โรคซิฟิลิส(Syphilis)

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ - ซิฟิลิส 
 
 
 
 
 
 

ซิฟิลิส (Syphilis)

          ซิฟิลิสเกิดจากเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่เรียกว่า Treponema pallidum ชาวบ้านคุ้นเคยกับโรคนี้ในชื่อโรคเข้าข้อ ออกดอก ที่หมายถึงอาการระยะที่สองและสามของโรค ที่เชื้อกระจายออกมาทำให้ปวดข้อ เข้าสมองและเกิดผื่น
 
 

การติดต่อ

          ติดต่อได้ง่ายในระยะแรก โดยสามารถติดต่อได้ทางเยื่อเมือก เช่น ช่องคลอด ท่อปัสสาวะ ปาก เยื่อบุตา และผิวหนังที่มีแผลไปสัมผัสกับแผลที่มีเชื้อ ติดจากแม่สู่ลูกขณะคลอด และติดต่อโดยการรับเลือดจากผู้ที่เป็น เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายเชื้อจะเข้าสู่กระแสเลือด และไปจับกับอวัยวะต่างๆทำให้เกิดโรคตามอวัยวะที่เชื้อไปจับ
 
 

คนเราสามารถติดเชื้อนี้ได้อย่างไร?

ทางเพศสัมพันธ์

- เชื้อโรคสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ทางการมีเพศสัมพันธ์ โดยผ่านช่องทาง เช่น เยื่อบุช่องคลอด ท่อปัสสาวะ

- เชื้อโรคจะติดได้บ่อยในช่วง primary เนื่องจากในระยะนี้จะไม่มีการแสดงอาการ

- ในระยะ secondary จะมีหูดในระยะนี้จะมีเชื้อโรคจำนวนมาก หากสัมผัสจะสามารถนำสู่การติดต่อได้

การติดต่อทางอื่น

- หากผิวหนังมีแผล สัมผัสกับแผลที่มีเชื้อก็สามารถติดต่อได้

จากแม่สู่ลูก

- เชื้อสามารถติดต่อไปยังแม่สู้ลูกขณะตั้งครรถ์ หรือขณะคลอดได้

อาการ

          ระยะแรก เกิดหลังจากรับเชื้อประมาณ 3 สัปดาห์ มักเป็นแผลที่อวัยวะเพศ อัณฑะ ทวารหนัก ช่องคลอด และริมฝีปากที่รับเชื้อเรียกว่า แผลริมแข็ง ไม่เจ็บ ขอบและก้นแผลเรียบ ต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบโต แผลจะหายเองภายใน 3-6 สัปดาห์ 
          ระยะที่สอง เป็นระยะต่อจากระยะแรกสองสัปดาห์ถึงสองเดือน เรียกว่า ”ระยะผื่นหรือออกดอก” จะมีผื่นตามตัว ตามฝ่ามือฝ่าเท้าซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะ อาจเกิดในปากได้ มักมีไข้ เจ็บคอ ปวดข้อ และต่อมน้ำเหลืองโต อาการแทรกซ้อนที่อาจเกิดร่วม ได้แก่ อาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบ มักปวดหัว คอตึง อาเจียน และอัมพาตของใบหน้าครึ่งซีกหรือชาหน้าครึ่งซีกได้ 
          ระยะแฝง ไม่ปรากฏอาการ แต่ตรวจเลือดจะพบเชื้อได้ 
          ระยะสาม อาการจะปรากฏในสมอง เรียกว่า “ซิฟิลิสขึ้นสมอง” มีอาการดังนี้
                    1. ทำลายไขสันหลัง ทำให้การทรงตัวเสียไป ยืนขาถ่าง เดินไม่ถนัด ขาลาก ปวด กลั้นอุจจาระปัสสาวะไม่ได้ 
                    2. มีพฤติกรรมเปลี่ยนไป การรับรู้เสียไป ตาผิดปกติ สัมผัสรับความรู้สึกทั้งห้าเปลี่ยน พูดช้าลง
                    3. อาการทางตาคือม่านตาเล็ก ไม่ตอบสนองต่อแสง
 
 

หมายเหตุ โรคนี้จะไม่แสดงอาการได้หลายปี แต่ถ้าไม่รักษา โรคก็จะลุกลามไปทำลายอวัยวะอื่นๆ เช่น หัวใจและหลอดเลือด ระบบประสาท กระดูกทำให้พิการและเสียชีวิตได้

การรักษา 

มียารักษาที่มีประสิทธิภาพ และสะดวก แต่ต้องรักษาทั้งคู่ ทั้งตัวน้องเองและคู่นอน หลังจากรักษาไปแล้ว 6 เดือน ต้องตรวจซ้ำในทุกๆปี 
 
 

อาการของโรค

Primary Syphilis

ในระยะ primary รอยโรคจะปรากฏเป็นแผลริมแข็ง Chancre ซึ่งจะมีลักษณะที่สำคัญดังนี้

  • หลังจากได้รับเชื้อ 10-90 วันจะมีตุ่มแดงแตกออกเป็นแผลที่อวัยวะเพศตรงบริเวณที่เชื้อเข้า
  • แผลมักจะเป็นแผลเดียว ไม่เจ็บ ขอบนูน ต่อมน้ำเหลืองจะโตกดไม่เจ็บ
  • ตำแหน่งที่พบได้บ่อยได้แก่ อวัยวะเพศชาย อัณฑะ ทวารหนัก ช่องคลอด ริมฝีปาก
  • แผลจะอยู่ 1-5สัปดาห์แผลจะหายไปเอง
  • แม้ว่าแผลจะหายไปแต่ยังคงมีเชื้ออยู่ในกระแสเลือด
  • สำหรับผู้ที่เป็นโรคเอดส์ และมีขนาดใหญ่และมีอาการเจ็บมาก
  • การตรวจเลือกในช่วงนี้อาจจะให้ผลลบได้ร้อยละ30

Secondary Syphilis

  • ระยะนี้จะเกิดหลังได้รับเชื้อ 17วัน- 6 เดือน
  • ผู้ป่วยจะมีอาการอยู่ประมาณ 2-6 สัปดาห์แล้วจะหายไปแม้ว่าจะไม่ได้รับการรักษา
  • ต่อมน้ำเหลืองโต
  • ปวดตามข้อเนื่องจากข้ออักเสบ

อาการที่สำคัญมีดังนี้

  • มีผื่นสีแดงน้ำตาลที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ไม่คัน
  • ผื่นนี้สามารถพบได้ทั่วตัว
  • จะพบหูด Condylomata lata บริเวณที่อับชื้น เช่นรักแร้ ทวารหนัก ขาหนีบ
  • จะพบผื่นสีเทาในปาก คอ และปากมดลูก
  • ผมร่วงเป็นหย่อมๆ
  • ผู้ป่วยจะรู้สึกไม่สบาย
  • อาการเหล่านี้จะอยู่ได้ 1-3 เดือนหายไปได้เอง และอาจจะกลับเป็นซ้ำ
  • การตรวจเลือดในช่วงนี้จะให้ผลบวก

Latent Stage ระยะแฝง

  • ช่วงนี้ผู้ป่วยไม่มีอาการของโรค ช่วงนี้กินเวลา 2-30 ปีหลังจากได้รับเชื้อ
  • ในช่วงนี้จะทราบได้โดยการเจาะเลือดตรวจ
  • ในระยะนี้อาจจะเกิดผื่นเหมือนในระยะ Secondary Syphilis
  • ในระยะนี้หากตั้งครรภ์ เชื้อสามารถติดไปยังลูกได้

Late Stage (Tertiary)

  • ระยะนี้จะกินเวลา 2-30 ปีหลังได้รับเชื้อ
  • ระยะนี้เชื้อโรคจะทำลายอวัยวะต่างๆเช่น หัวใจและหลอดเลือด สมองทำให้อ่อนแรงหรืออาจจะตาบอด กระดูกหักง่าย
  • หากไม่รักษาให้ทัน อวัยวะต่างๆจะถูกทำลายโดยที่ไม่สามารถกลับเป็นปกติ
  • การตรวจเลือดอาจจะให้ผลลบได้ร้อยละ30

Congenital Syphilis

หมายถึงทารกที่ติดเชื้อตั้งแต่อยู่ในครรภ์ เด็กจะมีอาการดังนี้

  • เด็กจะมีอาการหลังคลอด 3-8 สัปดาห์
  • อาการอาจจะมีเล็กน้อยจนไม่ทันสังเกตเห็น ทำให้ไม่ได้รับการรักษา
  • เด็กโตขึ้นจะกลายเป็นระยะ Late Stage (Tertiary)

จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นซิฟิลิส

การตรวจวินิจฉัยโรคนี้สามารถทำได้โดยการนำหนองจากแผล หรือเลือดไปตรวจหาตัวเชื้อ การตรวจเชื้อทำได้โดย

>>>>Darkfield Exam<<<<

  • การตรวจทำไดโดยการน้ำเหลืองจากแผลหรือผื่นที่สงสัยไปตรวจ
  • นำน้ำเหลืองนั้นไปส่องกล้องเพื่อหาตัวเชื้อ
  • การตรวจนี้สามารถวินิจฉัยได้ทั้งระยะ Primary Syphilis และ Secondary Syphilis

>>>>การตรวจเลือด<<<<

  • การเจาะเลือดตรวจหาภูมิต่อเชื้อซิฟิลิสทำได้ 2วิธีคือ
  • การเจาะเลือดเพื่อหาภูมิคุ้มกันซึ่งไม่เฉพาะเจาะจงต่อเชื้อซิฟิลิส ได้แก่การเจาะ VDRL (Venereal Disease Research Laboratory) หรือ RPR (Rapid Plasma Reagent) หากให้ผลบวกต้องเจาะเลือดอีกเพื่อยืนยันการวินิจฉัย
  • การเจาะเลือดเพื่อยืนยันการวินิจฉัยโดยการเจาะ FTA-ABS (Fluorescent Treponemal Antibody Absorption Test) หรือ MHA-TP (Microhemagglutination-Treponema Pallidum)

ข้อควรระวังสำหรับผู้ที่เคยเป็นซิฟิลิสมาก่อนอาจจะให้ผลบวกหลอกโดยที่ไม่เป็นโรค

  • Cerebrospinal Fluid Test การตรวจน้ำไขสันหลังจะทำในรายสงสัยว่าจะมีการติดเชื้อในระบบประสาท

การรักษาโรคนี้ต้องทำอย่างไร

  • ยาที่ใช้รักษาคือ Penicillin
  • การรักษาต้องรักษาทั้งคู่
  • หลังจากรักษา 6 เดือนต้องตรวจซ้ำหลังจากนั้นตรวจทุกปี

Stage of Disease

Preferred Treatment

Alternative Treatments

Primary infection, secondary infection, or latent infection (for less than 1 year)Benzathine penicillin injection 2.4 million units (single dose)Doxycycline 100 mg orally twice per day for 14 days or tetracycline 500 mg orally four times per day for 14 days
Late latentinfection(for>1 year),cardiovascular disease, or gummaBenzathine penicillin G injection 2.4 million units every week for 3 weeksDoxycycline 100 mg orally twice per day for 28 days or tetracycline 500 mg orally four times per day for 28 days
NeurosyphilisAqueous crystalline penicillin G18-24 million units intravenously per day for 10-14 daysProcaine penicillin injection 2.4 million units each day with probenecid 500 mg orally four times per day, both for 10-14 days


มารู้จักกับเชื้อซิฟิลิสกันนะ 
เชื้อ (Treponema  Pallidum) ชอบความชื้น ตายง่ายในภาวะแห้ง  มีความไว ต่อสาร Antiseptic หรือเพียงน้ำสบู่ธรรมดาก็ทำลาย เชื้อได้ ระยะฟักตัว 9  - 10 วัน โดยเฉลี่ย   2 - 4 สัปดาห์

 ความสำคัญและวิธีการป้องกันไม่ให้เกิดโรคซิฟิลิส 
          ปัจจุบันนี้โรคซิฟิลิสโดยตรงจะไม่ปรากฏพบเห็นมากมาย แต่โรคซิฟิลิสจะเกิดการติดเชื้อ ร่วมกับการเป็นโรคเอดส์ การป้องกันตนเองมิให้เกิดโรคซิฟิลิสง่ายๆก็คือ  ไม่ปล่อยเนื้อ ปล่อยตัว ไม่ไปในที่เปลี่ยวตามลำพัง ไม่เที่ยวหญิงบริการ ไม่สำส่อนทางเพศ เพียงเท่านี้ก็สามารถป้องกัน 
โรคซิฟิลิสได้


 การป้องกันโรคซิฟิลิสแบ่งเป็นข้อๆดังนี้

      การปฏิบัติทางเพศอย่างปลอดภัย(Safe Sex)
           การสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง  (Masturbation)
           การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่มีการสอดใส่ (Non-Penetrative sexual  relationship)
      ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ 
      รักษาความสะอาดของร่างกายและอวัยวะเพศ

 ข้อแนะนำ
      ไม่ควรมีพฤติกรรมสำส่อนทางเพศ 
      หักห้ามใจไม่มั่วเพศ - ไม่มั่วหญิงบริการ

      ไม่ดื่มสุราจนมึนเมาขาดสติ 
      หากพบว่าตนเองมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อโรคให้รีบไปพบแพทย์เพื่อรับการ  รักษาทันที 
      รับการรักษาและปฏิบัติตัวตามแพทย์แนะนำ
      ควรได้รับการเจาะเลือดเพื่อหาผลเลือดบวกซิฟิลิสในเดือนที่ 1,3,6,12 หลัง การรักษา
      หญิงมีครรภ์ถ้ามีพฤติกรรมเสี่ยงจากสามีควรได้รับการตรวจรักษา ตรวจหาผลเลือดบวก ซิฟิลิส  หากพบต้องทำการรักษา เด็กที่เกิดมาจะได้ไม่พิการ 
      ข้อสำคัญที่สุด  อย่าลืม   ถุงยางอนามัย

  ผมร่วง โลหิตจาง ตาอักเสบ (Iridocyclitis) ต่อมน้ำเหลืองโต ตับโต ม้ามโต เยื่อหุ้มสมอง อักเสบ โรคหัวใจ ผลต่อทารกในครรภ์ : ต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด น้ำหนักเกิน ต่อระบบ ประสาทสมอง ฯลฯ หรือตายในครรภ์แท้ง


อ้างอิงข้อมูลจาก

รูปภาพจาก 
 

วิดีโอ YouTube

Comments