ตำลึงต้นไม้ประจำโรงเรียน

ตำลึง จัดเป็นพืชผักสวนครัวที่พบได้ทั่วไปตามสวน รั้วบ้าน ทีรกร้าง จัดเป็นผักที่นิยมนำมารับประทานชนิดหนึ่ง เนื่องจากตำลึงมีลักษณะนุ่มกรอบ ไม่เหม็นเขียว สามารถนำมาปรุงอาหารได้หลากหลายชนิด อาทิ ลวกเป็นผักจิ้มน้ำพริก ใส่แกง ต้ม อาหารผัดทอด และนิยมมากสำหรับใส่แกงจืดเต้าหู้หรือแกงจืดเกือบทุกชนิด

tumlueng1

ตำลึง เป็นไม้เถาล้มลุกที่มีอายุหลายปี มีชื่อสามัญ Ivy gourd ชื่อวิทยาศาสตร์ Coccinia grandis (L) Voigt อยู่ในวงศ์ Cucurbitaceae มีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชียเขตร้อน เป็นพืชประจำถิ่นของไทย มีชื่อเรียกต่างกันในแต่ละท้องถิ่น เช่น ภาคกลาง และทุกภาคทั่วไป เรียก ตำลึง แต่มีบางท้องถิ่นที่มีคำเรียกอื่น เช่น ภาคอีสาน เรียก ตำนีน ภาคเหนือ เรียก ผักแคบ กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน เรียก แคเดาะ ประเทศอื่นๆ เช่น ลาว เรียก  Tam ling, และ  Tam nin กัมพูชา เรียก Slok baahs  เวียดนาม เรียก Hoa b[as]t, Rau b[as]t มาเลเซีย เรียก Pepasan และ Papasan อินเดีย เรียก Kundree, Olekavi และTelacucha อินโดนีเซีย เรียก Papasan, Kemarongan และ Bolu teke

ตำลึงมีจำนวนโครโมโซม 2n = 24 ต้นเพศผู้ และเพศเมียมีโครโมโซม 11 คู่ และมีโครโมโซมเพศ 1 คู่ เป็นแบบ heteromorphic pair (22+XY) สำหรับต้นเพศผู้ ส่วนต้นเพศเมียเป็นแบบ homogametic (22+XX)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

1. ราก (Root)
ตำลึงมีระบบรากเป็นรากแก้ว แตกรากแขนง และรากฝอย รากเจริญ และแทงลงดินในระดับดินตื้นประมาณ 20-30 เซนติเมตร สามารถแตกรากได้ตามเถา และกิ่งย่อย โดยเฉพาะเถาที่ติดกับดิน
– ฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด (Hypoglycemic activity) การทดลองให้น้ำสกัดจากรากตำลึงแก่กระต่ายในระบบทางเดินอาหาร พบว่า น้ำคั้นตำลึงที่สกัดจากแอลกอฮอล์สามารถลดน้ำตาลในเลือดได้ร้อยละ 58 ของฤทธิ์ Tolbutamide
– ฤทธิ์ยับยั้งเชื้อบิด (Antiamoebic activity) สารสกัดด้วยแอลกอฮอล์จากรากตำลึงสามารถยับยั้งเชื้อบิด Entomoeba histolytica ในหลอดทดลองได้
– ความเป็นพิษ (Toxicity assessment) จากการทดสอบใช้สารสกัดจากรากตำลึงด้วยแอลกอฮอล์ พบว่า ปริมาณที่ทำให้หนูทดลองตายมากกว่าครึ่งหนึ่ง คือ 750 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

2. ลำต้น (Stem)
ลำต้นมีลักษณะเป็นเถาเลื้อย (climber) ลำต้นมีลักษณะกลม ต้นอ่อนจะมีสีเขียว เมื่อแก่จะมีสีนํ้าตาลอมเทา หรือสีเทาอมเขียว บริเวณข้อของต้นจะมีมือยึดเกาะแตกออกข้างลำต้น
– ฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด (Hypoglycemic activity) การทดลองให้น้ำคั้นจากต้นตำลึงแก่กระต่ายในระบบทางเดินอาหาร พบว่า น้ำคั้นตำลึงขนาด 10 ซีซี และ 20 ซีซี ต่อน้ำหนักตัว/กิโลกรัม พบว่า สามารถลดน้ำตาลในเลือดได้ร้อยละ 52.8 ของฤทธิ์ Tolbutamide
– ความเป็นพิษ (Toxicity assessment) จากการทดสอบใช้สารสกัดจากต้นตำลึงด้วยแอลกอฮอล์ ขนาด 10 กรัม/กิโลกรัม ฉีดเข้าท้อง และขนาด 2.7 กรัม/กิโลกรัม เข้าใต้ผิวหนัง ซึ่งเป็นขนาดมากกว่า 1000 เท่า ของขนาดที่ใช้ในตำรับยา พบว่า ไม่พบอาการเป็นพิษแต่อย่างใด

3. มือเกาะ (Tendril)
มือเกาะแตกออกบริเวณข้อของลำต้น มีลักษณะเป็นเส้นคล้ายหนวด สีเขียวอ่อน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1-2 มิลลิเมตร ยาว 10-20 เซนติเมตร จำนวนมือเกาะ 1 เส้น/ข้อ ส่วนปลายมีขนาดเล็กสุด และม้วนงอ ทำหน้าที่ม้วนงอเข้ายึดเกาะกับวัตถุรอบข้างเพื่อยึดให้ลำต้นเลื้อยแผ่ขึ้น ที่สูงได้ โดยการยึดของมือเกาะใช้ปลายหนวดม้วนเป็นเกลียวพันรอบวัตถุคล้ายสปริง ซึ่งจะใช้เวลาเพียงสั้นๆภายในรอบวัน

4. ใบ (Leaf)
ใบเป็นใบเดี่ยว (simple leaf) ออกเรียงสลับกันคนละข้างตามกิ่ง ใบมีรูปร่าง 5 เหลี่ยม แผ่นใบหยักเป็นแฉก ก้านใบสั้น ผิวใบมันเรียบ ใบอ่อนมีสีเขียวอ่อน ใบแก่มีสีเขียวเข้ม ไม่มีขน ปลายใบเป็นติ่งแหลม ความกว้าง และ ยาวของใบประมาณ 5-10 ซม. ใบตำลึงตัวเมียจะไม่มีแฉกลึก ให้รสกรอบ และนุ่มกว่าตำลึงตัวผู้ ส่วนใบตำลึงตัวผู้จะมีแฉกเว้าลึก

5. ดอก (Flower)
ดอกเป็นดอกเดี่ยว (solitary) ออกตามชอกใบ แบ่งเป็นดอกเพศผู้ และดอกเพศเมีย โดยแยกกันอยู่คนละต้น กลีบดอกของดอกทั้งสองเพศมีสีขาว ลักษณะบาง 4-5 กลีบ ปลายกลีบแยกออกเป็น 5 แฉก มีโคนกลีบติดกันทำให้มีลักษณะเป็นกรวยปากแตร ยาวประมาณ 3-7 มม. ดอกเพศผู้มีเกสร 3 อัน ดอกเพศเมียมีเกสร 1 อัน

ดอกเพศเมียออกเป็นดอก เดี่ยว ก้านดอกยาว 2.5 ซม. รังไข่รูปทรงกระบอก ยาว 1.5 ซม. ก้านเกสรยาวประมาณ 3 มม. ปลายเกสรแยกเป็น 3 แฉก ดอกเพศผู้ออกเป็นดอกเดี่ยว หรือเป็นช่อๆ ละ 2–3 ดอก ก้านดอกยาว 0.7–7 ซม. ก้านเกสรยาวประมาณ 6 มม.

6. ผล (Fruit)
ผลตำลึงจัดเป็นแบบ berry ผลมีรูปร่างกลม และเรียวยาว คล้ายผลแตงกวาขนาดเล็ก มีเปลือกหนา ก้านผลยาวประมาณ 4 ซม. ผลดิบมีสีเขียว เมื่อสุกแก่จะมีสีแดงสด โดยพบสารสำคัญในผลตำลึง ได้แก่ สาร Beta Amytrin, acetate, glucoside  และ cucurbitacin B เป็นต้น

7. เมล็ด (Seed)
เมล็ดตำลึงในผลหนึ่งจะพบจำนวนมาก เมล็ดมีลักษณะแบน และแข็ง มีขน ด้านข้างนูน เมล็ดมีสีขาวขุ่นหรือสีเทาซีด ขนาดกว้างประมาณ 0.2-0.3 ซม. ยาวประมาณ 0.5-0.65 ซม.

คุณค่าโภชนาการของตำลึง ( 100 กรัม)
– ความชื้น 90.7 กรัม
– พลังงาน 35.0 แคลอรี่
– ไขมัน 0.4 กรัม
– คาร์โบไฮเดรท 4.5 กรัม
– เส้นใย 1.0 กรัม
– โปรตีน 4.9 กรัม
– วิตามินเอ 18,608 หน่วยสากล
– วิตามินบี 1 0.17 มก.
– วิตามินบี 2 0.13 มก.
– วิตามินบี 3 3.8 มก.
– วิตามินซี 31.0 มก.
– ธาตุแคลเซียม 58.7 มก.
– ธาตุเหล็ก 3.0 มก.
– ธาตุฟอสฟอรัส 30.0 มก.
– ไนอาซีน 3.8 มก.

ที่มา : กองโภชนาการ, 2535.(1) 
          :  
http://puechkaset.com/%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%A5%E0%B8%B6%E0%B8%87/

            

Comments