รำวงมาตรฐาน


          รำวงมาตรฐาน หมายถึง ศิลปะแห่งการฟ้อนรำให้เข้ากับจังหวะหน้าทับ ใช้ท่ารำที่เป็นแบบฉบับมาตรฐานโดยรำเป็นวงกลม หันหน้าทวนเข็มนาฬิกา
          การรำวงมาตรฐานเป็นการรำที่ประดิษฐ์ขึ้นใหม่โดยการดูแลของกรมศิลปากรร่วมกับ กรมประชาสัมพันธ์ช่วยกันจัดทำขึ้น เพื่อให้เป็นแบบแผนในการใช้ท่ารำให้งดงามถูกต้องตามหลักนาฏศิลป์ไทย


ความเป็นมาของรำวงมาตรฐาน

        รำวง มาตรฐาน มีกำเนิดมาจากการรำโทน แต่เดิมการรำโทนเป็นการละเล่นพื้นเมืองของชาวไทยทั่วไป ใช้เล่นกันในฤดูเทศกาลเฉพาะท้องถิ่นบางจังหวัด ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ประชาชนในพระนครและธนบุรีนิยมรำโทนกันทั่วไป เพราะรำง่าย และรำได้ทุกเพศทุกวัย จึงใช้เป็นเครื่องปลอบใจได้เป็นอย่างดี 


        รำ โทน หรือ รำวงพื้นบ้านได้รับความนิยม จึงทำให้แพร่หลายอย่างรวดเร็วในเวลาไม่นานนัก จอมพล ป.พิบูลสงคราม ท่านให้ความสนใจและสนับสนุนรำวงอย่างจริงจัง จึงได้มอบหมายให้กรมศิลปากรจัดการปรับปรุงการรำ และบทร้องให้มีแบบแผนที่แน่นอน เพื่อเชิดชูศิลปวัฒนธรรมไทยการละเล่นพื้นบ้านให้ทีระเบียบ แบบแผนเป็นแบบฉบับต่อคนรุ่นหลัง กรมศิลปากร ประพันธ์ 4 บทเพลง คืองามแสงเดือน,ชาวไทย ,รำซิมารำและ คืนเดือนหงาย ท่านผู้หญิงละเมียด พิบูลสงคราม ประพันธ์ 6 บทเพลง คือ ดอกไม้ของชาติ , ดวงจันทร์-วันเพ็ญ ,หญิงไทยใจงาม ,ยอดชายใจหาญ ,ดวงจันทร์ขวัญฟ้า ,บูชานักรบ 


        กรม ศิลปากรได้นำท่ารำจาก ท่าแม่บทของนาฏศิลป์ไทย มากำหนดเป็นท่ารำของแต่ ละบท เพื่อให้เป็นต้นฉบับ จึงเรียกว่า รำวงมาตรฐานแม้สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้ว รำวงมาตรฐานก็ยังคงไม่รับความนิยม ต่อมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้มีผู้นำเอาไปสลับกับการเต้นลีลาศ ซึ่งชาวต่างชาติก็นิยมนำรำวงมาตรฐานไปเล่นกันอย่างแพร่หลายจนเป็นศิลปะที่ นิยมกันไปนานาประเทศ มีนักประพันธ์ชาวอเมริกันบางท่านที่ชอบ 


        รำวง มาตรฐานจึงนำไปเขียนกล่าวขวัญไว้ในหนังสือ Theatre In The East โดยเขาเป็นผู้แต่งแต่เรียก รำวงเพี้ยนไปเป็น รำบวง”  สำหรับผู้ประดิษฐ์ท่ารำวงมาตรฐานคือ หม่วมต่วน (ศุภลักษณ์  ภัทรนาวิก) นางมัลลี คงประภัศร์ และคุณครูละมุล ยมะคุปต์

องค์ประกอบการแสดง

ผู้แสดง

        รำวงมาตรฐานผู้ร่ายรำเป็นชาย หญิง รำคู่กันไม่จำกัดจำนวน

 

วิธีแสดง

           เป็นการรำวงในงานรื่นเริงต่าง ๆ โดยการร่ายรำตามท่ารำที่กำหนดไว้ 10 เพลง 14 ท่า มีการเคลื่อนไหวให้มือและเท้าสัมพันธ์กับจังหวะและบทร้องของแต่ละเพลง โดยเดินเป็นวงกลม อย่างไรก็ดี ท่ารำเหล่านี้เพียงแต่กำหนดไว้เป็นมาตรฐานเท่านั้นอาจเปลี่ยนแปลงท่าไปได้ สุดแล้วแต่จะเห็นว่าสวยงาม เพียงแต่รักจังหวะมือและเท้าให้เข้ากับเพลง 


สถานที่แสดง 

           ไม่จำกัดขอบเขต เนื่องจากให้รำได้ในโอกาสรื่นเริงต่าง ๆ จึงรำได้โดยทั่วไป

        เครื่องดนตรี    

                    ใช้วงปี่พาทย์ไม้นวม  มีระนาด  ฆ้องวง  ปีใน ตะโพน  กลองทัด  ฉิ่ง  ฉาบ กรับและโทน         


เครื่องแต่งกาย

           รำวงมาตรฐานเป็นศิลปะที่ต้องศึกษาและควรรำให้เป็น สำหรับการแต่งกายนั้นผู้แสดงรำวงมาตรฐานสามารถแยกได้

4 แบบ(ตามกรมศิลปากร) ดังนี้

 


การแต่งกายแบบชาวบ้าน




  • แบบที่ ๑ แบบชาวบ้าน

ชาย นุ่งผ้าโจงกระเบน สวมเสื้อคอพวงมาลัย เอวคาดผ้าห้อยชายด้านหน้า

หญิง นุ่งโจงกระเบน ห่มผ้าสไบอัดจีบ ปล่อยผม ประดับดอกไม้ที่ผมด้านซ้าย คาดเข็มขัด ใส่เครื่องประดับ


  • แบบที่ ๒ แบบรัชกาลที่ ๕

ชาย นุ่งโจงกระเบน สวมเสื้อราชประแตน ใส่ถุงเท้า ร้องเท้า

หญิง นุ่งโจงกระเบน สวมเสื้อลูกไม้ สไบพาดบ่าผูกเป็นโบว์ ทิ้งชายไว้ข้างลำตัวด้านซ้าย ใส่เครื่องประดับมุก


  • แบบที่ ๓ แบบสากลนิยม

ชาย นุ่งกางเกง สวมสูท ผูกไท้

หญิง นุ่งกระโปรงป้ายข้าง ยาวกรอมเท้า ใส่เสื้อคอกลม แขนกระบอก


  • แบบที่ ๔ แบบราตรีสโมสร

ชาย  นุ่งกางเกง สวมเสื้อพระราชทาน ผ้าคาดเอวห้อยชายด้านหน้า

หญิง  นุ่งกระโปรงยาวจีบหน้านาง ใส่เสื้อจับเดรป ชายผ้าห้อยจากบ่าลงไปทางด้านหลัง เปิดไหล่ขวา ศีรษะทำผมเกล้าเป็นมวยสูงใส่เกี้ยวและเครื่องประดับ



การแต่งกายแบบรำวงมาตรฐาน (จากกรมศิลปากร)








เพลงและท่ารำที่ใช้ในการรำวงมาตรฐาน


 



การรำแบ่งเป็นขั้นตอนต่าง ๆ ได้ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1        ผู้แสดงชาย และหญิงเดินออกมาเป็นแถวตรงสองแถวหันหน้าเข้าหากัน ต่างฝ่ายทำความเคารพด้วยการไหว้

ขั้นตอนที่ 2        รำแปรแถวเป็นวงกลมตามทำนองเพลง และรำตามบทร้องรวม ๑๐ เพลง โดยเปลี่ยนท่ารำไปตามเพลงต่าง ๆ                   
เริ่มตั้งแต่เพลงงามแสงเดือน เพลงชาวไทย เพลงรำซิมารำ เพลงคืนเดือนหงาย เพลงดวงจันทร์วันเพ็ญ
                เพลงดอกไม้ของชาติ เพลงหญิงไทยใจงาม เพลงดวงจันทร์ขวัญฟ้า เพลงยอดชายใจหาญ และเพลงบุชานักรบ

ขั้นตอนที่ 3
        เมื่อรำจบบทร้องในเพลงที่ ๑๐ ผู้แสดงรำเข้าเวที ทีละคู่ตามทำนองเพลงจนจบ

 


บทร้องรำวงมาตรฐาน


 
๑. เพลงงามแสงเดือน
งามแสงเดือนมาเยือนส่องหล้า
เราเล่นกันเพื่อนสนุก
ขอให้เล่นฟ้อนรำ
งามใบหน้ามามาอยู่วงรำ
เปลื้องทุกไม่วายระกำ
เพื่อสามัคคีเอย
   
๒. เพลงชาวไทย
ชาวไทยเจ้าเอ๋ย
การที่เราได้เล่นสนุก
เพราะชาติเราได้เสรี
เราจึงควรช่วยชูชาติ
เพื่อความสุขเพิ่มพูน
ขออย่าละเลยในการทำหน้าที่
เปลื้องทุกข์สบายอย่างนี้
มีเอกราชสมบูรณ์
ให้เก่งกาจเจิดจำรูญ
ของชาวไทยเอย
   
๓. รำมาซิมารำ
รำมาซิมารำ
ยามงานเราทำงานจริงๆ
ถึงยามว่างเราจึงรำเล่น
ตามเยี่ยงอย่างตามยุค
เล่นอะไรให้มีระเบียบ
มาซิมาเจ้าเอ๋ย มาฟ้องรำ
เริงระบำกันให้สนุก
ไม่ละไม่ทิ้งจะเกิดเข็ญขุก
ตามเชิงเช่นเพื่อให้สร่างทุกข์
เล่นสนุกอย่างวัฒนธรรม
ให้งามให้เรียบจึงจะคมขำ
มาเล่นระบำของไทยเราเอย
   
๔. เพลงคืนเดือนหงาย
ยามกลางคืนเดือนหงาย

เย็นอะไรก็ไม่เย็นจิต
เย็นร่มธงไทย ปกไทยทั่วหล้า
เย็นพระพายโบกพลิ้วปลิวมา
เท่าเย็นผูกมิตรไม่เบื่อระอา
เย็นยิ่งน้ำฟ้ามาประพรมเอย
   
๕. เพลงดวงจันทร์วันเพ็ญ
ดวงจันทร์วันเพ็ญ
ทรงกลดสดสี
แสงจันทร์อร่าม
ไม่งามเท่าหน้า
งามวงพักตร์ยิ่งด้วยจันทรา
วาจากังวาน
รูปทรงสมส่วน
สมเป็นดอกไม้
ลอยเด่นอยู่ในนภา
รัศมีทอแสงงามตา
ฉายงามส่องฟ้า
นวลน้องยองใย
จริตกิริยานิ่งนวลละไม
อ่อนหวานจับใจ
ยั่วยวนหทัย
ขวัญใจชาติเอย
   
๖. เพลงดอกไม้ของชาติ
ขวัญใจดอกไม้ของชาติ
เอวองค์อ่อนงาม
ชี้ชาติไทยเนาถิ่น
งานสุกสิ่งสามารถ
ดำเนินตามนโยบาย
งามวิลาศนวยนาฏร่ายรำ (๒ เที่ยว)
ตามแบบนาฏศิลป์
เจริญวัฒนธรรม
สร้างชาติช่วยชาย
สู่ทนเหนื่อยยากตรากตรำ
   
๗. เพลงหญิงไทยใจงาม
เดือนพราว ดาวแวววาวระยำ
ดวงหน้าหน้าโสภาเพียงเดือนเพ็ญ
ขวัญใจหญิงไทยส่งศรีชาติ
เกียรติยศก้องปรากฏทั่วคาม
แสงดาวประดับ ส่องให้เดือนงามเด่น
คุณความดีที่เห็นเสริมให้เด่นเลิศงาม
รูปงามพิลาศใจกล้ากาจเริงนาม
หญิงไทยใจงาม ยิ่งเดือนดาวพราวแพรว

 
๘. เพลงดวงจันทร์ขวัญฟ้า
ดวงจันทร์ขวัญฟ้า
จันทร์ประจำราตรี
ที่เทิดทูนคือชาติ
ถนอมแบบสนิทใน
ชื่นชีวาขวัญพี่
แต่ขวัญพี่ประจำใจ
เอกราชอธิปไตย
คือขวัญใจพี่เอย
   
๙. เพลงยอดชายใจหาญ
โอ้ยอดชายใจหาญ
น้องขอร่วมชีวี
แม้สุดยากลำเค็ญ
น้องจักสู้พยายาม 
ขอสมานไมตรี
กอบกรณีย์กิจชาติ
ไม่ขอเว้นเดินตาม
ทำเต็มความสามารถ
   
๑๐. เพลงบูชานักรบ
น้องรัก รักบูชาพี่
เป็นนักสู้เชี่ยวชาญ
น้องรัก รักบูชาพี่
หนักแสนหนัก พี่ผจญ  
น้องรัก รักบูชาพี่
บากบั่นสร้างหลักฐาน
น้องรัก รักบูชาพี่
เลือดเนื้อพี่ พลีอุทิศ
ที่มั่งคงกล้าหาญ
สมศักดิ์ชาตินักรบ
ที่มานะอดทน
เกียรติพี่ขจรจบ
ที่ขยันกิจการ
ทำทุกด้าน ทำทุกด้านครันครบ
ที่รักชาติที่รักชาติยิ่งชีวี
ชาติยงอยู่ ยงอยู่คู่พิภพ


ที่มา... http://www.skoolbuz.com/library/content/245

        http://www.finearts.go.th/node/342 (กรมศิลปากร)