Camera In My Dream...

 

 

ความรู้เล็กๆ เกี่ยวกับ Canon

 

เรื่องราวของ Canon นั้นเริ่มต้นขึ้นจากกล้องถ่ายรูป

 

   

   ช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองในปี ค.ศ. 1933 ห้องเล็กๆ ห้องหนึ่งของอพาร์ทเม้นท์ซึ่งอยู่ในเขตรอปปองงิของโตเกียว เป็นสถานที่ก่อตั้งห้องทดลองเล็กๆ ของชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยความฝันและจุดมุ่งหมายที่จะสร้างกล้องถ่ายภาพ สัญชาติญี่ปุ่นขึ้นมาท่ามกลางกระแสที่เชี่ยวกรากของกองทัพกล้องถ่ายภาพจาก เยอรมันซึ่งกำลังได้รับความนิยมอยู่ในขณะนั้น

   ภายหลังจากที่ได้ก่อตั้งบริษัทชื่อว่า Precision Optical Instruments Laboratory ขึ้นในปี 1933 แล้ว ชายหนุ่มผู้ก่อตั้งทั้งสี่คือ ทาเคชิ มิตาราอิ, โกโร่ โยชิดะ, ซาบุโร่ ยูชิดะ และ ทาเคโอะ มาเอดะ ก็ได้ร่วมกันสร้างกล้องถ่ายภาพขนาด 35 mm ตัวต้นแบบขึ้นมาจนเป็นผลสำเร็จโดยใช้ชื่อว่า “The Kwanon” โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากพระโพธิสัตว์กวนอิม (ซึ่งในญี่ปุ่นจะเรียกว่า Kannon) ซึ่งมันคือกล้อง 35mm ที่ใช้ชัตเตอร์แบบ Focal Plan ตัวแรกของญี่ปุ่นในเวลานั้น

   ต่อมาในปี ค.ศ. 1935 กล้องถ่ายภาพขนาด 35 mm ตัวแรกที่ออกทำตลาดในญี่ปุ่นก็คือ “Hansa Canon”  ซึ่งมันคือกล้องถ่ายภาพตัวแรกภายใต้ชื่อ Canon


  

   อีกห้าปีถัดมามา กล้อง x-ray สัญชาติซามูไรตัวแรกก็ถือกำเนิดขึ้นด้วยผลงานของ Canon (ในเวลานั้นก็คือ Precision Optical Instruments Laboratory) ในปี ค.ศ. 1947 ได้ทำการเปลี่ยนแปลงขื่อองค์กรจากเดิมมาเป็น Canon Camera Co.. Ltd. อย่างเป็นทางการ ซึ่งผลงานที่ตามออกมาหลังจากเปลี่ยนชื่อแล้วก็คือการออกแบบและพัฒนาเลนส์ซูมสำหรับการบันทึกภาพวีดีิโอ และในปีถัดมา Canon ก็นำ “Reflex Zoom8 กล้องบันทึกภาพวีดีโอตัวแรกของโลกที่มีเลนส์ซูมให้ใช้งานออกแนะนำสู่สาธารณะ ชน

   หลัง จากนั้นเป็นต้นมา กล้องถ่ายภาพแบบต่างๆ และเครื่องมือทางธุรกิจในระบบอัตโนมัติ (เช่นเครื่องคิดเลขแบบสิบปุ่มตัวแรกของโลก) ภายใต้ชื่อ Canon ก็ถูกผลิตออกมาสู่สาธารณะชนเป็นระยะๆ รวมทั้งการรุกเข้าสู่ตลาดโลกโดยการเปิดสำนักงานสาขาขึ้นที่นิวยอร์คในปี ค.ศ. 1955 และแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายขึ้นที่ยุโรปในเมืองเจนีวา สวิสเซอร์แลนด์ ในปี ค.ศ. 1957 จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1969 บริษัทก็ได้เปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็น Canon Inc. จากความสำเร็จในธุรกิจระดับสากลที่ผ่านมานั่นเอง

   ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1970 เป็นต้นมา Canon ก็ไม่ได้เป็นเฉพาะบริษัทที่ผลิตแต่กล้องถ่ายรูปเพียงอย่างเดียว ยังขยายงานออกไปสู่ธุรกิจอุปกรณ์สำนักงานโดยการเริ่มต้นผลิตเครื่องถ่าย สำเนาเอกสาร NP-1100 เป็นตัวแรก และตามมาด้วยเครื่องพิมพ์ชนิดเลเซอร์และอิ้งค์เจ็ตรวมทั้งเครื่องมัลติฟังก์ ชั่นตามมาในภายหลังด้วยสโลแกนเท่ๆ ว่า กล้องถ่ายภาพในมือขวา อุปกรณ์ธุรกิจในมือซ้าย” (Cameras in the right hand, business machines in the left)

 

 

   คอมพิวเตอร์ Canon AE-1 ก็ได้ถูกปล่อยออกสู่ตลาดในฐานะที่เป็นกล้อง SLR ตัวแรกของโลกที่มีระบบไมโครคอมพิวเตอร์ทำงานร่วมอยู่ภายในกล้อง   จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1987 ก้าวย่างที่สำคัญซึ่งส่งผลมาจนถึงปัจจุบันของกล้องถ่ายภาพของ Canon ก็ถือกำเนิดขึ้นภายใต้ชื่อสายพันธุ์ EOS (Electro-Optical System) ด้วยกล้องตัวแรกที่ชื่อว่า Canon EOS 650 ซึ่งเป็นกล้อง SLR ที่มีระบบออโตโฟกัสพร้อมให้ใช้งานในตัว

 


ค.ศ. 1992 Canon สร้างปรากฏการณ์ยุคใหม่ของเทคโนโลยีกล้องถ่ายภาพอีกครั้งด้วยการเปิดตัวEOS 5 ซึ่งเป็นกล้อง SLR ที่สามารถจับโฟกัสตามการมองด้วยสายตาในช่องมองภาพได้ (Eye Controlled AF) ต่อมาในปี ค.ศ. 1995 ก็ได้เปิดตัวเลนส์ถ่ายภาพ EF 75-300mm f/4-5.6 IS USM ซึ่งเป็นเลนส์ที่มีระบบลดการสั่นไหว IS (Image Stabilization) เพื่อแก้ปัญหาอาการภาพสั่นเบลอในเลนส์เทเลโฟโต้ พร้อมกับกล้อง EOS-1N RS กล้อง SLR ระดับมืออาชีพที่สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้เร็วที่สุดในโลกด้วยความเร็วใน การเลื่อนฟิล์มถึง 10 ภาพต่อวินาที

   อีกหนึ่งปีถัดมา กล้องในตระกูล IXUS (ซึ่งมีชื่อในอเมริกาว่า ELPH) ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นพร้อมระบบฟิล์มแบบ APS ในยุคนั้น
   
   สู่โลกยุคดิจิตอล

   Canon เริ่มผลิตกล้องถ่ายภาพแบบดิจิตอลขึ้นในปี ค.ศ. 1984 ด้วยกล้องรุ่น RC-701 (ซึ่งเป็นเหมือนต้นตระกูลของกล้อง PowerShot และ IXUS ในปัจจุบัน) ส่วนในสายการผลิต EOS DIGITAL นั้นเริ่มต้นขึ้นด้วยความร่วมมือกับ Kodak ในการผลิตกล้องรุ่น EOS DCS 3 ในปี ค.ศ. 1995 ส่วนกล้อง DSLR ตัวแรกสุดที่เป็นฝีมือของ Canon เองล้วนๆ ก็คือ EOS D30 ในปี ค.ศ. 2000 ตามด้วย DSLR ในระดับมืออาชีพอย่าง EOS 1D ในปี ค.ศ. 2001

   ปัจจุบันกล้องถ่ายภาพระบบฟิล์มของ Canon ได้ยุติการผลิตไปแล้ว ในขณะที่กล้องถ่ายภาพและเลนส์ในระบบดิจิตอลยังคงกวาดรายได้ทั่วโลกเป็นมูลค่ามหาศาลในฐานะที่เป็นกล้องที่ได้รับความนิยมมากที่สุดยี่ห้อหนึ่งของ โลก