วัดสามพระยา


ประวัติความเป็นมา
      
       วัดสามพระยาเป็นพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดสามัญ ตั้งอยู่ท้องที่แขวงวัดสามพระยา     เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร วัดสามพระยาเดิมเป็นวัดราษฎร์ เรียกว่าวัดสักบ้าง วัดบางขุนพรหมบ้าง สันนิษฐานว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ได้มีการก่อสร้างและบูรณปฏิสังขรณ์เสนาสนะมาโดยลำดับ
       ต่อมาในรัชกาลที่ ๓ พระยาราชภักดี (สิงห์ทอง) ๑ พระยาเทพอรชุน (ทองปาน) ๑ พระยาราชวรานุกูล (ทองคำ) ๑ รวมสามคนพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน ตามประวัติว่า ท่านบิดาชื่อมะทอเปิ้น อพยพมาจากรามัญประเทศ แต่ท่านมารดาไม่ปรากฏนาม ท่านทั้งสามได้จัดสร้างวัดนี้ขึ้นใหม่ เสร็จแล้วจึงได้ทูลเกล้าฯ ถวายเป็นวัดหลวง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานนามว่า “วัดสามพระยา”
       ผู้สร้างวัดสามพระยา นอกจากพระยาทั้งสามนั้นแล้ว ยังมีอีกท่านหนึ่งตามที่สืบถามได้ความว่า คือพระยาเกษตรรักษา (บุญชู) ซึ่งเป็นน้องเล็กของพระยาทั้งสาม แต่ในเวลาที่สร้างวัดนั้น ยังมีบรรดาศักดิ์เป็นพระพิพิธโภไคย จึงไม่ปรากฏชื่อในนามของผู้สร้างวัด ท่านผู้นี้ได้ตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนอยู่กับครอบครัวของท่าน ณ ที่บริเวณใกล้ชิดกับวัดสามพระยานี้ และได้อุปถัมภ์บำรุงวัดตลอดมาจนถึงบุตรหลานของท่าน ซึ่งได้เจริญรอยตามเป็นลำดับมา
       พระเทพราชแสนยา (แม้น บุณยเกศานนท์) หลานของพระยาเกษตรรักษา (บุญชู) เป็นผู้เดียวที่ยังคงอยู่บ้านเดิมติดกับวัดสามพระยาจนกระทั่งถึงแก่กรรม ท่านได้ยกทรัพย์สมบัติถวายวัดสามพระยา (ดูรายการทรัพย์สินของวัดสามพระยาหน้าต่อไป) คือที่ธรณีสงฆ์ ๔ แปลงที่ ๑ – แปลงที่ ๔
       ตามข้อนี้สมด้วยเรื่องที่เล่ากันมาว่า พระยาเกษตรรักษา (บุญชู) เป็นผู้สร้างวัดสามพระยาด้วยอีกท่านหนึ่งนั้น ได้ปรากฏมีโคลงกล่าวถึงได้ คือมีพระภิกษุรูปหนึ่งอยู่วัดพระเชตุพน ได้มาหาพระภิกษุรูปหนึ่งซึ่งอยู่วัดสามพระยา พอสนทนากันได้สักหน่อย จึงเขียนคำโคลงถามถึงนามท่านผู้สร้างวัดสามพระยาว่า
                                           วัดนี้ผู้ใดสร้าง                ทำมา
                                     เรียกนามสามพระยา            อย่างนี้
                                     ยินนามแต่ยลหา                  บ่พบ เลยพ่อ
                                     คุณช่วยวิสัชน์ชี้                   เล่าให้เห็นจริง

ภิกษุรูปที่อยู่วัดสามพระยา จึงเขียนตอบเป็นคำโคลงว่า

                                           อ๋อ ผู้ที่ท่านสร้าง            อาราม
                                      พระยาราชภักดีตาม             ชื่อตั้ง
                                      สองเทพเกษตรสาม             สี่ราช นาพ่อ
                                      จึงเรียกนามพร้อมทั้ง            เสร็จด้วยสามพระยา

             พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว    ทรงส่งเสริมและทำนุบำรุงพระพุทธศาสนายิ่งกว่าสมัยใดทั้งสิ้น เพราะทรงมีพระราชประสงค์ให้กรุงรัตนโกสินทร์มีความเจริญรุ่งเรืองเหมือนเมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี
             จึงมีคำกล่าวอยู่ประโยคหนึ่งว่า ในสมัยรัชกาลที่ ๓ ถ้าใครชอบทำบุญ ทำกุศลด้วยการสร้างวัดหรือซ่อมแซมวัด พระองค์ก็โปรด
             บรรดาขุนนางและข้าราชบริพารในยุคนั้นจึงพากันเจริญตามรอยพระยุคลบาททำให้พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองมาก.


ลำดับและประวัติย่อเจ้าอาวาส
 
                วัดสามพระยาสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี แต่ไม่สามารถค้นพบหลักฐานได้ว่ามีใครเป็นเจ้าอาวาสบ้าง แต่เมื่อพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับไว้เป็น
พระอารามหลวงแล้ว จึงมีสมเด็จพระราชาคณะ และพระราชาคณะ เป็นเจ้าอาวาสปกครองวัดสืบมาดังนี้
 
๑.       พระนิโรธรังษี (เรือง)
(ร.๓ - ร.๔)
ชาติภูมิ                                  ชื่อเดิม เรือง
เกียรติคุณ                             พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างกุฎี และเสด็จพระราชดำเนินมาถวายกุฎีแด่พระนิโรธรังษี (เรือง) เมื่อวันขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๔
พ.ศ. ๒๔๐๑          พระนิโรธรังสี (เรือง) เป็นพระอุปัชฌาย์ในการอุปสมบทพระมหาฑิต (ก๋ง) อุทโย วัดสามพระยา ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดสถาปนาเป็น สมเด็จพระวันรัต
เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์
 
๒.     พระธรรมสมาจาร (ศิลา)
(ร.๕ - พ.ศ. ๒๔๓๓)
ชาติภูมิ                                  ชื่อเดิม ศิลา เกิดที่กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรเจ้ากรมพระคลังศุภรัต ในรัชกาลที่ ๓
บรรพชา-อุปสมบท             เป็นศิษย์พระนิโรธรังสี (เรือง) เจ้าอาวาสวัดสามพระยา ได้อุปสมบท ณ
วัดสามพระยา โดยมีพระนิโรธรังษี (เรือง) เป็นพระอุปัชฌาย์
หน้าที่การงาน                      เป็นเจ้าอาวาสวัดสามพระยา
สมณศักดิ์
พ.ศ.                       พระปลัดฐานานุกรมในพระนิโรธรังสี
พ.ศ. (ร.๕)           พระครูธรรมรังษี
พ.ศ. (ร.๕)           พระธรรมสมาจาร
มรณภาพ                               พระธรรมสมาจาร (ศิลา) อาพาธเป็นโรคอัมพาตเรื้อรัง ถึงมรณภาพเมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม พ.ศ. ๒๔๓๓ สิริรวมอายุได้ ๖๔ พรรษา
 
 
 
๓.      พระเทพเมธี (ครุฑ)
(พ.ศ. ๒๔๓๖ - ๒๔๕๖)
ชาติภูมิ                                  ชื่อเดิม ครุฑ เกิดที่บ้านสวนหลวง อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
เมื่อ พ.ศ. ๒๓๙๕ ปีวอก ในรัชกาลที่ ๔
บรรพชา-อุปสมบท             บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดบ้านสวนหลวงแล้วลงมาศึกษาพระปริยัติธรรมอยู่ ณ
วัดสามพระยา
                พ.ศ. ๒๔๑๕        ได้อุปสมบทที่วัดบ้านสวนหลวง แล้วลงมาอยู่ ณ วัดสามพระยา
การศึกษา
                พ.ศ. ๒๔๑๙        เข้าแปลพระปริยัติธรรมที่พระที่นั่งสุทไธศวรรย์ได้เป็นเปรียญธรรม ๔ ประโยค
หน้าที่การงาน
                พ.ศ. ๒๔๓๖        ทรงพระกรุณาโปรดให้เป็นเจ้าอาวาสวัดสามพระยา
สมณศักดิ์
                พ.ศ. ๒๔๓๖        เป็นพระญาณสมโพธิ
                พ.ศ. ๒๔๔๓       เป็นพระราชกวี
                พ.ศ. ๒๔๕๒       เป็นพระเทพเมธี
มรณภาพ                               พระเทพเมธี (ครุฑ) อาพาธเป็นโรคลัมอัมพาต ถึงมรณภาพเมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน พ.ศ. ๒๔๕๖ รวมสิริอายุได้ ๖๒ พรรษา
 
๔.      พระธรรมดิลก (ขาว เขมโก)
(พ.ศ. ๒๔๕๙ – ๒๔๘๐)
ชาติภูมิ                                  ชื่อเดิม ขาว เกิดที่ตำบลเอกราช อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง เมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๖
ปีมะแม
บรรพชา-อุปสมบท             ไม่พบหลักฐาน
การศึกษา
                                      พ.ศ. ๒๔๔๙        สอบได้เปรียญธรรม ๖ ประโยค
หน้าที่การงาน
                พ.ศ. ๒๔๕๙        ทรงพระกรุณาโปรดให้เป็นเจ้าอาวาสวัดสามพระยา
                พ.ศ. ๒๔๗๑        เป็นเจ้าคณะแขวงบนมณฑลกรุงเทพ(เทียบเท่าเจ้าคณะจังหวัด)
                พ.ศ. ๒๔๗๘       เป็นกรรมการสังฆสภา
สมณศักดิ์
                พ.ศ. ๒๔๕๙        เป็นพระสุธรรมธีรคุณ
                พ.ศ. ๒๔๖๙         เป็นพระราชเมธี
                พ.ศ. ๒๔๗๕       เป็นพระเทพมุนี
                พ.ศ. ๒๔๗๘       เป็นพระธรรมดิลก
มรณภาพ                               พระธรรมดิลก (ขาว เขมโก) ถึงมรณภาพเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๐ สิริรวมอายุได้
๕๔ พรรษา
 
สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ฟื้น ชุตินฺธโร ป.ธ. ๙)
(พ.ศ. ๒๔๘๑-พ.ศ. ๒๕๓๙)
ชาติภูมิ                                  ชื่อเดิม ฟื้น นาสกุล พรายภู่ เกิดที่บ้านคลองสะแก ตำบลคลองสะแก อำเภอ
นครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันอังคารที่ ๒๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๔๘ ตรงกับแรม ๑๑ ค่ำ เดือน ๔ ปีมะเส็ง
บรรพชา                                พ.ศ. ๒๔๖๕ บรรพชาที่วัดสามพระยา โดยมีพระสุธรรมธีรคุณ (ขาว)
เป็นพระอุปัชฌาย์
อุปสมบท                              พ.ศ. ๒๔๖๙ อุปสมบทที่วัดสามพระยา โดยมีพระสุธรรมธีรคุณ (ขาว)
เป็นพระอุปัชฌาย์
วิทยฐานะ            
                พ.ศ.๒๔๘๑         สอบได้นักธรรมชั้นเอก
                พ.ศ. ๒๔๘๐        สอบได้เปรียญธรรม ๙ ประโยค
หน้าที่การปกครอง(บางส่วน)
                พ.ศ.๒๔๘๑         เป็นเจ้าอาวาสวัดสามพระยา
                                                เป็นพระอุปัชฌาย์
                                                เป็นเจ้าคณะหมวดบางขุนพรหม แขวงกลาง จังหวัดพระนคร
                                                เป็นผู้ทำการแทนเจ้าคณะมณฑลพิษณุโลก
                พ.ศ.๒๔๘๒        เป็นเจ้าคณะมณฑลเหนือ
                                                เป็นเจ้าคณะอำเภอบางกอกน้อย จังหวัดธนบุรี
                พ.ศ.๒๔๘๔        เป็นสมาชิกสังฆสภา เป็นหัวหน้าพระธรรมธร
                พ.ศ. ๒๔๘๕       เป็นเจ้าคณะจังหวัดพระนคร
                พ.ศ.๒๕๐๖          เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม
                พ.ศ.๒๕๐๗         เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าคณะภาค ๑-๑๘
                พ.ศ.๒๕๑๕         เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม
                พ.ศ.๒๕๑๕         เป็นรองเจ้าคณะนครหลวงกรุงเทพธนบุรี รูปที่ ๒
                พ.ศ.๒๕๑๙          เป็นเจ้าคณะใหญ่หนกลาง
                พ.ศ.๒๕๒๐         เป็นเจ้าคณะใหญ่หนใต้
                พ.ศ.๒๕๒๕-๒๕๓๘ เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราชเป็นครั้งคราว
การศึกษา
                พ.ศ. ๒๔๗๐        เป็นครูสอนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม สำนักเรียนวัดสามพระยา
                พ.ศ.๒๔๗๐         เป็นครูสอนพระปริยัติธรรมแผนกบาลี สำนักเรียนวัดสามพระยา
                พ.ศ.๒๔๗๓        เป็นกรรมการตรวจธรรมสนามหลวง
                พ.ศ.๒๔๘๐         เป็นกรรมการตรวจบาลีสนามหลวง
                พ.ศ.๒๔๘๙         เป็นผู้อำนวยการสำนักอบรมสงฆ์ (ส.อ.ส) วัดสามพระยา
                พ.ศ.๒๔๙๕         เป็นผู้อำนวยการสภาการศึกษาแห่ง ส.อ.ส
                พ.ศ.๒๕๐๓         เป็นแม่กองบาลีสนามหลวง
สมณศักดิ์
                พ.ศ.๒๔๘๑         ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระปริยัติโศภณ
                พ.ศ.๒๔๙๑          ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่   พระเทพเวที
พ.ศ.๒๕๐๐ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ 
 พระธรรมคุณาภรณ์
พ.ศ.๒๕๐๖ ได้รับพระราชทานสถาปนาเป็นรองสมเด็จพระราชาคณะชั้นหิรัญยบัฏที่
พระธรรมปัญญาบดี
พ.ศ.๒๕๑๘        ได้รับพระราชทานสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชาคณะชั้นสุพรรณบัฏ มีราชทินนามตามสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ญาณอดุลสุนทรนายก ตรีปิฎกปฏิภาณพิเศษ สุตตันตประเภทโกศล วิมลมหันตคณาทร มหาคณิสสรบวรสังฆาราม คามวาสี อรัณยวาสี สมเด็จพระราชาคณะสถิต ณ วัดสามพระยา พระอารามหลวง
มรณภาพ                               สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ฟื้น ชุตินฺธโร ป.ธ. ๙) ได้ถึงมรณภาพด้วยโรคภาวะออกซิเจนในเส้นเลือดต่ำผิดปกติ เมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพัน พ.ศ. ๒๕๓๙ เวลา
๐๙.๑๙ น. ณ โรงพยาบาลศิริราช สิริรวมอายุได้ ๙๐ พรรษา ๑๐ เดือน ๒๖ วัน
 
 
ประวัติ พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม ป.ธ.๙)
ชาติภูมิ  :  นามเดิม เอื้อน นามสกุล กลิ่นสาลี เกิดเมื่อวันที่ ๑๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๘๘ ตรงกับวันศุกร์ ขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๘ ปีระกา ณ บ้านเลขที่ ๑๑๖ หมู่ที่ ๖ ตำบลนครหลวง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

อุปสมบท  :  เมื่อวันที่ ๑๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๐ ณ วัดมหาพล ตำบลนครหลวง อำเภอนครหลวง  จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
                  นามพระอุปัชฌาย์ เจ้าอธิการพัฒน์ ฉายา ติสฺสสุวณฺโณ วัดปรีดาราม ตำบลแม่ลา อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
                  นามพระกรรมวาจาจารย์ พระอธิการคต ฉายา โฆสิโต วัดมหาพล ตำบลนครหลวง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
                  นามพระอนุสาวนาจารย์ พระครูอุดมนครกิจ (วาส สุนฺทโร) วัดตะโหนด ตำบลนครหลวง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

วิทยฐานะ  :

     - พ.ศ. ๒๕๒๓ ประโยค ป.ธ.๙ สำนักเรียนวัดสามพระยา กรุงเทพมหานคร
     - พ.ศ. ๒๕๒๖ ปริญญาโท (สาขาบาลีและการศึกษาทางพระพุทธศาสนา) ณ มหาวิทยาลัยพาราณสี ประเทศอินเดีย
     - พ.ศ. ๒๕๒๙ ปริญญาเอก (สาขาบาลีและการศึกษาทางพระพุทธศาสนา) ณ มหาวิทยาลัยพาราณสี ประเทศอินเดีย

หน้าที่การงานคณะสงฆ์ปัจจุบัน  :

     - กรรมการมหาเถรสมาคม
     - เจ้าอาวาสวัดสามพระยา
     - เจ้าคณะภาค ๑๔
     - รองเลขานุการแม่กองบาลีสนามหลวง
     - อาจารย์สอนวิชาแต่งฉันท์ภาษามคธ ของโรงเรียนคณะสงฆ์ส่วนกลาง
     - กรรมการยกร่าง เฉลย วิชาแต่งฉันท์ภาษามคธ บาลีสนามหลวง
     - กรรมการโรงพยาบาลสงฆ์
     - รองประธานสหภูมิอยุธยา
                                   ฯลฯ
สมณศักดิ์  :

     - พ.ศ. ๒๕๓๐ ทรงพระกรุณาโปรดตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระศรีปริยัติบดี
     - พ.ศ. ๒๕๓๗ ทรงพระกรุณาโปรดเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชปริยัติบดี
     - พ.ศ. ๒๕๔๒ ทรงพระกรุณาโปรดเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพสุธี
     - พ.ศ. ๒๕๔๗ ทรงพระกรุณาโปรดเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมคุณาภรณ์


ข้อมูลทัวไป

วัดสามพระยาวรวิหาร
วัดสามพระยา ซอยสามเสน 5 , ถนนสามเสน   แขวงวัดสามพระยา  เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 
เบอร์โทรศัพท์ 081 554 7132, 084 756 7729 
Email : udon92@hotmail.com 



การเดินทางรถประจำทาง : สาย 3,9,23,30,32,43,49,53,64,65,72,99,110
ปอ. 506, ปอ. 516, ปอ. 516, และ ปอ.พ 8







Comments