ผึ้งต่อย

ต่อจะมีพิษสงร้ายกว่าผึ้งตรงที่ต่อตัวหนึ่งสามารถต่อยเหยื่อได้หลายครั้ง ขณะที่ผึ้งจะต่อยเหยื่อได้เพียงครั้งเดียวแล้วทิ้งเหล็กในฝังไว้บนตัวเหยื่อ  ผู้ที่ถูกผึ้งหรือต่อต่อยมักจะถูกต่อยเพียงครั้งเดียวหรือไม่กี่ครั้ง จะเกิดแผลปวด  บวมเฉพาะที่ แล้วจะหายได้โดยไม่มีอันตรายร้ายแรง  ส่วนน้อยเท่านั้นที่จะเกิดอาการรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าถูกรุมต่อยทั้งรังก็อาจจะทำให้เสียชีวิตในเวลาสั้นๆ ได้   ดังที่เคยปรากฏเป็นข่าวในหนังสือพิมพ์อยู่บ่อยๆว่า  เด็กตายจากการถูกต่อรุมต่อยเพราะไปแหย่รังต่อ
 
 
 

สาเหตุ  การถูกผึ้งหรือต่อต่อย มักเกิดขึ้น จากการเดินผ่านเข้าไปใกล้แมลงพวกนี้ บางครั้งอาจถูกต่อยในช่องปากขณะกลืนอาหารที่แมลงปะปนอยู่โดยบังเอิญ  กรณีถูกผึ้งหรือต่อรุมต่อยทั้งรัง  มักเกิดจากการตั้งใจเข้าไปทำลายรังผึ้งรังต่อ ด้วยความคะนอง


“ถ้าเกิดการแพ้อย่างรุนแรง ผู้ป่วยจะมีอาการหายใจลำบากหรือหายใจหอบ”


อาการ
               ส่วนมากจะมีอาการเพียงเล็กน้อย  คือบริเวณที่ถูกต่อยมีอาการปวด  บวมแดง คัน แสบร้อน  ซึ่งอาจเป็นอยู่นานหลายชั่วโมง  ถ้าเป็นมาก จะมีอาการบวมซึ่งจะค่อยๆขยายใหญ่ขึ้นจนมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า 5-10 เซนติเมตร  อาการมักเกิดขึ้นภายใน 12-36  ชม. หลังถูกต่อยและจะเป็นอยู่นานหลายวัน  ถ้าถูกต่อยที่ลิ้นหรือในช่องปาก  อาจะทำให้ลิ้นและเยื่อเมือกในช่องปากบวม จนอุดกั้นทางเดินหายใจถึงขั้นเสียชีวิตได ซึ่งมักจะพบในเด็ก  ถ้าถูกต่อยที่กระจกตา (ตาดำ)  อาจทำให้เกิดแผลที่กระจกตา ทำให้สายตาพิการได้ 
               ถ้าถูกต่อยที่บริเวณใกล้เส้นประสาท  ก็อาจทำให้เกิดรอยบวมกดทับเส้นประสาท เกิดอาการชาได้ บางรายพิษอาจซึมเข้ากระแสเลือด เกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้  หรืออาการเป็นพิษต่ออวัยวะทั่วร่างกาย ทำให้มีอาการริมฝีปากบวม  หนังตาบวมคัน ผิวหนังออกร้อนแดง มีลมพิษขึ้นทั่ว  อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน  ปวดท้อง ท้องเดิน เจ็บแน่นหน้าอก  ถ้าเกิดการแพ้อย่างรุนแรง ผู้ป่วยจะมีอาการหายใจลำบาก หรือหายใจหอบ เนื่องจากกล่องเสียงบวมหรือหดเกร็ง  หรือหลอดลมตีบตัว (ทำให้เสียงหายใจดังวี้ด)
                บางรายอาจเกิดภาวะช็อก  คือมีอาการเป็นลมชีพจรเต้นเบาและเร็ว ความดันเลือดต่ำและอาจเสียชีวิตภายใน 15-30  นาทีถึง 4 ชม.  อาการแพ้รุนแรงอาจเกิดขึ้นภายใน 2-3 นาที  หลังถูกต่อย หรืออาจเกิดจากการถูกต่อยเพียงครั้งเดียวในผู้ที่เคยมีอาการแพ้ง่ายหรือเป็นโรคภูมิแพ้อยู่แต่เดิมเคยถูกแมลงพวกนี้มาก่อน ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นเกิดภาวะช็อกและเสียชีวิตได้  บางรายปฎิกิริยาภูมิแพ้อาจเกิดขึ้นช้า  ประมาณ 1-2 สัปดาห์หลังถูกต่อย ผู้ป่วยจะมีอาการไข้  ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดตามข้อและกล้ามเนื้อ ข้อบวมเจ็บ  ต่อมน้ำเหลืองโตทั่วตัว  บางรายอาจเกิดไตอักเสบ  หลอดเลือดอักเสบ   เลือดจางจากเม็ดเลือดแดงแตก  เกลดเลือดต่ำ (เลือดออกง่าย มีจ้ำเขียวตามตัว) ประสาท ตาอักเสบ (ตามัว ไขสันหลังอักเสบ เป็นต้น)


 รายที่ถูกผึ้งหรือต่อรุมต่อยจำนวนมาก เช่น ถูกต่อยมากกว่า 30-40 แผล (เด็กถูกต่อยมากกว่า 5-10 แผล) พิษจะซึมเข้ากระแสะเลือดจำนวนมากทันที ทำให้เกิดภาวะพิษต่อร่างกายโดยตรง (โดยไม่ใช่เป็นปฎิกิริยาภูมิแพ้) อาจทำให้ผู้ป่วยเกิดภาวะช็อกได้แบบเดียวกับการเกิดภาวะช็อกจากการแพ้ดังกล่าวข้างต้น  ซึ่งสามารถเกิดขึ้นในการถูกผึ้งหรือต่อต่อยครั้งแรกใช้ชีวิต นอกจากนี้ ยังอาจทำให้เกิดภาวะพิษในลักษณะอื่น เช่น เม็ดเลือดแดงแตก (ซีดเหลือง)  กล้ามเนื้อถูกทำลาย  (มีอาการปวดเมื่อย  และปัสสาวะสีเข้ม) ไตวาย  เฉียบพลัน (ปัสสาวะออกน้อย  หรือไม่ออกเลย) เป็นต้น  ซึ่งอาจเกิดขึ้นภายใน 48 ชม. หลังถูกต่อย  ภาวะแทกซ้อนเหล่านี้พบได้บ่อยในคนที่ถูกต่อรุมต่อย


การแยกโรค
          อาการปวด บวม แดง คัน เฉพาะที่ อาจเกิดจากแมลงชนิดอื่น (เช่น มด) กัด ต่อย  อาการแผลบวม ขนาดใหญ่  ก็อาจต้องแยกออกจากการติดเชื้ออักเสบของผิวหนัง อาการลมพิษขึ้นทั้งตัว   หายใจลำบาก  หรือช็อก อาจเกิดจากการแพ้อาหาร แพ้ยา หรือสารเคมีอื่นๆ


การวินิจฉัย
          แพทย์จะวินิจฉัยโรคนี้จากอาการแสดง ร่วมกับประวัติการถูกผึ้งหรือต่อต่อย


การดูแลตนเอง
 1 ในรายที่เป็นเพียงเล็กน้อยเฉพาะที่ โดยไม่มีอาการอื่นๆร่วมด้วย ให้ทำการปฐมพยาบาล ดังนี้
   - ถ้าพบว่ามีเหล็กในฝังอยู่  ให้รีบเอาเหล็กในออกทันที  โดยใช้สันมีด  หรือของบัตรพลาสติก (เช่น บัตรเติมเงินโทรศัพท์)  ขูดออก หรือใช้เทปเหนียว อย่างใส (สกอตเทป) ปิดทาบบริเวณที่ถูกต่อย แล้วดึงออก หลังจากนั้นทำความสะอาดบาดแผล้ดวยน้ำกับสบู่
  - ใช้น้ำแข็ง  หรือน้ำเย็นประคบบริเวณที่ถูกต่อย นาน 20 นาที จะช่วยลดอาการปวดและบวมได้ ควรทำซ้ำทุกชั่วโมงจนกว่าจะทุเลา
  - ถ้าปวดมาก กินยาพาราเซตามอลบรรเทา
  - ถ้ามีอาการคัน  ให้กินยาแก้แพ้ เช่น คลอร์เฟนิรามีน ครั้งละครั้งถึง 1 เม็ด ทุก 6-8 ชม.และทาครีมสตีรอยด์
 2 ควรรีบไปพบแพทย์  ถ้ามีลักษณะข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้
  - อาการปวด บวม  แดง  คัน ไม่ยุบภายใน 6 ชม
  - แผลบวมขึ้นเรื่อยๆ หรือมีอาการปวดมาก
  - เป็นลมพิษทั่วตัว หรือ มีอาการปวดมาก
  - มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเดินหรือเจ็บแน่นหน้าอก
  - หายใจลำบาก หายใจมีเสียงดังวี้ด หรือมีอาการ เป็นลม
  - ถูกต่อยที่ลิ้น หรือภายในช่องปาก หรือที่ตา
  - เคยมีประวัติถูกผึ้งหรือต่อต่อยมาก่อน เคยมีอาการแพ้แมลงพวกนี้มาก่อน หรือเป็นคนที่แพ้อะไรง่าย
  - มีอาการผิดปกติ (เช่น ไข้ อ่อนเพลีย  ปวดเมื่อย  ปวดข้อ ตามัว ซีด จ้ำเขียวตามตัว เป็นต้น) เกิดขึ้นภายใน 2 สัปดาห์หลังถูกต่อย
  - มีความวิตกกังวล หรือไม่แน่ใจที่จะดูแลตนเอง

“พิษผึ้งและต่ออาจทำให้เกิดพิษต่อ อวัยวะทั่วร่างกาย  แต่ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ จากภาวะช็อก และ ไตวายเฉียบพลัน”


การรักษา
               แพทย์จะให้การรักษาตามลักษณะความรุนแรง  ถ้ามีเพียงบาดแผลเฉพาะที่ ก็จะให้การดูแลรักษาแบบเดียวกับหัวข้อ “การดูแลตนเอง”  แต่ถ้ามีอาการแพ้ทั่วตัว จะฉีดยา อะดรีนาลิน และ ยาแก้แพ้ ถ้ามีเสียงหายใจดังวี้ด  ก็จะให้สูดยาขยายหลอดลม (แบบเดียวกับที่ใช้รักษาโรคหืด)   รายที่มีอาการหายใจลำบาก  อาจใส่ท่อช่วยหายใจ หรือเจาะคอช่วยหายใจ   รายที่ถูกผึ้งหรือต่อต่อยจำนวนมาก จำเป็นต้องรับตัวผู้ป่วยไว้เฝ้าดูอาการและให้ท่อช่วยหายใจหรือเจาะคอช่วยหายใจ    รายที่ถูกผึ้งหรือต่อต่อยจำนวนมาก จำเป็นต้องรับตัวผู่ปวยเฝ้าดูอาการและให้รักษาในโรงพยาบาล อย่างน้อย 48 ชม.  แพทย์จะทำการตรวจเลือดและปัสสาวะเพื่อดูภาวะพิษอื่นๆ  (เช่น ไตวาย)  และให้กายรักษาตามอาการที่พบ  เช่น ให้น้ำเกลือและให้ยารักษาภาวะช็อก   ทำการฟอกล้างของเสีย  (ฟอกไต) รายที่มีภาวะไตวายเฉียบพลัน เป็นต้น


ภาวะแทรกซ้อน
           พิษผึ้งและต่ออาจทำให้เกิดพิษต่ออวัยวะทั่วร่างกาย (ดังที่ได้กล่าวไว้ในหัวข้อ “อาการ” ) ที่สำคัญคือภาวะช็อก และ ไตวายเฉียบพลัน  ซึ่งทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้

การดำเนินโรค  
             ถ้าถูกต่อยเพียงครั้งเดียวหรือไม่กี่ครั้ง  และมีอาการที่บาดแผล เฉพาะที่ที่ถูกต่อย  ก็มักจะหายได้ภายในไม่นาน  แต่ถ้ามีปฏิกิริยาภูมิแพ้หรือเป็นพิษรุนแรงก็อาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตภายในเวลาไม่นาน  บางรายปฏิกิริยาภูมิแพ้อาจเกิดหลังถูกต่อย  1-2 สัปดาห์  รายที่มีภาวะช็อกจากการแพ้  หลังในยารักษาครั้งแรก อาการจะทุเลาไปได้  แต่หลังหยุดยาอาจเกิดภาวะช็อกกำเริบซ้ำได้  จึงต้องรับตัวไว้รักษาในโรงพยาบาลจนกว่าจะแน่ใจว่าปลอดภัยแน่นอนแล้ว

การป้องกัน
 1    กำจัดขยะและเศษอาหารบริเวณบ้าน เพิ่ไม่ให้มีแมลงพวกนี้มาตอม
 2    กรณีที่ต้องเดินทางเข้าไปในที่ที่มีแมลงพวกนี้ชุกชมหรือออกไปกลางแจ้ง ไม่ควรใส่เสื้อผ้าสีฉูดฉาด ลายดอกไม้ หรือใส่น้ำหอม ซึ่งล่อให้ผึ่งหรือต่อมาต่อยได้
 3    อย่าแหย่หรือทำลายรังผึ้ง  และเตือนเด็กๆอย่าไปแหย่รังผึ้งหรือรังต่อด้วยความคะนอง
 4    ถ้ามีรังผึ้งหรือรังต่อ ภายในบริเวณบ้าน ควรตามผู้ที่มีความเชียวชาญมากำจัดรังแทน
 5    สำหรับผู้ที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการถูกผึ้งหรือต่อต่อย (เช่น พนักงานป่าไม้ นักเดินป่า ลูกเสือเวลาออกค่าย  เป็นต้น)  ควรมีชุดปฐมพยาบาล (เช่น ยาฉีดอะดีนาลิน  ยาแก้แพ้  ครีมสตีรอยด์ เป็นต้น)   ไว้ปฐมพยาบาลเมื่อถูกผึ้งหรือต่อต่อย
 6    ถ้าถูกผึ้งหรือต่อต่อย ควรวิ่งหนีโดยเร็ว ที่สุดให้ห่างจากรังเกิน 7  เมตร ขึ้นไป และควรใช้ผ้าคลุมศีรษะป้องกันไม่ให้ตัวต่อติดอยู่ในผมซึ่งจะต่อยซ้ำๆได้


Comments