Lecture List‎ > ‎

Architectural Drawing Standard

แบบก่อสร้าง (Construction Drawing)

    การเขียนแบบก่อสร้างนั้นเป็นแบบที่เขียนขึ้นโดยมีจุดประสงค์ให้สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการก่อสร้างได้ตรงตามรูปแบบที่กำหนดไว้ทุกประการ รวมไปถึงการนำไปงานใช้งานอื่นๆได้แก่ การยื่นขออนุญาตต่อทางราชการ, การประมาณราคาก่อสร้าง, การประกวดราคา, เป็นเอกสารสำคัญที่ใช้ในการทำงานร่วมกัน การทำความเข้าใจให้ตรงกันระหว่างผู้เกี่ยวข้องหลายๆฝ่าย อาทิ เจ้าของโครงการ, ผู้ออกแบบ และวิศวกรด้านต่างๆ, ผู้ควบคุมงาน, ช่างก่อสร้าง ก็ล้วนแต่อาศัยแบบก่อสร้างเป็นเครื่องมือสำคัญทั้งสิ้น
 

Construction Drawing

 
ภาพแสดงงานเขียนแบบสถาปัตยกรรม
ประกอบด้วยเส้นแสดงวัตถุ, สัญลักษณ์, ข้อความ และตาราง
*ทีมาภาพ: โครงการแบบบ้านเพื่อประชาชน กรมโยธาธิการ

สาระสำคัญในแบบก่อสร้าง

    เพื่อให้ได้ผลสัมฤทธิ์สมบูรณ์ในการทำงานผลิตแบบสถาปัตยกรรม มีองค์ประกอบสำคัญ ในการการกำหนดผัง, รายละเอียดต่างๆ สถาปนิก, ผู้เขียนแบบ ต้องมีองค์ความรู้ ความเข้าใจ รวมทั้งต้องพิจารณา ทบทวน ตัดสินใจให้รอบคอบอยู่เสมอ ในการกำหนดรายละเอียดที่ปรากฎในการสร้างสรรงานสถาปัตยกรรมนั้น อันได้แก่ 

    1. รูปแบบการใช้สอย และหน้าที่ที่ต้องการ (Function), รูปทรง, ลักษณะของอาคาร
    2. วัสดุ และอุปกรณ์ที่นำมาใช้ (Materials)
    3. โครงสร้างอาคาร ความแข็งแรง (Structure)
    4. กรรมวิธี และขั้นตอนในการก่อสร้าง (Construction)
    5. อื่นๆ เช่น ระบบงานอาคารต่างๆ (Building System), กฏหมายที่เกี่ยวข้อง 

องค์ประกอบมาตรฐานของในการเขียนแบบทางสถาปัตยกรรม  

    ดังนั้น เมื่อแบบก่อสร้างเป็น เครื่องมือที่สำคัญที่มีผู้เกี่ยวข้อง ดังที่ได้กล่าวมาหลายฝ่ายด้วยกันตามที่ได้กล่าวมา ดังนั้นจึงต้องมีลักษณะ, ระบบวิธี ที่มีมาตรฐาน เพื่อให้เหล่าผู้เกี่ยวข้องนั้นมีความเข้าใจร่วมกันในสาระข้อมูลต่างๆ ในแบบก่อสร้าง ซึ่งมาตรฐานในงานแบบสถาปัตยกรรมนั้นประกอบด้วย
 §    ส่วนที่เป็นเส้น Graphic แสดงวัตถุ
สถาปนิกเป็นผู้กำหนดรูปร่าง, ลักษณะ, โครงสร้างทั่วไป โดยทั่วไปแสดงเป็นภาพ 2 มิติ โดยใช้หลักการของภาพฉาย (Orthographic Projection) และ ภาพตัด หรือบางครั้ง อาจจะแสดงด้วยภาพ axonometric ร่วมด้วยก็ได้ ประกอบกับภาพที่เป็นเชิงสัญลักษณ์ โดยแสดงเป็นมาตราส่วนย่อ มีสัดส่วนตามที่เป็นจริง
 §  การให้มิติ ระยะ ระดับ (Dimension)
 §   ระบบกริด และระบบพิกัด (Grid &  Coordinate System)
 §   มาตรฐานในการใช้เส้นในการเขียนแบบ     แบบต่างๆ ของเส้น (linetype),
                                                                                น้ำหนักความหนาของเส้น (Lineweight))
 §    การแสดงตัวอักษร, รายละอียด, ข้อความ, ตาราง (Lettering, Text, Table)
 §   สัญลักษณ์การเขียนแบบ (Symbol)
 §  การแสดงสัญลักษณ์วัสดุก่อสร้าง (Material Symbol)
 §    กระดาษมาตรฐาน (Paper Standard)
 §   การวางรูปหน้ากระดาษ (Paper / Document Layout)
 §    แนวทางการวางทิศทางในผัง การกำหนดสัญลักษณ์ทิศเหนือ

กล่าวโดยสรุปได้ว่า แบบก่อสร้างนั้นประกอบ 2 ส่วนหลักๆ คือส่วนที่เป็นภาพ (Graphic) ที่แสดงรายละเอียดของการแสดงแผ่นงานประเภทต่างๆ เช่น ผังพื้น, รูปตัด รูปด้าน แบบขยายงานสถาปัตยกรรม และโครงสร้าง และส่วนที่เป็นมิติ สัญลักษณ์รายละเอียดต่างๆ


ความสำคัญ

    จึงอาจกล่าวได้ว่าเป็นการจำเป็นที่ผู้ที่ศึกษาในสาขาสถาปัตยกรรมจำเป็นที่จะต้องศึกษา ลักษณะวิธีและมาตรฐานในการเขียนแบบ รวมทั้งฝึกฝนให้มีประสบการณ์ ความชำนาญ ในการเขียนแบบ เพื่อที่จะถ่ายทอดสิ่งที่เราซึ่งเป็นผู้ออกแบบ ได้นำองค์ความความรู้ มากำหนดเป็น ผัง, รายละเอียด (Detail) ต่างๆ เพื่อที่จะได้ถ่ายทอดความคิดการตัดสินใจเพื่อให้นำไปใช้งานได้จริง ตามวัตถุประสงค์ของผู้ออกแบบ มิฉะนั้นหากเราไม่รู้ ไม่เข้าใจในวิธีการอ่านแบบ และเขียนแบบแล้ว สาระสื่อสำคัญในแบบก่อสร้างก็อาจจะตกไปอยู่ใต้อำนาจตัดสินใจของช่างเขียนแบบโดยสิ้นเชิง ซึ่งก็อาจจะทำให้มีข้อผิดพลาด หรือขาดตกบกพร่องได้อยู่มาก เนื่องจากเราไม่รู้ไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงวิธีในการถ่ายทอดความคิดออกมาในเชิงการเขียนแบบ

    เนื่องจากการเขียนแบบนั้นเป็นภาษาสากลที่มีมาตรฐานที่ใช้กันอยู่ร่วมกัน ไม่ว่าจะใช้วิธีใด ทั้งการเขียนแบบด้วยมือ หรือการใช้ Software ประเภท CAD (Computer-aided Design) ผู้เขียนแบบก็จะต้องใช้ความพยายามในการทำให้ เส้น, สัญลักษณ์ และการตั้งค่าต่างต่างๆ ถูกต้องตามมาตรฐานการเขียนแบบมิใช่ปล่อยละเลยไปตามค่าเริ่มต้น (Default) ของโปรแกรม

    โปรแกรมต่างๆ เป็นเพียงเครื่องมือในการทำงานให้มีความสะดวกรวดเร็วขึ้น แต่เนื้อหาสาระสำคัญยังต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจในพื้นฐานการเขียนแบบ และความเข้าใจในเรื่องโครงสร้าง การออกแบบ วัสดุ อุปกรณ์ตามที่ได้กล่าวมาแล้วการเรียนรู้ในการใช้งานเทคโนโลยีประเภท CAD ต่างๆ สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งนอกจากการสร้างภาพ 2 มิติ หรือ 3 มิติ แล้วนั้น ลักษณะของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ โดยพื้นฐานจะเหมาะสมกับการทำซ้ำ, การทำซ้ำบางส่วน, การจัดระบบ จัดเก็บและจำแนกข้อมูล การคำนวณขั้นสูง การเก็บและนำไปใช้ใหม่ รวมทั้งระบบวิธีในการทำงานร่วมกัน (Share & Collaboration) การเผยแพร่ และส่งต่อข้อมูล นักศึกษาจึงควรศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมในการทำงานเพื่อเพิ่มศักยภาพของตนเองต่อไป
 

 

มาตรฐานในการเขียนแบบผังพื้น

ผังพื้นเป็นการแสดงภาพตัดทางแนวนอน โดยแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับรูปร่าง, ขนาด, พื้นที่ใช้สอย, โครงสร้าง, การก่อสร้าง และวัสดุก่อสร้าง โดยแสดงออกมาในลักษณะของสัญลักษณ์, เส้น, ตัวเลข, ตัวอักษรประกอบกันเพื่อสื่อความหมาย
>> ดูรายละเอียด
 

การใช้เส้นในการเขียนแบบ

    ลักษณะของเส้นที่ต่างกันจะสื่อตวามหมายที่ต่างกัน
>> ดูรายละเอียด

 

มาตราส่วนทีใช้ในการเขียนแบบ

ในการเขียนแบบแปลนอาคารนั้น มาตราส่วนที่นิยมใช้มี 2 ขนาด
คือ
   >> ดูรายละเอียด
 
 

มาตรฐานการให้ระยะในแบบ (Dimension)

องค์ประกอบของเส้นบอกระยะ และวิธีการใช้สัญลักษณ์กำกับ
>> ดูรายละเอียด
 
 

ระบบกริด และระบบพิกัด Grid System & Coordinate System

ระบบกริด (Grid System) ระบบกริดใช้อ้างอิงตำแหน่งของโครงสร้างในแบบ คือในผัง รูปด้าน รูปตัด และแบบขยาย
 
 

กระดาษมาตรฐาน (Standard Sheet)

ขนาดกระดาษมาตรฐานถูกกำหนดโดยมาตรฐาน ม.อ.ก.33-2516
ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐาน ISO (International Standard Organization)

 

ตัวอักษร (Lettering)

    ตัวอักษร และตัวเลขในแบบมีไว้เพื่อประกอบแบบให้ละเอียด และถูกต้องแน่นอน ในการเขียนแบบทั้งด้วยมือหรือคอมพิวเตอร์ควรใช้ความระมัดระวังในการใช้มาตรฐาน
 
 

สัญลักษณ์ในการเขียนแบบ

การกำหนดสัญลักษณ์ในการเขียนแบบจะต้องอ้างอิงตามมาตรฐานที่ยอมรับกันอยู่ทั่วไป
สัญลักษณ์ 1 >>ดูรายละเอียด
สัญลักษณ์ 2 >>ดูรายละเอียด
สัญลักษณ์ 3 >>ดูรายละเอียด
 
 
 
สัญลักษณ์วัสดุ (Material Symbols)
  สัญลักษณ์วัสดุเป็นลวดลายตัวแทนวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง ทำให้เกิดความแตกต่างขึ้นในแบบ การแสดงสัญลักษณ์ที่ใช้ในส่วนที่ถูกตัด (ในผังหรือรูปตัด )  จะแตกต่างกับที่แสดงในส่วนที่เห็นเป็นรูปด้าน (ในผังหรือรูปด้าน)