สำหรับผู้ต้องการกำจัดกลิ่นตัว(แรง)

แก้ไขปัญหากลิ่นตัว

เรื่องกลิ่นตัว (กลิ่นบริเวณรักแร้) เป็นธรรมชาติของแต่ละบุคคล เนื่องจากทำความรำคาญให้กับตนเองและบุคคลอื่นๆที่อยู่ใกล้ชิด จึงเป็นกลิ่นที่ไม่พึงปรารถนา กลิ่นนี้ยังติดอยู่กับเสื้อผ้าที่เราใแรงส่ด้วยถ้าเราซักล้างไม่สะอาดเท่าที่ควร เช่น ซักโดยเครื่องซักผ้าที่ใส่ผ้าแน่นหรือใส่ผงซักฟอกน้อยหรือมากเกินพอดี หรือการซักผ้าด้วยมือแต่ไม่ได้เน้นบริเวณรักแร้ทั้งสองข้าง

สาเหตุที่มาของกลิ่นนั้น เกิดจากเหงื่อที่ร่างกายขับออกมาและพวกแบคทีเรียที่อยู่ใต้วงแขนหรือบริเวณรักแร้

การแก้ไขปัญหานี้แบบเดิมๆ คนโดยมากมักจะใช้น้ำยาดับกลิ่นตัวที่โฆษณาบนโทรทัศน์มีมากมายหลากหลายยี่ห้อทั้งชนิดเป็นลูกกลิ้งโรลออนหรือแบบเป็นสเปรย์ฉีด ข้าพเจ้าได้ซื้อมาลองใช้ดูแล้วหลายยี่ห้อทั้งยี่ห้อที่มีราคาถูกสุดและราคาแพงสุด ลองใช้ดูแล้วผลก็ไม่แตกต่างกันมากนัก คือเมื่อเริ่มใช้ใหม่ๆช่วงสัปดาห์แรกก็โอเคสามารถช่วยลดกลิ่นตัวได้แต่จะมีกลิ่นของน้ำยาแต่ละยี่ห้อแทน หลังจากนั้นน้ำยาที่ใช้อยู่ก็ดูเหมือนจะหมดประสิทธิภาพกล่าวคือกลิ่นตัวก็ยังมีเกิดขึ้นแถมยังผสมกับกลิ่นของน้ำยาเข้าไปอีก กลิ่นตัวก็เลยรุนแรงมากกว่าเดิม นอกจากนี้เวลาใช้น้ำยาดับกลิ่นตัวแบบลูกกลิ้งต้องรอให้แห้งสนิทก่อนจึงจะสวมเสื้อได้ และที่บริเวณรักแร้ของเสื้อจะมีคราบของน้ำยาพวกนี้ติดอยู่อีกเป็นคราบแข็งๆซักก็ไม่ออกยังใช้นานวันเข้าคราบน้ำยาก็จะสะสมหนามากขึ้น การแก้ปัญหากลิ่นตัวโดยวิธีนี้นอกจากจะไม่เกิดผลดีแล้วยังสิ้นเปลืองเงินทองไปโดยเปล่าประโยชน์

การแก้ไขปัญหาที่ข้าพเจ้าใช้อยู่ (เป็นประจำทุกวัน) มีวิธีปฏิบัติดังนี้

1. อาบน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง (ปกติก็ 2 ครั้ง เช้า-เย็น) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนเช้าต้องถูสบู่บริเวณรักแร้ 2 เที่ยว โดยเมื่ออาบน้ำเราก็ถูสบู่ฟอกตัวตามปกติแล้วล้างน้ำออก จากนั้นจึงฟอกสบู่ถูเฉพาะบริเวณใต้วงแขนและรอบๆรักแร้ทั้งสองข้าง เป็นครั้งที่สองแล้วล้างน้ำออก บุคคลที่มีขนรักแร้มากต้องเน้นทำความสะอาดมากกว่าปกติให้ถึงบริเวณผิวหนัง (สังเกตได้ว่าบริเวณรักแร้จะไม่มีกลิ่น)

2. ใช้สารส้มทั่วๆไปหรือที่เป็นแท่งคล้ายยาดมมีวางขายตามท้องถนนอันละ10-20บาท ใช้ได้นานเป็นปี ทาใต้วงแขนบริเวณรักแร้ ทาบางๆ อย่าทามากเกินไป เฉพาะในตอนเช้าไม่จำเป็นต้องทาต่อเนื่องทุกวัน(ทาวันเว้นวันก็ได้) สารส้มไม่ทำให้รักแร้ดำ น้ำยาดับกลิ่นตัวที่มีขายทั่วไปก็ใช้สารส้มเป็นตัวยาหลัก

3. ทำความสะอาดเสื้อผ้าเฉพาะเสื้อตัวที่มีกลิ่นตัวติดอยู่ โดยการซักด้วยมือและเน้นบริเวณใต้วงแขนหรือรักแร้ทั้งสองข้าง เมื่อซักเสร็จแล้ว ในขณะที่ผ้ายังเปียกอยู่ ลองดมดูว่ายังมีกลิ่นตัวติดอยู่หรือไม่ เสื้อผ้าตัวอื่นที่ไม่มีกลิ่นตัวก็ซักด้วยเตรื่องซักผ้าได้ตามปกติแต่ไม่ควรใส่ผ้าแน่นจนเกินไปต่อการซักแต่ละครั้ง

ต้องทำให้ได้ครบทั้ง 3 ข้อ นะครับจึงจะเห็นผล 
ด้วยความปรารถนาดีจาก
อี-เพาเวอร์