เจ้าของบ้านไร่ศรีสุทัศน์

เกมส์ออนไลน์

เว็บบอร์ด

สมุดเยี่ยม

จำนวนผู้ชม

ติดต่อผู้ดูแล(เฉพาะเว็บไซด์)

 พระบรมราโชวาท 
 "ธนาคารโคและกระบือ ก็คือ การรวบรวมโคและกระบือโดยมีบัญชีควบคุม ดูแล รักษา แจกจ่าย ให้ยืม เพื่อใช้ประโยชน์ในการเกษตรและเพิ่มปริมาณโคและกระบือตามหลักการของธนาคาร

ธนาคารโค-กระบือ เป็นเรื่องใหม่ของโลกที่มีความจำเป็นเกิดขึ้นเพราะปัจจุบันมีความคิดแต่จะใช้เครื่องจักรเป็นเครื่องทุ่นแรงในกิจการเกษตรแต่เมื่อราคาน้ำมันเชื้อเพลิงแพงขึ้น ความก้าวหน้าในการใช้เครื่องจักรเสียไป จำเป็นต้องหันมาพึ่งแรงงานจากสัตว์ที่เคยใช้อยู่ก่อนเมื่อหันกลับมาก็ปรากฏว่ามีปัญหามากเพราะชาวนาไม่มีเงินซื้อโค-กระบือมาเลี้ยงเพื่อใช้แรงงาน

ธนาคารโคและกระบือพอจะอนุโลมใช้ได้เหมือนกับธนาคารที่ดำเนินการเกี่ยวกับการเงิน เพราะโคยความหมายทั่วไปธนาคารก็ดำเนินการเกี่ยวกับสิ่งที่มีค่ามีประโยชน์การตั้งธนาคารโคและกระบือก็มิใช่ตั้งขึ้นมาเก็บโคหรือ กระบือ เพียงแต่มีศูนย์กลางขึ้นมาเช่น อาจจัดให้กรมปศุสัตว์เป็นศูนย์รวม ใครจะสมทบธนาคารโคและกระบือก็ไม่จำเป็นต้องนำโคหรือกระบือไปมอบให้ อาจบริจาคในรูปของเงิน"

       พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพระราชดำริให้จัดตั้งธนาคารโค-กระบือขึ้นในปี พ.ศ. 2522 เพื่อทำการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ยากจนให้มีโอกาสได้โค-กระบือไว้ใช้แรงงานเป็นของตนเอง โดยการเช่าหรือเช่าซื้อหรือวิธีการอื่นในราคาถูก

 

 

ร่วมไถ่ชีวิตโค-กระบือ มูลนิธิถาวโร-วงศ์มาลัย   

        โครงการเมืองสหกรณ์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ   ได้รับมอบโค-กระบือ  ตามโครงการไถ่ชีวิตโค-กระบือ เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และเนื่องในวันคล้ายวันเกิด-เจ้าคุณพระราชพิพัฒนาทร (ถาวร จิตฺตถาวโร ) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 เป็นต้นมา

       มูลนิธิถาวรจิตฺตถาวโรวงศ์มาลัย โดยเจ้าคุณพระราชพิพัฒนาทร (ถาวร จิตฺตถาวโร)วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร ประธานอุปถัมภ์อำนวยการ โครงการเมืองสหกรณ์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้รับมอบโค-กระบือ  ตามโครงการไถ่ชีวิตโค-กระบือ เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และเนื่องในวันคล้ายวันเกิด เจ้าคุณพระราชพิพัฒนาทร ( ถาวร จิตฺตถาวโร ) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 เป็นต้นมา ได้แจกจ่ายโค-กระบือ ให้เกษตรกรผู้ยากจนเลี้ยงไว้เพื่อกุศล ปี พ.ศ. 2542  มูลนิธิถาวรจิตตถาวโร-วงศ์มาลัย ได้วางระเบียบในการปฏิบัติว่าด้วยการไถ่ชีวิตโค-กระบือ ไว้ถือเป็นแนวทางปฏิบัติ เพื่อเป็นการตอบสนองพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เจ้าคุณพระราชพิพัฒนาทร (ถาวร จิตฺตถาวโร) ยังได้ดำเนินการตามแนวทางพระราชดำริทฤษฎีใหม่ พัฒนาอาชีพเกษตรกรรม เพื่อรณรงค์ให้เกษตรกรได้เห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ ขยายพันธุ์ และส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ ทำนาแบบดั้งเดิมโดยใช้แรงงานการทำนาของโค-กระบือ
        การไถ่ชีวิตโค-กระบือ พ.ศ.  2542 วางระเบียบการปฏิบัติไว้ดังนี้ เมื่อเกษตรกรผู้ยากจนหรือผู้มีจิตกุศลนำไปเลี้ยงเพื่อการกุศลและเศรษฐกิจพอเพียงในครอบครัว เมื่อนำไปเลี้ยงตกลูกตัวที่ 1 เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้เลี้ยง ไม่ว่าลูกตัวนั้นจะเป็นเพศผู้หรือเพศเมีย ตกลูกตัวที่ 2 ต้องส่งคืนมูลนิธิฯ ให้ฝากไว้กับผู้เลี้ยงเลี้ยงในเวลาที่เหมาะสม เพื่อส่งมอบให้เกษตรกรผู้ยากจนในกลุ่มเครือข่ายที่ขึ้นบัญชีไว้ต่อถ้าตกลูกตัวที่ 2, 3, 4 ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้เลี้ยง แต่ต้องมีเพศเมียตัวใดตัวหนึ่งมาเลี้ยงทดแทนเมื่อแม่พันธุ์มีอายุมากกว่า 10 ปี ถ้าแม่พันธุ์ตายด้วยกรณีใด ๆ ก็ตาม ต้องหาลูกเพศเมีย มาเลี้ยงต่อไว้เป็นกรรมสิทธิ์ของมูลนิธิฯ เพื่อหมุนเวียนต่อไป
 นายเรือง  ศรีสุทัศน์ ได้เข้าร่วมจัดทำโครงการ ไถ่ชีวิตโค-กระบือ ถวายเป็นพระราชกุศล เพื่อตอบสนองโครงการธนาคารโค-กระบือ ตามพระราชดำริ โดยไปซื้อโค-กระบือมาจากโรงฆ่าสัตว์ซึ่งกำลังจะถูกฆ่า           นายเรือง ศรีสุทัศน์ กล่าวว่า ได้พบพ่อค้ากำลังนำโค4 ตัวขึ้นรถ เพื่อไปขายให้โรงฆ่าสัตว์ และจะต้องถูกฆ่าในเย็นวันนั้น จึงขอซื้อโคทั้งหมด
ทั้งนี้ในพิธีรับ-มอบมีคณะกรรมการอันได้แก่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. ฯลฯ เป็นผู้ดูแลเกษตรกรให้ทำตามสัญญาคือ ห้ามฆ่า ห้ามขาย โค-กระบือที่รับมอบไป ต้องดูแลจนโค-กระบือนั้นแก่ตายไปเอง 
 จึงขอเชิญทุกท่านร่วมบุญกุศลต่อชีวิตสัตว์ที่กำลังจะตาย ให้มีชีวิตรอดต่อไป บุญกุศลที่ท่านร่วมทำนี้นับเป็นบุญที่ยิ่งใหญ่ จะช่วยให้ท่านมีสุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรคภัยทั้งปวง
                  การจัดโครงการฯ ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา 5 ธันวาคม 2552 , เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงพระราชทานโครงการที่มีคุณประโยชน์อย่างมหาศาลแก่ปวงชนชาวไทย 
 

1. เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้ได้มีโอกาสมีโค กระบือไว้ใช้แรงงานและเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร

2. เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการดำเนินโครงการ ให้เกิดความรัก ความสามัคคี และสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน

 3.อีกทั้งเพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรได้ใช้ปุ๋ยจากมูลสัตว์ ทดแทนปุ๋ยเคมี เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของสภาพแวดล้อม และลดต้นทุนการผลิตทางการเกษตรอีกด้วย