ถ่ายทอดสดทีวีจอจัมโบ ถ่ายทอดสดทีวีจอใหญ่ ถ่ายทอดสดทีวีจอกลาง ถ่ายทอดสดทีวีจอเล็ก

⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱

 
 
 
จากหนังสืออนุสรณ์งานศพ พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร ก็มีการกล่าวเรื่องยาส้ม โดยคุณสุพล น่าชม ผู้ติดตามอุปัฏฐากท่านกว่า30ปีและเป็นผู้ทำยาส้มให้ท่านอาจารย์ได้กล่าวไว้เรื่องยาส้มอย่างละเอียดมาก ตั้งแต่ส่วนผสม , วิธีทำ , สรพพคุณ , การใช้ ,การเก็บรักษา...
, หมายเหตุ และสูตรน้ำมันผึ้งซึ่งก็เป็นยาขนานเอกของหลวงปู่ฝั้น เช่นกัน

น้ำมันผึ้ง

น้ำมันผึ้งคือน้ำมันที่กลั่นได้จากขี้ผึ้ง วิธีการกลั่นให้เอาขี้ผึ้งบริสุทธิ์หนักอย่างน้อย 1-2 กิโลกรัม ใส่ไหหรือหม้อ(ทำเหมือนกับวิธีการต้มกลั่นสุรา) แล้วกลั่นด้วยไฟที่ไม่แรงนัก ให้กลายเป็นน้ำมันออกมา เรียกว่าน้ำมันผึ้ง ใช้สำหรับทาแก้โรคต่างๆ น้ำมันที่กลั่นออกมานั้นก่อนใช้ต้องผสมกับน้ำมันอื่นเพิ่มเติมเข้าไปเสียก่อน คือ
1.)น้ำมันงา 2 ส่วน
2.)นำมันเลียงผา 2 หรือ 1 ส่วน
เอาน้ำมันสองอย่างที่กล่าวนี้ผสมกับน้ำมันผึ้งให้เข้ากันสนิท

สรรพคุณ - ใช้ทาแก้ปวดเมื่อย,เคล็ดยอกต่างๆ ใช้รักษาได้ทั้งแผลสด,แผลเปื่อย รักษาโรคกระดูกได้เป็นอย่างดีพิเศษ น้ำมันผึ้งนี้ท่านพระอาจารย์ฝั้นใช้เป็นประจำช่วยชาวบ้านให้หายจากโรคภัยมามากแล้ว

ยาแก้โรคเบาหวาน

ท่าให้เอารากหรือต้นกำแพงเจ็ดชั้น(ตะไก้) มาต้มกินแทนน้ำชา,กินวันละหลายๆครั้ง แล้วจะหาย อนึ่งถ้าชอบกลิ่นหอมให้เอาต้นยาดังกล่าวผ่าเป็นชิ้นบางๆอังไฟหรือปิ้งให้กรอบแล้วจึงต้ม ยาจะมีกลิ่นหอมชวนดื่มเป็นอย่างยิ่ง

ยาส้ม
ส่วนผสม
1.) เกลือ 2.) สารส้ม
3.) ดินปะสิว 4.) จุนสี

อย่างละเท่าๆกัน อย่างน้อยต้องหนักอย่างละ10บาท (150กรัม) ทั้งนี้สุดแท้แต่ภาชนะที่ใช้กลั่นจะบรรจุได้มากเท่าใด ถ้าภาชนะที่ใช้บรรจุลงได้มากจะเอาอย่างละมากๆก็ได้แต่ต้องให้มีน้ำหนักเท่ากัน ไม่ให้ขาดไม่ให้เกิน

วิธีกลั่น

การต้มกลั่นต้องใช้ภาชนะที่ทนต่อความร้อน ห้ามเอาภาชนะที่เป็นโลหะ เท่าที่ท่านพระอาจารย์ท่านเคยทำท่านใช้ไหกระเทียมสมัยเก่าที่มาจากเมืองจีน หม้อดินก็ใช้ไม่ได้ เมื่อได้ภาชนะที่จะกลั่นมาแล้วก็เอาตัวยาทั้งสี่อย่างบรรจุลงไป ไม่ต้องผสมน้ำ ใช้กลั่นแห้งๆตามสภาพของตัวยาใช้ไหกระเทียมอีกลูกหนึ่งมาป็นภาชนะรองรับน้ำยา ใช้หลอดแก้วใสเป็นท่อต่อระหว่างปากไหทั้งสอง ถ้าไม่มีหลอดแก้วจะใช้ขวดแก้วขาวตัดก้นออกแทนก็ได้ เอาก้นขวดใส่ทางปากไหที่ใส่ตัวยาเอาปากขวดใส่ทางไหที่รองรับ ปิดปากไหทั้งสองด้วยดินเหนียวที่นวดไว้อย่างดีให้แน่นสนิท การกลั่นต้องรักษาระดับไฟในระยะแรกต้องไม่เร่งไฟให้ร้อนเกินไปอาจทำให้ระเบิดได้ ส่วนไหที่รองรับน้ำยานั้นก็ต้องใช้ความเย็นช่วยโดยเอาผ้าชุบน้ำคลุมไว้แล้วเอาน้ำเย็นรดให้เย็นอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ไอกลายเป็นหยดน้ำและช่วยดูดไอมาจากไหที่กลั่นด้วย
การกลั่นยาส้มนี้ถ้าตัวยามากก็ต้องใช้เวลามากหน่อยกว่ายาจะ"จืด"ก็ต้องเสียเวลาเป็นวันหรือทั้งวันทั้งคืน ถ้าจะดูว่ายาจืดหมดหรือยังให้สังเกตที่หลอดแก้วในตอนแรกๆจะมีควันออกมาเป็นสีขาวๆ เมื่อตัวยาถูกความร้อนจัดเข้าจะละลายแล้วเดือดเต็มที่ ควันในหลอดแก้วจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองๆ ถ้าเร่งไฟร้อนจัดเกินไป ควันจะเป็นสีเหลืองแก่และแดง ถ้าควันในหลอดแก้วออกเป็นสีแดงเข้มมากเกินไปให้ผ่อนไฟลงหน่อย ถ้าปล่อยนานจะเผาไหม้หมดก่อนและได้น้ำยาน้อย
ขณะกำลังกลั่นยากำลังเดือดและไอกำลังไหลออกมาตามหลอดแก้วนั้น ไหที่รองรับน้ำยาต้องรดน้ำให้เย็นตลอดเวลา ระวังอย่าให้น้ำที่ทำให้เย็นนั้นกระเซ็นไปถูกหลอดแก้ว แก้วจะแตกเสียก่อน เมื่อตัวยาหมดควันในหลอดแก้วจะกลับขาวขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เมื่อตัวยาหมดแล้วให้ให้ถอยไฟออก เพื่อให้ความร้อนลดลง แล้วจึงค่อยๆแกะดินเหนียวที่หุ้มปากไหออกที่ด้านไหนก็ได้แล้วแต่สะดวก ยกไหที่รองรับน้ำยาออกตั้งไว้ แล้วหาขวดมีจุกเป็นแก้วมาบรรจุตัวยาเก็บไว้ต่อไป

สรรพคุณยาส้ม
อันยาส้มนี้ป็นยาครอบจักรวาล ใช้แก้ได้หลายอย่าง เช่นแผลสดมีดบาดหรือตะปูตำ ใช้สำลีชุบยาส้มป้ายที่แผลแผลจะหาย(แต่ต้องทนแสบเอานิดหน่อย) แผลเปื่อยก็ใช้ได้แต่ไม่ใช่หิดเปื่อยพุพอง แผลเปื่อยพุพองเวลาใส่ยาส้มจะมีอาการแสบ เมื่อหายแสบแล้วแผลจะแห้งตกสะเก็ดหายไปเอง ถ้าจะแก้โรคต่างๆเกี่ยวกับเลือดเป็นต้นว่าสตรีออกลูกแล้วอยู่ไฟไม่ได้หรือคลอดบุตรแล้วเลือดตกมากหรือเป็นมุตกิดระดูขาว,ผอมแห้งแรงน้อย,มักเป็นลมหน้ามืดตาลายฯลฯ ให้ใช้ยาส้มผสมน้ำสะอาด(ถ้าได้น้ำฝนยิ่งดี) พอให้มีรสเปรี้ยวเท่ากับน้ำมะนาวหรืออ่อนกว่านิดหน่อย รับประทานวันละครึ่งถ้วยแก้ววันละสามเวลา รับไปเรื่อยๆจะหายเป็นปกติ โรคเกี่ยวกับสตรีนั้นใช้ได้ผลมาก อนึ่งโรคปวดท้องเกี่ยวกับมดลูกแลอื่นๆใช้เห็นสรรพคุณมามากแล้ว ถ้าเป็นตาแดง,เจ็บตา,ตาแฉะ ให้เอายาส้มผสมน้ำให้มีรสพอรู้สึกเปรี้ยว หยอดตาจะหายเจ็บ,หายแฉะ,หายจากเป็นตาแดง ตามลำดับ
การใช้ยาส้มรักษาโรคภายนอก นอกจากรักษาแผลแล้วยังแก้อสรพิษต่างๆได้ดีอีกด้วย เป็นต้นว่า ตะขาบกัด,แมลงป่องต่อย,ปลาดุกยักษ์ก็เอายาส้มใส่แก้ได้ ถ้าถูกพิษตะขาบหรือแมลงป่องใช้เข็มบ่งปากแผลให้มีเลือดออกนิดหน่อยเสียก่อน แล้วเอายาส้มใส่ที่แผล ความเจ็บปวดและอาการพิษอื่นๆจะหายในทันที
สำหรับแก้ปวดฟันแมงกินฟันรากฟันเน่า ใช้สำลีชุบยาส้มแปะที่รูของฟันหรือรากฟันที่เน่า อาการปวดจะหายเป็นปลิดทิ้ง ฟันเป็นรำมะนาดและลิ้นเป็นซางก็ใช้ยาส้มใส่ได้ผลดี ลิ้นเปื่อยเป็นแผลก็เช่นกัน อนึ่งสำหรับโรคเกี่ยวกับฟันจะใช้กากของยาส้ม(ที่เหลืออยู่ในไหที่ใช้กลั่น)ก็ได้ กากนี้นำมาบดใช้แทนยาสีฟันก็ดี

การเก็บรักษา
ตัวยาส้มเป็นกรดชนิดหนึ่งจะบรรจุในภาชนะที่เป็นโลหะต่างๆไม่ได้ เช่นสังกะสี หรือ ดีบุก ถ้าเอายาส้มใส่จะทะลุภายใน 5 -10นาที ต้องใช้ภาชนะที่เป็นแก้วด้วย อย่าใช้ฝาจุกอย่างอื่นยาจะกัดผุหมด

หมายเหตุ - ถ้ายาส้มหยดถูกเสื้อผ้าให้รีบเอาไปซักน้ำโดยเร็ว มิฉะนั้นผ้าจะขาด การใช้ยาส้มรักษาโรคต่างๆนั้นห้ามใช้ตัวยาล้วนๆ นอกจากใช้รักษาแผลและแก้พิษร้ายต่างๆ ตามธรรมดาต้องเจือน้ำหลายเท่า เวลามีคนมาขอท่านพระอาจารย์มักจะให้ยาที่เจือจางไว้ก่อนแล้ว ไม่ใช่ให้ตัวยาล้วนๆเพราะเกรงว่าเอาไปใช้ไม่ถูกจะเกิดอันตรายขึ้น โดยเฉพาะการใช้ในโรคตาต้องเจือน้ำให้อ่อนที่สุด เพียงมีรสเปรี้ยวนิดหน่อยเท่านั้น

คัดจากหนังสือ "อนุสรณงานศพพระอาจารย์ฝั้น อาจารเถระ"
21 มกราคม2521

 
เนื้อความ :
♥ ค่ะ น่าจะเป็นยาครอบจักรวาลจริง ๆ เพราะรักษาได้ทุกโรค ตั้งแต่โรคเล็ก ๆ ตาแดงตาแฉะ ปวดหัว
 ปวดท้อง ไปจนถึงเนื้องอกและมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็ง ทราบว่าหายขาด เป็นยาที่ค้นพบโดยหลวงปู่ฝั้น
 และได้ถ่ายทอดทำต่อเนื่องมาในหมู่พระป่า พระป่าที่เดินไพร แทบทุกรูปจะมีติดตัว เวลางูกัด ก็หยอด
ใส่แผล ความเป็นกรดจะกัดเราจนแทบดิ้น  ครูบาที่อยู่ที่วัด เป็นตาปลา ท่านขูดเนื้อออก เรายุ หยอดน้ำส้ม
เลยท่าน ท่านหยอด... เดินไม่ได้อยู่เป็นชั่วโมง หลังจากนั้นก็หายขาด โดยความจริงยาส้มเป็นกรด กัดผ้า
กัดฝาขวดขาดได้ แต่เอามาเจือจางดื่มแทนน้ำ ล้างโรคภายในได้ชะงัดเหตุที่มีโอกาสได้ใช้ยาส้ม
เกิดจากอยู่ ๆ ก็มีอันได้รู้ว่าตัวเองจะมีชีวิตอยู่ได้อีกเพียง 2 ปี ด้วยโรคร้ายที่อยู่ภายใน (ที่เคยเป็นมา
ก่อนหน้านี้ และปางตายมาก่อนหน้านี้แล้ว ) ร้อนถึงพระ ข้อยย่านเจ้าสร้างวัดบ่เสร็จ ..พาเราไปปันยาส้ม
มาขวดเล็ก กินล้างโรค ไข้ที่รุมทุกเช้าหายขาดอย่างอัศจรรย์อยู่ เลยจำได้ว่า เมื่อคราวโน้น คราวงาน
หลวงพ่อพุธที่โคราช น้องทราย เพื่อนปฏิบัติธรรมของเรา เธอเป็นโรคร้าย คือเนื้องอก หลวงปู่ท่อน
ท่านจึงเมตตาจดตำรายาให้ น้องทรายนั้นจดยิก จะทำได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ เราได้แต่นิ่งฟัง เพิ่งมีโอกาส
ได้มาใช้ยาส้มเอาตอนนี้ ทราบว่ามีการจดลิขสิทธิ์แล้วด้วย ทันสมัยไม่เบา หลวงปู่ฝั้น ท่านมีคาถาให้ด้วย
ได้ยินว่า ห้ามทำขาย แต่ก็ยังมีผู้ทำแบบกึ่งขายอยู่บ้าง ด้วยเป็นยาดีบางปี ครูบาท่านบอกว่า พระป่าท่าน
จะทำแจกกันเป็นร้อย ๆ ขวด ทำยากมาก ถ้าทำไม่เป็นจะระเบิด เพราะต้องเอาอะไรสักอย่างมาอบ มารม
แล้วมากลั่นทีละหยดทีละหยด...กลายเป็นกรดน้ำส้มเข้มข้น เอามาผสมน้ำเจือจางดื่ม หรือล้างตาเมื่อคืน
อยู่ ๆ ก็ฝันว่า ยาส้มที่เหลืออยู่ไม่มาก หกรดผ้านุ่งที่พับอยู่ขาดเป็นรูพรุนเต็มไปหมด จน..ดูเหมือนจะ
ไม่มีผ้าที่ดีนุ่ง...ฝันบอกอะไรเอ่ย..ที่แน่ ๆ นึกไปถึงยาส้มที่เหลืออยู่ แล้วนึกถึงคนเจ็บป่วย ที่ยากต่อการ
เยียวยา บางทีอยู่ป่าอยู่กับพระป่า เราจะมีวีธีรักษาด้วยยาพระกรรมฐาน และด้วยคาถา...ไม่หายก็ต้องตาย
ละนะ......มาเขียนเล่า เกริ่น เผื่อใครมีความรู้มากกว่านี้ และรู้วิธีทำ เราเองไม่กล้าไปแอบมองพระท่าน
ที่ทำอยู่ เพราะเกรงใจ ไม่แน่ใจว่าท่านจะหวงตำราหรือเปล่า ถ้าทำเป็นอยากจะทำแจก ด้วยผสมน้ำดื่ม
กินล้างโรคดีนัก ยาดีอีกอย่างที่กำลังทดลองใช้ คือยาแก้ปวดฟัน อันนี้ทำง่าย คราวหน้าจะมาบอกวิธีทำ เจ้าค่า
...........
 จากคุณ : ปางบุญ [ 17 ส.ค. 2546 / 19:28:14 น. ]     [ IP Address : 203.144.214.115 ] 
 
ความคิดเห็นที่ 3 : (จัตตาโร)
ขออนุญาต ขอโอกาส
1)  สูตรยาส้มนี้   ห่อแม่ครูอาจารย์หลวงปู่ฝั้น อาจาโร     สอนไว้นานมากแล้ว
2)  ยิ่งถ้าเป็น  โรค  เลือดลมของสตรี  เช่น  มาไม่ตรงเวลา สีไม่ใส ฯลฯ  ก็ทานยาส้ม ช่วยได้
จากคุณ : จัตตาโร [ 17 ส.ค. 2546 / 20:33:54 น. ] [ IP Address : 203.155.224.15 ]
 
 ความคิดเห็นที่ 4 : (อยากรู้)
ไม่ทราบว่าใช่รักษาโรคเบาหวานได้หรือไม่ครับ
 จากคุณ : อยากรู้ [ 17 ส.ค. 2546 / 21:34:47 น. ] [ IP Address : 202.5.82.197 ]

ความคิดเห็นที่ 5 : (pat)
แม่เป็นเบาหวานค่ะ ครั้งหลังสุดสักสามเดือนมาแล้วต้องฉีดยา(เป็นครั้งที่สอง)
เพราะขนาดไม่ค่อยได้ทานอะไรเลยยังตั้งสองร้อยกว่า
พอทานข้าวได้บ้างนิดหน่อยก็พุ่งเป็นสามสี่ร้อย หมอเลยให้ใช้ยาฉีด
หลังจากนั้นไม่นาน ได้ปันบัวหิมะ(ซึ่งน่าจะคือโยเกิร์ต)จากกัลยาณมิตรที่วัด
ในใบบอกท่านก็ไม่ได้บอกว่ารักษาเบาหวานนะคะ
แต่หลังจากแม่ทานแล้ว ตอนนี้ได้เปลี่ยนเป็นยาเม็ด เพียงครึ่งเม็ดเช้า
เพราะกลายเป็นเบาหวานแกว่ง ค่อนไปทางลง
ตอนนี้ให้แม่ทานของหวานได้บ้าง อย่างทุเรียนครึ่งเม็ด ข้าวเหนียวเปียกสักคำ
ดูอาการก็เหมือนจะดีขึ้น ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะว่าจะเป็นเพราะบัวหิมะหรือเปล่า
เพราะเห็นผลเพียงแม่กับป๋า แต่ป๋าไม่ยอมทานต่อแล้วค่ะ เพราะเปรี้ยว ทานยาก
ใช้นมจืดพร่องมันเนยทำ
จากยาส้มถึงบัวหิมะเลย
พูดถึงยาส้ม pat เคยฟังพี่สาวเล่าว่าเคยอยู่ในพิธีการทำด้วย
ซึ่งยากมากอย่างพี่ปางว่า ต้องเคี่ยว กลั่น รอกันเป็นคืน
ไม่แน่ใจว่าจะใช่ยาส้มตัวเดียวกันหรือเปล่า เพราะเป็นก้อนๆ สีเขียวหรือฟ้าก็ลืมๆแล้ว มีลักษณะเป็นกรด กัดกร่อนบาดแผลเหมือนกัน
จะใช่อาจารย์นพดลทำให้ดูหรือเปล่าก็ไม่ใจค่ะ จะลองถามตำราดูอีกที ลืมหรือยังก็ไม่ทราบ
 
 จากคุณ : pat [ 18 ส.ค. 2546 / 05:38:43 น. ]  [ IP Address : 202.57.178.25 ]