ฟ้อนภูไท

 

ฟ้อนภูไท

                 ภูไท หรือผู้ไท  เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่ใหญ่รองลงมาจากไทยและลาว  ตามตัวเลขที่มีปรากฏรำในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีพวกผู้ไทอยู่ประมาณสองแสนคน  กลุ่มที่ใหญ่ที่สุดอยู่แถบลุ่มแม่น้ำโขงและเทือกเขาภูพาน  ได้แก่ จังหวัดนครพนม  สกลนคร  เลย  และกาฬสินธุ์

                 ผู้ไทเป็นคนที่ทำงานขยันขันแข็ง  มัธยัสถ์ และโดยทั่วไปแล้วเจริญก้าวหน้ามากกว่าพวกไทย-ลาวที่อยู่ใกล้เคียง  เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่พัฒนาได้เร็ว  นอกจากนี้ยังปรากฏว่าชาวผู้ไทยังคงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีเดิมของตนไว้ได้มากกว่าชนกลุ่มอื่นๆ  คนผู้ไทนั้นเป็นชาติพันธุ์ที่มีหน้าตาสวยงาม  ผิวพรรณดี  กิริยามารยาทแช่มช้อย  มีอัธยาศัยไมตรีดีด้วย

                 การฟ้อนภูไทนี้ เป็นการละเล่นพื้นเมืองอย่างหนึ่งของชาวผู้ไท  เดิมที่นั้นการร่ายรำแบบนี้เป็นการร่ายรำเพื่อถวายพระธาตุเชิงชุมแต่อย่างเดียว  ต่อมาได้ใช้ในงานแสดงในงานสนุกสนาน รื่นเริงต่างๆด้วย

การแต่งกาย

          ชายนุ่งกางเกง  ใส่เสื้อคอกลม  มีผ้าขาวม้าคาดพุง  และมีผ้าพันศีรษะ  เป็นผู้เล่นดนตรีประกอบการฟ้อน  หญิงแต่งตัวแบบพื้นเมืองเดิม  เกล้ามวยผม  ใส่เล็บยาว  ผูกแถบผ้าสีแดงบนมวยที่เกล้าไว้

ดนตรี

          เครื่องดนตรีประกอบที่ใช้ในการเล่น  ประกอบด้วย กลองสั้น  กลองยาว  ตะโพน  ม้าล่อรำมะนา  แคน  ฉิ่ง  ฉาบ

โอกาสที่แสดง

          จัดขึ้นในงานพิธีมงคลต่างๆ  หรือในงานบุญต่างๆ


เพลงภูไท

ทำนอง – คำร้อง  บุญปัน  วงศ์เทพ

                                                         ไปเย้อเฮาไป                     ไปโห่เอาชัยเอาส่อง               (ซ้ำ)

                                      ไปโฮมพี่โฮมน้อง                                   เฮาเป็นพวกพ้องของไทย (ไปช่วยแซ่ซ้องอวยชัย)

                                                        เทิงเขาแสนจน                   หาทางก็ลำบาก                    (ซ้ำ)   

                                      ข้อยสู้ทนยาก                                       มาฟ้อนรำให้เพิ่นซม

                                                         ข้อยอยู่เทิงเขา                   ข้อยยังเอาใจมาช่วย              (ซ้ำ)

                                      พวกข้อยขออำนวย                                 อวยชัยให้ละเน้อ

                                                         ขออำนาจไตรรัตน์               จงปกปักฮักษา                    (ซ้ำ)

                                      ชาวไทยทั่วหน้า                                     ให้วัฒนาสืบไป

                                                         เวลาก็จวน                        ข้อยสิด่วนไป  (จะ)               (ซ้ำ)

                                      ขอความมีชัยทุก  ท่านเทอญ                      ข้อยสิลาละเน้อ  ข้อยลานะเนอ



ที่มา...หนังสือระบำรำฟ้อน หอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร จัดพิมพ์เนื่่องในโอกาสวันอนุรักษ์มรดกไทย วันที่ 17 เมษายน พ.ศ.2532


Comments