3.7วิตามิน

       วิตามิน หมายถึง กลุ่มของสารอินทรีย์ที่จำเป็นต่อการดำงรงชีวิตให้เป็นปกติอยู่ได้ วิตามินร่างกายต้องการเพียงเล็กน้อย แต่เนื่องจากร่างกายสังเคราะห์ไม่ได้จึงต้องได้รับจากอาหาร คำว่า วิตามิน (vitamin) มาจากคำว่า vita แปลว่า ชีวิต และคำว่าเอมีน (amine) ซึ่งพบเป็นสารตัวแรกและเข้าใจว่าวิตามินเป็นสารพวกเอมีน จึงใช้คำว่า vitamine ต่อมามีการค้นพบเพิ่มขึ้นและพบว่าวิตามินไม่ใช่สารเอมีนเสมอไป จึงตัด e ออกเหลือคำว่า vitamin
วิตามินเป็นสารชีวโมเลกุลที่จำเป็นต่อสิ่งมีชีวิต มีหน้าที่ควบคุมการทำงานต่างๆ ในร่างกายให้เป็นปกติ ร่างกายต้องการวิตามินในปริมาณที่น้อยมาก แต่ถ้าขาดไปจะทำให้มีอาการผิดปกติ วิตามินเป็นสารที่ไม่ให้พลังงานแก่ร่างกาย และไม่เป็นองค์ประกอบของเนื้อเยื่อร่างกาย แต่เป็นองค์ประกอบที่สำคัญต่อการทำงานของโปรตีน และเอนไซม์ต่างๆ วิตามินจำแนกได้เป็น 2 ประเภท ดังตารางที่ 4
ตารางที่ 4 ชนิดของวิตามินที่ละลายในไขมันและในน้ำ

วิตามินที่ละลายในไขมัน

วิตามินที่ละลายในน้ำ

A
D
E
K

B
C

วิตามินแต่ละประเภทที่พบยังแบ่งออกเป็นชนิดย่อยๆ ได้อีกหลายชนิด ชนิดที่พบมากที่สุด คือ วิตามิน บี (B complex) มีประมาณเกือบ 20 ชนิด แต่ที่ทราบสูตรโครงสร้างแล้วมีประมาณ 10 ชนิด เช่น วิตามิน B1 (thiamine) วิตามิน B2 (riboflavin) กรดโฟลิก (folic acid) ไนอะซิน (niacin) ไบโอทิน (biotin) วิตามิน B12 (conalamin หรือ cyanocobalamin) เป็นต้น
สารอาหารเหล่านี้เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะถูกลำเลียงไปสู่เซลล์ซึ่งเซลล์นำสารอาหารไปใช้ในกระบวนการต่างๆ ซึ่งเป็นปฏิกิริยาเคมีในเซลล์ สิ่งที่น่าสงสัยคือ ปฏิกิริยาเคมีในเซลล์ของสิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นได้อย่างไร
วิตามิน เป็นสารอาหารที่ไม่ให้พลังงาน ร่างกายต้องการวิตามินในปริมาณที่น้อยมากเมื่อเทียบกับความต้องการสารอาหารประเภทที่ให้พลังงาน แต่ร่างกายขาดวิตามินไม่ได้ ถ้าร่างกายขาดวิตามินจะทำให้ผิดปกติไปแต่ถ้าได้รับในปริมาณที่มากเกินไปจะเกิดโทษต่อร่างกาย ประโยชน์ของวิตามินที่มีต่อร่างกายมีดังนี้
1. ช่วยในการควบคุมอวัยวะต่าง ๆของร่างกายให้ทำหน้าที่ปกติ
2. ช่วยบำรุงผิวพรรณ ผม เหงือก และตาให้ดูสวยงามและสดชื่น
3. ช่วยสร้างเซลล์ให้เจริญเติบโตและเพิ่มความต้านทานโรคของร่างกาย

วิตามินแบ่งเป็น 2 ชนิดคือ

1. พวกที่ละลายในไขมันได้แก่ วิตามินเอ วิตามิน อี วิตามินดีและวิตามิน เค
2. พวกที่ละลายในน้ำได้แก่ วิตามินบี วิตามินซี

ชนิดของวิตามิน

แหล่งอาหาร

ความสำคัญ

วิตามิน เอ

ตับ ไข่แดงนมน้ำมันตับปลามะละกอสุก มันเทศ มะม่วงสุก

-ช่วยบำรุงสายตา ผิวหนัง กระดูกและฟัน
ถ้าขาด ไม่สามารถมองเห็นที่สลัว ๆ ตาแห้ง ผิวหนังแห้ง

วิตามินดี

เนื้อ ตับ ปลา น้ำมันตับปลาไข่นม

-ช่วยรักษาระดับแคลเซียมและฟอสเฟตในร่างกาย
-ช่วยดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัสเพื่อสร้างกระดูกและฟันถ้าขาด เป็นโรคกระดูกอ่อน ฟันผุง่าย

วิตามินอี

ผักใบเขียว น้ำมันพืช ถั่วชนิดต่าง ๆ

-ช่วยให้เม็ดเลือดแดงแข็งตัว
-ช่วยป้องกันการเป็นหมัน
ถ้าขาด เป็นหมันง่าย แท้งง่ายเม็ดเลือดแดงแตก

วิตามินเค

ผักขม กะหล่ำปลีมะเขือเทศ ถั่วเหลือง เนื้อหมู ตับ

-ช่วยให้เลือดแข็งตัว
ถ้าขาด เลือดแข็งตัวช้า เลือดไหลไม่หยุด

วิตามินบี 1

ข้าวซ้อมมือ เนื้อหมู ตับ ไข่ ถั่ว มันเทศ

-บำรุงประสาทและหัวใจ
ถ้าขาด เป็นโรคเหน็บชา เบื่ออาหาร การเจริญเติบโตหยุดชะงัก

วิตามินบี 2

เนื้อสัตว์ ตับ นม ยีสต์

-การเจริญเติบโตปกติ ผิวหนัง ลิ้นตา มีสุขภาพดี
ถ้าขาดเป็นปากนกระจอก ผิวหนังแห้งแตกลิ้นเป็นแผล

วิตามินบี 5

เนื้อสัตว์ ตับ ถั่ว ยีสต์

-เป็นส่วนประกอบของโคเอนไซม์
ถ้าขาด อ่อนเพลีย ผิวหนังแห้ง ประสาทหลอน

วิตามินบี 6

เนื้อสัตว์ ตับ ผักเขียว ถั่วเหลือง

-ช่วยในการทำงานของระบบย่อยอาหาร
ถ้าขาด จะบวมตามร่างกาย ประสาทเสื่อมผมร่วง

วิตามินบี 12

เนื้อหมู เนื้อปลา ตับ ไข่ ยีสต์

-การเจริญเติบโตของเม็ดเลือด
ถ้าขาด เป็นโรคโลหิตจาง เจ็บลิ้นและปาก ไขสันหลังเสื่อม

วิตามินซี

ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว

-รักษาสุขภาพเหงือกและฟัน หลอดเลือดแข็งแรง
ถ้าขาดโรคเลือดออกตามไรฟัน เส้นเลือดฝอยเปราะ

Comments