปเป็นกลุ่มๆ ตั้งแต่ 1-3 คนไปจนถึง 80 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้นิยมสัมผัสวิถีชีวิตแท้จริง ศึกษาดูงาน วิจัย ชาวต่างชาติ ฯลฯ หรือบางคนเดินทางด้วยเครื่องบินจากต่างประเทศหรือจังหวัดห่างไกลในประเทศไทยเพื่อไปพัก 1 คืนหรือไปเพียงเพื่อเดินบนหินบนเกาะช้างตายและใช้บริการอีกเล็กน้อยก็เดินทางกลับเลยก็มี





"โฮมสเตย์บ้านท่าขันทองต้องมีการศึกษาเรียนรู้เพื่อรองรับบริการให้ดียิ่งขึ้น ทั้งไปอบรมตามกิจกรรมงานต่างๆ เพื่อนำมาพัฒนาโฮมสเตย์ของตนรวมถึงสร้างเครือข่ายเพื่อเชื่อมโยงนักท่องเที่ยวกับหมู่บ้านซึ่งตรงนี้เรายังขาดไปอยู่ทำให้ยังไม่มีความยั่งยืน กระนั้นก็เริ่มมีเอกชนนำเที่ยวไปติดต่อมากขึ้นทำให้อนาคตโฮมสเตย์จะมีความยั่งยืนและคนรุ่นลูกหลานที่ไปทำงานต่างถิ่นจะได้กลับมาทำงานในพื้นที่ตัวเองได้ต่อไป" นายเศรษฐศักดิ์ กล่าว

            นายเสถียร กล่าวว่าการเดินทางไปพักโฮมสเตย์ที่บ้านท่าขันทองสามารถติดต่อประสานล่วงหน้าเพื่อให้ชาวบ้านเตรียมตัว โดยสามารถติดต่อได้ที่นายเศรษฐศักดิ์ โทร. 081-9527058 หรือตนโทร.086-1942647 โดยราคาค่าที่พักก็ย่อมเยาว์คืนละเพียง 300 บาทต่อคนหรือรวมอาหารก็คิดราคาคนละ 400 บาท ส่วนการพาทัวร์ไปตามจุดต่างๆ คิดราคาจุดละ 500 บาท โดยมีบริการรถอีต๊อกเพื่อให้สัมผัสวิถีชีวิตที่แท้จริง และหากต้องการล่องแม่น้ำโขงไปยังเกาะช้างตายก็คิดค่าบริการให้คนเรือเที่ยวละ 1,000 บาท และหากประสงค์อาหารบนเกาะ เช่น หมูทอด ฯลฯ ก็เพิ่มอีก 500 บาท เป็นต้น นอกจากนี้นักท่องเที่ยวแต่ละคนหรือกลุ่มสามารถพูดคุยหารือกับชาวบ้านเพื่อแสดงความประสงค์ว่าอยากไปพักหรือท่องเที่ยวอย่างไรก่อนได้อีกด้วย ปัจจุบันชาวบ้านท่าขันทองยินดีต้อนรับเป็นอย่างยิ่ง










ข่าว/ภาพ เหรียญชัย จันทร์สุภาเสน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.เชียงราย






โฮมสเตย์บ้านท่าขันทอง