About Skimming : การ copy บัตรแบบมืออาชีพ

 Preventing Card Fraud 

 Google Adsense 

Free Gmail 

เรื่อง Skimming 

ความหมาย : ปัจจุบันมีวิธีการขโมยบัตรที่ชื่อว่า Skimming ข้อมูล เพื่อไปทำบัตรปลอม โดยใช้วิธีแอบนำบัตรจริงไปรูดผ่านเครื่อง Skimmer ซึ่งมีความยาวเพียง 10 cm ซึ่งจะทำการ copy แถมแม่เหล็กบนหลังบัตร หลังจาก copy ก็จะนำไปเขียนในแถบแม่เหล็กใหม่ ทำให้สามารถบัตรปลอม มีข้อมูลเหมือนบัตรจริงทุกประการ ขนาด : สำหรับเครื่อง Skimmer นี้มีหลายรุ่น ไม่นานมานี้มีแบบ Palmtop sized skimmer แต่ใหญ่พกใส่กระเป๋าไม่ได้ ล่าสุดมี Pager sized skimmer ซึ่งเล็กเท่า Pager วิธีการ : แก๊งนี้จะนำเครื่องไปฝากไว้กับแคชเชียร์ หรือพนักงานเสิร์ฟที่สมรู้ร่วมคิด เมื่อลูกค้าชำระด้วยบัตร ก็จะแอบรูดเพียงไม่กี่วินาที ส่วนใหญ่แหล่งที่ทำจะเป็นตามโรงแรมขนาด 5 ดาว เพราะลูกค้ามีฐานะดี .. เหยื่อเยอะ ความเสียหาย : ผมไม่แน่ใจว่าเขานำไปทำอะไรได้บ้าง แต่คาดว่า เขาสามารถนำไปซื้อของผ่าน Internet, ซื้อของในห้างสรรพสินค้า เป็นต้น ใช้บัตรในห้างสรรพสินค้า หรือหน้าตู้ ATM การใช้บัตรซื้อของ หรือใช้จ่ายใน Internet มักใช้เพียง 2 อย่างคือ เลขบัตร + วันหมดอายุ ดังนั้น โจรไม่จำเป็นต้องมีบัตร แต่มีเลขแค่ 2 ตัวนี้ก็จำไปซื้อของใน Internet ได้แล้ว อาจซื้อของง่าย ๆ เช่น จ่ายค่าภาพโป๊ Online ก็ไม่มีใครจับโจรได้แล้ว เป็นต้น นั่งอยู่ที่จอดรถในห้างสรรพสินค้า เมื่อลูกค้าเข็นรถไปที่จอดรถ เก็บของเข้ารถหมดแล้ว แต่ลูกค้าบางคน ทิ้ง Slip ไว้ที่รถเข็น ท่านทราบ หรือไม่ว่า ลูกค้าบางท่านใช้บัตรเครดิตซื้อของ แล้วใน Slip นั้นจะมีเลขบัตร และวันที่หมดอายุของบัตร โจรสมัครเล่นบางคน อาจนำข้อมูลนี้ไปจด Domain ของเขาก็ได้ .. จึงขอเตือนว่า เวลาไปซื้อของเช่น BigC เมื่อได้ Slip มาต้องนำกลับไปทำลายที่บ้าน ไม่ให้เลือกซาก .. ปลอดภัยที่สุด Advance เงินสด ด้วยบัตรเครดิต หน้าตู้ ATM จะมีข้อมูลของบัตรเขียนลงไป เมื่อได้เงินแล้ว ลูกค้ามักจะทิ้ง Slip ลงถัง ผมยังเคยเห็นคนนำถุงพลาสติก มาเก็บ Slip ไป ก็ไม่รู้ว่า คนเก็บเป็นเจ้าหน้าที่ของธนาคาร นำ Slip ไปทำลาย หรือไปทำอย่างอื่น ถ้าท่านเป็นลูกค้า ก็ขอเตือนว่า เมื่อได้ Slip แล้ว ก่อนทิ้งลงถัง ให้ฉีกทำลาย .. มิเช่นนั้นอาจมีรายการใช้จ่าย ที่ท่านไม่ได้ใช้ก็ได้

A credit card is a convenient method of payment, but it does carry risks. There is a chance that you might fall victim to credit card fraud. You can, however, protect yourself by being aware of the risks involved, the different types of credit card fraud and by following these simple guidelines. + > - Think of credit cards as cash, just carry the cards you’ll need. + > - Never leave your cards unattended. + > - Destroy expired cards. + > - Sign new cards immediately. + > - Report lost or stolen cards immediately. + > - Protect your PIN – memorise it. + > - Do not keep your PIN and card in the same place. + > - Be careful when giving your personal and credit card information to unknown persons. + > - Destroy all financial information (i.e. account numbers, bank statements, ATM and sales receipts etc.) before throwing it away. + > - Verify transactions on your credit card statement with your receipts. + > - Ensure that you get your card back after every transaction. + > - Keep a record of the card account number, expiration date and the toll-free number to call. + > - Keep an eye on your card duringall transactions. + > - Do not use a credit card to "validate" a cheque or any other transaction. + > - Do not sign a blank credit card slip [แหล่งที่มา: ICT. 2546. "การป้องกันบัตรเครดิต (Preventing Card Fraud)" online Avialable: http://www.fraudinvestigator.co.za/credit_card_fraud.htm ]