กิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเด็กปฐมวัย

 
 
        ผู้แต่ง : ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อัญชลี  ไสยวรรณ

 

กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์สามารถเชื่อมโยงการทำงานของสมองหลายด้าน  และอวัยวะบางส่วนและพัฒนาจินตนาการโดยเชื่อมโยงประสบการณ์เป็นภาพ/รูปทรง  เด็กได้ฝึกปฏิบัติจริง  มีประสบการณ์ตรง  เรียนรู้ผ่านการสังเกตและฝึกกิจกรรมอย่างหลากหลาย  เพื่อพัฒนาจุดเชื่อมต่อของใยประสาท  ภายใต้สภาพแวดล้อมที่ผ่อนคลาย  มีอิสระทางความคิด  ผลงานศิลปสร้างสรรค์เกิดขึ้นจากการคิดและการตัดสินใจของเด็กปฐมวัย

กิจกรรมศิลปสร้างสรรค์เป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กได้สำรวจ ค้นพบและได้ทดลองกับสื่ออุปกรณ์ทางศิลปะซึ่งช่วยให้เกิดการพัฒนาความคิดรอบยอดทางพื้นฐานวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์จากการสังเกตและประเมินภาพ บทบาทครู ควรวางแผนเตรียมกิจกรรมต่างๆให้พร้อม ควรให้คำแนะนำหรือบอกเด็กเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ให้ใช้วิธีให้เด็กค้นพบกระบวนการทางศิลปะด้วยตนเองโดยให้เด็กทดลองสร้างผลงานจากอุปกรณ์ที่หลากหลาย ให้โอกาสเด็กทำงานด้วยความพึงพอใจและเป็นอิสระ เสริมสร้างการเรียนรู้ทางศิลปะและบูรณาการความรู้ที่เกี่ยวข้อง ครูกระตุ้นจินตนาการของเด็กพร้อมสนับสนุนให้เด็กแสดงออกทางความคิดอย่างสร้างสรรค์โดยหลีกเลี่ยงให้เด็กลอกเลียนหรือวาดภาพระบายสีจากสมุดภาพ (กุลยา ตันติผลาชีวะ.2553 : 189-191)

เด็กทุกคนล้วนผ่านขั้นตอนในการใช้สัญลักษณ์ในการสื่อสารโดยเริ่มสื่อสารจากสิ่งที่เขาพบเห็นเช่น คน ต้นไม้ บ้าน เด็กจะสามารถวาดฉากประกอบได้ตอนอายุ 5 – 7 ปี บางครั้งการวาดภาพของเด็กยังไม่ต้องการผลลัพธ์ แต่เป็นความต้องการเพื่อฝึกทำซ้ำๆ เมื่อเขามีทักษะมากพอจะเกิดความมั่นใจในความสามารถของตน ควรจัดกิจกรรมเพื่อให้เด็กได้มีโอกาสฝึกหลากหลายรูปแบบ เด็กควรมีความรู้พื้นฐานในการใช้และดูแลอุปกรณ์ก่อน กิจกรรมศิลปะสำหรับเด็กควรเริ่มจากกระดาษ สีเทียน กาว กรรไกร ใช้ภู่กันระบายสี ปั้น ตามลำดับเด็กจะเลือกใช้อุปกรณ์ศิลปะตามแนวทางของตนดังนั้นควรเปิดโอกาสให้เด็กใช้จินตนาการของตนอย่างเต็มที่

 

กิจกรรมศิลปสร้างสรรค์มีหลากหลายลักษณะได้แก่ การวาดภาพ การสร้างผลงานจากสี การปั้น การพิมพ์ การประดิษฐ์ได้แก่ ฉีก ปะ ตัด พับ สร้างสิ่งประดิษฐ์ ต่อเติม และการประดับตกแต่งได้แก่ จัดดอกไม้ จัดห้อง จัดสวน จัดโต๊ะ ฯลฯ ผลงานศิลปะมีทั้งที่เป็นงาน 2 มิติและ 3 มิติ

ความสำเร็จของงานศิลปสร้างสรรค์จะเกิดขึ้นได้เพราะความเหมาะสมของงานกับระดับพัฒนาการและคุณภาพของวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ เช่น ภู่กันต้องสะอาด กรรไกรต้องหยอดน้ำมัน กาวต้องเหนียว ใช้สะดวก เมื่อเลิกกิจกรรมต้องให้ทุกคนช่วยกันเก็บล้างและเช็ดอุปกรณ์ ดูแลจัดเก็บให้อยู่ในสภาพเดิม แล้วล้างมือให้สะอาด ครูไม่ควรเว้นกิจกรรมบางอย่างไปเพราะอ้างว่าเลอะเทอะ เพราะทุกกิจกรรมล้วนมีจุดมุ่งหมายแตกต่างกันดังนั้น ก่อนให้เด็กทำกิจกรรมศิลปะควรให้ใส่ผ้ากันเปื้อนที่เป็นพลาสติดให้เรียบร้อย และดูแลไม่ให้เด็กถอดจนกว่าจะเก็บล้างอุปกรณ์จนเสร็จเรียบร้อย

การวิจารณ์งานอย่างสร้างสรรค์ การวิจารณ์ผลงานเด็กมีผลกระทบต่อจิตใจเกินกว่าจะคาดคิดเพราะคำพูดของครูที่ไม่เหมาะสมจะทำให้เกิดการยับยั้งความสามารถของเด็กและอาจทำให้เกิดการสร้างงานซ้ำซาก(เพราะคิดว่าครูชอบ) การให้เด็กอธิบายผลงานเมื่อเขายังไม่พร้อมเขาอาจบอกชื่อไปเพื่อให้ครูพอใจแต่อาจไม่สอดคล้องกับงานที่ทำ ควรจัดสถานที่ให้เด็กโชว์ผลงาน ผลงานทุกชิ้นควรให้เด็กเขียนชื่อไว้

การติดตามความก้าวหน้า ผลงานของเด็กแต่ละชิ้นไม่ควรประเมินความสามารถโดยการให้ดาวเพื่อเทียบค่าเป็นระดับเพราะบางครั้งเด็กอาจทำงานเพื่อต้องการฝึกการใช้อุปกรณ์ให้เกิดความชำนาญเท่านั้นแต่ยังไม่ได้สื่อสารศักยภาพทางการคิด ควรบันทึกชื่อ และลงวันที่ที่เขาได้สร้างผลงาน ครูควรนำผลงานของเด็กมาศึกษาและติดตามความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องซึ่งบางครั้งเด็กอาจสื่อปัญหาที่เกิดขึ้นกับตัวเขาลงไปที่ผลงาน

กิจกรรมศิลปสร้างสรรค์เป็นกิจกรรมที่สามารถพัฒนากล้ามเนื้อเล็กได้เป็นอย่างดี และยังเชื่อมโยงพัฒนาการของอวัยวะหลายส่วน ทำให้เกิดจุดเชื่อมต่อของใยประสาทที่สามารถพัฒนาไปสู่แบบแผนการเรียนรู้ของสมอง ในการจัดกิจกรรมศิลปสร้างสรรค์ ครูควรเปิดโอกาสให้เด็กมีประสบการณ์ตรงและฝึกปฏิบัติอย่างหลากหลาย เมื่อเด็กมีทักษะมากพอจะเกิดความมั่นใจในความสามารถของตนเด็กจะใช้จินตนาการของตนอย่างเต็มที่

 

แหล่งที่มา

http://www.e-child-edu.com/youthcenter/content/articles/creative-art-event-for-child.html

 

 

 

 

 

Comments