Arisara 342 ♥‎ > ‎

มาตรการประหยัดพลังงาน

มาตรการประหยัดพลังงาน
 
 
 
การประหยัดพลังงานในบ้าน (:
 

 

 

"บ้าน" เป็นสถานที่อยู่อาศัยและพักผ่อนและโดยทั่วไป

"บ้าน" จะมีเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็น เช่น หลอดไฟฟ้า โทรทัศน์ ตู้เย็น เตารีด เครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้า เป็นต้น ซึ่งเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้ล้วนต้องใช้พลังงานทั้งสิ้น

การประหยัดพลังงานไม่ใช่เรื่องยากถ้าช่วยกันคนละไม้ละมือ
ไม่เพียงลดการใช้ทรัพยากรโลกซึ่งเหลือน้อยลงทุกวัน แต่ยังประหยัดค่าใช้จ่ายในครอบครัวได้ด้วย

ซึ่งวิธีประหยัดพลังงานภายในบ้านก็จะมีหลายวิธี เช่น

 

1.ปลูกต้นไม้เพื่อให้ร่มเงาแก่ตัวบ้าน
ช่วยเพิ่มร่มเงาให้กับตัวบ้าน ทำให้เย็นสบาย และยังช่วยลดการใช้ไฟฟ้าเพื่อปรับอากาศและถ่ายเทอากาศอีกด้วย


2.อย่าปล่อยให้น้ำรั่วไหลและต้องใช้น้ำอย่างประหยัด
ตรวจท่อน้ำรั่วภายในบ้านด้วยการปิดก๊อกน้ำทุกตัวก่อนเข้านอน
จดหมายเลขวัดน้ำไว้ เช้ามาถ้าตัวเลขเพิ่ม แสดงว่ามีน้ำรั่วซึม
ส่วนชักโครก วิธีดูว่ามีจุดรั่วซึมหรือไม่ ให้หยดสีผสมอาหารลงในถังพักน้ำ
แล้วดูที่คอห่านถ้ามีสีซึมออกมา แสดงว่าน้ำรั่ว

 

    และวิธีใช้น้ำอย่างประหยัดคือ

- ใช้หัวก็อกที่มีตัวลดอัตราการไหลของน้ำให้อ่อนลง

- ปิดก็อกน้ำในระหว่างแปรงฟัน สระผม หรือโกนหนวด

- ใช้ไม้กวาดในการกวาดพื้นแทนการใช้น้ำฉีดเพื่อทำความสะอาด

- ล้างรถด้วยน้ำถังและฟองน้ำ แทนการใช้สายยางฉีดน้ำ

- "ใช้น้ำจากการซักล้าง หรือถูพื้น เพื่อรดน้ำต้นไม้" แทนการใช้น้ำประปา โดยตรง

  

 3.เลือกซื้อแต่อุปกรณ์ที่ประหยัดพลังงาน
เช่น เลือกซื้อเครื่องปรับอากาศหรือตู้เย็นที่มีฉลากเบอร์ 5 ซึ่งจะช่วยประหยัดพลังงานได้มาก เป็นต้น

 

4.การใช้โทรทัศน์
- โทรทัศน์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้เสียค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้น
- ไม่ปิดโทรทัศน์ด้วยรีโมท เพราะการปิดด้วยรีโมทเครื่องจะปิดก็จริง แต่ระบบไฟวงจรรีโมทยังทำงานอยู่ตลอด ถ้าปล่อยทิ้งไว้ทั้งวันทั้งคืนจะกินไฟวันละ
27 สตางค์
- ไม่ควรปรับจอภาพโทรทัศน์ให้สว่างมาก เพราะจะทำให้หลอดภาพเสื่อมเร็วและกินไฟมากขึ้น
 

- ไม่ควรเสียบปลั๊กทิ้งไว้ ถ้าเสียบปลั๊กทิ้งไว้จะใช้ไฟฟ้าตลอดเวลา
- โทรทัศน์ขาวดำจะใช้ไฟฟ้าน้อยกว่าโทรทัศน์สี
-
ปิดเมื่อไม่มีคนดู

5. การใช้คอมพิวเตอร์
-
ไม่เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้นาน ๆ เพราะทำให้สิ้นเปลืองไฟฟ้า
-
ถอดปลั๊กเมื่อเลิกใช้
-
ปิดจอภาพเมื่อไม่ใช้งานนานเกินกว่า 15 นาที
-
ตั้งคอมพิวเตอร์ในบริเวณที่มีการระบายความร้อนได้ดี
-
ควรตั้งระบบ Screen Saver เพื่อรักษาคุณภาพของหน้าจอ
-
ตรวจสอบดูว่าระบบประหยัดพลังงานในเครื่องถูกสั่งให้ทำงานแล้วหรือไม่ถ้ายังต้องสั่งให้ระบบนี้ทำงานเพราะจะช่วยประหยัดพลังงาน
-
เลือกใช้คอมพิวเตอร์ที่มีระบบประหยัดพลังงาน โดยสังเกตจากสัญลักษณ์ Energy Star เพราะระบบนี้จะใช้กำลังไฟฟ้าลดลงร้อยละ 55 ในขณะที่รองาน
-
ควรซื้อจอภาพที่ขนาดไม่ใหญ่เกินไป เช่น จอภาพขนาด 14 นิ้ว จะใช้พลังงานน้อยกว่าจอภาพขนาด 17 นิ้ว ถึงร้อยละ 25
-  คอมพิวเตอร์ชนิดกระเป๋าหิ้วประหยัดพื้นที่และประหยัดไฟได้มากกว่าแบบตั้งโต๊ะ

6.การใช้เครื่องปรับอากาศ
- เครื่องปรับอากาศที่ไม่ค่อยได้ล้าง มีฝุ่นผงติดอยู่ที่ตัวกรอง อากาศจึงผ่านเข้าออกไม่สะดวก ทำให้ยิ่งกินไฟ โดยจะเสียค่าไฟมากกว่าแอร์ที่ล้างเป็นประจำร้อยละ 10-27 การเปิดแอร์ควรตั้งอุณหภูมิไว้ที่ 25 องศาเซลเซียส และอย่าปรับบ่อย เพราะอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น 1 องศา ต้องใช้พลังงานเพิ่มร้อยละ 5-10
- ปิดแอร์ทุกครั้งที่ไม่อยู่ในห้องเกิน 1 ชั่วโมง

7.การใช้ตู้เย็น
- หมั่นละลายน้ำแข็งในตู้เย็นอย่าปล่อยให้จับตัวหนาเกินไป
-
หมั่นทำความสะอาดแผงความร้อนที่อยู่ด้านหลังของตู้เย็น
- อย่านำของร้อนเข้าไปแช่
- ควรตั้งตู้เย็นไว้ห่างจากผนังบ้าน
15 เซนติเมตร
- ครอบครัวเล็กไม่จำเป็นต้องใช้ตู้เย็นสองประตู ซึ่งกินไฟกว่าตู้เย็นประตูเดียวขนาดเท่ากัน เพราะใช้ท่อน้ำยาทำความเย็นยาวกว่า และใช้คอมเพรสเซอร์ขนาดใหญ่กว่า


8.การใช้หลอดแสงสว่าง
- ปิดไฟเมื่อไม่ใช้งาน
- หมั่นทำความสะอาดหลอดแสงสว่างและโคมไฟ
- ใช้แสงสว่างเท่าที่จำเป็น ในกรณีที่ต้องใช้กับสถานที่ที่ต้องเปิดไฟทิ้งไว้ตลอดคืน ควรใช้หลอดคอมแพคฟลูออเรสเซนต์
- บริเวณใดที่เคยใช้หลอดไส้ ควรหันมาเปลี่ยนเป็นหลอดคอมแพคฟลูออเรสเซนต์
-
"ใช้หลอดประหยัดพลังงาน" เช่น หลอดผอม (หลอดฟลูออเรสเซนต์) ซึ่ง ประหยัดพลังงานมากกว่าหลอดไส้ 4-5 เท่า และมีอายุการใช้งานนานกว่าหลอด ไส้ 8 เท่า
-
"ใช้แสงธรรมชาติ" แทนการเปิดหลอดแสงสว่าง เช่น ห้องครัว ห้องเก็บของ ห้องน้ำ ทางเดิน เป็นต้น
- ควรทาสีผนังหรือเลือกวัสดุพื้นห้องที่เป็นสีอ่อนๆเพื่อช่วยสะท้อนแสงสว่างภายในห้อง

 

9.การใช้เตาก๊าซ
- ควรเลือกใช้ถังก๊าซที่มีเครื่องหมายสำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.)
- ควรใช้สายยางหรือสายพลาสติกชนิดยาว และมีความยาว 1-1.5 เมตร
- ตั้งเตาก๊าซให้ห่างถังก๊าซประมาณ 1-1.5 เมตร
- ปิดวาล์วที่หัวเตาและหัวปรับความดันเมื่อเลิกใช้

 

10. การใช้เครื่องทำน้ำอุ่นสำหรับอาบน้ำ
- ควรเลือกชนิดที่มีที่กักเก็บตุนน้ำร้อน เพราะจะใช้ไฟฟ้าน้อยกว่าแบบน้ำไหลผ่านขด ลวดความร้อน
- เลือกขนาดของเครื่องให้เหมาะสมกับครอบครัว เนื่องจากเป็นเครื่องที่ใช้ไฟฟ้ามาก
- ไม่ควรเปิดเครื่องตลอดเวลา โดยเฉพาะในเวลาถูสบู่ในขณะอาบน้ำ
- ปิดวาล์วและสวิตช์ทันทีเมื่อเลิกใช้งาน
 

11. การใช้กระติกน้ำร้อนไฟฟ้าหรือกาต้มน้ำไฟฟ้า
- ใส่น้ำให้พอเหมาะและถ้าต้มน้ำต่อเนื่องควรมีน้ำบรรจุอยู่เสมอ
-
เมื่อเลิกใช้ควรถอดปลั๊กทันที โดยเฉพาะ เมื่อน้ำเดือดและเมื่อไม่มีคนอยู่ เพราะนอกจากจะไม่ประหยัดพลังงานแล้วยังอาจทำให้เกิด อันตรายได้

12. การใช้เครื่องดูดฝุ่น
- เมื่อใช้แล้วควรเทฝุ่นผงในถุงทิ้งทุกครั้ง เพื่อเครื่องจะได้มีแรงดึงดูดดีและไม่เปลืองไฟ
-
เลิกใช้เครื่องดูดฝุ่นกับพื้นบ้านที่ทำความสะอาดง่าย ควรใช้ไม้กวาดและผ้าชุบน้ำถูพื้นแทน
-
ก่อนใช้งานตรวจสอบข้อต่อของท่อดูดหรือชิ้นส่วนต่าง ๆ ให้แน่นไม่ให้เกิดการรั่วของอากาศ มอเตอร์อาจทำงานหนักและไหม้ได้
-
ห้ามดูดฝุ่นที่เป็นเศษแก้วเศษใบมีดหรือบุหรี่ที่กำลังติดไฟ จะก่ออันตรายต่อตัวเครื่อง
-
หมั่นถอดตัวกรองหรือตะแกรงดักฝุ่น ออกมาทำความสะอาดเพราะถ้าอุดตันจะดูดฝุ่นได้ไม่เต็มที่และสิ้นเปลืองไฟ
-
เมื่อดูดฝุ่นเสร็จแล้วปล่อยให้เครื่องเย็นก่อนนำไปเก็บเพื่อยึดอายุการใช้งาน
-
เปิดประตูหน้าต่างขณะดูดฝุ่น เพื่อให้มีการระบายความร้อนของตัวเครื่องได้ดี
-
เลือกขนาดเครื่องดูดฝุ่นตามความจำเป็นในการใช้งาน เช่น ถ้าใช้ดูดฝุ่นสำหรับพื้นที่เป็นพรมหรือเก้าอี้ที่ทำด้วยผ้าควรใช้เครื่องทีมีกำลังดูดสูง แต่ถ้าจะดูดฝุ่นที่ทั่ว ๆ ไปไม่ควรใช้เครื่องที่มีกำลังดูดสูง

13. การใช้เครื่องซักผ้า
- แช่ผ้าก่อนเข้าเครื่อง ทำให้ง่ายต่อการซักผ้า
- ผ้าที่ซักให้เป็นไปตามพิกัดของเครื่อง
อย่าใส่ผ้ามากเกินกำลังของเครื่อง หรือซักจำนวนน้อยเกินไป
- ไม่ควรใช้เครื่องซักผ้าแบบที่มีเครื่องอบแห้งด้วยไฟฟ้าในตัว เพราะสิ้นเปลืองไฟฟ้ามาก ควรตากผ้ากับแสงแดด หรือในที่มีลมโกรก


 14. การใช้เตาไฟฟ้าและเตาอบ
- ควรเตรียมเครื่องประกอบอาหารให้พร้อมรวมทั้งจัดลำดับการปรุงอาหาร
- ไม่ควรเปิดเตาไฟฟ้ารอไว้นานเกินไป
- ปิดสวิตช์เตาไฟฟ้าก่อนเสร็จสิ้นการทำอาหาร
ดึงปลั๊กออกทันทีเมื่อเลิกใช้
- ควรเตรียมอาหารที่จะอบหลายๆ อย่างให้พร้อมกันในเวลาเดียวกัน
-
อย่าเปิดเตาอบบ่อยๆ เพราะการเปิดประตูแต่ละครั้งจะสูญเสียพลังงาน ประมาณร้อยละ
20
- ใช้ภาชนะประกอบอาหารให้เหมาะสม
1.ภาชนะควรมีก้นแบนราบ จะได้สัมผัสความร้อนได้ทั่วถึง

2.ภาชนะไม่ควรมีขนาดเล็กกว่าเตา จะสูญเสียพลังงานโดยเปล่าประโยชน์
3. ภาชนะควรมีฝาครอบปิดขณะหุง จะช่วยให้อาหารสุกเร็วขึ้น

15. การใช้เตารีดไฟฟ้า
- ควรตั้งอุณหภูมิ (ความร้อน) ให้เหมาะสมกับชนิดผ้าและแบ่งผ้าชนิดเดียวกันไว้ด้วย กัน เพื่อหลีกเลี่ยงการปรับเปลี่ยนการตั้งอุณหภูมิบ่อยครั้ง
- ควร
รวบรวมผ้าไว้รีดคราวละมากๆ และพรมน้ำให้หมดทุกตัว ก่อนจะรีดผ้า
-
อย่าพรมน้ำจนเปียก เพราะจะทำให้ต้องรีดผ้านานกว่าเดิมสิ้นเปลืองไฟฟ้า
- ก่อนรีดผ้าเสร็จควรดึงปลั๊กก่อน เนื่องจากยังมีความร้อนเหลืออยู่พอที่จะรีดต่อไปได้
- เวลาตากผ้าควรจัดรูปทรงผ้าและดึงให้ตึง เพื่อให้เสื้อผ้ายับน้อยที่สุด จะทำให้รีดง่าย และประหยัดไฟฟ้า

 

16

. การใช้วิทยุและเครื่องเสียง

- อย่าเปิดวิทยุเพียงเพื่อเป็นเพื่อนโดยไม่ได้สนใจฟัง สิ้นเปลืองไฟฟ้าโดยเปล่าประโยชน์
- อย่าเปิดวิทยุคู่กับการเปิดดูโทรทัศน์

- อย่าเสียบปลั๊กวิทยุไว้ใช้เพื่อดูเวลาหากมีนาฬิกาอื่น ๆ ใช้ดูเวลาอยู่แล้ว
- เลิกปิดเครื่องโดยใช้รีโมทคอนโทรลให้ปิดจากสวิตซ์ที่เครื่องแทน
- ตั้งวิทยุและเครื่องเสียงให้ห่างจากเตาอบไมโครเวฟเพื่อไม่ให้ระบบการทำงานถูกคลื่นไมโครเวฟรบกวน
- เลือกซื้อรุ่นที่เหมาะกับการใช้งาน หากไม่มีความจำเป็นต้องซื้อรุ่นที่มีระบบการทำงานหลายอย่างก็ไม่ควรเลือกซื้อรุ่นนั้น เพราะสิ้นเปลืองไฟฟ้ามากกว่าระบบธรรมดา

 

 

หน้าเว็บย่อย (2): วงจรไฟฟ้า วงจรไฟฟ้า
Comments