home‎ > ‎

เมืองน้ำดำ

        

ประวัติเมืองน้ำดำ  หรือ  จ.กาฬสินธุ์
       สมัย กรุงธนบุรีประมาณ พ.ศ.2310 พระเจ้าองค์เวียนดาแห่งนครเวียงจันทน์ ได้สิ้นพระชนม์ โอรสท้าวเพี้ยเมืองแสนได้ยกกองทัพเข้ายึดเมืองเวียงจันทน์และได้สถาปนา ขึ้นเป็น พระเจ้าแผ่นดินสืบแทน ทรงพระนามว่า    "พระเจ้าศิริบุญสาร" พ. ศ. 2320 ท้าวโสมพะมิตร และ อุปราชเมืองแสนฆ้องโปง เมืองแสนหน้าง้ำเกิดขัดใจกับพระเจ้าศิริบุญสาร จึงรวบรวมผู้คนอพยพจากดินแดนทางฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ข้ามมาตั้งบ้านเรือนบริเวณลุ่มน้ำก่ำแถบบ้านพรรณา (ปัจจุบันอยู่ในเขตจังหวัดสกลนคร) ต่อมาท้าวศิริบุญสารได้ยกกองทัพติดตามมา ท้าวโสมพะมิตรจึงอพยพต่อไปโดยแยกเป็น 2 สาย คือ

            สายที่ 1 มี เมืองแสนหน้าง้ำเป็นหัวหน้า อพยพไปทางทิศตะวันออกสมทบกับพระวอหลบหนีไปจนถึงนครจำปาศักดิ์ขอพึ่งบารมี ของ   พระเจ้าหลวงแห่งนครจำปาศักดิ์ และตั้งบ้านเรือน ณ ดอนค้อนกอง ต่อมาเรียกว่า   "ค่ายบ้านดู่บ้านแก" ในปี พ.ศ. 2321 พระเจ้าศิริบุญสาร  ให้เพี้ยสรรคสุโภย ยกกองทัพมาปราบ พระวอตายในสนามรบ ผู้คนที่เหลือจึงอพยพไปอยู่ในเกาะกลางลำแม่น้ำมูล ชื่อว่า "ดอนมดแดง"   (ปัจจุบันอยู่ในเขตจังหวัดอุบลราชธานี)
            สายที่ 2 มีท้าวโสมพะมิตรเป็นหัวหน้า ได้อพยพข้ามสันเขาภูพานลงมาทางใต้ และตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บ้านกลางหมื่น ต่อมาท้าวโสมพะมิตร  ได้ส่งท้าวตรัยและคณะ ออกเสาะหาชัยภูมิที่จะสร้างเมืองใหม่ใช้เวลาประมาณปีเศษจึงพบทำเลที่เหมาะสม คือบริเวณลำน้ำปาวและเห็นว่าแก่งสำโรงชายสงเปลือยมีดิน น้ำอุดมสมบูรณ์ จึงอพยพผู้คนมาตั้งบ้านเรือนและได้จัดตั้งศาลเจ้าพ่อหลักเมือง

            พ.ศ. 2336 ท้าวโสมพะมิตรได้ นำเครื่องบรรณาการ คือ กาน้ำสัมฤทธิ์ เข้าถวายสวามิภักดิ์ต่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 แห่งราชวงศ์จักรี และขอตั้งบ้านแก่งสำโรงขึ้นเป็นเมือง ได้รับพระราชทานนามว่า "กาฬสินธุ์" และได้แต่งตั้งให้ ท้าวโสมพะมิตรเป็น  "พระยาชัยสุนทร"
            พ.ศ. 2437 สมัยพระยาชัยสุนทร (ท้าวเก) ได้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองเป็นแบบเทศาภิบาล มี มณฑล จังหวัด อำเภอ ตำบล และให้เมืองกาฬสินธุ์ เป็น "อำเภออุทัยกาฬสินธุ์" ขึ้นกับจังหวัดร้อยเอ็ด
            วันที่ 1 สิงหาคม 2456 ได้ยกฐานะอำเภออุทัยกาฬสินธุ์เป็น "จังหวัดกาฬสินธุ์" ให้มีอำนาจปกครอง อำเภออุทัยกาฬสินธุ์ อำเภอสหัสขันธ์ อำเภอกุฉินารายณ์ อำเภอ กมลาไสย และอำเภอยางตลาด โดยให้ขึ้นต่อมณฑลร้อยเอ็ด
            วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2474 จังหวัดกาฬสินธุ์ถูกยุบเป็นอำเภอ ขึ้นกับจังหวัดมหาสารคาม และ 1 ตุลาคม 2490 ได้ยกฐานะเป็น "จังหวัดกาฬสินธุ์" จนถึงปัจจุบัน

           กาฬสินธุ์เป็นจังหวัดที่มีความอุดมสมบูรณ์จังหวัดหนึ่งในภาคอีสาน จากหลักฐานทางโบราณคดีบ่งบอกว่าเคยเป็นที่อยู่อาศัยของเผ่าละว้า ซึ่งมีความเจริญทางด้านอารยธรรมประมาณ 1,600 ปี จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์เริ่มตั้งเป็นเมืองในสมัยรัตนโกสินทร์ เมื่อปี พ.ศ. 2336 โดยท้าวโสมพะมิตร ได้อพยพหลบภัยมาจากดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงพร้อมไพร่พล และมาตั้งบ้านเรือนอยู่ริมน้ำปาว เรียกว่า “บ้านแก่งสำโรง” แล้วได้นำเครื่องบรรณาการเข้าถวายสวามิภักดิ์ต่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า จุฬาโลกมหาราช ต่อมาได้รับพระกรุณาโปรดเกล้า ยกฐานะบ้านแก่งสำโรงขึ้นเป็นเมือง และพระราชทานนามว่า “เมืองกาฬสินธุ์” หรือ “เมืองน้ำดำ” ซึ่งเป็นเมืองที่สำคัญทางประวัติศาสตร์มาตั้งแต่สมัยโบราณกาล “กาฬ” แปลว่า “ดำ” “สินธุ์” แปลว่า “น้ำ” กาฬสินธุ์จึงแปลว่า “น้ำดำ” ทั้งมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ท้าวโสมพะมิตรเป็น “พระยาชัยสุนทร” ครองเมืองกาฬสินธุ์เป็นคนแรก

                จังหวัด กาฬสินธุ์ ห่างจากกรุงเทพมหานคร โดยทางรถยนต์ประมาณ 519 กิโลเมตร มีเนื้อที่ ประมาณ 6,946.746 ตร.กม. หรือ ประมาณ 4,341,716 ไร่ หรือ ร้อยละ 4.5 ของพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
 
 

ทิศเหนือ

ติดต่อกับ

จังหวัดสกลนคร และ จังหวัดอุดรธานี โดยมีลำน้ำปาวและ
ห้วยลำพันชาดเป็นแนวกั้นแบ่งเขต

ทิศใต้

ติดต่อกับ

จังหวัดร้อยเอ็ดและจังหวัดมหาสารคาม

ทิศตะวันออก

ติดต่อกับ

จังหวัดสกลนครและจังหวัดมุกดาหาร โดยมี สันปันน้ำของเทือกเขาภูพานเป็นแนวแบ่งเขต

ทิศตะวันตก

ติดต่อกับ

จังหวัดมหาสารคาม โดยมีลำน้ำชีเป็นเส้นแบ่งเขตและบางส่วนติดต่อกับจังหวัดขอนแก่น

   
                                                                           

สัญลักษณ์ประจำจังหวัดกาฬสิินธุ์ เป็นรูปบึงใหญ่

ตฤณชาติและเมฆพยับฝน หมายถึง สัญลักษณ์ของ

ความชุ่มชื้นและความอุดมสมบูรณ์ของภูมิภาค

ทิวเขาตรงสุดขอบฟ้า คือ แนวกั้นเขตแดนกับจังหวัดใกล้เคียง

น้ำในบึงมีสีดำเพื่อให้ตรงกับชื่อของกาฬสินธุ์

ตั้งเป็นเมือง พ.ศ.2336 จังหวัดกาฬสินธุ์แยกจาก

จังหวัดมหาสารคาม เมื่อ พ.ศ. 2490 ให้ชื่อย่อ "กส"

คำขวัญประจำจังหวัด

เมืองฟ้าแดดสงยาง โปงลางเลิศล้ำ

วัฒนธรรมผู้ไทย ผ้าไหมแพรวา

ผาเสวยภูพาน มหาธารลำปาว

ไดโนเสาร์สัตวโลกล้านปี

ต้นไม้ประจำจังหวัด

ต้นมะหาด

 

ดอกไม้ประจำจังหวัด
ดอกพยอม

 

 
 
 
 
สภาพทั่วไป      

๑. ที่ตั้งและอาณาเขต
        
จังหวัดกาฬสินธุ์ ตั้งอยู่ตอนกลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างเส้นละติจูด(เส้นรุ้ง) ที่ ๑๖-๑๗ องศาเหนือ และ ลองติจูด (เส้นแวง) ที่ ๑๐๓-๑๐๔ องศาตะวันออก ห่างจากกรุงเทพมหานคร โดยทางรถยนต์ประมาณ ๕๑๙ กิโลเมตร มีเนื้อที่ ประมาณ ๖,๙๔๖.๗๔๖ ตร.กม. หรือ ประมาณ ๔,๓๔๑,๗๑๖ ไร่ หรือ ร้อยละ ๔.๕ ของพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดใกล้เคียงดังนี้

ทิศเหนือ

ติดต่อกับ

จังหวัดสกลนคร และ จังหวัดอุดรธานี โดยมีลำน้ำปาวและห้วยลำพันชาดเป็นแนวกั้นแบ่งเขต

ทิศใต้

ติดต่อกับ

จังหวัดร้อยเอ็ดและจังหวัดมหาสารคาม

ทิศตะวันออก

ติดต่อกับ

จังหวัดสกลนครและจังหวัดมุกดาหาร โดยมีสันปันน้ำของเทือกเขาภูพานเป็นแนวแบ่งเขต

ทิศตะวันตก

ติดต่อกับ

จังหวัดมหาสารคาม โดยมีลำน้ำชีเป็นเส้นแบ่งเขตและบางส่วนติดต่อกับจังหวัดขอนแก่น


๒. ลักษณะภูมิประเทศ

           จังหวัดกาฬสินธุ์ มีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงจนถึงที่ราบลุ่มมีน้ำแช่ขัง ดังนั้น ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปของจังหวัดกาฬสินธุ์สามารถแบ่งลักษณะภูมิประเทศได้ ๕ ลักษณะ ดังนี้
            ๑. พื้นที่ที่เป็นภูเขา ได้แก่ เทือกเขาภูพาน ซึ่งมีระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ๒๐๐ –๕๐๐ เมตร อยู่ทางทิศตะวันออก และทิศเหนือของจังหวัดในพื้นที่ของอำเภอ สมเด็จ ,อำเภอเขาวง อำเภอกุฉินารายณ์ ,อำเภอห้วยผึ้ง บริเวณนี้เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญได้แก่ ลำน้ำปาว ,ลำน้ำพาน
            ๒. สภาพที่เป็นหุบเขา อยู่ในเขตอำเภอเขาวง มีลักษณะเป็นที่ราบระหว่าง หุบเขาสภาพเป็นลูกคลื่น สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ๑๗๕ – ๒๕๐ เมตร มีลักษณะเป็นพื้นที่ลูกคลื่นลอนตื้น อยู่ในเขตอำเภอท่าคันโท อำเภอ สหัสขันธ์ บริเวณทิศเหนือของอำเภอยางตลาด ทิศใต้ของอำเภอสมเด็จ และบางส่วนของอำเภอห้วยผึ้ง
            ๓. สภาพเป็นลูกคลื่น สูงจากระดับน้ำปานกลาง ๑๗๕ – ๒๕๐ เมตร มีลักษณะเป็นลูกคลื่น ลอนตื้น อยู่ในเขตอำเภอท่าคันโท อำเภอสหัสขันธ์ บริเวณทิศเหนือของอำเภอยางตลาด ทิศใต้ของอำเภอสมเด็จ และบางส่วนของอำเภอห้วยผึ้ง
            ๔. สภาพค่อนค้างราบ มีระดับน้ำทะเลปานกลาง ๑๕๐ – ๑๗๐ เมตร อยู่ในบริเวณอำเภอเมือง อำเภอยางตลาด บางส่วนของทิศใต้ของอำเภอสหัสขันธ์ ทางทิศตะวันออกของอำเภอสมเด็จ และอำเภอห้วยผึ้ง
            ๕. สภาพพื้นที่ราบลุ่มริมฝั่งน้ำ เป็นที่ราบริมฝั่งแม่น้ำชี ลำน้ำปาว ลำน้ำพาน มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ๑๔๐ – ๑๕๐ เมตร อยู่ในอำเภอกมลาไสย บางส่วนของอำเภอเมืองและอำเภอยางตลาด

๓. ลักษณะภูมิอากาศและอุตุนิยมวิทยา
           ภูมิอากาศโดยทั่วไปของจังหวัดกาฬสินธุ์ มีอากาศร้อนจัดในฤดูร้อน และอากาสหนาวในฤดูหนาว ในปี ๒๕๕๓ มีฝนตก ๑๑๖ วัน โดยฝนเริ่มตกประมาณกลางเดือนเมษายน ถึง ปลายเดือนกันยายน ปริมารน้ำฝน ๑๒๙๗.๘ มิลลิลิตร อุณหภูมิสูงสุด ๔๒.๓ องศาเซลเซียส ในเดือนพฤษภาคม และต่ำสุดในเดือนมกราคม ซึ่งมีอุณหภูมิ ๑๔.๓ องศาเซลเซียส (ที่มา : สถานีอุตุนิยมวิทยากาฬสินธุ์)

๔. โครงสร้างพื้นฐาน

            ๔.๑ การขนส่งและการคมนาคม จังหวัดกาฬสินธุ์ มีการคมนาคมขนส่งติดต่อกับจังหวัดต่าง ๆ ดังนี้

                    ทางรถไฟ ต้องลงที่จังหวัดขอนแก่น แล้วต่อรถโดยสารจากจังหวัดขอนแก่นเข้าจังหวัดกาฬสินธุ์ ระยะทางประมาณ ๗๗ กิโลเมตร
                   ทางอากาศ ต้องลงที่จังหวัดขอนแก่น แล้วต่อรถโดยสารจากจังหวัดขอนแก่นเข้าจังหวัดกาฬสินธุ์ ระยะทางประมาณ ๘๓ กิโลเมตร
                   ทางรถยนต์ สามารถใช้เส้นทางติดต่อทั้งภายในจังหวัด และจังหวัดใกล้เคียง ตลอดจนถึงกรุงเทพมหานคร ได้อย่างสะดวก

            ๔.๒ ด้านสาธารณูปโภค
                   การประปา มีกิจการประปาทั้งหมด ๓ แห่ง ดำเนินการโดยการประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดกาฬสินธุ์
                   การไปรษณีย์โทรเลข มีที่ทำการไปรษณีย์โทรเลข ๑๘ แห่ง ให้บริการด้านสื่อสารไปรษณียภัณฑ์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
                  โทรศัพท์ ในปีงบประมาณ ๒๕๕๔ มีชุมสายโทรศัพท์ โครงข่ายของ TOT จำนวน ๗๙ ชุมสาย จำนวน ๓๗,๘๔๓ เลขหมาย มีชุมสายโทรศัพท์ โครงข่ายของ TT&T จำนวน ๖,๒๓๗ เลขหมาย เลขหมายที่เปิดใช้แล้วในส่วนของโครงข่าย TOT จำนวน ๒๐,๙๕๙ เลขหมาย และโครงข่าย TT&T จำนวน ๓,๗๒๔ เลขหมาย โดยประเภทผู้เช่าส่วนมากเป็นบ้านพักอาศัย ส่วนราชการ และ ธุรกิจต่างๆ ตามลำดับ (ที่มา : บ.ทีโอที จำกัด จำกัด (มหาชน) ข้อมูล ณ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๔)
                   ไฟฟ้า จังหวัดกาฬสินธุ์ มีไฟฟ้าใช้กระจายไปเกือบทุกหมู่บ้านในจังหวัดกาฬสินธุ์ และ ในปี ๒๕๕๔ มีจำนวนครัวเรือนทั้งหมด ๒๑๘,๔๓๙ ครัวเรือน ครัวเรือนที่มีไฟฟ้าใช้ ๒๑๕,๐๖๕ คงเหลือที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ๒.๒๒๖ ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ ๑.๐๑๙ (ที่มา : การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จังหวัดกาฬสินธุ์ ข้อมูล ณ เดือนมกราคม ๒๕๕๔)

สภาพทางสังคม      

1. การศึกษา

ในปี 2553 จังหวัดกาฬสินธุ์มีสถานศึกษารวมทั้งสิ้น 690 แห่ง มีครู อาจารย์ 9,434 คน
มีนักเรียน นิสิต นักศึกษา 169,708 คน มีอัตราส่วน ครู อาจารย์ ต่อนักเรียน นิสิต นักศึกษา เป็น 1:18 มีการจัดการศึกษาออกเป็น 2 ระบบ คือ การศึกษาในระบบโรงเรียนและการศึกษานอกระบบโรงเรียน

2. การศาสนา

ประชากรส่วนใหญ่ของจังหวัดกาฬสินธุ์นับถือศาสนาพุทธจึงมีวัดและสำนักสงฆ์ในพุทธศาสนากระจายอยู่ทั่วไปในจังหวัด มีวัดจำนวนทั้งสิ้น 739 แห่ง พุทธศาสนิกชน 980,158 คน นอกนั้นเป็น คริสต์ศาสนิกชน และอิสลาม (ที่มา : สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกาฬสินธุ์ ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2552)

3. การสาธารณสุข

โรงพยาบาลของรัฐ 14 แห่ง

โรงพยาบาลทั่วไป

ขนาด

505

เตียง

จำนวน

1

แห่ง

โรงพยาบาลชุมชน

ขนาด

90

เตียง

จำนวน

3

แห่ง

 

ขนาด

60

เตียง

จำนวน

2

แห่ง

 

ขนาด

30

เตียง

จำนวน

8

แห่ง

โรงพยาบาลเอกชน

ขนาด

50

เตียง

จำนวน

1

แห่ง

สำนักงานสาธารณสุขชุมชน

 

 

 

จำนวน

18

แห่ง

สถานีอนามัย

 

 

 

จำนวน

157

แห่ง

คลีนิคทั่วไป

 

 

 

จำนวน

71

แห่ง

สาเหตุการป่วยผู้ป่วยนอกที่สำคัญ 3 อันดับแรก (อัตราต่อประชากรแสนคน)

1.โรคระบบหายใจ

2.โรคระบบย่อยอาหาร รวมโรคในช่องปาก

3.โรคระบบกล้ามเนื้อรวมโครงร่างและเนื้อยึดเสริม

 สาเหตุการป่วยผู้ป่วยในที่สำคัญ 3 อันดับแรก (อัตราต่อประชากรแสนคน)

1.การติดเชื้อในระบบสำไส้

2.ภาวะแทรกซ้อนในการตั้งครรภ์ คลอด หลังคลอด

3.ติดเชื้อโดยไม่ทราบสาเหตุ

สาเหตุการตายที่สำคัญ 3 อันดับแรก (อัตราต่อประชากรแสนคน)

1.เนื้องอก

2.สาเหตุตายภายนอกของการป่วยและการตาย

3.ระบบไหลเวียนโลหิต

 

สภาพเศรษฐกิจ 

       
          สภาพเศรษฐกิจของจังหวัดกาฬสินธุ์  ในปี  2552  พบว่า  ประชากรมีรายได้เฉลี่ยต่อคน  40,769  บาทต่อปี  รายได้ส่วนใหญ่มาจากภาคการเกษตร  ร้อยละ  24.05 คิดเป็นมูลค่า  9,805  ล้านบาท  รองลงมาเป็นภาคการค้าส่งและค้าปลีก ร้อยละ  21.05  คิดเป็นมูลค่า  8,583  ล้านบาท และภาคการอุตสาหกรรม  ร้อยละ  16.40  คิดเป็นมูลค่า  6,685  ล้านบาท  พืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัด  ได้แก่  มันสำปะหลัง  อ้อย  ถั่วลิสง  และอื่นๆ  มีโรงงานอุตสาหกรรม  409  โรงงาน  ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมผลผลิตทางการเกษตร  129  แห่ง  การก่อสร้าง  61  แห่ง  ผลิตอาหาร  36  แห่ง  แปรรูปไม้  37 แห่ง เครื่องดื่ม  2  แห่ง  และโรงงานอุตสาหกรรมเกษตรอื่นๆ 13 แห่ง (ที่มา : สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดกาฬสินธุ์  ข้อมูล  ณ วันที่  19  ก.พ. 2553)

1. การเกษตรกรรม

              จังหวัดกาฬสินธุ์ มีพื้นที่ทำการเกษตรทั้งสิ้น  2,811,399  ไร่  คิดเป็นร้อยละ  64.75 ของพื้นที่ทั้งจังหวัด แบ่งการใช้ประโยชน์ที่ดิน เป็นพื้นที่ทำนา จำนวน  1,663,406 ไร่ (ร้อยละ 59.17 ของพื้นที่การเกษตร) พื้นที่ทำไร่ จำนวน  803,682  ไร่ (ร้อยละ  28.59 ของพื้นที่การเกษตร)  พื้นที่ไม้ผลไม้ยืนต้น จำนวน   152,929  ร่ (ร้อยละ  5.44  ของพื้นที่การเกษตร) พื้นที่ปลูกพืชผัก จำนวน  11,187  ไร่ (ร้อยละ  0.40  ของพื้นที่การเกษตร) และพื้นที่ไม้ดอกไม้ประดับ จำนวน  100  ไร่ (ร้อยละ 0.004  ของพื้นที่การเกษตร) นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ทำการเกษตรอื่น ๆ จำนวน  180,095  ไร่ (ร้อยละ  6.41 ของพื้นที่การเกษตร)  พืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัด ได้แก่  ข้าว  อ้อย  มันสำปะหลัง  ยางพารา  ถั่วลิสง พุทรา และอื่น ๆ ดังนี้

ข้าว ปีการผลิต 2552/2553 จังหวัดกาฬสินธุ์มีพื้นที่ปลูกข้าวนาปีทั้งสิ้น  1,490,494   ไร่ แยกเป็นปลูกข้าวเหนียว  1,042,681  ไร่ ผลผลิต  491,071.47  ตัน ผลผลิตเฉลี่ย 470.97  กิโลกรัมต่อไร่ และพื้นที่ปลูกข้าวเจ้า  447,813  ไร่ ผลผลิต  218,864.13 ตัน ผลผลิตเฉลี่ย 488.74 กิโลกรัมต่อไร่ พื้นที่ที่เหลือจำนวน 172,912  ไร่ บางส่วนเป็นพื้นที่ทำนาที่ถูกปล่อยว่างเปล่า ใช้เป็นที่เลี้ยงสัตว์ และบางส่วนใช้ในกิจกรรมอื่น ๆ  เช่น การเลี้ยงกุ้งก้ามกราม การเลี้ยงปลา ฯลฯ และในช่วงฤดูแล้ง ยังมีการทำนาปรังในพื้นที่รวม 305,117  ไร่  แยกเป็นพื้นที่ข้าวเหนียวนาปรัง  47,900  ไร่  ผลผลิตรวมประมาณ  29,522.69  ตัน  และพื้นที่ข้าวเจ้านาปรัง  257,217  ไร่ ผลผลิตรวมประมาณ  184,923.59  ตัน


พืชไร่ จังหวัดกาฬสินธุ์มีพื้นที่ทำไร่ จำนวน  803,682  ไร่ ใช้เป็นพื้นที่ปลูกอ้อยโรงงาน  376,900  ไร่ ผลผลิตรวม  3,496,878  ต้น  มีพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลัง  352,192  ไร่   ผลผลิตโดยรวม   1,129,832  ส่วนที่เหลือ ใช้ในการผลิตพืชไร่อื่น ๆ ได้แก่  ข้าวโพด ถั่วลิสง  มะเขือเทศโรงงาน  ฯลฯ

ไม้ผล  มีพื้นที่  152,929  ไร่ ใช้ในการปลูกยางพารา  118,864.60  ไร่  แบ่งเป็นพื้นที่กรีดได้ 18,075.70 ไร่ และพื้นที่ยังไม่ให้ผลผลิต  100,788.90  ไร่ มีผลผลิตรวมประมาณ  4,880.44 ตัน และผลผลิตเฉลี่ย  270 กิโลกรัมต่อไร่   พื้นที่ที่เหลืออีก 34,064.40 ไร่ เป็นพื้นที่ปลูกไม้ผล–ไม้ยืนต้นอื่น ๆ เช่น ยูคาลิปตัส มะม่วง ลำไย มะขาม เป็นต้น (ที่มา : สำนักงานเกษตรจังหวัดกาฬสินธุ์ ข้อมูล  ณ วันที่ 31 ม.ค.2553)

2. การปศุสัตว์

                การเลี้ยงสัตว์ในจังหวัดส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ  100  จะเป็นการเลี้ยงในฟาร์มขนาดเล็กโดยมีฟาร์มปศุสัตว์ที่ได้มาตรฐานเพียง  19  ฟาร์ม
                การค้าส่วนใหญ่จะเป็นการค้าขายในตลาดท้องถิ่นเท่านั้น  สำหรับราคาที่เกษตรกรขายได้ในปีนี้ราคายังคงทรงตัว การเลี้ยงสัตว์สามารถแบ่งได้ดังนี้

โคเนื้อ เลี้ยงในเขตพื้นที่ อำเภอเมือง   ยางตลาด   สมเด็จ   กุฉินารายณ์  และอำเภอนาคูซึ่งการซื้อขายส่วนใหญ่จะเป็นโคเนื้อ  จังหวัดกาฬสินธุ์มีตลาดนัดโค –  กระบือ   5   แห่ง

สุกร ปี 2553 จังหวัดกาฬสินธุ์ มีสุกรทั้งสิ้น  42,657  ตัว จำนวนครัวเรือนเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร 3,849  ครัวเรือน

ไก่ ปี 2553  มีไก่เนื้อ 584,308  ตัว  เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่เนื้อ  11  ครัวเรือน  ไก่พื้นเมือง  1,091,500  ตัว เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่พื้นเมือง  66,635 ครัวเรือน ที่มา  :   สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดกาฬสินธุ์  ข้อมูล  ณ  เดือนมกราคม 2553

3. การประมง

      สัตว์น้ำจากการเพาะเลี้ยงที่สำคัญของจังหวัดกาฬสินธุ์  ได้แก่  กุ้งก้ามกราม  ปลานิลแปลงเพศ และปลาดุกบิ๊กอุย  โดยมีเกษตกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ  ดังนี้
             -    เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกราม  1,196  ราย  จำนวน  5,074  พื้นที่  8,457  ไร่
             -    เกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิลแปลงเพศในกระชัง   78  ราย  จำนวน  4,680  กระชัง  พื้นที่  52.65 ไร่
             -    เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุย   86  ราย  จำนวน  756  บ่อ  พื้นที่  423  ไร่
          (ที่มา : สนง.ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์    ข้อมูล   ณ   วันที่  31  มกราคม  2553)

4. การอุตสาหกรรม

         โรงงานในจังหวัดกาฬสินธุ์ส่วนมากเป็นโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปผลผลิตการเกษตร เช่น  โรงสีข้าว โรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลัง โรงงานน้ำตาลทรายดิบและน้ำตาลทรายขาว เป็นต้น อุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่มีอยู่ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดเล็ก การขยายตัวอุตสาหกรรมของจังหวัดมีไม่มากนักจังหวัดกาฬสินธุ์ มีสถานประกอบการ  ณ  มกราคม 2553  จำนวนโรงงานที่ยังคงดำเนินการอยู่ทั้งสิ้น  278   แห่ง  


 

สภาพทางการเมืองการปกครอง      

 

๑. การเมือง

จังหวัดกาฬสินธุ์ มีสมาชิกวุฒิสภา (..) ๑ คน คือ นายสิทธิศักดิ์ ยนตระกูล
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (..) จำนวน คน แบ่งเป็นแบบสัดส่วน ๒ คน คือ นายบัณฑูรย์ สุภัควณิช พรรคเพื่อไทย และนางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท พรรคประชาธิปัตย์
 
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ๒ เขต จำนวน คน

ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ ข้อมูล ณ วันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๕๔

๒. การปกครอง

 
จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้แบ่งการปกครองส่วนภูมิภาคออกเป็น ๑๘ อำเภอ ๑๓ ตำบล ๑,๕๘๔ หมู่บ้าน ๒๔๙,๘๔๕ ครัวเรือน ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

 

ที่

อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน อบต. เทศบาล

พท.

ตร.กม.

ห่างจาก

จังหวัด (กม.)

ประชากร

จำนวน

ครัวเรือน

ชาย หญิง รวม
เมือง ๑๗ ๑๘๕ ๑๖
๖๙๑.๕๒๔ ๗๒,๔๓๓ ๗๓,๗๖๖ ๑๔๖,๑๙๙ ๔๐,๖๑๑
ยางตลาด ๑๕ ๒๐๘ ๑๑ ๖๒๑.๐๘๔ ๑๖ ๖๓,๙๑๒ ๖๕,๒๖๙ ๑๒๙,๑๘๑ ๓๓,๓๗๖
กมลาไสย ๑๑๑ ๓๑๗.๓๒๙ ๑๓ ๓๔,๓๖๓ ๓๕,๒๕๐ ๖๙,๖๑๓ ๗,๐๖๗
สหัสขันธ์ ๘๕ ๓๑๖.๔๐๒ ๓๒ ๒๐,๙๐๙ ๒๑,๐๙๒ ๔๒,๐๐๑ ๑๐,๓๗๖
กุฉินารายณ์ ๑๒ ๑๔๕ ๑๐ ๗๓๙.๒๔๗ ๘๐ ๕๐,๕๔๖ ๕๐,๘๑๓ ๑๐๑,๓๕๙ ๒๖,๗๑๖
ท่าคันโท ๖๐ ๓๙๓.๕๔๙ ๑๐๙ ๑๘,๗๕๙ ๑๘,๕๖๗ ๓๗,๓๒๖ ๙,๒๔๘
สมเด็จ
๙๔ ๔๕๔.๐๙๕ ๔๒ ๓๐,๗๕๐ ๓๑,๐๙๖ ๖๑,๘๔๖ ๑๖,๒๒๙
เขาวง ๗๑ ๒๐๕.๑๐๕ ๙๘ ๑๗,๔๓๕ ๑๗,๖๘๘ ๓๕,๑๒๓ ๑๑,๓๖๖
ห้วยเม็ก ๘๔ ๒๙๑.๐๑๑ ๔๘ ๒๕,๒๐๕ ๒๕,๑๙๖ ๕๐,๔๐๑ ๑๒,๖๕๓
๑๐ คำม่วง ๗๑ ๖๒๑.๐๐๕ ๘๕ ๒๔,๓๑๐ ๒๓,๘๑๘ ๔๘,๑๒๘ ๑,๗๔๙
๑๑ ร่องคำ ๔๐ ๘๒.๑๓๗ ๓๘ ๘,๐๘๔ ๘,๒๙๓ ๑๖,๓๗๗ ๓,๘๑๘
๑๒ หนองกุงศรี ๑๑๓ ๖๒๖.๙๔๔ ๖๒ ๓๓,๐๕๖ ๓๒,๘๐๑ ๖๕,๘๕๗ ๑๖,๙๑๒
๑๓ นามน ๖๗ ๒๔๕.๓๒๙ ๔๒ ๑๗,๘๔๘ ๑๗,๘๔๑ ๓๕,๖๘๙ ๘,๘๐๓
๑๔ ห้วยผึ้ง ๕๒ ๒๕๖.๘๓๒ ๕๙ ๑๕,๓๖๘ ๑๕,๒๘๙ ๓๐,๖๕๗ ๗,๕๗๙
๑๕ สามชัย ๔๗ ๕๕๐.๘๕๓ ๘๕ ๑๒,๘๘๗ ๑๒,๔๒๐ ๒๕,๓๐๗ ๖,๓๖๑
๑๖ นาคู ๕๕ ๒๐๓.๐๙๒ ๘๘ ๑๕,๖๘๔ ๑๕,๘๒๔ ๓๑,๕๐๘ ๘,๑๔๘
๑๗ ดอนจาน ๔๘ ๑๙๔.๙๖๑ ๒๗ ๑๒,๙๔๕ ๑๒,๗๐๔ ๒๕,๖๔๙ ๖,๒๐๙
๑๘ ฆ้องชัย ๔๘ ๑๓๖.๒๔๗ ๒๘ ๑๓,๕๔๐ ๑๓,๖๓๓ ๒๗,๑๗๓ ๖,๔๓๕
รวม ๑๓๕ ๑,๕๘๔ ๙๙ ๕๑
๖,๙๔๖.๗๔๖   ๔๘๘,๐๓๔
๔๙๑,๓๖๐
๙๗๙,๓๙๔
๒๕๓,๖๕๖
ที่มา : ที่ทำการปกครองจังหวัดกาฬสินธุ์ ข้อมูล ณ วันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๒

 

ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดกาฬสินธุ์      

แหล่งท่องเที่ยวด้านประวัติศาสตร์และโบราณวัตถุ

1.อนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร ( ท้าวโสมพะมิตร )

ตั้งอยู่หน้าที่ทำการไปรษณีย์ โทรเลขจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นอนุสาวรีย์หล่อด้วยสัมฤทธิ์เท่าตัวจริง ยืนบนแท่น มือขวาถือกาน้ำ มือซ้ายถือดาบอาญาสิทธิ์ ชาวกาฬสินธุ์ได้สละทรัพย์ก่อสร้างอนุสาวรีย์ เพื่อเป็นการแสดงกตเวทิตาคุณต่อผู้ให้กำเนิดเมืองกาฬสินธุ์

 

2.พระพุทธสถานภูปอ

ตั้งอยู่ตำบลภูปอ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ห่างจากจังหวัดกาฬสินธุ์ไปทางทิศเหนือประมาณ 28 กิโลเมตร ไปทางอำเภอสมเด็จหรืออำเภอสหัสขันธ์ เป็นที่ประดิษฐพระพุทธรูปโบราณปางไสยาสน์ ฝีมือช่างจากสมัยทวาราวดีจำหลักบนหน้าผา 2 องค์ เป็นที่เคารพบูชาของชาวจังหวัดกาฬสินธุ์และใกล้เคียง องค์แรกประดิษฐานอยู่บนเชิงเขาทางขึ้น องค์ที่สอง ประดิษฐานอยู่บนภูปอนอก จากภูปอจะเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปปางไสยาสน์อันศักดิ์สิทธิ์แล้วยัง เป็นสถานที่มีทิวทัศน์ตามธรรมชาติที่สวยงามเหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจอย่างยิ่ง

3.พระพุทธไสยาสน์ถ้ำภูค่าว

อยู่บ้านนาสีนวล ตำบลโนนศิลา อำเภอสหัสขันธ์ ห่างจากตลาดสหัสขันธ์ประมาณ 6 กิโลเมตร บริเวณถ้ำภูค่าวแต่เดิมเป็นสถานที่สำคัญทางศาสนาแห่งหนึ่งปัจจุบันเป็นเพียง วัดเล็กๆเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ภูค่าวซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่แปลกจาก พระนอนทั่วไป คือ ไสยาสน์ตะแคงซ้าย ไม่มีพระเกตุมาลา พระนอนองค์นี้มีประวิติว่าสร้างขึ้น เมื่อปี .. 2235 เป็นพระโมคัลลาน เป็นที่เคารพของชาวบ้านทั่วไป มีงานนมัสการปิดทองในวันตรุษสงกรานต์ทุกปี

4.พุทธสถานภูสิงห์

ตั้งอยู่บนยอดเขาภูสิงห์ อำเภอสหัสขันธ์ ใกล้ตลาด สหัสขันธ์ห่างจากจังหวัด 34 กม. มีทางขึ้น 2 ทาง คือ ทางราดยางคดเคี้ยวขึ้นตามไหล่เขาทางทิศตะวันตก และทางเดินเท้า ทำเป็นบันได 104 ขั้น ทางทิศตะวันออก เป็นสถานที่พักผ่อนที่ร่มรื่นล้อมรอบด้วยธรรมชาติ ทั้งยังมองเห็นทิวทัศน์ของทุ่งนา หมู่บ้าน และน้ำในเขื่อนลำปาวอันสวยงามอีกด้วย พุทธสถานภูสิงห์เป็นที่ประดิษฐานพระพรหมภูมิปาโล ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 10.5 เมตร มีพุทธลักษณะสง่างามเป็นพระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือสร้างเมื่อปี .. 2511

5.เมืองฟ้าแดดสงยาง

ตั้งอยู่ในเขตอำเภอกมลาไสย ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 20 กม. มีซากอิฐปนดิน คูเมืองสองชั้น มีลักษณะเป็นท้องน้ำที่พอมองเห็น คือพระธาตุยาคูผังเมืองรูปไข่แบบทวาราวดีแต่มีตัวเมืองสองชั้นเชื่อว่าเกิดจากการขยายตัวเมือง ชาวนามักขุดพบใบเสมา หินทรายมีลวดลายบ้างไม่มีบ้าง ที่ขึ้นทะเบียนไว้ทางกรมศิลปากร 130 แผ่น พระพิมพ์ดินเผามีลักษณะเป็นอิทธิพลของสกุลช่างคุปตะรุ่นหลัง อายุประมาณ 1,000 – 2,000 ปี มีอยู่ทั่วไปนอกจากนี้ยังพบกล้องยาสูบดินเผาลวดลายอมราวดีก้านขดเป็นรูปตัวมังกร อายุ 7,000 ปี ที่น่าสนใจคือกล้องยาสูบชนิดเดียวกันแต่ทำด้วยทองสัมฤทธิ์อายุประมาณ 5,000 – 6,000 ปี ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่ายุคโลหะของสุวรรณภูมิได้เริ่มมาก่อนทุก ๆ แห่งในโลกนี้

6.พระธาตุยาคู

ตั้งอยู่กลางทุ่งนาทิศเหนือบ้านเสมา อำเภอกมลาไสย ห่างจากจังหวัดกาฬสินธุ์ ประมาณ 19 กิโลเมตร เป็นศิลปะการก่อสร้างแบบทวาราวดีทำด้วยอิฐดิน ฐานเป็นรูป 8 เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสองขนาดฐานกว้าง 10 เมตร ยาว 10 เมตร สร้างซ้อนกันเป็นลักษณะแบบจตุรมุข สูงจากฐานถึงยอด 8 เมตร เชื่อกันว่าเป็นเจดีย์บรรจุอัฐิของพระเถระผู้ใหญ่ที่ชาวเมืองเคารพนับถือ

7.ใบเสมาบ้านก้อม

ตั้งอยู่บ้านเสมาตำบลหนองแปน อำเภอกมลาไสย (อยู่ภายในเมืองฟ้าแดดสงยาง) ทำด้วยศิลาแลง กว้าง 1 ศอก หนา 8 นิ้ว รวม 29 แผ่น และทำด้วยศิลาแลง จำหลักฐานเป็นเทวดาผู้ชาย 1 หลัก ผู้หญิงยืนเคียงกัน 1 หลัก กว้าง 1 ศอกคืบ ยาว 3 ศอก หนา 8 นิ้ว 1 แผ่น

8.พิพิธภัณฑ์สิรินธร หรือ อุทยานโลกไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว

ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาภูกุ้มข้าว วัดป่าสักกะวัน อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ เป็นแหล่งค้นพบซากโครงกระดูกของไดโนเสาร์ ซึ่งมีอายุกว่า 150 ล้านปี ที่มีความสมบูรณ์ และมากที่สุดในประเทศไทย (มากกว่า 700 ชิ้น) สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จมาเปิดเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ.2551 เปิด.ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.00-17.00 น.

9.รอยเท้าไดโนเสาร์

จังหวัดกาฬสินธุ์ค้นพบรอยเท้าไดโนเสาร์ เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2539 บริเวณกลางลานหินร่องน้ำห้วยวังเครือจาน เชิงเขาภูแฝก เทือกเขาภูพาน บ้านน้ำคำ ตำบลภูแล่นช้างอำเภอนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นรอยเท้าไดโนเสาร์ประเภทเทอร์โรฟอส จัดอยู่ในกลุ่มคาร์โนซอร์ ชนิดกินเนื้อ อายุประมาณ 140 ล้านปี ซึ่งลักษณะรอยเท้ามีความชัดเจนถึง 7 รอย ขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดกาฬสินธุ์ นอกจากนี้ยังขุดพบซากกระโครงกระดูกที่วัดบ้านนาไคร้ อำเภอกุฉินารายณ์ และที่เชิงเขาวัดภูปอ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์

10.หมู่บ้านพัฒนาวัฒนธรรมผู้ไทยบ้านโคกโก่ง

อำเภอกุฉินารายณ์ ห่างจากจังหวัดประมาณ 90 กม. ได้รับรางวัลชนะเลิศหมู่บ้านวัฒนธรรมดีเด่นแบบ HOMESTAY

11.พิพิธภัณฑ์ของดีเมืองกาฬสินธุ์

ศาลากลางจังหวัด(อาคารเดิม) จัดตั้งเป็นศูนย์สาธิตอาชีพหัตถกรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ ประกอบด้วยห้องจัดแสดงนิทรรศการต่าง เช่น ห้องประวัติของจังหวัดกาฬสินธุ์ ห้องวิถีชีวิตชาวผู้ไทยในอดีต ที่มีหัตถกรรมพื้นบ้านต่าง ๆ จัดแสดงไว้ห้องเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ห้องวิถีชีวิตการทำนาชาวนากาฬสินธุ์ ห้องโชว์แพรวา ห้องจัดแสดงผลผลิตทางการเกษตร และห้องจำหน่ายผ้าไหม สินค้าของที่ระลึกต่าง ของจังหวัด

12.พุทธอุทยานอ่างเก็บน้ำห้วยสังเคียบ

.สมเด็จ (ห่างจากจังหวัดประมาณ 42 กม.) นอกจากจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามแล้วยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสมเด็จชุมเย็นมิ่งเมืองกาฬสินธุ์อีกด้วย

13.ศูนย์วัฒนธรรมชาวผู้ไทยบ้านโพน (ศูนย์วิจิตรแพรวาบ้านโพน)

.คำม่วง (ห่างจากจังหวัดประมาณ 85 กม. ) ประกอบ ด้วยอาคารวิจิตรแพรวา ศาลาเฉลิมพระเกียรติ อาคารโปงลางและงานการแสดงพื้นบ้านอื่นๆ ของจังหวัด พร้อมกับหาซื้อผ้าไหมแพรวาและสินค้าของที่ระลึกต่าง จากแหล่งผลิตในราคาท้องถิ่น

แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ

1.เขื่อนลำปาว

เป็นเขื่อนดิน สูงจากท้องน้ำ 33 เมตร สันเขื่อนยาว 7.8 กิโลเมตร กว้าง 8 เมตร นับเป็นเขื่อนดินยาวที่สุดในประเทศไทย เริ่มก่อสร้างเมื่อ ปี พ.. 2506 เพื่อปิดกั้นลำน้ำปาวและห้วยยางที่บ้านหนองสองห้อง ตำบลลำปาว อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ ทำให้เกิดเป็นอ่างเก็บน้ำแฝดทางด้านเหนือเขื่อนจึงได้ขุดร่องเชื่อมระหว่างอ่างทั้งสองให้เป็นอ่างเดียวกัน ซึ่งตัวอ่างน้ำเก็บน้ำได้ 1,430 ล้านลูกบาศก์เมตร มีพื้นที่รับน้ำเหนือเขื่อน 5,960 ตารางกิโลเมตร ทางเข้าเขื่อนแยกจากทางหลวงสายกาฬสินธุ์ มหาสารคามที่กิโลเมตรที่ 10 ประมาณ 26 กิโลเมตร เขื่อนลำปาวเป็นเขื่อนที่สร้างขึ้นเพื่อบรรเทาอุทกภัยและเพื่อการเกษตรโดยเฉพาะ นอกจากนั้นยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาเป็นเส้นทางคมนาคมทางน้ำทางบกทั้งยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ

 

2.หาดดอกเกด

ซึ่งเป็นสวนไม้ดอกไม้ประดับที่ปรับปรุงได้อย่างสวยงาม อยู่บริเวณหน้าสันเขื่อนลำปาว และอุทยานสัตว์น้ำ ซึ่งเป็นศูนย์เพาะปลา รวมจัดเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำด้วย

3.

สวนสะออน (สถานศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าลำปาว)

เป็นสวนป่าธรรมชาติอยู่ทางทิศเหนือของเขื่อนลำปาว มีเนื้อที่ประมาณ 1,420 ไร่ สร้างขึ้นเพื่อรักษาป่าธรรมชาติ ปรับปรุงบริเวณให้สะอาดร่มรื่น ปลูกต้นไม้เพิ่มเติมแบ่งภายในบริเวณสวนสะออนออกเป็นส่วน ๆ โดยสร้างรั้วตาข่ายล้อมรอบ แล้วนำสัตว์ป่าในเมืองไทย ทุกชนิดมาปล่อยไว้เพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้าชมและศึกษา ตลอดทั้งหาความเพลิดเพลินกับธรรมชาติด้วย

4.แหลมโนนวิเศษ

เป็นผืนดินที่ยื่นเข้าไปในบริเวณอ่างเก็บน้ำของเขื่อนลำปาว ตั้งอยู่ที่ ตำบลโนนบุรี อำเภอสหัสขันธ์ ห่างจากตัวจังหวัดกาฬสินธุ์ 36 กิโลเมตร เป็นจุดชมพระอาทิตย์อัสดงที่สวยที่สุดในจังหวัดกาฬสินธุ์

5.เกาะมหาราช

เป็นสวนสาธารณะและพักผ่อน อยู่ที่อำเภอหนองกุงศรี อยู่ริมฝั่งอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาวตรงข้ามกับแหลมโนนวิเศษ อำเภอสหัสขันธ์ สามารถนั่งเรือหรือแพขนานยนต์ข้ามฟากได้ขณะนี้จังหวัดได้ทำโครงการพัฒนาถนนรอบเกาะเพื่อความสะดวกในการเดินทาง

6.น้ำตกแก้งกะอาม

อยู่ในเขตบ้านแก้งกะอาม หมู่ที่ 6 ตำบลผาเสวย อำเภอสมเด็จ ห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ 15 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่กำลังพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ลักษณะน้ำตกเป็นแก่งหินเรียงรายเป็นแนวยาว มีลานหินกว้าง สามารถจัดงานเทศกาลประจำปีได้ มีถ้ำกว้างสามารถเข้าพักผ่อนได้ การเดินทางเข้าชมทิวทัศน์สะดวกทุกฤดูกาล

7.ผาเสวย

ตั้งอยู่บนเทือกเขาภูพานในเขตบ้านแก้งกะอาม หมู่ที่ 6 ตำบลผาเสวย
เดิมชาวบ้านเรียกว่า
ผารังแร้ง เมื่อ .. 2497 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถเสด็จผ่านและเสวยพระกระยาหารกลางวัน จึงเรียกที่ประทับแห่งนั้นว่า ผาเสวย ซึ่งมีลักษณะหน้าผาสูงชันตั้งอยู่บนเหวลึก ชาวบ้านเรียกกันว่าเหวหำหด บนหน้าผาเสวยสามารถชมทัศนียภาพ และเป็นที่ผักผ่อนหย่อนใจได้เป็นอย่างดี ระยะทางห่างจากที่ว่าการอำเภอสมเด็จ 17 กิโลเมตร เส้นทางสายสมเด็จ สกลนคร

8.พุทธอุทธยาน เกาะแก้วเบญจรัตน์

ตั้งอยู่กลางอ่างเก็บน้ำห้วยสังเคียบ อำเภอสมเด็จ (ห่างจากจังหวัดประมาณ 42 กิโลเมตร) นอกจากจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามแล้วยังเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธสมเด็จชุ่มเย็นมิ่งเมืองกาฬสินธุ์ หล่อด้วยโลหะทองเหลืองรมดำ จำลองจากพระพุทธรูปหลวงพ่อองค์ดำ ซึ่งเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองกาฬสินธุ์

 

 ขอขอบคุณ

http://www.kalasin.go.th

ที่ให้ขอมูลในการทำงานครั้งนี้   ขอบคุณครับ

 

Comments