โรงเรียนสามัคคีวิทยา

ข้อมูลเบื้องต้น

โรงเรียนสามัคคีวิทยา ตั้งอยู่ หมู่6 ต.คลองพระยาบันลือ อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา

ที่จริงแล้วโรงเรียนอยู่ติดกับเขต อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี เข้าไปในซอยเดียวกับ สถานีดาวเทียมไทยคมลาดหลุมแก้ว อยู่ติดกับ รร.จุฬาภรณ์ราชวิทยาลัยปทุมธานี แต่ขึ้นกับพื้นที่คนละจังหวัดกัน ผมใช้เวลาขับรถจากรังสิต ผ่านมหาวิทยาลัยปทุมธานี ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ไปถึง รร.สามัคคีวิทยา ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงเท่านั้น

โรงเรียนแห่งนี้เปิดการเรียนการสอนครั้งแรก เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2498 หรือ กว่า 50ปีมาแล้ว สภาพอาคารเรียนโดยทั่วไป ก็ดูชำรุดทรุดโทรมอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากอยู่ในเกณฑ์ที่อาจจะต้องยุบโรงเรียน ทางครูและผู้ปกครอง ก็เลยยังไม่ตัดสินใจที่จะปรับปรุงซ่อมแซมใหม่ เพียงแต่ดูแลเท่าที่พอจะทำได้

รั้วลวดหนามรอบโรงเรียน ก็ขาดและชำรุดไปเป็นบางจุด ทำให้วัวหรือแพะ ของชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียง เข้ามากัดกินต้นไม้ หรือพืชผักสวนครัวในโรงเรียน เสียหายอยู่บ่อยครั้ง จนครูก็รู้สึกท้อ ที่จะปลูกต้นไม้ หรือผักสวนครัว เพราะทุกครั้งก็จะถูกวัวหรือแพะมากินเสมอ




สถานการณ์ปัจจุบัน

ปัจจุบัน โรงเรียนสามัคคีวิทยา เปิดทำการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีจำนวนนักเรียนทั้งสิ้น 23คน (+2) ดังนี้
อนุบาล 10คน, ป.1 1คน, ป.2 1คน, ป.3 3คน, ป.4 3คน, ป.5 3คน และ ป.6 2คน และมีเด็กฝากเลี้ยงอีก 2คน

เป็นโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในชุมชนมุสลิม นักเรียนเกือบทั้งหมดนับถือศาสนาอิสลาม มีข้าราชการครู 3 ท่าน ได้แก่
1. ครูเกียรติวัฒน์ พึ่งอารมย์ (รักษาการครูใหญ่)
2. ครูบังอร อับดุลฟาก๊ะ
3. ครูวันเพ็ญ นิ่มอนงค์
และมีครูอัตราจ้างอีก 1 ท่าน

โรงเรียนนี้ไม่มีผู้อำนวยการหรือครูใหญ่ ตั้งแต่ปี 2542 แล้ว เนื่องจากเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก พอตำแหน่งว่างลง ก็ไม่ได้รับการบรรจุเข้ามาทดแทน ซึ่งในปีการศึกษาหน้า ครูเกียรติวัฒน์ จะเกษียณอายุราชการ และทราบว่า ครูวันเพ็ญ ก็ทำเรื่องย้ายไปที่อื่น อนาคตของโรงเรียนแห่งนี้ จึงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของครูบังอรเพียงคนเดียว ครูบังอรบอกผมว่า กำลังถามตัวเองเหมือนกันว่า ในปีหน้า ถ้าต้องอยู่คนเดียว จะรับภาระทั้งหมดนี้ไหวหรือไม่ เพราะคงไม่มีการบรรจุครูเข้ามาทดแทน ซึ่งแน่นอนว่า ถ้าครูบังอรไม่สามารถที่จะรับภาระอันหนักนี้ได้ โรงเรียนนี้ก็จะต้องปิดลง



"...พี่อยู่ที่นี่มากว่า 20 ปี รู้สึกรักและผูกพันกับเด็กทุกคน บางคนก็สอนมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่เขา จนวันนี้มาสอนลูกเขา บางคนอาจจะมองว่า โรงเรียนเล็กๆ อาจไม่มีประสิทธิภาพ แต่พี่ว่าไม่ใช่ ครูที่นี่ดูแลนักเรียนอย่างทั่วถึง ไม่เพียงรู้จักแต่ตัวเด็กเท่านั้น พ่อแม่ปู่ย่าตายายของเขา เรารู้จักหมด เป็นความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างโรงเรียนกับบ้านของนักเรียน ซึ่งโรงเรียนใหญ่ๆ ทั้งหลายทำไม่ได้..." ส่วนหนึ่งที่กลั่นออกมาจากความรู้สึกของครูบังอร ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

"...โรงเรียนได้รับงบประมาณจากทางการ ปีละประมาณ 30,000.- บาท (เฉลี่ยวันละไม่ถึง 100 บาท) ซึ่งเราก็พยายามใช้อย่างประหยัดที่สุด ค่าใช้จ่ายหลักๆ ก็คงเป็นค่าไฟฟ้าในแต่ละเดือน..."

"...สำหรับอาหารกลางวัน ได้รับงบช่วยเหลือจาก อบต. เฉลี่ยหัวละประมาณ 13 บาท/คน/วัน พี่จะเป็นคนทำอาหารเอง ก็พอประมาณสิบโมงกว่าๆ หลังจากจ่ายงานให้เด็ก หรือให้เด็กเรียนกับโทรทัศน์แล้ว (ที่ถ่ายทอดสัญญาณจากไกลกังวล) พี่ก็จะไปเตรียมอาหาร หุงข้าว คือที่นี่เรามีข้าวให้เด็กด้วย..."

จากที่พูดคุยกันทราบว่า ทุกเช้าครูบังอรจะเดินทางมาจากบ้านที่ อ.สามโคก ปทุมธานี พร้อมทั้งจับจ่ายซื้อของที่จะมาทำอาหารให้เด็ก ขึ้นรถประจำทางมาลงที่ปากทางเข้าโรงเรียน และขี่รถป๊อปคันเล็กๆ (ที่ฝากไว้ปากทาง) เข้ามาที่โรงเรียน ซึ่งมีระยะทางประมาณ 9 กม. ตอนเย็นก็ขี่รถป๊อปออกไปฝากไว้ปากทาง แล้วขึ้นรถประจำทางกลับบ้าน ผมถามว่า มีค่าใช้จ่ายส่วนตัวประมาณวันละเท่าไร? ครูบังอรบอกว่า เฉลี่ยแล้วไม่เกิน 100 บาท

"...ครั้งหนึ่ง พี่กำลังขี่รถ โดนรถบรรทุกมันเกี่ยวกระเด็นไปหลายตลบ เกือบตายมาแล้ว..." ครูบังอรเล่าความหลังให้ผมฟัง

ผมถามถึงเรื่องน้ำดื่ม ครูบังอรบอกว่า ครูเกียรติจะซื้อเข้ามาทุกวันๆ ละหนึ่งถัง เพื่อให้เด็กและครูใช้ดื่ม ส่วนเรื่องน้ำใช้ไม่มีปัญหา เพราะอยู่ติดริมคลอง



เมื่อออกจากโรงเรียน ผมขับรถเลาะไปเรื่อยๆ และได้แวะคุยกับชาวบ้านครอบครัวหนึ่ง ทราบว่าเป็นลูกหลานของผู้ที่บริจาคที่ดิน เพื่อสร้างโรงเรียนแห่งนี้ คุณป้าลัดดาบอกกับผมว่า ชาวบ้านก็ไม่อยากให้ยุบโรงเรียน เพราะเด็กจะต้องเดินทางไปเรียนไกลขึ้น ที่ปัจจุบันนี้ดีตรงที่ อยู่ใกล้กับสุเหร่า พอเด็กเลิกเรียนแล้ว ก็จะมาเรียนทางศาสนาต่อที่สุเหร่า ก่อนจะกลับบ้าน ตอนนี้กรรมการโรงเรียน ครู ผู้ปกครอง ก็กำลังประชุมหารือกันอยู่ เกี่ยวกับอนาคตโรงเรียน บางคนก็อยากจะดึงลูกหลานของตน ที่ไปทำงานต่างพื้นที่ ให้เอาลูกกลับมาเรียนที่นี่ แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะได้ผลมากน้อยเพียงใด



ความช่วยเหลือที่ต้องการ

ครูบังอรเล่าว่า เคยมีนักศึกษาจากเอแบค มาช่วยซ่อมแซมรั้วสนามเด็กเล่นให้ แต่ตอนนี้ก็เริ่มชำรุดอีกแล้ว เคยมีนักศึกษามาช่วยจัดห้องสมุดให้ ก็พอมีหนังสือพอสมควร แต่เด็กๆ ชอบอ่านหนังสือภาพความรู้ แต่มีจำนวนน้อย ปัจจุบันนี้นักเรียนชั้น ป.5 และ ป.6 จะใช้ห้องสมุดเป็นห้องเรียนด้วย เพราะมีโทรทัศน์อยู่แล้ว มีเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่ประมาณ 5-6 เครื่อง แต่มีใช้งานได้ประมาณ 2 เครื่อง เครื่องพิมพ์ก็ชำรุด แต่ไม่มีงบประมาณในการซ่อมแซม


จากการพูดคุยกับคุณครู ผมพอจะสรุปความต้องการของครูและเด็กๆ ในโรงเรียนแห่งนี้ได้ดังนี้
  1. ชุดนักเรียน ผมสังเกตเห็นว่า เด็กๆ ใส่เสื้อที่ปักอักษรย่อโรงเรียนหลากหลาย เพราะเป็นชุดที่ได้รับบริจาคมาจากที่ต่างๆ กระโปรงสีน้ำเงินก็มี กระโปรงสีแดงก็มี คุณครูแซวเด็กผู้ชายคนหนึ่งว่า "ถุงเท้าคนละสี เธอก็ยังใส่มาได้เนอะ" ดังนั้น ใครมีเครื่องแบบนักเรียนที่ใส่ไม่ได้แล้ว ถุงเท้า รองเท้า ฯลฯ ก็สามารถเอามาบริจาคได้ครับ
  2. เครื่องเขียน สมุด ดินสอ ไม้บรรทัด ฯลฯ 
  3. ทุนการศึกษา เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระผู้ปกครองของเด็กๆ
  4. โครงการอาหารกลางวัน เนื่องจากครูทำอาหารเลี้ยงเด็กเอง บางวันก็ยังมีเหลือให้เด็ก ได้ใส่ถุงกลับไปกินมื้อเย็นที่บ้านด้วย ดังนั้น สิ่งที่ต้องการก็ได้แก่ ข้าวสาร อาหารแห้ง เครื่องปรุงต่างๆ เช่น น้ำปลา น้ำมันพืช ฯลฯ เป็นต้น
  5. หนังสือสำหรับห้องสมุด อยากได้เป็นหนังสือการ์ตูนความรู้ ซึ่งปัจจุบันมีจำหน่ายเป็นหลายชุดความรู้ เพราะเด็กๆ จะชอบและสนใจมาก
  6. แปรงสีฟัน ยาสีฟัน และของใช้เด็กอนุบาล เท่าที่เห็นในห้องอนุบาล แปรงที่เด็กๆ ใช้นั้น มีสภาพขนแปรงเยินเกือบทั้งหมดแล้ว
  7. ซ่อมแซมรั้วลวดหนาม เพื่อป้องกันวัวหรือแพะ เข้ามากัดกินต้นไม้ หรือพืชผักสวนครัว ในโรงเรียน
  8. เงินบริจาค เพื่อใช้ในการบริหารจัดการ เป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ได้รับงบประมาณไม่เพียงพอ
  9. อื่นๆ อะไรก็ได้ที่ส่งถึงตัวเด็กโดยตรง เช่น ขนม ของเล่น ตุ๊กตา กระเป๋า ฯลฯ


แนวทางการให้ความช่วยเหลือ

จากการระดมความช่วยเหลือ เมื่อวันเด็กที่ผ่านมานั้น สิ่งของและเงินบริจาคส่วนหนึ่งนั้น เราได้จัดสรรค์ไว้เผื่อ รร.สามัคคีวิทยา นี้ไว้แล้ว ผมได้คุยกับทางครู ตัวแทนชาวบ้าน และสอบถามผู้ใหญ่ใจดีบางท่าน ที่ริเริ่มโครงการมาแต่แรก เห็นพ้องต้องกันว่า เราจะไปจัดกิจกรรมเหมือนกับงานวันเด็กที่ผ่านมา ให้กับน้องๆ นักเรียนโรงเรียนสามัคคีวิทยา ในวันเสาร์ที่ 30 มกราคม 2553 นี้ เวลาประมาณ 9:00 -12:00 น.

ขณะนี้เรามีเงินบริจาคที่เหลือจากกิจกรรมครั้งที่แล้ว (งานวันเด็กที่เพชรบูรณ์) เป็นจำนวน 14,804.- บาท
และสิ่งของจำพวกเครื่องเขียน ขนม ตุ๊กตา ของเล่น อีกจำนวนหนึ่ง แต่ถ้าหากมีท่านใด ประสงค์จะบริจาคสิ่งใดเพิ่มเติม ตามความต้องการดังที่กล่าวมาข้างต้น ก็สามารถแจ้งความประสงค์ได้ที่
- ครูเอก (อ.สำเริง ยิ่งถาวรสุข) โทร. 081-423-9828
- คุณช่อทิพย์ โทร. 087-548-8138
- คุณวาณิชา (สำหรับโซนชลบุรีและภาคตะวันออก) โทร. 081-617 2987
- คุณไก่ (aitai) โทร. 084-637-9009
- ครูบังอร อับดุลฟาก๊ะ โทร. 084-323-5839



อัลบั้มรูปภาพ ณ วันที่ไปสำรวจสภาพโรงเรียนสามัคคีวิทยา