การเลี้ยงหมูหลุม
ที่มาของหมูหลุม
   “
หมูหลุมเป็นภาษาชาวบ้านที่เลี้ยงหมูแบบขุดหลุมลึก  โดยใช้วัสดุรองพื้น  ดั้งเดิมมาจากประเทศเกาหลีและญี่ปุ่น  มีแนวคิดตามหลักการของ เกษตรกรรมธรรมชาติซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของเกษตรกรรมยั่งยืน  เป็นการเกษตรที่ไม่เพียงแต่คำนึงถึงผลผลิตจาการเกษตรเท่านั้น  แต่มีปรัชญาและแนวคิดอยู่เบื้องหลัง  เป็นการพัฒนารูปแบบการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  ความเป็นองค์รวมของระบบนิเวศน์เกษตรในฟาร์ม  วงจรชีวภาพห่วงโซ่อาหาร  ดิน  พืช  สัตว์  จุลินทรีย์  พลังธรรมชาติหมุนเวียนจากพลังงานแสงแดด  น้ำและดิน  นำมาปลูกพืช  เลี้ยงสัตว์กินพืช  นำปุ๋ยมูลสัตว์มาเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับดิน  รวมถึงด้านเศรษฐกิจและสังคมของท้องถิ่น  และการพึ่งพาตนเองในด้านการผลิตและการบริโภคขนาดเล็กและขนาดกลางที่เหมาะสมกับทรัพยากร  ภูมิปัญญาในท้องถิ่น  และวัฒนธรรมที่มีในชุมชน  โดยมีเป้าหมายเชิงนโยบายที่การพัฒนาชนบท  การฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน  การอยู่ดีกินดีของคนชนบท  และสุขภาพของประชากร นำไปสูการแก้ไขปัญหาความยากจนในที่สุด
ทฤษฎีเกษตรธรรมชาติ
   
การเลี้ยงหมูหลุม  เป็นการผลิตเนื้อหมูสำหรับคนบริโภคในท้องถิ่น  เน้นเทคนิคด้วยการจัดการคอกไม้ไม่ให้มีน้ำเสียจากฟาร์ม  มูลสัตว์สามารถกำจัดในคอก  โดยการทำงานของจุลินทรีย์ท้องถิ่น  ของเสียเหล่านั้นถูกนำกลับเป็นปัจจัยการผลิตในการปลูกพืช  ทั้งที่เป็นพืชที่ปลูกเป็นรายได้และพืชที่เป็นอาหารสัตว์ เช่น ข้าว ผัก ผลไม้  เป็นการหมุนเวียนใช้พลังงานธรรมชาติด้วยเทคโนโลยีที่พึ่งพาตนเองในชุมชน
   
   อย่างไรก็ตามการศึกษาการใช้สารธรรมชาติทั้งสมุนไพร  สารสกัดจากพืช  และสารสกัดชีวภาพในการเลี้ยงสัตว์ที่มีผลต่อการเจริญเติบโต  การกระตุ้นภูมิคุ้มกัน  หรือการฆ่าและทำลายเชื้อยังให้ผลที่ไม่คงที่  ซึ่งมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องหลายประการ  ขึ้นอยู่กับสภาพการจัดการฟาร์ม  ความสะอาดคอก โรงเรือนการถ่ายเทอากาศ  การสัมผัสเชื้อโรค  ฉะนั้นจึงทำให้ผลการศึกษาที่ได้มีความผันแปรมาก  จำเป็นต้องใช้กระบวนการวิจัยสหสาขาวิชาการที่บูรณาการอย่างเป็นระบบ  เพื่อต่อภูมิปัญญาท้องถิ่น  นำมาเป็นวัตกรรมในการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ธรรมชาติทดแทนการใช้สารเคมีสังเคราะห์ในการเลี้ยงสัตว์

 

เทคนิคการเลี้ยงหมูหลุม
เทคนิคการเลี้ยงสุกรโดยวิธีธรรมชาติ  ประเทศเกาหลี
(
อ้างโดย ดร.อานัติ  ตันโช 2547 จากหนังสือ เกษตรกรรมธรรมชาติ)
สถาบันเกษตรกรรมธรรมชาติประเทศเกาหลี  ได้แนะนำให้เกษตรกรเลี้ยงแม่สุกรครั้งละ 30 แม่ เพื่อผลิตลูก 600 ตัว/ปี การจัดการฟาร์มแบบธรรมชาติทำให้ลดต้นทุนการผลิตได้ถึง 40 % แม่บ้าน 1 คน สามารถเลี้ยงลูกสุกรได้ 30 ตัว โดยใช้อาหารที่ทำเอง60-70 % เป็นการผสมผสานการปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ในฟาร์มเดียวกัน  ใช้สิ่งเหลือใช้จากการเกษตรให้เกิดประโยชน์มากที่สุด  คอกสุกรจากระบบนี้  ไม่ต้องทำความสะอาดและล้างออกไป  เป็นระบบการจัดการหมุนเวียนที่เกิดขึ้นในฟาร์มอย่างสมบูรณ์  มูลสุกรจะถูกเปลี่ยนกลับมาเป็นอาหารชั้นดีของสุกร  และปุ๋ยชั้นเยี่ยมจากกระบวนการหมักของจุลินทรีย์
ขั้นตอนและวิธีการเลี้ยง


1.

การสร้างโรงเรือน  เลือกพื้นที่น้ำไม่ท่วมขัง  อากาศถ่ายเทสะดวก  ปลูกสร้างด้วยวัสดุในท้องถิ่น  โครงไม้ไผ่  หลังคาหญ้าคา  ขนาด กว้างXยาวXสูง =4X5X1.8 เมตร  เลี้ยงคอกละ 20 ตัว  หลังคาควรมีแสงรอดผ่าน  หรือมีพื้นที่รองรับแสงแดดได้ 1 /3 ของพื้นที่คอกตลอดทั้งวัน  จะทำให้มีการฆ่าเชื้อด้วยแสงอาทิตย์ทุกวัน


2.

การเตรียมพื้นคอก
2.1
ขุดหลุมลึก 90 ซม. ความกว้างยาวขึ้นอยู่กับจำนวนหมูที่เลี้ยง โดยมีพื้นที่ต่อตัว 1-1.5 เมตรต่อตัว
2.2
ก่ออิฐให้รอบทั้ง 4 ด้าน และให้สูงกว่าปากหลุมประมาณ 30 ซม. ไม่ต้องเทพื้น
2.3
วัสดุเตรียมพื้นคอก โดยจัดทำเป็น 3 ชั้น ๆ ละ30 ซม. โดยใช้วัตถุดาดังนี้
-
แกลบดิบ 4,300  กิโลกรัม
-
มูลโคหรือกระบือ 320 กิโลกรัม
-
รำอ่อน 185 กิโลกรัม
-
น้ำหมักจุลินทรีย์จากพืชสีเขียว 1 ลิตร ซึ่งจะได้แบคทีเรีย กลุ่มแลคติค


วิธีทำพื้นคอก
1.
ใส่แกลบสูง 30 ซม.
2.
ใส่มูลโค-กระบือ 8 ถุงปุ๋ย และรำข้าว 8 ถุงปุ๋ย ให้ทั่ว
3.
ผสมน้ำจุลินทรีย์ ขนาด 2 ช้อนโต๊ะละลายน้ำ 10 ลิตรรดให้ทั่วพอชุ่ม
4.
ชั้นต่อไปทำเหมือนเดิมจนครบ 3 ชั้น ทิ้งไว้ 7 วัน ปล่อยปล่อยให้เกิดการหมักของจุลินทรีย์  จึงนำลูกหมูหย่านมมาเลี้ยง  เมื่อเลี้ยงได้ระยะหนึ่งให้เติมวัสดุรองพื้นคอกด้วย  และคอยเติมให้เต็มเสมอ
3.
พันธุ์สุกร
ควรใช้สุกร 3สายเลือดจากฟาร์มที่ไว้ใจได้  และคัดสายพันธุ์มาสำหรับการเลี้ยงแบบปล่อยได้ดี  หย่านมแล้ว อายุประมาณ 1 เดือน น้ำหนักประมาณ 12-20 กิโลกรัม


4.อาหารและวิธีการเลี้ยง
4.1
ในระยะเดือนแรก ให้อาหารสำเร็จรูปชนิดเม็ด  สำหรับสุกรหย่านมมีโปรตีนไม่ต่ำกว่า 15 เปอร์เซ็นต์ ผสมกับรำโรงสีชาวบ้าน ในอัตรา 1: 3 ให้กิน 3 เวลา เช้า กลางวัน เย็น  เป็นเวลา 15 วันแรก  หลังจากนั้นลดอาหารสำเร็จลงจนครบ 1 เดือนไม่ต้องให้อาหารสำเร็จรูปอีกต่อไป  โดยในตอนกลางวันให้กินอาหารเสริมประเภทพืช ผัก  และถ้ามีกากน้ำตาลให้หั่นพืชผักหมักกับกากน้ำตาลทิ้งไว้ 1 วัน แล้วให้กินจะเป็นการดียิ่ง
4.2
ในระยะเดือนที่ 2 จนถึงจำหน่าย  งดให้อาหารสำเร็จรูป  เกษตรกรนำกากปลาร้าต้มกับรำข้าว หรือใช้รำปลายข้าว ในอัตรา 1: 1 และเศษพืชผักเป็นอาหารเสริม  โดยมีระยะเวลาเลี้ยง 3 ถึง 3เดือนครึ่ง  ได้น้ำหนักประมาณ 80-100  กก.